登入หญิงสาวบอกอีกฝ่ายและวางสายหันมารับร่างเด็กหญิงที่ลุกมากอดแม่ทันทีที่ลืมตา
“แม่จ๋า”
“ขาลูก ไปอาบน้ำกันนะคะ แต่งตัวสวยๆ แม่จะพาไปกินขนม” เธอพูดกับลูกอย่างอ่อนโยน
คำว่ากินขนมทำให้เด็กหญิงลืมตาหัวเราะร่วน “ไปจ้า ไปไป ไปกินหนมนะค้า”
“ได้ยินคำว่าขนมไม่ได้เลย ตาสว่างอารมณ์ดีทันที” นีนนาราจับลูกมาฟัดแรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยว เด็กหญิงดีดตัวหนีหัวเราะสดใสลั่นห้องจากนั้นเธอก็ถูกมารดาหิ้วตัวไปอาบน้ำจนเปียกปอนกันทั้งแม่ทั้งลูก
“คุณหมอเป็นอะไรคะ ทำไมดูใจลอยไปพักก่อนดีไหมคะ” เสียงเจ้าหน้าที่อาสาในเต็นท์หน้าศูนย์อพยพที่หาดใหญ่ถามณรัฐ เมื่อเขาทำเอกสารหลุดมือเหมือนคนนอนน้อย
ชายหนุ่มส่ายหน้าทันที “เปล่าครับ ผมทบทวนว่าคำนวณโดสยาเมื่อกี้ถูกรึเปล่าเฉยๆ”
คนถามทำหน้าเข้าใจ
“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงพยาบาลก็ต้องรีเช็คอยู่แล้ว แต่หมอก็ไม่เคยพลาดนี่คะพี่ว่าคุณหมอทำงานหนักไปแล้วล่ะ เดี๋ยวหมดคิวนี้ไปพักก่อนดีกว่าค่ะ หมอแชมป์มาเปลี่ยนกับหมอพอดี”
เธอพูดถึงแพทย์เด็กที่เข้ามาสมทบในเต็นท์พอดี
“พี่หมอรัฐไปกินข้าวเถอะครับ ผมดูแลตรงนี้ต่อเอง”
ชายหนุ่มรุ่นน้องเอ่ย เขามาทันได้ยินพี่เจ้าหน้าที่ ER พูดและเห็นด้วยว่าณรัฐทำงานหนักเกินไปแล้ว เมื่อสองเสียงเป็นไปในทางเดียวกันหมอณรัฐจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ขอบคุณมากครับ ถ้างั้นผมไปกินข้าวแล้วอาจจะพักสักงีบ แต่ถ้ามีอะไรเรียกผมได้เลยนะ”
เขาเดินตรงไปที่เต็นท์เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยของปภ. หยิบกล่องข้าวติดมือไปด้วย หาที่นั่งว่างๆ แถวนั้นนั่งลงอย่างเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเหนื่อยมากและเต็มไปด้วยความล้า
“หมอกินข้าวมื้อไหนครับเนี่ย” อัศวินหัวหน้าหน่วยถามสัพยอก
“เรียกไม่ถูกเลยครับ แต่มื้อแรกของวันนี้ล่ะ” แพทย์หนุ่มตอบทำให้อีกฝ่ายนิ่วหน้า
“ผมเข้าใจว่าหมอห่วงคนไข้ แต่ถ้าหมอเป็นอะไรขึ้นมาเด็กๆ กับคนไข้จะลำบากนะครับ”
อัศวินเตือนก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง
“เดี๋ยวอีกสิบนาทีทีมเราต้องออกไปช่วยคนที่ติดในตึกประมาณห้าสิบคน หมออยากออกไปยืดเส้นยืดสายไหมครับ เผื่อไปช่วยผมประเมินคนไข้เร่งด่วนที่ต้องรับตัวออกมาก่อน”
ณรัฐนั่งตัวตรงทันที “เอาสิครับ ผมไปได้”
สองสัปดาห์ต่อมา
“หมอกลับพรุ่งนี้แล้วใช่ไหมครับ” อัศวินถามณรัฐในตอนดึกของคืนที่ศูนย์อพยพเงียบลงมากเพราะผู้คนเริ่มทยอยกลับเข้าบ้านเรือนกันแล้ว
อีกสองวันจะเป็นวันที่รามประกาศปิดศูนย์อย่างเป็นทางการ หลังจากที่วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่คลายตัวลง น้ำลดลงแห้งเกือบ 100% ของพื้นที่ ผู้คนเริ่มกลับเข้าไปทำความสะอาดและเช่นกันที่บรรดาอาสาต่างๆ ก็ถึงเวลาแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ณรัฐมีแผนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเช้าวันรุ่งขึ้น หรืออีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ส่วนอัศวินเองก็กำลังรอถอนตัวในตอนเช้าเช่นกัน ทีมของเขาก็กำลังช่วยกันเก็บของกันมือเป็นระวิง
สุดท้ายหลังดูห้องอยู่พักใหญ่ ณรัฐก็มาหยุดอยู่ที่ห้อง Duplex Premium สองห้องนอน ตึก 5 ห้องนี้เพดานสูง โปร่ง กระจกบานใหญ่ มองเห็นวิวมหาวิทยาลัยชั้นล่างมี living room ขนาดใหญ่ ครัวเล็ก โต๊ะอาหาร และห้องนอนอีกหนึ่งห้องชั้นบนเป็น master bedroom พร้อมมุมทำงานและระเบียงเล็ก ๆนาเนียร์เดินดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันมามองพ่อ “มันใหญ่ไปไหมคะ”“ไม่หรอก” ณรัฐตอบทันที “เผื่อน้องมาค้าง”“ใช่ หนูจะมาแน่ๆ” นีซรีบยกมือ“ผมด้วย” เนโอพูดบ้าง “ถ้าผมสอบเข้าสาธิตเจพีได้ จะมาอยู่เป็นเพื่อนพี่” เนโอพูดถึงการสอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าผ่านแน่นาเนียร์หัวเราะ“ยังไม่ทันย้ายเลย จะมากันแล้วเหรอ”“ก็หนูกลัวพี่นาอยู่คนเดียวแล้วจะเหงานี่” นีซพูดเสียงอ้อนนีนนารามองห้องอย่างชอบใจ “พี่หมอ ห้องนี้ดูโอเคดีนะคะ”ณรัฐพยักหน้าจริง ๆ เขาตัดสินใจตั้งแต่เห็นระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว ที่สำคัญไม่ใช่ penthouse ที่อยู่ชั้นเดียวกับกลุ่มบ้านโชติภิวรรธ และเย็นวันนั้นทุกอย่างก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็วเมื่อท่านนายพลวัฒนารู้เรื่อง ก็สั่งให้คนช่วยจัดการเรื่องเอกสารทันที ส่วนคุณหญิงเรไรกำชับคนดูแลเรื่องเฟอร์นิเจอร
“หนูว่าไม่เห็นต้องดูหลายห้องขนาดนี้เลยค่ะพ่อ”เสียงของณราภัทรหรือ “นาเนียร์” ดังขึ้น หลังจากที่เธอเดินตามพ่อกับแม่ขึ้นลงคอนโดของมหาวิทยาลัยเจพีมาเป็นชั่วโมงแล้ววันนี้เป็นวันดูห้องพักก่อนเปิดภาคเรียนของนักศึกษาชั้นปีหนึ่ง คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเจพีอินเตอร์ฯณรัฐในฐานะพ่อผู้ปกติเป็นคนใจเย็นอย่างมาก หากวันนี้กลับอยู่ในโหมดจริงจังอย่างประหลาดในความรู้สึกของทุกคน“ห้องที่จะให้ลูกอยู่ พ่อเขาก็ต้องเลือกดี ๆ สิลูก” นีนนาราพูดพลางยิ้มไปด้วยแต่สายตาก็มองสามีอย่างรู้ทัน ในฐานะแม่และภรรยาเธอเข้าใจทั้งนาเนียร์และสามีตัวเองตั้งแต่มาถึงเธอเห็นเขาถามทุกอย่าง จนเจ้าหน้าที่โครงการแทบตอบไม่ทัน ตั้งแต่ระบบคีย์การ์ด กล้องวงจรปิด ระเบียบการเข้าออกของบุคคลภายนอก ระยะทางจากคอนโดถึงคณะจุดรับส่ง ระบบการจัดการยามฉุกเฉินหรือโรงพยาบาลใกล้เคียงจนสุดท้ายเจ้าหน้าที่เผลอถามอย่างเกรงใจ “คุณหมอทำงานด้านความปลอดภัยด้วยเหรอครับ”ณรัฐนิ่งไปครู่หนึ่ง “เปล่าครับ แต่ผมเป็นพ่อ”ทำเอาทุกคนหลุดหัวเราะทันที“พ่อคะ หนูมาเรียนมหาลัยนะคะ ไม่ได้ไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว” นาเนียร์อดบ่นไม่ได้“ก็เหมือนกันนั่นล่ะ” ณรัฐ
เนโอที่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ มาตลอดพูดขึ้นบ้าง “จริง ๆ ผมว่าเด็กทำงานก็ไม่ดีนะ มันกระทบพัฒนาการ”ทุกคนหันไปมองด้วยสีหน้าเหมือนถูกช็อตฟิลด์“ลูกอ่านอะไรมาน่ะ” ณรัฐถามขำ ๆ“paper ครับ” เนโอยังคงท่าทางจริงจัง“กินข้าวให้หมดก่อนนักวิจัย” นีซรีบแซวพี่ชาย “แล้วอย่าลืมว่าวันนี้เวรพี่ล้างจานแล้วค่อยไปอ่านเปเปอร์ต่อ” จากนั้นเสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วโต๊ะอาหารเมื่อถึงโรงพยาบาลโชติภิวรรธ โดยรอบมีบรรยากาศคึกคักกว่าปกติ เจ้าหน้าที่หลายคนที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยนาเนียร์ยังเป็นพรีเซนเตอร์และ Brand Ambassador พวกเขาต่างเข้ามาทักทายครอบครัวณรัติกุลอย่างอบอุ่น“นาเนียร์โตเป็นสาวแล้วนะ”“สวยเหมือนคุณแม่เลย”“สูงมากลูก”เด็กสาวยกมือไหว้ยิ้มหวานอย่างมีมารยาท ณรัฐยืนมองอยู่ไม่ไกลแล้วรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก เมื่อก่อนลูกยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กวิ่งกอดขาเขาอยู่เลยแต่วันนี้… ลูกสาวเขาเริ่มแต่งหน้าอ่อนๆ เริ่มมีคนมอง เริ่มมีคนชมว่าสวย และสิ่งเหล่านี้มันทำให้เขาไม่สบายใจอย่างประหลาด“คุณพ่อ”เสียงเรียกทำให้เขาหันกลับมา นาเนียร์ยืนอยู่ตรงหน้าในชุดเดรสสีขาวเรียบหรูสำหรับออกงาน “วันนี้หนูโอเคไหมคะ”ณรัฐนิ่
“แม่… วันนี้หนูไปด้วยได้ไหม”เสียงของนีนนลินหรือ “นีซ” ดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันนั่งกินข้าวเช้า เด็กหญิงวัยสิบสองยืนกอดแขนแม่อยู่ข้างโต๊ะอาหารพลางทำตาเป็นประกาย“จะไปไหนคะลูก” นีนนาราถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว“งานโรงพยาบาลไงคะ งานที่พี่นาเนียร์ไปเป็นพรีเซนเตอร์”วันนี้โรงพยาบาลโชติภิวรรธจัดกิจกรรมครบรอบปีขององค์กร และในฐานะพรีเซนเตอร์รุ่นแรกของโรงพยาบาล นาเนียร์ หรือ ณราภัทร ได้รับเชิญกลับไปร่วมงานอีกครั้งเด็กสาววัยสิบห้าปี ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็กตัวเล็กในชุดคนไข้โฆษณาโรงพยาบาล วันนี้กลายเป็นวัยรุ่นหน้าตาสะสวย สูงโปร่งและมีความมั่นใจในตัวเองจนเริ่มเป็นที่จับตามอง“ไปได้ค่ะ” นีนนาราพยักหน้า “แต่ห้ามดื้อ ห้ามซน ห้ามเดินไปไหนๆ เองนะคะ”“เย้...” นีซหันไปกอดพี่สาวทันที “พี่นาเนียร์ วันนี้หนูจะไปดูคอนโดพี่ด้วยนะ”นาเนียร์เงยหน้าจากโทรศัพท์สีหน้ายังงงๆ “คอนโดอะไรนีซ”“คอนโดที่แม่เล่าไง ว่าพี่ได้มาตั้งแต่เด็ก”ณรัฐที่กำลังอ่านเอกสารคนไข้อยู่เงยหน้าขึ้นทันที“อ๋อ…” นีนนาราหัวเราะ “ห้องของพี่น่ะเหรอ” นาเนียร์พอจำได้ราง ๆ เพราะสมัยเด็กเธอเคยอยู่ที่นั่นอยู่พักหนึ่ง ในความทรงจำจึงยังมีภาพ
นีนนารามองภาพตรงหน้าอย่างเผลอยิ้ม เด็กสามคนโตขึ้นเร็วมากจริง ๆ จากวันที่นาเนียร์ยังตัวเล็กวิ่งกอดขาเธอ วันนี้ลูกสาวคนโตกำลังเข้าเรียนมัธยมปีที่หนึ่ง ส่วนลูกแฝดก็เริ่มมีโลกของตัวเองชัดเจนขึ้นทุกวันเนโอเป็นเด็กช่างสงสัย ชอบถาม ชอบทดลอง และมักใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับหนังสือสารานุกรมหรือคลิปวิทยาศาสตร์ส่วนนีซตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เด็กหญิงชอบร้องเพลง ชอบเต้น ชอบเล่าเรื่อง และมักเป็นคนพาพี่ชายออกจากโลกส่วนตัวเสมอ“แล้วถ้ามันกลายเป็นผีเสื้อแล้วล่ะ” นีซถามทั้งที่ยังยืนห่าง ๆ“ผมจะปล่อยมันครับ” เนโอตอบทันที “สัตว์มันต้องอยู่ในธรรมชาติ”คำตอบนั้นทำให้ณรัฐเลิกคิ้วนิดหนึ่งก่อนมองลูกชาย “ใจดีเหมือนแม่นะเรา”“ผมว่าผมเหมือนพ่อมากกว่า” เด็กชายตอบทันที“ตรงไหนครับ” คนเป็นพ่อถามต่อ“ชอบวิทยาศาสตร์”ณรัฐหัวเราะออกมาเต็มเสียง “อันนี้จริง”นีนนาราหันมามองพ่อลูกแล้วยิ้ม “งั้นวันนี้คุณนักวิทยาศาสตร์ช่วยแม่รดน้ำผักด้วยนะคะ”“ได้ครับ”“แล้วหนูล่ะ” นีซถาม“นีซช่วยแม่เก็บพริกไหม”“ได้ค่ะ” เด็กหญิงยิ้มกว้างทันที “แต่หนูไม่จับหนอนนะ”“ไม่มีใครบังคับเธอหรอกจ้ะ”นาเนียร์พูดขำๆ ก่อนเดินไปเปิดสายยางเพื่อ
“เนโอ ตัวทำอะไรน่ะ” เสียงของเด็กหญิงนีนนลินหรือ “นีซ” ถามคู่แฝดของตัวเอง เด็กชายณพรรธน์ หรือ “เนโอ” หันมามองคู่แฝดตัวเองแล้วทำสัญญาณให้อีกฝ่ายเงียบ “อย่าเสียงดังสินีซ เราต้องการสมาธิ” ว่าแล้วเด็กชายวัยเก้าขวบก็หันไปก้มหน้าก้มตาสนใจสิ่งตรงหน้าต่อ ในขณะที่นีซเดินมาใกล้ๆ แล้วก็ร้องเสียงดัง“อี๋... ตัวอะไรอะ”บนโต๊ะไม้เล็ก ๆ ริมสวนผัก มีกล่องพลาสติกใสถูกเจาะรูไว้เรียบร้อย ด้านในเต็มไปด้วยใบแก้วสด และหนอนสีเขียวอ้วนป้อมหลายตัวกำลังกินใบไม้อย่างเอร็ดอร่อย“หนอนผีเสื้อ” เนโอตอบเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติ “อีกไม่กี่วันมันก็จะเข้าดักแด้แล้ว”“แล้วทำไมต้องเอามาไว้ในบ้าน”“เราไม่ได้เอาเข้าบ้าน” เด็กชายเถียงทันที “นี่ห้องวิจัย”“มันคือระเบียงแม่ต่างหาก” “แม่อนุญาตแล้ว” เนโอยืนยันเริ่มโมโหนิดๆ“แม่” นีซหันไปตะโกนลั่นบ้านทันที“พ่อ... เนโอจับหนอนเข้าบ้านค่ะ”นีนนาราที่เพิ่งเดินออกจากครัว ได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็กโวยวายเวลาเดียวกับที่ณรัฐและนาเนียร์กลับเข้ามาพอดี“อะไรกันลูก นีซตะโกนทำไม” หญิงสาวถาม“เนโอจับหนอนเข้าบ้านค่ะแม่ ตัวเบ่อเริ่มเลย” นีซฟ้องณรัฐก้าวเข้ามามือก
“พี่หมอคะ” มืออีกข้างของเขาก็เลื่อนไปดึงกางเกงของเธอหลุดพ้นสะโพกไปแทน ไวจนนีนนาราห้ามไม่ทัน “เรากลับมาเป็นครอบครัวกันอีกครั้งนะครับหนิง ให้โอกาสพี่อีกครั้งนะคราวนี้พี่จะไม่ทำให้หนิงเสียใจเลย” เมื่อเธอไม่ตอบ มือแข็งแรงจึงเชยคางเรียวไว้บดจูบลงมาอย่างร้อนแรง เขาดึงตัวเธอให้นั่งคร่อมบนตักเขา จ
“ใช่ พ่อเล่าเมื่อคืนผมว่าจะบอกคุณก็เห็นว่าหลับอยู่ พอเช้ามาก็ลืมอีก” ณรัฐหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดคลิปที่บิดาส่งมาให้ มันเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดในห้องนั่งเล่นของที่บ้าน ในวันที่มารดาของเขาเข้ามาคุยกับนาเนียร์ตั้งแต่วันแรกที่เด็กหญิงไปบ้าน“ดีจังค่ะ อย่างน้อยท่านก็เมตตาลูกของฉัน” นีนนาราไม่ลืมว่าค
วันต่อมาช่วงบ่ายของบ้านใหญ่เงียบลงกว่าปกติในครัวมีเพียงเสียงไฟอ่อน ๆ และกลิ่นซุปที่กำลังตุ๋นอยู่ในหม้อดิน“ต้องคอยหมั่นช้อนฟองออกนะ อย่าให้น้ำซุปขุ่น”เสียงของคุณหญิงเรไรดังขึ้นเรียบๆแม่ครัวรีบพยักหน้า “ค่ะคุณหญิง”“แล้วก็อย่าใส่พริกไทยเม็ดเยอะไป เดี๋ยวคนป่วยกินไม่ได้” คำสั่งยังคงเป็นค
ท่านนายพลลงจากรถโดยจูงเด็กหญิงมาด้วย เธอมองไปยังตึกใหญ่โตด้วยดวงตาสนใจสิ่งรอบตัว“บ้านปู่เองลูก”เด็กหญิงทำตาโต “โอ้โห บ้านปู่ใหญ่จังคะ” ชายวัยเกษียณยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กน้อย “อีกหน่อยมันก็จะเป็นบ้านหนูนะลูก” แม่บ้านเข้ามาย่อตัวรายงาน“ห้องนั่งเล่นที่ท่านสั่งให้จัดไว้ เรียบร้อยแล้วค่







