Share

ตอนที่ 6 หนังตะลุง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-23 00:14:14

ตอนที่ 6

หนังตะลุง

คลุมสักหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายรามินทร์นั่งลงข้าง ๆ เหมือนอย่างทุกครั้ง ในเวลาที่เธอเศร้า เขาจะอยู่ตรงนี้เสมอ

“แต่ถ้าง่วง คุณก็ควรจะไปนอนในบ้าน ไม่ใช่ตรงนี้นะ”แต่ความอบอุ่นนั้นก็ไม่วายมีเสียงดุจากคนตัวกว่าตามมา พราววลินยิ้มน้อย ๆ ให้กับคนแก่ขี้บ่นข้าง ๆ ก่อนจะตอบกลับ “ใครบอกคุณคะว่าฉันง่วง?”

“ก็ผมเห็นคุณนั่งหลับตาอยู่ นึกว่าง่วงนอน แล้วอีกอย่าง ที่นี่ไม่ได้มีแค่เราที่อยู่สองคนนะครับ ออกมานั่งคนเดียวแบบนี้มันไม่เหมาะ”

“แต่คุณบอกว่าที่นี่ปลอดภัย เพราะงั้นฉันจะนั่ง จะนอนยังไงก็ต้องได้สิ”

“ก็จริง ที่นี่ปลอดภัย แต่ถ้าไม่สบายขึ้นมามันจะแย่เอานะ”

“แล้วคุณก็ไม่ได้ป้องกันตัวเองขนาดนั้นด้วย เกิดมีเสือสิงห์ที่ไหนเห็นเข้าก็คงจะไม่ดี”เขามองตรงไปที่ใบหน้าของเธอ ไม่กล้าแม้แต่จะมองอย่างอื่นที่ต่ำลงไป แต่พราววลินกลับรู้ความหมายของอีกฝ่าย เธอจึงได้ทีแกล้งเขาต่อ

“แถวนี้ก็น่าจะมีนะ เสือสิงห์น่ะ”รามินทร์ขมวดคิ้วมอง ดวงตาสวยของหญิงสาวยังคงมองตรงมาที่เขา ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าคนที่พราววลินหมายถึงคือตัวเขาเอง

“ผมไม่ใช่เสือ ไม่ใช่สิงห์ ผมเป็นแค่แมวน้อยน่ารักต่างหาก”

“แล้วแมวน้อยเป็นแมวจรจัดหรือเป็นแมวมีเจ้าของแล้วล่ะคะ”

“คิดว่ายังไงล่ะครับ?”

“อืม..เมื่อตอนกลางวัน ฉันเห็นมีผู้หญิงสองคนพากันแย่งเป็นเจ้าของแมวตัวนี้กันอยู่นะคะ ฮอตปรอทแตกจริง ๆ เลยว่าไหม?”คำบอกเล่าของหญิงสาวทำให้คนนั่งฟังเหวอไป เธอคงจะหมายถึงน้ำหอมกับมะลิที่ชอบแวะเวียนมาเป็นประจำ วันนี้ก็คงจะมาอีกเช่นเคย

เขาถึงได้หนีไปอยู่สวนยางแทนที่จะอยู่บ้าน

“ถึงแมวจะฮอต แต่แมวก็เลือกเจ้าของนะครับ”

“งั้นก็..เลือกเจ้าของดี ๆ แล้วกันนะคะ พอดีแถวนี้ไม่ค่อยอยากเลี้ยงแมวเท่าไรน่ะค่ะ”พราววลินลุกขึ้นยืนพร้อมกับผ้าคลุมที่เขานำมาให้ ขาเรียวพาตัวเองก้าวเดินกลับเข้าไปในบ้านแต่ก็ถูกเสียงของคนด้านหลังหยุดเอาไว้ “แต่แมวมันจะรักเจ้าของที่ไม่สนใจมันนะครับ”

ปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มออกมา เธอไม่ได้หันกลับไป และขาเรียวก็ก้าวเดินต่อ ปล่อยให้ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังของเธอเข้าไปจนสุดสายตาและรอยยิ้มเล็ก ๆ บนหน้า

....

หลายวันผ่านไป

“น้องพราวใส่ผ้าถุงเหมือนในละครม่านรักเลย เรื่องนั้นเล่นเป็นนางเอกคู่กับคุณเจนภพด้วยพี่จำได้”หนูเล็กยิ้มแป้นตั้งแต่เช้า เพราะภาคภูมิใจกับเสื้อคอกระเช้าสีขาวลายนกสีอ่อนและผ้าถุงปาเต๊ะสีชมพูที่หล่อนได้หามาให้พราววลินใส่เข้าสวนยางและสวนผลไม้ในวันนี้ “โห เรื่องนั้นผ่านมาตั้งหลายปีแล้วนะคะ พี่หนูเล็กยังจำได้อยู่อีกเหรอ”

“จำได้ พี่ชอบมาก ตอนนั้นยังลุ้นอยู่เลยว่าธมนจะให้อภัยนายหัวทีปต์หรือเปล่า”

“เม้าท์เรื่องละครไม่รอปัทท์เลยพี่หนูเล็ก เม้าท์ด้วย”ปัญณพรที่เดินลงมาจากชั้นบนเกิดได้ยินเข้าพอดีจึงรีบเดินลงมาแจมด้วย แต่เมื่อเข้ามาใกล้ เด็กสาวก็พลันไปเห็นชุดบนตัวของพราววลินเข้า “พี่พราวสวยจังเลยค่ะ”

“แล้วนี่จะไปไหนกันเหรอคะ ปัทท์ขอไปด้วยสิ อ่านแต่หนังสืออยู่ในบ้าน ปัทท์เบื่อมาก ก.ไก่ล้านตัวเลย”

“กำลังจะพาคุณพราวแกไปสวนยางน่ะค่ะ วันนี้คนงานเขาย้อมผ้ากัน”

หนูเล็กและปัญณพรพาพราววลินนั่งรถมาที่สวนยาง บริเวณที่คนงานผู้หญิงและลูก ๆ ของพวกเธอกำลังพากันทำหัตถกรรมพื้นบ้าน พื้นที่ตรงนี้เป็นลานกว้างที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นยางและต้นไม้ จึงทำให้มีร่มที่เย็นสบาย มีใบไม้แห้งร่วงโรยลงมาตามพื้นมากมาย แต่มันกลับเป็นที่ที่นายหัวอดิศรปล่อยทิ้งร้างไว้ เพราะไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร นอกจากเป็นที่นั่งสังสรรค์ทั่วไปของพวกคนงาน จนกระทั่งรามินทร์ได้เข้ามาบริหารเต็มตัว เขาจึงทำที่นี่ไว้เป็นลานหัตถกรรมพื้นบ้านให้คนงานทุกคนได้เรียนรู้กันไป

“คนงานเขาเป็นชาวบ้านที่นี่เหรอน้องปัทท์”

“ใช่ค่ะ ส่วนน้อยที่จะมาจากจังหวัดอื่น”

“นี่เป็นการย้อมผ้าจากธรรมชาตินะคะคุณพราว”หนูเล็กผายมือให้พราววลินเดินเข้าไป ผ้าหลากสีและลวดลายอันสวยงามถูกผึ่งไว้ตรงหน้าของเธอ รวมถึงหัตถกรรมพื้นบ้าน

อื่น ๆ อย่างพวกจักรสานกระเป๋า ตะกร้าก็ด้วย

“แล้วหัตถกรรมพวกนี้นี่เอาไปขายที่ไหนเหรอคะ”

“เอาไปขายที่ศูนย์สินค้าท้องถิ่นนี่แหละค่ะ เงินพวกนี้เข้ากระเป๋าคนงานหมดเลยนะคะ นายหัวไม่ได้เก็บส่วนบงส่วนแบ่งอะไรสักบาทเดียว นายหัวน่ะคิดว่า เผื่อเวลาฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินจริง ๆ ก็จะได้ไม่เดือดร้อน วิ่งหายืมเงินคนอื่น หรือเกษียณตัวไปก็จะได้มีอาชีพพวกนี้ไว้ทำมาหากินต่อ คนงานที่นี่เลยรักนายหัวมาก ๆ เลยล่ะค่ะ”

“เพราะเขาใจดี คนเลยรักเขา”หลายวันที่ผ่านมานี้ ความรู้สึกบางอย่างในใจเริ่มเพิ่มขึ้น เธอเผลอยิ้มให้กับความใจดีของรามินทร์อย่างไม่รู้ตัวหลายต่อหลายครั้ง แต่มีเพียงคนนอกอย่างหนูเล็กและปัญณพรนี่สิ ที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันอย่างรู้ใจจนคนเผลอยิ้มรู้ตัวรีบหุบยิ้มทันที

“เอ่อ..พราวอยากลองทำบ้างน่ะค่ะ”เธอเปลี่ยนเรื่องแก้สถานการณ์เมื่อครู่ สองคนตรงหน้ายิ้มกริ่มก่อนพาเธอเดินเข้ามาหาคนงานที่ยืนอยู่ หนูเล็กแนะนำเธอให้ทุกคนรู้จักเพียงแค่ชื่อของเธอเท่านั้น และไม่ได้บอกว่าเธอเป็นใคร เพื่อความปลอดภัยของหญิงสาวเอง

อีกอย่างคนงานส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ดูทีวีหรือละครที่เธอเล่น ทำให้ไม่ค่อยมีใครรู้จักเธอในฐานะ พราว พราววลิน สักเท่าไร ส่วนบางคนที่ดูประจำก็จำหน้าไม่ค่อยได้และคงไม่มีเวลาจำเพราะต้องทำงานหาเงินเลี้ยงปากท้องของตนเองและครอบครัว

พราววลินได้เรียนรู้อะไรมากมายจากชาวบ้าน ได้ลองทำหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอยังไม่เคยได้ลองทำ รอยยิ้มจากชาวบ้าน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้ชาร์จพลังจนแบตเตอรี่เต็มร้อย แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกสุขใจกับความจนที่ชาวบ้านต้องเผชิญ เธอเข้าใจดีว่ามันต้องอดทนมากแค่ไหน แต่สำหรับบางคนที่นี่พวกเขาต่างก็บอกเธอว่า พวกเขาสบายใจที่ได้อยู่กับเจ้านายอย่างนายหัวรามินทร์ รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจเหมือนได้อยู่บ้านของตน

และสิ่งหนึ่งที่เธอรู้มา รามินทร์และครอบครัวของเขาช่วยเหลือคนมามากมาย คนงานที่อยู่ที่นี่เองก็เช่นกัน ทุกคนต่างบอกกับเธอว่า ‘นายหัวรามมีบุญคุณกับพวกเรา’

เขาเป็นคนดี ดีมากจนเธอรู้สึกว่าเขาไม่มีอยู่จริง

แต่ก็จริง เขามีอยู่จริงในโลกของเขา แต่เขาไม่มีอยู่จริงในโลกของเธอ

“พี่พราวคะ พวกเราให้”เสียงของเด็ก ๆ ดังเข้ามาในโสตประสาท ผ้าคลุมสีชมพูอ่อนวาดลวดลายสวยงามถูกส่งมาให้กับเธอ มือเรียวยื่นรับมาด้วยความเต็มใจ “สวยจัง”

“ขอบคุณนะคะ”

“พรุ่งนี้มีหนังตะลุงด้วยนะคะ พี่พราวอยากไปหรือเปล่า”ปัญณพรโบกมือลาเด็ก ๆ ประจวบเหมาะกับที่นึกขึ้นมาได้ว่าแถวบ้านมีหนังตะลุงฉายในวันพรุ่งนี้ ได้ปิดเทอมทั้งทีขอเที่ยวก่อนกลับไปเครียดเรื่องสอบต่อสักหน่อยเถอะ “ได้นะ พี่พร้อมเสมอ”

“เย่! มีคนไปเป็นเพื่อนแล้ว!”

“แหม พี่ก็พาไปทุกปี”หนูเล็กเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารกลางวันที่ได้มาจากป้าเล็กผู้เป็นมารดา “โหย แต่พี่หนูเล็กนั่งหลับตลอดเลย ปัทท์จะสะกิดสักหน่อยก็เกรงใจ”

“ว่าแต่ พี่พราวเคยดูหนังตะลุงใช่ไหมคะ เห็นในละครมีฉากนี้อยู่นี่น่า”

“ถ้าไม่นับเรื่องทำงานก็ไม่เคยดูหรอก มันต้องสั่งคัทเป็นช่วง ๆ พี่ดูไม่สนุกเลย”

“งั้นปัทท์รับรองว่า พรุ่งนี้สนุกชัวร์ค่ะ ไม่มีใครมาขัดจังหวะการดูหนังตะลุงแน่นอน”

….

ตกเย็น

“ไปไหนนะ?”

“ไปดูหนังตะลุงค่ะ”

“ไปกับใคร?”

“ไปกับพี่หนูเล็กแล้วก็พี่พราว”

“แล้ว...”

“พี่รามเลิกถามได้เล่า ปัทท์ก็ไปทุกปี”

ปัญณพรพูดเสียงยืดยาวหลังจากที่เอ่ยขออนุญาตจากพี่ชาย จะเรียกว่านี่เป็นข้อดีหรือข้อเสียของรามินทร์ดีที่เขาค่อนข้างจะเข้มงวดกับการที่น้องสาวขออนุญาตออกไปเที่ยวที่ไหนสักที่แบบนี้

ถามละเอียดยิ่งกว่าซักประวัติคนไข้เสียอีก

“ปีนี้มีคนไปด้วยตั้งสองคน พี่รามไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

“งั้นปีนี้พี่ไปด้วย”

“ห้ะ! จริงดิ! พี่จะไปด้วยจริงเหรอ”ปัญณพรถึงกับตาลุกวาว เพราะปกติแล้ว

รามินทร์จะทำงานตลอดเวลาจนแทบไม่มีเวลาออกไปไหน นอกเสียจากว่าจะมีงานประเพณีใหญ่ ๆ ที่ทางผู้จัดงานจะเชิญไปออกงานเท่านั้นเขาถึงจะไป เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานเช่นกัน “ทำไม? พี่ไปด้วยไม่ได้เหรอ”

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ปัทท์ก็แค่ตกใจ ปกติพี่ก็ทำแต่งาน งาน งานแล้วก็งาน”

“เอ..หรือว่า...”เด็กสาวมองคนที่กำลังทำอาหารกับป้าเล็กอยู่ในครัวแล้วก็พอจะเข้าใจ มีบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม นอกจากพี่ชายจะห่วงเธอแล้ว ก็คงจะเป็นห่วงพี่สาวคนสวยตรงหน้านี้ด้วย “อะไร?”เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“เปล๊า เปล่า ๆ เปล่าเลย ไม่มีอะไรเล๊ย”

“อย่ามาเสียงสูงเลยเราน่ะ”

“งั้นพี่ก็ตอบคำถามของปัทท์มา”

“ว่ามา”

“พี่ชอบพี่พราวใช่ไหม”

คำถามที่ไม่คาดคิดหลุดออกมาจากปากของปัญณพร ทำเอาคนที่กำลังดื่มชาอยู่เมื่อครู่สำลักออกมาแทบหยิบทิชชู่มาเช็ดปากเกือบไม่ทัน

“ถามอะไรเนี่ย เดี๋ยวคุณพราวเธอก็ได้ยินหรอก”

“เอ้า ก็ถามความจริงไงคะ พี่รู้หรือเปล่าว่าแววตาที่พี่มองพี่พราว ไม่เหมือนกับที่พี่มองคนอื่น ปัทท์เป็นน้องสาวพี่ ปัทท์รู้อยู่แล้ว ว่าที่มองน่ะไม่ได้มองอย่างเอ็นดูเหมือนน้องสาวด้วย เพราะแววตาที่พี่มองปัทท์จะไม่เหมือนกับที่พี่มองพี่พราวเลยแม้แต่นิดเดียว”วาจาคมคายจากเด็กสาวอายุสิบแปดปีที่ชอบเพ้อฝันมักจะตรงใจคนฟังเสมอ รามินทร์เองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่โดนน้องมองออกทุกประการ

“ก็อาจจะใช่”เขายอมรับออกไปตามตรงด้วยเสียงที่เบาแทบจะพูดเพียงใช้ลมปากแต่มันก็ทำให้ปัญณพรคิ้วกระตุก ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ออกมาจากปากพี่ชาย

“อะไรนะ”

“ไม่มีอะไร ไปอ่านหนังสือไป”

“อ่านอะไร วันนี้ตอนเช้าอ่านไปแล้ว ฮันแน่ ไล่แบบนี้แสดงว่าใช่ ไม่ต้องห่วงนะคะปัทท์จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ รูดซิบปากสนิทด้วย...”มือเรียวแบมือขอแบงค์เทาจากพี่ชาย แต่สิ่งที่ได้ก็คือกำปั้นเขกหัวกลับไป ปัญณพรหัวเราะน้อย ๆ และยิ้มร่าเดินไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว อาหารเย็นหลากหลายสไตล์ถูกวางลงตรงหน้า ทุกคนเริ่มทานข้าวและพูดคุยกัน แต่ส่วนใหญ่คนที่จะชวนคุยคือปัญณพรและเรื่องที่คุยในวงสนทนาก็ไม่พ้นเรื่องละครสมัยก่อนอยู่ดี แถมยังมีป้าเล็กและหนูเล็กมาแจมเพิ่ม ส่วนรามินทร์ผู้ที่ไม่ค่อยได้ดูละครกับเขาก็ได้แต่นั่งทานข้าวและฟังสาว ๆ เขาคุยกันไป และงานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา ทุกคนทานข้าวเสร็จก็ต้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน ปัญณพรกลับห้องไปอ่านหนังสือเช่นเดิม รามินทร์และ

พราววลินกลับไปเคลียร์งานของตนต่อ

ตอนนี้หญิงสาวเริ่มพิมพ์ตอบกลับคนอื่น ๆ ตามปกติ แต่ก็ไม่รู้ว่าหลังจากที่เธอเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ข่าวจะเริ่มลุกฮือขึ้นอีกหรือเปล่า

แต่สายตาก็พลันไปเห็นกล่องข้อความปริศนาที่ส่งจากเพื่อนใหม่เข้ามา คิ้วสวยขมวดมอง นิ้วเรียวกำลังจะกดเปิดดู “จุ๊ จุ๊ จุ๊”

เสียงสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาท ทำให้คนที่นั่งอยู่รีบลุกขึ้นทันที ดวงตาหงส์มองซ้ายขวาด้วยความระมัดระวังแต่ก็มองไม่เห็นต้นเสียงเสียที จนกระทั่งเธอเห็นมันตกลงมาบนพื้นห้อง “ว้าย!”

พราววลินรีบเปิดประตูวิ่งออกมาจากห้องจนชนเข้ากับคนที่กำลังจะลงไปเอาไวน์แดงชั้นดีขึ้นมาดื่มบนห้องต่อ “คุณพราว เป็นอะไรไป”

“ม..มันมีจิ้กจกอยู่ในห้องฉัน!”เธอร้องเสียงหลงเกาะแขนเขาไว้ ด้วยความที่ตกใจ ทำให้เธอไม่ได้ป้องกันตัวมากเท่าที่ควร ชุดนอนสายเดี่ยวผ้าลินินสีดำมีลูกไม้รายล้อมรอบเนินอกอวบ อกนิ่มถูกสัมผัสเข้าที่ท่อนแขนแกร่งด้วยความไม่ได้ตั้งใจ ทำให้รามินทร์ชะงักไปครู่หนึ่งประจวบเหมาะกับที่เขาดื่มแอลกอฮอล์มาทำให้ต้องใช้เวลาประมวลผลสักเล็กน้อย

“นี่คุณเมาเหรอคะ”เหมือนว่าเธอจะรู้ตัว พราววลินผละตัวออกและเอียงคอถามแทน “เอ่อ..นิดหน่อยครับ เมื่อกี้คุณบอกว่ามีจิ้งจกเหรอ”

“ใช่ค่ะ ฉัน..ฉันกลัวจิ้งจกน่ะ ไม่อยากให้มันอยู่ในห้อง”เธอพูดอ้อมแอ้มในลำคอ ใจก็ไม่อยากจะยอมรับเท่าไรหรอกว่าตัวเองจะมีสิ่งที่กลัวจำพวกสัตว์ด้วย แต่พอมาเจอจริง ๆ ก็ไม่มีความอดทนมากพอที่จะอยู่ร่วมกับพวกมัน

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องและมองไปรอบ ๆ ตามที่พราววลินบอก แต่จิ้งจกที่หล่นลงมาเมื่อครู่กลับหายไปจากที่เดิม “ไม่เห็นมีเลย”

“มันมีจริง ๆ นะ”

“มันคงออกตามช่องหน้าต่างไปแล้ว คุณนอนเถอะ”

เมื่อไม่มีอะไรอยู่ด้านใน เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในนี้ต่อ เพราะหากใครในบ้านมาเห็นเข้า พราววลินจะเสียหายได้ แต่พอก้าวขาจะเดินออกไป เสียงของมันก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“กรี๊ด! คุณราม!”คราวนี้มันวิ่งเข้ามาราวกับว่าตกใจจนหาทางออกไม่เจอ

ทำให้พราววลินรีบวิ่งไปเกาะคนตัวสูงอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายไม่ได้ทันตั้งรับจึงพากันเสียหลักลงเตียงกันทั้งคู่ รามินทร์เป็นคนรองรับตัวของหญิงสาวเอาไว้ ทำให้เขาเผลอส่งเสียงในลำคอออกมาเสียเสียงดัง พราววลินลืมตาขึ้นมองหลังจากที่ทุกอย่างสงบลง เจ้าจิ้งจกวิ่งผ่านประตูออกไปด้านนอก ส่วนเจ้าของบ้านกับเจ้าของห้องตอนนี้กำลังแนบชิดกันอยู่

เธอยังอยู่บนตัวของเขา ความนุ่มนิ่มของเธอทำให้เขามึนหัวขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

แต่สมองก็ยังพยายามทำหน้าที่ของมัน ความเป็นผู้ชายกำลังต่อสู้กับตรรกะในสมอง

“คุณ..ช่วยออกไปจากตัวผมก่อนได้ไหม”

“ทำไมคะ? คุณรังเกียจฉันเหรอ”พราววลินเอียงคอมอง เธอไม่ได้รู้สึกเอียงอายอะไรเลยด้วยซ้ำที่นอนอยู่บนตัวเขาแบบนี้ แถมยังคิดอยากจะแกล้งเขาต่ออีก

“ผมไม่ได้รังเกียจ แต่ผมเป็นผู้ชายนะ”

“เป็นผู้ชายแล้วยังไงต่อคะ?”

“เป็นผู้ชายที่มีสัญชาตญาณความเป็นผู้ชาย ถ้าคุณยังไม่ลุกออกไปแล้วยังเอา..เอาหน้าอกถูกตัวผมอยู่แบบนี้ ความเป็นผู้ชายจะชนะตรรกะในสมองของผมแทน”คำเตือนที่ไม่มีคำหยาบโลนช่างเพราะเสนาะหูเธอจริง ๆ แต่บ้าจริง! นี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่กัน ใจเริ่มเต้นแปลก ๆ แบบนี้ ไม่ปลอดภัยกับความรู้เลยสักนิด

“แล้วผมเมาอยู่แบบนี้ คุณคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”

“ถ้าเป็นคนใจดีแบบคุณ ฉันยอมนะ”

“นี่คุณพราว...”

คนอายุมากกว่าเริ่มดุเด็กอีกครั้ง เธอเล่นแบบนี้แล้วเขาหายใจไม่ทั่วท้องเลยสักนิด นิ้วเรียวกรีดกรอบหน้าคมของหนุ่มลูกครึ่งสเปนไล่ลงมาจนถึงลำคอ ทำให้ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง แต่มันกลับทำให้แม่เสือสาวอย่างเธอสนุกขึ้นมาซะอย่างนั้น

“พอละ แค่นี้ดีกว่า”ทุกอย่างหยุดลงกลางอากาศ พราววลินยันกายสาวลุกขึ้นและผายมือเชิญให้เจ้าบ้านออกจากห้องนอนของตนเอง “ขอบคุณนะคะที่เข้ามาไล่จิ้งจกให้”

“ฝันดีค่ะ”

รามินทร์ส่ายหน้าและยิ้มน้อย ๆ ให้กับความแสบของอีกฝ่าย เขาลุกขึ้นและเดินออกไปที่หน้าประตูห้อง “ฝันดีครับ ตัวแสบ”

เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนเดินลงไปด้านล่าง เขาไม่สามารถเดินกลับเข้าห้องได้ในทันทีเพราะสิ่งที่เธอทำ ทำให้เขาแทบไม่มีสมาธิอยู่กับตัวเลย

ภาพที่เธอทำเมื่อครู่ยังวนอยู่ในหัวจนต้องส่ายศีรษะเบา ๆ มือหนาคว้าขวดและแก้วไวน์ขึ้นพร้อมกับเดินมานั่งที่โซฟา เขากระดกมันเข้าไปเพื่อให้ตัวเองเมาจนหลับไป

อย่างน้อยมันก็หลับอยู่ที่โซฟา ไม่ได้ไปทำอะไรใครที่ไหน แต่มันกลับติดตรงที่ว่าเขาเป็นพวกคอแข็งนี่สิ กว่าจะมึนจนหนังตาเริ่มปิดก็ดื่มไปจนหมดสองขวดเต็ม นายหัวหนุ่มเอนตัวลงนอนที่โซฟาทันทีแบบปิดสวิตซ์ตัวเองไปด้วยหัวอันหนักอึ้งเพราะแอลกอฮอล์ ขณะเดียวกันก็มีผ้าห่มผืนหนาคลุมตัวของเขาเอาไว้...เป็นผ้าห่มจากพราววลิน

ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มออกมา ดวงตาหงส์มองแก้มแดงระเรื่อของคนนอนอยู่ และมองไปที่ขวดไวน์สองขวดพร้อมกับแก้วใบงามก่อนจะคว้ามันไปทำความสะอาดให้

ขาเรียวก้าวเดินมาที่โซฟาและก้มลงกระซิบข้างหูด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง “ฝันดีนะคะ”

“พี่ราม”

....

รามินทร์ตื่นตั้งแต่เช้าด้วยความเพลียจากการดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณมาก แต่มันก็คุ้มกับการที่ได้ฝันว่าพราววลินเรียกเขาว่า ‘พี่ราม’

แต่นั่นคงเป็นได้แค่ความฝัน เพราะหญิงสาวปฏิเสธ ไม่เรียกเขาว่าพี่

“เมื่อคืนนอนสบายไหมคะ”รามินทร์หันตามต้นเสียง ดวงตาคมมองหญิงสาวที่อยู่ในชุดออกกำลังกาย เขาส่ายหัวเบา ๆ ให้ตัวเองปรับโฟกัสมากขึ้นก่อนตอบเธอ

“ก็..สบายดีนะครับ โซฟาบ้านผมนุ่มทุกตัว”

“ก็คงจะใช่ แต่เจ้าของบ้านตัวทื่อไปหน่อยนะคะ”ไม่วายเธอพูดทิ้งท้ายไว้

ร่างสมบูรณ์แบบที่ผ่านการดูแลมาอย่างดีเดินกลับขึ้นไปด้านบน ปล่อยให้อีกคนนั่งมองตามไป ผู้หญิงอะไร แซวเก่งจริง ๆ

“นายหัว นั่งยิ้มอะไรอยู่คนเดียวคะนี่ เมื่อคืนกลับบ้านดึกเหรอคะ”แต่เสียงของป้าเล็กก็ดังขัดจังหวะ ทำรอยยิ้มให้กลายเป็นเหวอไป

“ดูสิดู กลิ่นเหล้าแร๊งแรง ไอ้ไข่นุ้ยพาไปไหนมาคะ”

“ไม่ได้ไปไหนสักหน่อยครับ ผมก็ดื่มอยู่ในบ้านเนี่ยแหละ”เขาแก้ต่าง ป้าเล็กก็พยักหน้าให้แต่ครู่หนึ่งก็เดินเข้ามานั่งลงที่โซฟาก่อนจะทำท่ากระซิบ

“เมื่อเช้าป้าไปตลาดมา ได้ยินข่าวของคุณพราวเธอด้วยนะคะ”

“ข่าว? ข่าวอะไรเหรอครับ?”

“ก็ข่าวลือเรื่องแฟนเก่าเธอน่ะสิคะ เห็นว่าโดนพักงานตั้งสามเดือน มือที่สามก็ด้วย แต่สมควรแล้วล่ะ แรงได้อก[1]!”หล่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสะใจ ถึงแม้ว่าพราววลินเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ แต่เรื่องที่หญิงสาวเจอ มันก็ไม่ใช่ว่าจะลืมได้ง่าย ๆ แถมในตอนว่าง ๆ บางครั้งก็แอบเห็นเธอเหม่อมองสิ่งรอบตัวอย่างไร้จุดหมายอีกด้วย ผู้ชายกับผู้หญิงพรรค์นี้ไม่เคยมีแม้แต่ยางอาย ต่อให้มีกฏหมายก็เอาไม่อยู่ ต้องเจอแบบนี้แหละถูกแล้ว แต่หล่อนก็ว่ามันยังน้อยเกินไป น่าจะโดนไล่ออกกันทั้งคู่เลยดีกว่า

“ผมพอจะรู้แล้วล่ะครับ”รามินทร์เองก็ยิ้มตอบ เรื่องนี้เขารู้ตั้งแต่ข่าวออกมาแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงจะแปลกใจมากกว่านี้ที่เจอหมอภูภูมิบุกเข้ามาทำอะไรมิดีมิร้ายพราววลินถึงสถานที่ส่วนตัว ปกติแล้วคนแบบนั้นน่าจะมีวิธีการที่ดีกว่านี้ แต่เขาคงประเมินความคิดความอ่านของอีกฝ่ายมากเกินไป ภูภูมิที่เขาเห็นวันนั้นเหมือนจะขาดสติไปแล้วมากกว่า

“แล้วเรื่องนี้คุณพราวเธอรู้ไหมคะเนี่ย เธอจะสงสารหรือเปล่า”หล่อนถามต่อ

“ไม่รู้สิครับ ผมไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้นะครับป้าเล็ก ถ้าคุณพราวเธอจะใจอ่อนกลับไป ผมก็ห้ามอะไรเธอไม่ได้”

“โอ๊ยนายหัว จะมาเป็นผู้ยงผู้ใหญ่อะไรตอนนี้ ห้ามสักนิดก็ดีนะคะ คุณพราวเธอออกจะเหมาะสมกับนายหัวจะตายไป นายแม่ก็ออกจะปลื้ม”ป้าเล็กทำทีเป็นยุยงคนที่เพิ่งตื่น เพราะนิรดาหรือนายแม่นิรดานั้นอยากให้นายหัวรามินทร์แต่งงานเสียวันนี้ วันพรุ่งนี้เลย

แต่ติดตรงที่ว่า ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหลีกเลี่ยงทุกทาง จนตอนนี้กลายเป็นหูทวนลมแทนเวลานิรดาพูดถึงเรื่องแต่งงาน

ถ้านายแม่นิรดาได้มาเห็นว่าลูกชายพาผู้หญิงเข้ามาอยู่ในบ้าน และเป็นคนที่สนิทชิดเชื้อมาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วคงจะดีใจมากกว่าตกใจเสียด้วยซ้ำ

....

หนูเล็ก ปัทท์แต่งตัวเสร็จหรือยัง เดี๋ยวก็ไปดูหนังตะลุงไม่ทันพอดี

แขนแกร่งมีกล้ามเนื้อเป็นมัดยกขึ้นมองเข็มเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่ม ใกล้เวลาที่หนังตะลุงจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่น้องสาวตัวดีก็ยังไม่ออกมาจากห้องเสียที

“มาแล้ว ๆ มาแล้วค่า ปัทท์แค่ให้พี่พราวแต่งหน้าให้แป๊บเดียวเอง บ่นอีกและ”เสียงบ่นยังไม่ทันจาง ปัญณพรก็เอ่ยแทรกเข้ามา เด็กสาวอยู่ในชุดผ้าถุงและเสื้อคอจีนสีฟ้าทั้งตัวพร้อมกับเกล้าผมขึ้นเป็นทรงดังโงะปล่อยปอยผมลงทั้งสองข้างพร้อมกับปักปิ่นที่

รามินทร์เคยซื้อมาฝากจากเชียงใหม่ “สวยม้ะ”น้องสาวเดินเข้ามาหาพี่ชายและยื่นใบหน้าเข้าไปให้เขาดู “ไม่สวย”

“เห้ย! แต่งตั้งนาน ไม่สวยได้ไง นี่ฝีมือดาราระดับประเทศเลยนะคะนายหัวราม”

รามินทร์หัวเราะน้อย ๆ กับท่าทีของน้องสาว สุดท้ายเขาก็ตอบกลับไปตามความจริงว่า น้องสาวของเขานั้นสวยมาก แต่สายตาของเขากลับไม่ได้มองไปที่ปัญณพรเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมยังมองไปรอบ ๆ ราวกับว่ากำลังหาใครบางคนอยู่

ใครบางคนที่ปัญณพรก็รู้ว่าเป็นใคร

“พี่พราวพร้อมหรือยังคะ ชักช้าเดี๋ยวคนแก่แถวนี้บ่นเอาน้า”

“ยายปัทท์ พี่ยังไม่ได้บ่นเลย”ชายหนุ่มรีบตอบกลับ ทันใดนั้นหญิงสาวก็เดินเข้ามาให้เขาชะงักไป พราววลินอยู่ในชุดผ้าถุงแบบเดียวกับปัญณพรแต่เป็นสีชมพูอ่อน ซึ่งมันก็เข้ากับผิวขาว ๆ ของเธอมาก ผมยาวสลวยเองก็ถูกทำให้เป็นเป็นลอนใหญ่ ข้างขวามีดอกไม้ทัดหูเอาไว้ ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนให้ดูเด็กลง

เธอทำให้เขาตกอยู่ในห้วงภวังค์อีกครั้ง

แต่คราวนี้เหมือนว่าเธอจะรู้ตัวว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขานิ่งค้างไป

ไม่สิ ไม่ใช่แค่เธอ ทั้งปัญณพร ทั้งหนูเล็กก็เข้าใจในแบบเดียวกัน

“อะแฮ่ม! ตาหวานเป็นน้ำเชื่อมแล้วค้า”เด็กสาวพูดแซวขัดจังหวะ นายหัวราม

ผู้สุขุมและเป็นผู้ใหญ่ บัดนี้ได้เสียอาการให้กับหงส์ผู้งดงามตรงหน้าเสียแล้ว

“ขอโทษนะคะ พอดีพราวเช็คปลั๊กไฟในห้องอยู่ ไม่อยากถอดทิ้งไว้น่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ...งั้นเราไปกันเลยดีกว่า”

รามินทร์ผายมือให้อย่างสุภาพบุรุษ ปล่อยให้ปัญณพรและหนูเล็กพากันยิ้มกริ่มและผายมือให้พราววลินเดินไปก่อนตนเองเช่นกัน เพราะเด็กสาวและพี่เลี้ยงได้วางแผนไว้ให้นายหัวหนุ่มตัวติดกับพราววลิน จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นกามเทพสื่อรักให้กับชายหญิงคู่นี้

….

นายหัวรามพาสามสาวมาที่ลานเล่นหนังตะลุงของชาวบ้าน บริเวณรอบ ๆ ยังคงใกล้กับทะเลจึงทำให้ได้ยินเสียงคลื่นดังมาเล็กน้อย บรรยากาศแสงไฟจากคบเพลิงที่ถูกปักเรียงกันไปจนสุดหาด

“พี่พราวนั่งข้างพี่รามเลยค่ะ เดี๋ยวไปนั่งริมกับพี่หนูเล็ก พอดีปัทท์ชอบเดินออกไปซื้อของกินบ่อย”ปัญณพรจัดที่นั่งให้รามินทร์และพราววลินได้นั่งข้างกันเสร็จสรรพ ส่วนเธอและหนูเล็กก็นั่งข้างหญิงสาวต่อพร้อมกับถือถุงลูกชิ้นปิ้งกับแก้วน้ำอัดลมที่แวะซื้อร้านเมื่อครู่ไว้ในมือ “แถวนี้เป็นชนบท ไม่ใช่ในเมืองที่จะมีใครสนใจดาราหรอก”

“เพราะงั้นคุณพราวทำตัวตามสบายเถอะครับ”และเหมือนว่ารามินทร์จะรู้สึกได้ว่าพราววลินจะระแวดระวังเป็นพิเศษ เขาจึงเอ่ยออกมาพร้อมกับยื่นน้ำเปล่าเย็น ๆ ให้กับเธอ

เสียงดนตรีและเสียงคนพากย์ดังขึ้น ชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างพากันนั่งดูหนังตะลุงด้วยความสนุกสนาน พราววลินเองก็เช่นกัน เธอได้มองดูสิ่งที่คนทั่วไปบอกว่ามันสนุกแบบที่เป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ ไม่ได้อยู่ในฉากหรือในกองละครเหมือนอย่างทุกครั้ง

และแววตาที่ส่องประกายของเธอกลับทำให้ใครบางคนเพิ่งรู้ตัวว่า ตนกำลังตกหลุมรักคนข้าง ๆ ไปแล้ว ไม่...คงจะตกหลุมรักมาตั้งนานแล้ว

หัวใจมักไวกว่าสมอง มือแกร่งค่อย ๆ ขยับเข้าไปสัมผัสกับมือเรียว ทำให้คนที่กำลังมองไปข้างหน้ารู้ตัว แต่แทนที่เธอจะขยับมือออก เธอกลับตอบรับสัมผัสของเขาด้วยตนเอง

มือทั้งสองเริ่มเกาะกุมตามความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ

สำหรับเขา เธอเป็นดาวที่อยู่ในจักรวาล เป็นดาวที่อยู่เหนือทุกอย่างรวมถึง

ดวงอาทิตย์ เธอเป็นดาวที่ไม่รู้ว่าอีกกี่หมื่นกี่ล้านปี เขาจะเอื้อมถึง 

สำหรับเธอ เขาเป็นดวงอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่น เป็นดวงอาทิตย์ที่เป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง เขาเป็นศูนย์กลางจักรวาล ที่ถึงแม้จะเห็นตำแหน่งที่อยู่ชัดเจน ก็ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้เขาได้

แต่นั่นเป็นแค่สิ่งที่ติดอยู่ในสมอง หากใจสองดวงเริ่มโคจรใกล้กันแล้ว ไม่ว่าหญิงสาวจะเป็นดวงดาวที่ไม่มีวันเอื้อมถึง หรือชายหนุ่มจะเป็นดวงอาทิตย์ที่ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้ สุดท้ายความรักก็จะนำพาให้ทุกเหตุผลหายไปเอง

เป็นยังไงบ้างครับ วันนี้สนุกหรือเปล่า?”หลังจากกลับมาถึงบ้าน

ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับเข้าห้องของตนเอง แต่เจ้าบ้านและคนอาศัยยังคงเดินเล่นอยู่ริมหาดด้านนอก

พราววลินที่เดินอยู่ก่อนแล้ว หันมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาหาเธอ

“แล้วคุณเห็นว่าฉันสนุกหรือเปล่าล่ะคะ”เธอยิ้มถามอย่างทะเล้น เหมือนเด็กชอบกวนประสาทผู้ใหญ่ แต่ก็นะ เธอเด็กกว่าเขาตั้งสิบกว่าปี แม้เธอจะอายุใกล้เข้าเลขสามแล้ว

เธอก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ดี

เขาจะรู้ไหมว่าเธอจะไม่ทำทะเล้นกับใครที่ไหน หากเธอไม่ได้รู้สึกสบายใจกับคน ๆ นั้นจริง ๆ และเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น...คนหนึ่งในที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ

“อืม..ถ้าให้ผมตอบ ผมว่าวันนี้คุณสนุกที่สุดเลยล่ะ”

“เหรอคะ ไม่เห็นจะรู้ตัวเลย”

“คุณนี่ช่างสังเกตดีจังเลยนะคะ”

“ไม่ได้สังเกตอะไรสักหน่อย แค่...”

“แค่..?”หญิงสาวเดินขยับเข้ามาใกล้และเอียงคอมองคนตรงหน้าก่อนเอื้อมเอาแขนมาคล้องคอเขาเอาไว้ ทำเอาชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลาย หายใจไม่ทั่วท้อง

“คุณดูแลผู้หญิงดีแบบนี้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณไม่เคยมีแฟนมาก่อน”

“ฉันไม่เชื่อว่าจะไม่มีใครตกหลุมรักคุณ และไม่เชื่อว่าคุณจะไม่เคยตกหลุมรักใคร”

“เพราะผมดูแลผู้หญิงดี? แค่นี้เลยเหรอ?”

“ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอกค่ะ ภายนอกคุณก็ดูดี ภาพลักษณ์ การศึกษา คำพูด

ทุกอย่างคุณดูดีไปหมด ถ้าเป็นในละคร คุณก็คงไม่ต่างจากพระรองที่นางเอกไม่เลือก”

“แล้วถ้าเป็นคุณ คุณก็จะไม่เลือกพระรองอย่างผมด้วยใช่ไหม”คำถามของเขาทำให้เธอหัวเราะน้อย ๆ ออกมา มือเรียวยกมือทั้งสองข้างของเขามาจับที่สะโพกของตนเองและพาเขาขยับไปมาเหมือนการเต้นรำแบบหนึ่งที่คู่รักนิยมทำกัน

“เสียใจด้วยนะคะ พอดีฉันไม่ใช่นางเอก”

“เต้นรำกันเถอะ”

[1] สะใจ, สะใจจริง ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 12 รักแท้ต้องใช้เวลา

    ตอนที่ 12รักแท้ต้องใช้เวลาพราววลินหันกลับไปมองคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ดวงตาหงส์มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า รุ้งแก้วปรับการแต่งตัวใหม่ เธอใส่ชุดคลุมท้องกระโปรงยาวและรองเท้าคัชชูไม่มีส้นแทน ต่างจากพราววลินที่ยังแต่งตัวด้วยชุดสวย ๆ และรองเท้าส้นสูงดูสง่าและอีกคนที่เธอเจอคือภูภูมิ ซึ่งเดินเลือกของใช้เด็กทารกอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธอและรุ้งแก้วยืนอยู่เท่าใดนักให้ตายเถอะ ห้างสรรพสินค้าก็ออกจะเยอะแยะ ทำไมเธอต้องมาบังเอิญเจอกับสองคนนี้ด้วย เสียอารมณ์เป็นบ้าเลย“พี่พราว”พราววลินไม่ได้สนใจฟังเสียงของรุ้งแก้วที่เรียกเธอ หญิงสาวทำหูทวนลมและเลือกดูขวดนมที่ดีที่สุดให้กับลูกชายของณิชชยา จนกระทั่งภูภูมิหันมาเจอเธอเข้าพอดี ด้วยความอาลัยรักที่มีต่อพราววลิน ทำให้ชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาใกล้ แต่ดันถูกรุ้งแก้วส่งสายตาไม่พอใจไปให้เสียก่อน“พี่พราวมาเลือกดูของใช้เด็กไปให้ใครเหรอคะ”“หรือว่าเอาไปใช้เอง”“...”“พราวเป็นยังไงบ้าง พี่เห็นพราวไปทำบุญกับคุณแม่มา”“...”“พี่พราวก็น่าจะมีความสุขดีนั่นแหละค่ะ เขาไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเหมือนเราสองคน”ไม่วายเอ่ยปากแขวะพี่สาวคนโตของตระกูล แต่กลับกันหลายคำที่พ่นใส่พราววลิน

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 11 รู้สึกจี๊ดในใจ

    ตอนที่ 11รู้สึกจี๊ดในใจวันต่อมาพราววลินได้พารามินทร์มาที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสุดโปรดของเธอ เธอจัดการเลือกชุดกระโปรงและชุดน่ารักเหมาะกับวัยให้กับปัญณพรอยู่หลายชุด แถมยังเลือกเผื่อตัวเองไปอีกสองสามตัว “ทั้งหมดสองหมื่นสามพันสี่ร้อยสิบหกค่ะ”“นี่ครับ”“เดี๋ยวค่ะ ชุดฉันต้องคิดแยกนะคะ”“ไม่เป็นไรครับ ใช้บัตรนี้แหละ”รามินทร์ยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานอีกครั้ง ทำเอาพนักงานแคชเชียร์ที่รู้จักพราววลินอยู่แล้วยืนมองตาค้างว่า นี่น่ะหรือ ผู้ชายปริศนาที่เป็นข่าวกับดาราสาวตรงหน้า สายเปย์เสียไม่มี“คุณเอาเลขบัญชีมาด้วยนะคะ ฉันจะได้โอนคืน”ออกจากร้านมา เธอก็สะกิดเขาหยิก ๆ แต่เขากลับไม่ฟังเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังเข้าร้านรองเท้าผู้หญิงต่อด้วย“เลือกช่วยผมอีกหน่อยสิครับ”“คุณได้ฟังที่ฉันพูดบ้างไหมคะเนี่ย”“ผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย พูดใหม่สิครับ”ด้วยความสูงที่ต่างกันมากทำให้เขาต้องโน้มตัวก้มลงมาฟังเธอ นี่เขาจะล้อว่าเธอเตี้ยหรือไง“ฉันบอกว่าให้เอาเลขบัญชีมา จะโอนเงินค่าชุดคืน”“โอ๊ย ไม่ได้ยินเลย ก้มตัวนานปวดคอแล้วเนี่ย”เขาทำท่าไม่รู้ไม่ชี้และก่อนที่เธอจะเหวอ ก็มีพนักงานเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม หญิงสา

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 10 ท่ามกลางแสงอุ่น

    ตอนที่ 10ท่ามกลางแสงอุ่น“คิด”“คิด? คิดอะไร อย่ามาพูดมั่วนะ”“ก็คุณถามว่าคิดหรือเปล่า ผมก็ตอบว่าคิด ผมไม่ได้พูดมั่ว ๆ สักหน่อย”พราววลินเม้มปาก ตอนนี้เธอรู้สึกหูแดงหน้าแดง พยายามไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา แต่มันช่างดูโก๊ะในสายตาของเขาเสียจริงนี่เพิ่งเคยเห็นคนอย่างพราววลินมีท่าทีแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย“เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ”มือหนายกมือลูบหัวโดยที่เธอไม่ได้ทันตั้งตัว แสงอุ่นจากดวงไฟที่ส่องตามทางทำให้เธอเผลอยอมรับกับตัวเองว่าตกหลุมรักเขาเข้าจริง ๆ แล้ว“ไม่ ๆ ! พราวไม่! คุณเอามือออกจากหัวพราวเลยนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าพร้อมกับดึงมือเขาออกและรีบเดินนำหน้ากลับไปที่ห้องพัก โดยมีเสียงหัวเราะน้อย ๆ ของรามินทร์ตามหลังมาทั้งสองคนนั่งทานอาหารมื้อดึกกันอยู่ที่ริมระเบียงห้อง เห็นวิววัดวาอารามกับงานเทศกาลที่เพิ่งเริ่มจัดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา“เห็นว่างานจะจัดก่อนวันจริงสองวัน ผมว่ามารอบนี้มันก็คุ้มดีนะ คุณเที่ยวได้จุใจเลย”เขานั่งพิงพนักพิงมองคนที่กำลังทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยจนเธอรู้ตัววางช้อนลง“ไม่ทานต่อเหรอครับ?”“ก็คุณนั่งมองหน้าฉัน ฉันจะทานลงได้ยังไงล่ะคะ คุณนั่นแหละ ทำไ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 9 เที่ยว

    ตอนที่ 9เที่ยว“ก็รอมาตั้งนานแล้ว ทำไมแค่นี้จะรอต่อไปไม่ได้”ประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของพราววลิน หลังจากที่ไฟกลับมาเป็นปกติแล้ว เธอก็ขอตัวกลับห้องของตนเองทันที แต่ก็ยังคงเดินไปเดินมาจนป่านนี้ก็ยังไม่หลับไม่นอน“โอ๊ย! พราว! แกเป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย ตื่น ๆ อย่าหลงกลคำพูดพวกนั้น”มือเรียวตบหน้าตัวเองเบา ๆ เรียกสติ แต่เธอก็พูดแบบนี้อยู่เป็นสิบครั้ง ไม่เห็นว่ามันจะได้ผลสักครั้งเธอเกลียดตัวเองที่สุดเลยเขาทำดีด้วยแค่นี้ก็หวั่นไหวซะแล้ว“นี่ใจหรือกระดาษเนี่ย บางเก่งจริง ๆ เลย”ตึก ตึก ตึก ตึก...เสียงใจยิ่งตอกย้ำ หญิงสาวยกมือขึ้นกุมกลางใจ แม้ว่าเธอจะจำหลาย ๆ สิ่งเกี่ยวกับเขาไม่ได้ แต่สัญชาตญาณความผูกพันบางอย่างก็เริ่มทำงานพราววลินเดินมาที่ตู้หนังสือ กล่องไม้สีอ่อนถูกจับออกมา กล่องไม้กล่องนี้คือกล่องเก็บความทรงจำใบเดียวที่เธอมีและไม่เคยเปิดมันขึ้นมาอีก มือเรียวเปิดฝากล่องออก มงกุฏดอกไม้ที่แห้งจนกรอบไปแล้วยังคงอยู่ในนั้นพร้อมกับอัลบั้มรูปภาพปกขาวนิ้วแตะสัมผัสกับมงกุฏขนาดเท่าศีรษะในตอนเด็กก่อนจะค่อย ๆ ยกมันมาวางบนเตียงอย่างเบามือและหยิบอัลบั้มรูปเก่าเก็บออกมาเสียงซองรูปค่อย ๆ ดังขึ้นเบ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 8 สั่นไหว

    ตอนที่ 8สั่นไหวกรุงเทพมหานครพราววลินรีบสับเท้าเดินเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างรีบร้อน โดยที่เธอไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่กำลังมองดูหรือถ่ายคลิปเธออยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลวงตาปราบปริญที่กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่ตอนนี้“แม่คะ พี”“พราว”บุษบาลุกขึ้นยืนและรีบเดินเข้าไปกอดลูกสาว สักครู่หนึ่งรามินทร์ก็เดินตามเข้ามาที่ทำแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต เพราะดูจากท่าทางแล้ว ข่าวของเธอคงยังไม่ได้ซาไปมากนัก หากมีข่าวว่าเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับผู้ชายที่ไหน พราววลินจะถูกครหาจากคนนอกได้“คุณราม”“สวัสดีครับคุณน้า”“หลวงตาเป็นยังไงบ้างคะแม่”“ยังทรง ๆ ตัวอยู่ แม่ใจไม่ดีเลยพราว”“แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ พราวจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหลวงตาเองค่ะ”“แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกลำบาก”“แม่ แม่ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ เรื่องเจ็บเรื่องป่วย ยังไงเราทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลอยู่แล้ว”เธอกอดปลอบมารดาอีกครั้ง เวลานี้คนที่มีสติที่สุดในครอบครัวคงจะมี แค่พราววลินเท่านั้นหญิงสาวผละออกจากมารดา เธอเดินเข้าไปหาหลวงตาปราบปริญและยืนอยู่ในระยะที่เหมาะสม “หลวงตาคะ”เสียงของหลานสาวดังขึ้นข้างหู หลวงตาปราบปริญลื

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 7 ดาว

    ตอนที่ 7ดาวขาเริ่มขยับตามจังหวะในหัวใจ คนสองคนเต้นรำกันใต้แสงจันทร์ ช้า..เนิบ ราวกับอยากหยุดเวลาไว้ ณ ที่ตรงนี้ แววตาแพรวพราวของหญิงสาวบอกได้เพียงว่าเธอกำลังรู้สึกสบายใจ ไม่ได้บอกถึงความรู้สึกภายในใจที่ยังหลับอยู่ แต่กลับกันสายตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับครั้งที่เธอเจอคนรักเก่าเป็นครั้งแรก แต่พอคิดไป ความรู้สึกอบอุ่นมันหายไปนานมากแล้ว เธอไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน หายไปได้ยังไง แต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง จากคนที่บังเอิญเจอกัน จากคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธออบอุ่น แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของอารมณ์อะไรอารมณ์หลง อารมณ์ใคร่ อารมณ์รัก อารมณ์ห่วงใยต่อให้เธอจะเป็นคนเก่งแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถแยกอารมณ์เหล่านี้ออกจากกันได้ สายตาของเขาอาจจะมีทุกอารมณ์อยู่ในนี้ก็เป็นได้แต่บางทีมันอาจจะเป็นแค่อารมณ์หลง เขาอาจจะกำลังหลงรูปภายนอกของเธอ“พราวเหนื่อยแล้วค่ะ”ขาเรียวหยุดกึ่ก เธอละมือลงจากไหล่กว้างของอีกฝ่าย ความไม่มั่นคงในจิตใจทำให้เธอตัดสินใจบอกฝันดีเขาและหันหลังกลับเข้าบ้านไป ปล่อยให้อีกคนมองตามหลังเข้าไปด้วยความไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง แต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status