Share

กลที่ 9

last update Last Updated: 2025-12-08 20:19:06

พ่อเลี้ยงหนุ่มหันไปมองชายป่าตรงนั้นหน้าเครียด ดูเหมือนจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นในพื้นที่ของเขาแล้วสิ เขาไม่อยากคิดอะไรอีก จึงตัดสินใจพาชญานินกลับไปด้วยกันก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

พอเตชทัตอุ้มคนขึ้นมาแล้วหมุนตัวกลับไปเห็นม้าตัวโปรด เขาพลันชะงัก ให้คนเจ็บขี่ม้ากลับไปกับเขาคงไม่ดีนัก แม้จะไม่มีอะไรหักงอให้เห็น แต่ไม่รู้ข้างในจะบอบช้ำแค่ไหน คิดไปคิดมา เขาก็ค่อยๆ นั่งลงประคองร่างบางไว้บนตัก หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาต่อสายเรียกคนสนิทให้เอารถมารับด่วนและสั่งให้เตรียมหมอไว้รอด้วย

ไม่กี่นาทีจากนั้น พันรบบึ่งรถกระบะคันใหญ่มาเลย พอมองเห็นเจ้านายกอดประคองผู้หญิงคนหนึ่งไว้บนตัก เขาก็เบิกตากว้าง กำลังจะลงจากรถไปหา เจ้านายก็ตะโกนบอกไม่ให้ลงก่อน

“รีบกลับไปที่เรือนหมอเลย” เตชทัตบอกเร็วๆ หลังอุ้มชญานินมานั่งในแคปหลังแล้ว ระหว่างพันรบเลี้ยวรถกลับ เขาก็เป่านิ้วส่งสัญญาณบอกให้เจ้าสายลมวิ่งตามมาเอง

สีหน้าจริงจังของเจ้านายทำให้พันรบไม่กล้าถามมาก เขารีบขับรถตรงไปยังเรือนหมอ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยปู่ของเตชทัตยังอยู่ เรือนหมอนี้มีหมอหนึ่งคน ผู้ช่วยสองคน เวลาคนงานในไร่ไม่สบายหรือเกิดอุบัติเหตุตอนทำงานก็มารักษาที่นี่

พอรถแล่นไปจอดหน้าเรือนหมอ เตชทัตแทบจะเปิดประตูอุ้มคนเจ็บพุ่งลงไปเลย เขาก้าวเร็วๆ เข้าห้องฉุกเฉินที่สั่งให้เตรียมไว้ทันที นั่นยิ่งทำให้พันรนสงสัยใคร่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมเจ้านายเขาถึงร้อนรนกับการบาดเจ็บของเธอขนาดนี้

ที่สำคัญ เธอโผล่มาจากไหน?

“เธอเป็นไงบ้างหมอ” เตชทัตลุกขึ้นถามทันทีที่เห็นหมอหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้นๆ ประจำเรือนหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความกังวลโดยไม่รู้ตัว

“โชคดีที่อาการไม่หนักครับ แผลบนศีรษะไม่ลึกจนต้องเย็บ แขนซ้ายกระดูกร้าว ข้อเท้าพลิก อื่นๆ ก็ฟกช้ำตามตัว ไม่กี่วันก็หาย แต่จะให้ดีพ่อเลี้ยงควรพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอีกทีนะครับ”

เตชทัตพยักหน้า ก่อนถามต่อ “นานแค่ไหน เธอถึงจะฟื้น”

“ช่วงเที่ยงก็น่าจะรู้สึกตัวแล้วนะครับ”

ได้ยินอย่างนั้นเขาก็วางใจ โบกมือให้หมอไปพัก แล้วเดินไปหยุดมองคนบนเตียงผู้ป่วยคนเดียวของเรือนหมอเงียบๆ

ชญานินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนบ่าย ด้วยยังมึนๆ จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เลยเผลอลุกขึ้นนั่ง ผลคือเจ็บแปลบไปหมด ทรมานจนหลุดครางออกมาเสียงแผ่ว ต้องข่มใจนอนนิ่งๆ อยู่สักพัก ความเจ็บปวดถึงทุเลาลง

ดวงตาที่มีน้ำเอ่อคลอกะพริบมองรอบตัวอย่างสับสน ห้องสะอาดกับม่านสีฟ้าที่รวบเก็บไว้ด้านข้างแบบนี้ไม่คุ้นตาเลยสักนิด

เธออยู่ที่ไหน?

พอถามตัวเองแบบนี้ ภาพมากมายก็ผุดขึ้นมาในหัว ชญานินต้องตั้งสติอยู่นาน กว่าจะจับภาพเหล่านั้นมาปะติดปะต่อจนจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองก่อนจะหมดสติ

พวกเธอถูกไล่ล่า!

“ตื่นแล้วเหรอ”

ร่างบางสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองคนเดินมาถามแบบเงียบๆ พอเห็นเป็นผู้ชายแปลกหน้าก็ถดตัวหนีอย่างไม่ไว้ใจ ไม่ทันระวังแขนซ้ายที่บาดเจ็บอยู่ แค่สะเทือนนิดเดียวแต่ปวดจนหน้าเหยเก เมื่อก้มดูก็พบว่าแขนตนใส่เฝือกอ่อนอยู่ แถมตอนนี้เธอยังใส่เสื้อผ้าของใครไม่รู้

“เจ็บมากหรือเปล่า รู้สึกยังไงบ้าง”

ชญานินไม่ตอบ เอาแต่มองผู้ชายหน้าเข้ม หนวดเคราขึ้นครึ้ม เขาดูคุ้นหน้า แต่เธอนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน พอเชสก้าวมาถามใกล้ๆ เธอจึงรีบยกมือข้างที่ไม่เจ็บขึ้นห้าม “อย่าเข้ามานะ!” ทั้งห้ามทั้งเหลียวซ้ายแลขวา “ที่นี่คือที่ไหนกัน แล้วคุณเป็นใคร ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

“ผมเป็นเจ้าของที่นี่” เตชทัตตอบเสียงเรียบ นึกแปลกใจที่ชญานินแสดงออกเหมือนจำเขาไม่ได้ เพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อน เธอไม่น่าจะลืมไวขนาดนั้น เขาเดินไปพิงกรอบหน้าต่างพูดกับเธอ “ส่วนเรื่องที่คุณมายังไง ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน”

“จับฉันมาเองแล้วจะมาตีมึนทำไม ต้องการอะไรก็พูดมา!”

“จับคุณมา?” คิ้วเข้มขมวดเป็นปมทันที “ทำไมถึงคิดว่าผมจับคุณมาที่นี่ล่ะ เกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่”

“คิดจะหลอกใครกัน!” ชญานินเห็นอีกฝ่ายตีหน้าซื่อยิ่งรู้สึกเดือดปุดๆ “ไล่ยิงจนฉันกลิ้งตกเขาแล้วจับตัวมาขนาดนี้ ยังมีหน้ามาทำไม่รู้ไม่ชี้อีก ไม่มีอะไรจะทำแล้วเหรอ!”

“ผมไม่ได้ไล่ยิงและจับคุณมา อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น”

“พูดไปใครจะเชื่อ ฉันเป็นคนถูกไล่ยิงนะ พอฟื้นมาอีกทีก็โผล่มาอยู่ที่นี่ จะบอกว่าคุณไม่เกี่ยวงั้นเหรอ เชื่อก็โง่แล้ว”

เตชทัตฟังแล้วคิ้วกระตุก ถ้าเขาไม่พาเธอกลับมาที่นี่ ป่านนี้เธอคงนอนอืดอยู่ตีนเขาแน่ แม้จะไม่พอใจกับท่าทีของชญานินเท่าไร แต่เรื่องที่ได้รู้จากเธอก็ทำให้เขาข่มความรู้สึกนั้นไว้ ถามเข้าเรื่องสำคัญ “นี่คุณจำผมไม่ได้เหรอ?”

ชญานินชะงักมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้า

“เราเคยเจอกันข้างถนนวันนั้นไง”

“ข้างถนน...” เธอกุมหัวนึกอยู่ไม่นานก็เบิกตากว้าง ด้วยจำได้แล้วว่าคนตรงหน้าคือใคร “คุณนั่นเอง!”

อีตานี่ก็คือพ่อเลี้ยงที่มาช่วยพวกเธอจากวายุ

เขาคือคนที่ยิงเฉียดหูเธอไปนั่นไง!

เตชทัตมองอาการนั้นของชญานินแล้วถอนหายใจดัง บอกกับเธอว่า “ที่นี่เป็นเรือนหมอในไร่ของผมเอง เมื่อเช้าผมไปตรวจที่ท้ายไร่ แล้วเจอคุณนอนสลบอยู่ เลยพากลับมารักษาที่นี่ ให้แม่บ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ผมเป็นคนช่วยคุณไว้ ไม่ใช่คนที่จับตัวคุณมา”

“...” ชญานินนิ่งอึ้งไปเลย สักพักก็เม้มปากถาม “คุณมีหลักฐานมายืนยันไหมล่ะ ว่าไม่ใช่พวกเดียวกันกับพวกที่ตามไล่ล่าฉันน่ะ” เธอยังไม่เชื่อเขาง่ายๆ หรอกนะ ถึงพิชานันท์จะรู้จักเขาดี แต่เธอไม่รู้จักด้วยนี่!

พอนึกถึงพิชานันท์ขึ้นมา ชญานินก็ทำตาโต

“ขิงล่ะ! คุณเอาขิงไปไว้ที่ไหน!”

“ผมจะไปรู้ได้ไง ว่าขิงหอมอยู่ที่ไหน ตอนผมไปเจอคุณ ก็เห็นสลบอยู่คนเดียว”

“คนเดียว...” หญิงสาวใจหายวาบ ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้วพลันซีดเผือดลงไปอีก เมื่อคิดว่าตอนนี้พิชานันท์อาจถูกพวกมันจับตัวไปแล้ว

พ่อเลี้ยงหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็นิ่วหน้าเดินเข้าไปถามใกล้ๆ “ไหวไหมคุณ หมอบอกว่าคุณหัวแตกนิดหน่อย กระดูกแขนซ้ายร้าว ต้องเข้าเฝือกไว้ ข้อเท้าก็พลิก ยังมีฟกช้ำไปทั้งตัว นอกนั้นไม่มีอะไรน่าห่วง ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง เจ็บตรงอื่นอีกไหม”

“ปวดค่ะ มันปวดไปทั้งตัวเลย” ตอบเสียงค่อยแล้วเธอก็ช้อนตามองคนเดินมายืนอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาครุ่นคิด ถ้าเขาเป็นคนร้ายจริง คงไม่ดูแลเธอดีขนาดนี้ พิชานันท์ก็ดูจะนับถือเขาไม่น้อย ชญานินทำใจกล้ามองเข้าไปในดวงตาคมดุนิ่งๆ ก่อนถาม “ฉันไว้ใจคุณได้ใช่ไหมคะ”

เตชทัตพยักหน้าและถามกลับ “เกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่ บอกผมได้ไหม”

ชญานินเม้มปากเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเล่าเสียงสั่นเครือ “เมื่อวานฉันกับขิงออกไปขี่ม้าเล่นในทุ่งท้ายไร่ ไม่คิดว่าจะไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งขนอะไรบางอย่างมาทางป่าตรงตีนเขา เราพยายามซ่อนตัวแล้ว แต่พวกมันก็เห็นเข้าจนได้ จากนั้นก็ไล่ยิงพวกเราจนม้าพาเตลิดหนีขึ้นเขา...”

น้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าของคนเล่าน่าสงสารจนคนฟังกัดฟันกรอดโดยไม่รู้ตัว

กับผู้หญิงตัวเล็กๆ สองคน พวกมันก็ยังไม่เว้น!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 55

    ไร่ชาเศรษฐกรในวันนี้ถูกเวดดิ้งแพลนเนอร์เนรมิตเป็นสถานที่จัดงานฉลองวิวาห์อย่างยิ่งใหญ่ ดอกกุหลาบสีขาวที่เจ้าสาวทั้งสองคนชื่นชอบ ถูกนำมาประดับประดาอยู่ทุกมุม บรรยากาศงานเรียบหรูดูแพงสมหน้าตาตระกูลใหญ่จัดงานนางเอกของงานอย่างชญานินกับพิชานันท์มาแต่งหน้าทำผมอยู่ที่บ้านใหญ่ของไร่เศรษฐกรตั้งแต่บ่าย ส่วนเตชทัตกับตนุภัทรถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านหนุ่มโสด ห้ามมาเจอสาวๆ จนกว่าจะถึงเวลาเวลาเดินผ่านมาถึงช่วงค่ำ เจ้าสาวจึงสวยพร้อมออกงาน ทั้งสองเดินมาหมุนตัวดูความเรียบร้อยในกระจกบานใหญ่ช้าๆ งานนี้ชญานินได้เลือกสวมชุดทรงเอไลน์สีออฟไวท์ ช่วงบนเป็นซีทรูเปิดไหล่ ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสทั้งชุด ด้านหลังเว้าลึกแอบเซ็กซี่เย้ายวน พิชานันท์เลือกเป็นชุดเกาะอกสไตล์เจ้าหญิง กระโปรงพองหนาสองชั้น ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีออฟไวท์เหมือนกัน แต่เพิ่มความหรูด้วยคริสตัล ดูสวยระยิบระยับจับตาไปหมดสองสาวยืนชื่นชมลุคเต็มๆ ของกันและกันได้ไม่นาน แม่เลี้ยงลดาก็พาชลวิภากับนิ่มนวลแวะมาดูความเรียบร้อย“สาวๆ พร้อมกันยังจ๊ะ”“พร้อมแล้วค่ะ สวยไหมคะ”พอพิชานันท์หมุนตัวโชว์ให้ดูพร้อมๆ กับชญานิน แม่ๆ ทั้งสามก็ปรบมือให้ทันที ชุด

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 54

    พอได้คำมั่นมาแล้ว เตชทัตไม่เสียเวลาพูดมากอีก ยกมือเรียวสวยขึ้นจุมพิตหนักๆ แล้วลุกเดินออกไปยังซุ้มดอกไม้ใกล้ๆ ทันที ชญานินได้แต่ยิ้มมองร่างสูงเดินหากุหลาบขาวดอกใหญ่มาในเวลาไม่ถึงนาที แต่แหวนไม่ได้มีอยู่รอบงานเหมือนดอกไม้ เขาจะหามาจากไหนเอ๊ะ! ดูเหมือนเขาจะไม่หา หลังจากได้ดอกไม้ เตชทัตก็หมุนตัวเดินกลับมาหาเธอเลย ระหว่างทางเขาจ้องเธอไม่ละสายตา ทั้งยังยกกุหลาบขาวดอกนั้นขึ้นจุมพิตอ้อยอิ่งราวกับว่าสิ่งที่กำลังจุมพิตคือเธอผู้เป็นที่รักท่าทางของพ่อเลี้ยงหนุ่มคนดังเรียกสายตาคนอื่นให้หันมองเขาตามๆ กัน ไม่เว้นตนุภัทรกับพิชานันท์บนเวที ฝ่ายชายถึงกับหยุดร้องเพลงไปเลย ส่วนชญานินได้สบสายตาพราวระยับแฝงประกายอ่อนหวานคู่นั้นเข้าก็ชักเริ่มรู้สึกหวั่นๆไม่ใช่หรอกน่า...ในที่สุดเตชทัตก็กลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าชญานิน เขายื่นกุหลาบขาวให้เธอแล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ท่าทางของเขาทำให้เธอเบิกตาโต วินาทีต่อมาก็ยกมือปิดปากมองเขาหยิบกล่องแหวนออกมาจากเสื้อสูทอย่างไม่เชื่อสายตาเขาพกแหวนมาด้วยเหรอเนี่ย!คนในงานก็ตะลึงกับการกระทำของเตชทัต พากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา บางคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายคลิปวิดีโอนาทีสำคัญข

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 53

    เมื่อแดดร่มลมตก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานนี้ไม่ได้มีแต่แขกคนสำคัญเหมือนพิธีช่วงเช้าแล้ว สินธรยังอนุญาตให้คนงานในไร่มานั่งกินดื่มฉลองด้วย พวกเขาดีใจมาก แต่งหล่อ แต่งสวย มาร่วมงานแต่หัววัน แต่ขอนั่งอยู่ไกลๆ ไม่กล้านั่งรวมกับเจ้านายและแขกคนอื่นเสียงปรบมือและโห่แซวดังขึ้นทันทีที่ตนุภัทรเดินกุมมือพิชานันท์เข้ามาในงาน อิศวัตผู้รับหน้าที่พิธีกรรีบเชิญทั้งคู่ขึ้นกล่าวอะไรสักเล็กน้อยบนเวทีพลางส่งสัญญาณให้นักดนตรีเปลี่ยนไปเล่นเพลงหวานๆ ด้วยตนุภัทรพาพิชานันท์ก้าวขึ้นเวทีไปรับไมโครโฟนมากล่าวด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ ผมและขิงหอมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมยินดีกับเราในวันนี้ด้วยนะครับ วันนี้เราฉลองกันเล็กๆ หากมีอะไรติดขัดตรงไหนต้องขออภัย อีกสองเดือนข้างหน้าค่อยมาฉลองแต่งกันอีกนะครับ ยังไงเราขอเรียนเชิญไว้ล่วงหน้า ณ โอกาสนี้เลย ขอบคุณค้าบบบ”หลังจากนั้นเขาก็ส่งไมโครโฟนให้พิชานันท์พูดต่อ หญิงสาวสบตาเขายิ้มๆ ก่อนจะพูดกับทุกคนในงาน “ขิงขอบคุณทุกคนที่มายินดีกับเราสองคนเช่นกันค่ะ ดีใจที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้ เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนเราสองคนค่ะ คืนนี้ขอให้ทุกคนกินดื่มเต็มท

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 52

    ทางฝั่งเชียงรายเตชทัตกับตนุภัทรกำลังถูกบิดามารดาที่เพิ่งกลับมาจากทริปเที่ยวทั่วไทยสอบถามเรื่องจับกุมเสี่ยเลวยันรัฐมนตรีเลวอยู่ แน่นอนว่าตนุภัทรเป็นคนเล่าเสียส่วนใหญ่ ยังเล่าไปถึงเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นตอนพวกท่านไม่อยู่ไร่ด้วย กระทั่งมาถึงเรื่อง ‘ว่าที่สะใภ้’ คนนั่งฟังเรื่องดีและร้ายที่ลูกชายลงทุนลงแรงทำจนสำเร็จด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายอย่างแม่เลี้ยงลดาก็พลันกระตือรือร้นขึ้นมาทันที“นี่แม่กำลังจะมีลูกสะใภ้กับเขาจริงๆ เหรอเนี่ย!”“โธ่! ผมไม่หลอกแม่หรอก จะหมั้นแล้วด้วย” ลูกชายคนเล็กว่า“ของลูกน่ะ แม่เชื่อแล้วจ้ะ” แม่เลี้ยงลดาพูดกับตนุภัทรเสียงหวาน แล้วหันไปทางเตชทัตที่นั่งเงียบอยู่อย่างไม่แน่ใจ “แต่ของเราน่ะ แม่จะเชื่อได้หรือเปล่าจ๊ะ”“แม่เชื่อได้สิ ลูกสะใภ้ใหญ่ของแม่น่ะ สวยมากกกกก”“ต้นเงียบๆ ก่อน แม่จะฟังพี่เขาพูดเอง”ตนุภัทรปิดปากทันที ยังหันมองบิดาอย่างน้อยใจ พ่อเลี้ยงตฤณถึงกับส่ายหน้ากับความเยอะของลูกชายคนเล็กด้านเตชทัตสบตากับมารดาแล้วพยักหน้าตอบเสียงนุ่ม “แม่เชื่อได้แน่นอน ผมกับแฟนคบกันมาสักพักแล้วครับ อีกไม่นานแม่กับพ่อคงได้มีสะใภ้ใหญ่กับเขาแล้ว”ได้ยินเช่นนั้น แม่เลี้ยงลดาก็หันไป

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 51

    เตชทัตหรี่ตามองน้องชายที่มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ต่อหน้าเขา ซึ่งนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ หลังจากงอนง้อขอคืนดีได้แล้ว ตนุภัทรไปขลุกอยู่กับพิชานันท์มากกว่าเดิมอีก วันก่อนไปทำท่าไหนไม่รู้ มันถึงกลับมาบอกเขา ว่าสินธรตกลงยกพิชานันท์ให้หมั้นกับมันในอีกสองเดือนข้างหน้าแล้วก็แค่จะหมั้น ไอ้น้องบ้านี่ดีใจเหมือนจะได้แต่ง!“มองไมวะ” ตนุภัทรเหลือบมาเห็นพี่ชายมองตัวเองอยู่ ก็เลิกคิ้วถามกวนๆ “อิจฉาอะดิ ที่กูจะหมั้นแล้ว มึงยังได้แค่จิ้มโทรศัพท์คุยกันอะ”“...” เตชทัตคนถูกพูดให้อิจฉา คร้านจะบอกว่าตอนนี้หมดเวลาสามเดือนที่คุณชลวิภาขอไว้แล้ว โดยที่เขาไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขแต่อย่างใด ตอนไปดูการพิจารณาคดีของเสี่ยวงศกรกับนายอดิศร เขาก็รีบไปรีบกลับ ไม่ได้ไปหาชญานินเลย ทำเอาคนสวยงอนตุ๊บป่อง ด้วยไม่รู้เรื่องที่มารดาขอให้เขาอยู่ห่างจากเธอสามเดือน นี่ถ้าไม่ติดว่างานดึงตัว ยังไปไหนไม่ได้ เขาคงไปหาชญานินตั้งนานแล้วตนุภัทรเหมือนไม่สนใจว่าเตชทัตจะโต้ตอบหรือไม่ ถามต่อเสียงตื่นเต้น “มึงว่าพวกกูควรจัดงานหมั้นแบบไหนดีวะ”“พูดตรงๆ นะ กูสงสัยจริงๆ ทำไมลุงสินถึงตกลงที่จะยกขิงหอมให้กับมึงวะ”“อ้าวๆ พูดจาให้มันดีหน่อย กูออกจะแสนด

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 50

    ทั้งที่ถูกเตชทัตโจมตีกลับมา ตนุภัทรดันไม่โวยเช่นปกติ เขาเดินหน้าบูดไปนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ พี่ชาย ทอดสายตาเหม่อลอยมองไร่ชาเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก“เป็นอะไรของมึงอีกล่ะ”“เปล่า” ว่าแล้วก็หลบตาพี่ชายอย่างมีพิรุธ“มีอะไรจะพูดก็พูดมา ไม่อยากพูดก็ไสหัวไปจากสายตากู”“ก็...”เห็นตนุภัทรยังอึกอัก เตชทัตเลยยักไหล่จะเดินหนี ร้อนคนเป็นน้องต้องรีบมารั้งเอาไว้ กดให้นั่งลงข้างๆ ตน “มึงนี่! รอฟังกูก่อนไม่ได้ไง”“กูพูดมาสิ”“เรื่องขิงหอมน่ะ” บอกสั้นๆ แล้วตนุภัทรก็เริ่มเดินไปมาด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ พอเห็นเตชทัตทำท่าจะลุกอีกถึงยอมพูดต่อ “วันนี้กูเข้าไปทำธุระในเมือง แวะกินข้าวร้านประจำของเรา กูเจอขิงหอมนั่งหัวเราะกินข้าวอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง”“แล้ว?”“แล้วกูก็เข้าใจผิด หึงจนหน้ามืดเลยน่ะสิ!” ตนุภัทรพูดแล้วทึ้งหัวตัวเองแรงๆ พอเห็นพิชานันท์นั่งกินข้าวอยู่กับผู้ชายอื่น เขาก็ตรงดิ่งเข้าไปนั่งลงกอดเอวเธอ แนะนำตัวกับหมอนั่น ว่าเขาเป็นคนรักของเธอ แสดงท่าทางเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่ หมอนั่นดันเปิดยิ้มบอกว่าตนเป็นรุ่นพี่ของพิชานันท์ รู้จักกันมาแต่เล็ก นับถือกันเป็นพี่เป็นน้อง เขานี่ปั้นยิ้มคืนแทบไม่ออก แล้วยังโดนพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status