Home / วาย / กลิ่นรักของต้นหอม / บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว

Share

บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-02-11 13:56:03

บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว

เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอ่อนละมุนที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนของต้นหอม เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วสอดประสานกับเสียงใบไม้ไหวตามแรงลมพัดเอื่อย บรรยากาศภายนอกดูสงบและสดชื่นผิดกับภายในใจของต้นหอมที่ยังคงว้าวุ่นไม่หยุด

เขานั่งเหม่ออยู่บนเตียง สายตาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อวานวนเวียนอยู่ซ้ำ ๆ ทั้งตอนที่เตอร์พาไปกินไอศกรีม และจังหวะที่นิ้วหนาบรรจงเช็ดมุมปากให้เขาอย่างแผ่วเบา ท่าทางกวนประสาทที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยสัมผัสจากใครมาก่อน ทำให้หัวใจของต้นหอมเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด

“นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย...” เขาพึมพำกับตัวเองพลางใช้หมอนปิดหน้า พยายามผลักไสความรู้สึกซับซ้อนนี้ออกไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนและหนักแน่นขึ้นทุกที

เมื่อก้าวเท้าออกจากรั้วบ้าน ต้นหอมก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตาในชุดนักเรียนยืนพิงกำแพงรออยู่ รอยยิ้มบาง ๆ ที่หาดูได้ยากแต้มอยู่บนใบหน้าคมคายของเตอร์

“เฮ้ย! มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย?” ต้นหอมถามด้วยความตกใจผสมปนเปกับความสงสัย เขามองร่างสูงที่ยืนอยู่ แสงแดดยามเช้าที่ตกกระทบใบหน้าคมทำให้เตอร์ดูดีจนน่าใจหาย

เตอร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ นัยน์ตาคมพราวระยับอย่างนึกสนุกที่เห็นปฏิกิริยาเลิ่กลั่กของคนตรงหน้า

“ก็มารับมึงไง จะไปรับแมวที่ไหนล่ะ”

“จะมารับทำไม... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ต้นหอมท้วงเสียงค่อย เขาพยายามก้มหน้าหลบสายตาเพื่อคุมจังหวะหัวใจที่เริ่มเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก

เตอร์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติของเขากลับทำให้คำพูดดูมีน้ำหนักมากขึ้น

“กูก็แค่อยากมารับ... มึงมีปัญหาเหรอ?” พูดจบเขาก็ยื่นถุงนมรสสตรอเบอร์รี่กล่องโปรดกับแซนวิชที่ยังส่งไออุ่นจาง ๆ ให้

“กินซะเดี๋ยวไปโรงเรียนพร้อมกัน”ต้นหอมรับถุงมาอย่างงง ๆ ความอบอุ่นจากแซนวิชแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือแต่ยังไม่ทันได้ประท้วงเรื่องสถานะอีกรอบมือหนาที่หยาบกร้านเล็กน้อยก็เอื้อมมาคว้ามือเขาไปกุมไว้หลวม ๆ

“จับมือเราทำไมเนี่ย!” ต้นหอมโวยวายเสียงหลงพลางพยายามจะสะบัดมือออก แต่กลับทำได้เพียงขยับยื้อไปมาเบาๆ เพราะลึกๆ ในใจเขากลับรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด

“กูกลัวมึงหลงทางไง... ซื่อบื้อขนาดนี้เดี๋ยวเดินไปเข้าโรงเรียนอนุบาลจะลำบากกูอีก” เตอร์ตอบอย่างขี้เล่นพลางกระตุกมือให้เดินไปด้วยกัน แววตาคมกริบที่เคยใช้ข่มขวัญคู่อริ บัดนี้กลับพราวระยับด้วยความเอ็นดูยามที่เห็นใบหน้าของคนข้างตัวแดงลามไปถึงลำคอ

ต้นหอมทำหน้าเหมือนจะบ้าตายกับเหตุผลปัญญาอ่อนนั้น แต่เขากลับไม่ได้สะบัดมือนั้นออกอย่างที่ปากพูด ทั้งคู่เดินกุมมือกันไปจนถึงห้องเรียน เสียงฝีเท้าของพวกเขาเหมือนไปกดปุ่มปิดเสียงคนทั้งตึกเรียน

ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู เสียงพูดคุยเอะอะที่เคยมีกลับเงียบกริบลงในพริบตา สายตาตื่นตะลึงนับสิบคู่จ้องมองลงมาที่ ‘มือ’ ของทั้งคู่ที่ยังกุมกันแน่น เพื่อนในแก๊งของเตอร์ถึงกับทำปากกาในมือร่วงใส่โต๊ะ เพราะไม่เคยเห็นนักเลงห้องบ๊วยที่ใครๆ ก็ต่างเข็ดขยาด จะยอมลดเกราะกำบังลงจนกลายเป็นโหมดอ่อนโยนขนาดนี้มาก่อน

“มองอะไรกันนักหนาวะ... เรียนไปดิ!” เตอร์ตวัดเสียงดุใส่เพื่อนๆ ตามสัญชาตญาณ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือต้นหอมลงเลยแม้แต่นาทีเดียว ซ้ำยังจูงเดินไปส่งถึงที่นั่งอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้คนทั้งห้องนิ่งค้างเป็นรูปปั้นไปตามๆ กัน

.

.

.

ช่วงพักเที่ยง ณ โรงอาหาร บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและเสียงตะโกนคุยกันจอแจ ต้นหอมนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนห้องเพชรที่รายล้อมไปด้วยสมุดจดและบทสนทนาเรื่องคะแนนสอบ เขารู้สึกเหมือนเป็นแกะขาวที่กำลังถูกฝูงเชียร์ให้กลับเข้าคอก ทว่าใจของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนกระทั่งร่างสูงที่คุ้นตาเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางไม่รีบร้อน

“อ่ะ... ขนมกับนมของมึง” เตอร์วางของลงตรงหน้าต้นหอมด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ เขาไม่ได้ปรายตามองกลุ่มเด็กเรียนที่นั่งตัวลีบอยู่รอบโต๊ะเลยสักนิด ราวกับว่าในสายตาของเขามีเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ตรงหน้าต้นหอมเท่านั้นที่สำคัญ

“ขอบใจนะ” ต้นหอมยิ้มแห้ง ๆ เขาสัมผัสได้ถึงรังสีความประหม่าจากเพื่อนรอบข้างที่เริ่มกระซิบกระซาบกันจนบรรยากาศบนโต๊ะตึงเครียดขึ้นมาทันที

“นั่นมัน ‘เตอร์’ ห้องบ๊วยที่เขาลือกันว่าดุนักเลงไม่ใช่เหรอ?” เพื่อนคนหนึ่งถามเสียงสั่นพลางขยับแว่นสายตาด้วยความระแวง

“มึงไม่กลัวมันเหรอต้นหอม? จะปลอดภัยไหมถ้าอยู่กับพวกเด็กหลังห้องแบบนั้น” เพื่อนอีกคนเสริมด้วยความเป็นห่วง คำพูดเหล่านั้นเหมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ ที่ทิ่มแทงความรู้สึกของต้นหอมจนเขาต้องวางปากกาลง

ต้นหอมมองหน้าเพื่อน ๆ ด้วยแววตาจริงจัง

และเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก

“เตอร์ไม่ได้เป็นคนแบบที่ข่าวลือว่าหรอก อย่าตัดสินเขาแค่สิ่งที่คนอื่นพูดเลยนะ” น้ำเสียงของเขาเรียบง่ายแต่หนักแน่นพอที่จะทำให้วงสนทนาเงียบกริบ

“แต่มึงต้องระวังตัวนะ เด็กห้องบ๊วยไม่ใช่เล่น ๆ... แล้วมึงจะย้ายกลับมาห้องเราเมื่อไหร่ล่ะ?”

ต้นหอมพยักหน้ารับรู้ความปรารถนาดีของเพื่อน แต่ในใจเขากลับนึกถึงรอยยิ้มกวน ๆ และนมสตรอเบอร์รี่ที่เขามักจะได้รับเสมอ

“เรารู้แล้วน่า... แต่ตอนนี้เรามีหน้าที่ต้องช่วยเพื่อนในห้องนั้นให้เกรดดีขึ้นก่อน ถ้าภารกิจเสร็จเมื่อไหร่ เราคงได้กลับไปอยู่ด้วยกัน”ต้นหอมพูดออกไปแบบนั้น แต่ลึก ๆ เขากลับรู้สึกวูบโหวงในอกเมื่อคิดถึงวันที่ต้องกลับไปจริง ๆ เพราะโลกที่เคยคิดว่าอันตรายอย่างห้องบ๊วย บัดนี้กลับมี ใครบางคนที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยยิ่งกว่าที่ไหน ๆ

ช่วงบ่ายในห้องเรียน

แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามา ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น แต่ต้นหอมกลับรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเพราะคนที่นั่งข้าง ๆ กำลังทำเรื่องน่ารำคาญซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เตอร์แอบเอื้อมมือมาบีบแก้มต้นหอมเบา ๆ จนร่างโปร่งสะดุ้งสุดตัว

“เตอร์! ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!” ต้นหอมอุทานเสียงหลงแต่ไม่กล้าดังมากนักเพราะกลัวจะเรียกความสนใจจากเพื่อนคนอื่น เขาพยายามเบี่ยงใบหน้าหลบมือหนาที่จงใจเอื้อมมาบีบแก้มเขาอย่างหยอกล้อ

“ก็อยากจับไง หน้ามึงเหมือนลูกหมา... น่ารักดี” เตอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาพราวระยับราวกับเด็กที่เจอของเล่นถูกใจ เขายังไม่ยอมลดละ แถมยังจงใจขยับเก้าอี้ให้ใกล้เข้ามาอีกจนเข่าเบียดกัน

“น่ารำคาญ! หยุดเลยนะ เดี๋ยวครูเห็นเข้าจะลำบากกันหมด” ต้นหอมยู่ปากพลางขยับหนี แต่พื้นที่บนโต๊ะเรียนมันช่างแคบเหลือเกินจนเขาแทบจะสิงร่างไปกับกองสมุด

“ครูไม่เห็นหรอก... กูแอบจับเงียบ ๆ ไง” เตอร์โน้มตัวลงมาหาจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดชิดใบหูจนต้นหอมขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความร้อนผ่าวลามจากลำคอขึ้นไปถึงพวงแก้มในพริบตา

“ถ้าจับอีก เราจะหยิกเอวคืนจริง ๆ ด้วย!” ต้นหอมขู่ฟ่อเหมือนแมวที่พยายามจะทำตัวให้ดุ และเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่มีทีท่าจะหยุด เขาก็จัดการหมั่นเขี้ยวฝังปลายนิ้วหยิกเอวสอบของอีกฝ่ายไปหนึ่งทีเต็มแรง!

“โอ๊ย!”เตอร์สะดุ้งจนหลุดหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาไม่ได้ดูเจ็บปวดเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขากลับมองท่าทางพยศของคนตัวเล็กด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม

“หยิกแรงขนาดนี้... แสดงว่ายอมให้กูจับเงียบๆ แล้วใช่ป่ะ?”

คำพูดกำกวมนั้นทำให้ต้นหอมหน้าร้อนฉ่าจนต้องรีบก้มหน้าเขียนหนังสือต่ออย่างไม่คิดชีวิต ตลอดคาบบ่ายวันนั้น ความเงียบภายในห้องเรียนถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทั้งสองคนไม่เคยสัมผัส หลายครั้งที่เตอร์ลอบส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้

จนต้นหอมต้องแสร้งทำเป็นจดเลกเชอร์รัวๆ เพื่อกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นรัวแรง ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้กำแพงในใจของเด็กเรียนอย่างเขาเริ่มสั่นคลอนและอุ่นซ่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

กระทั่งเสียงออดหมดเวลาดังขึ้น นักเรียนคนอื่นๆ เริ่มทยอยเดินออกจากห้องไป แต่เตอร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขาเฝ้ามองคนตัวเล็กค่อยๆ จัดสมุดลงกระเป๋าอย่างใจลอย

“ไปกินเค้กกันไหม?” เตอร์ถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาดูนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัดจนต้นหอมชะงักมือไปครู่หนึ่ง

“ไม่เอาอะ... เราต้องกลับไปอ่านหนังสือ” ต้นหอมตอบพลางแสร้งทำเป็นเล่นตัว ทั้งที่ในใจเริ่มโอนอ่อน

เตอร์ไม่ตอบเป็นคำพูด แต่กลับขยับเข้ามาใกล้แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของต้นหอมอย่างไม่ยอมแพ้ สายตาคมกริบคู่นั้นเหมือนมีมนต์ขลังที่พยายามจะรั้งเขาไว้ จนสุดท้ายต้นหอมก็ต้านทานไม่ไหว หลุดยิ้มกวนๆ ออกมาอย่างเสียไม่ได้

“แต่ถ้าอยากให้เราไป... เธอต้องยอมอ่านหนังสือไปพร้อมกับเราด้วยนะ”เตอร์ถอนหายใจหนัก ๆ พลางทำหน้าเหมือนจะขาดใจกับข้อแลกเปลี่ยนนั้น

“ก็ได้วะ... นิดเดียวพอนะ ห้ามบังคับกูทำโจทย์เลขยาก ๆ ด้วย”

“ดีมาก! ถ้างั้นวันนี้ก็ได้กินเค้กฟรีแล้วเรา” ต้นหอมยิ้มกว้างจนตาปิด ท่าทางดีใจเหมือนเด็ก ๆ นั้นทำให้คนมองเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

ทั้งคู่เดินเคียงกันออกจากโรงเรียนในยามเย็นที่แสงแดดเริ่มอ่อนแสง จนมาถึง ร้านเค้กเล็ก ๆ ใกล้โรงเรียน บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของเนยและวานิลลา ทั้งคู่นั่งลงประจันหน้ากันที่โต๊ะมุมริมหน้าต่าง โดยมีเค้กช็อกโกแลตเข้มข้นและเค้กส้มสีสดใสวางคั่นกลาง

ต้นหอมดูจะมีความสุขกับการกินเป็นพิเศษ เขาตักเค้กเข้าปากคำโตจนครีมสีขาวเลอะที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว เตอร์ที่ปกติจะดูดิบเถื่อนและไม่สนโลก กลับชะงักมือที่กำลังถือช้อน เขาหยิบผ้าเช็ดปากออกมาแล้วโน้มตัวข้ามโต๊ะมาหา บรรจงเช็ดคราบครีมที่เลอะอยู่ออกให้อย่างเอาใจใส่นิ้วหนาที่สัมผัสแผ่วเบาข้างมุมปากทำให้ต้นหอมชะงักนิ่งไปครู่ใหญ่ หัวใจพองโตจนแทบจะคับอก เขาเงยหน้าสบตาคนตรงหน้าที่อยู่ใกล้เพียงคืบก่อนจะพึมพำถามเสียงแผ่ว

“นี่... ทำไมจู่ ๆ ถึงทำดีด้วยขนาดนี้ล่ะ?”

เตอร์ไม่ได้ถอยกลับไปในทันที เขายังคงค้างมือนิ่งอยู่อย่างนั้นก่อนจะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์แต่แววตากลับดูจริงใจกว่าครั้งไหน ๆ

“กูก็แค่อยากดูแลมึง... มีอะไรที่ต้องสงสัยอีกเหรอ?”คำตอบที่ตรงไปตรงมาทำเอาต้นหอมทำตัวไม่ถูก เขาได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น ใบหน้าแดงซ่านลามไปจนถึงลำคอ ความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 9 เป็นแฟนกันนะ

    บทที่ 9 เป็นแฟนกันนะหลังจากก้าวพ้นความพลุกพล่านของห้างสรรพสินค้า ทั้งคู่จูงมือกันเดินลัดเลาะมาจนถึงสวนสาธารณะที่เงียบสงบ แสงไฟสีนวลตาตามทางเดินสาดกระทบใบไม้เกิดเป็นเงาวูบวาบ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความสลัวที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเตอร์หยุดเดินกะทันหัน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนกำลังรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่สั่นเครือ“กู... มีเรื่องอยากจะคุยกับมึงหน่อย”ต้นหอมหยุดฝีเท้าตามพลางเลิกคิ้วมองอย่างสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไป “มีเรื่องอะไรจะคุยกับเราเหรอ? ทำไมหน้าเครียดจัง”ร่างสูงไม่ได้ตอบในทันที เขาขยับก้าวเข้ามาหาจนระยะห่างลดน้อยลง ดวงตาคมกริบที่มักจะดูดุดัน บัดนี้กลับสั่นไหวและฉายแววจริงจังจนต้นหอมรู้สึกหายใจติดขัด“กูไม่รู้จะพูดยังไงให้มึงเข้าใจหมด แต่วันนี้กูแน่ใจแล้ว...” เตอร์เว้นวรรคไปอึดใจหนึ่งเพื่อรวบรวมความกล้า“กูชอบมึงว่ะต้นหอม ชอบ... มากกว่าที่เพื่อนเขาชอบกัน”คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและไม่มีการอ้อมค้อมทำเอาต้นหอมนิ่งงันไปเหมือนถูกสาป ความร้อนวูบวาบพุ่งขึ้นสู่ใบหน้าจนห้ามไม่อยู่ เขาทำอะไรไม่ถูกจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 8 มีเรื่อง... แต่ก็มีความหวัง

    บทที่ 8 มีเรื่อง... แต่ก็มีความหวังหลังจากลิ้มรสความหวานละมุนของเค้กช็อกโกแลตจนหมดจาน ต้นหอมก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เขาลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินกลับบ้านตามลำพังเหมือนทุกวัน ทว่าร่างสูงของเตอร์กลับก้าวมาดักหน้าไว้ด้วยสีหน้านิ่งสนิท แววตาคมกริบคู่นั้นดูจริงจังจนน่าประหลาด“กูไปส่งมึงดีกว่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น เป็นน้ำเสียงเชิงคำสั่งที่ไม่ได้เปิดช่องว่างให้ปฏิเสธ“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเดินกลับเองได้ ใกล้นิดเดียว” ต้นหอมท้วง“ไม่เอา... กูจะไปส่ง” เตอร์ย้ำคำเดิมพลางคว้ากระเป๋าของต้นหอมไปถือไว้เองเสียดื้อๆ สุดท้ายคนตัวเล็กก็ได้แต่เดินตามแรงดึงดูดของอีกฝ่ายไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปบนถนนที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืด แสงไฟถนนสีส้มสลัววาววับสะท้อนหยดน้ำค้างบนพื้น ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีหมึกตัดกับเสียงเครื่องยนต์และฝีเท้าของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา บรรยากาศรอบตัวดูนิ่งสงบจนกระทั่งถึงหัวมุมแยกใกล้บ้านต้นหอม...เงาทมิฬของชายสามคนในชุดมอซอที่ยืนสูบบุหรี่ขวางทางเดินอยู่ทำให้ต้นหอมรู้สึกใจคอไม่ดี หนึ่งในนั้นพ่นควันบุหรี่ออกมาพลางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“เฮ้ย

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว

    บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหวเช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอ่อนละมุนที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนของต้นหอม เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วสอดประสานกับเสียงใบไม้ไหวตามแรงลมพัดเอื่อย บรรยากาศภายนอกดูสงบและสดชื่นผิดกับภายในใจของต้นหอมที่ยังคงว้าวุ่นไม่หยุดเขานั่งเหม่ออยู่บนเตียง สายตาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อวานวนเวียนอยู่ซ้ำ ๆ ทั้งตอนที่เตอร์พาไปกินไอศกรีม และจังหวะที่นิ้วหนาบรรจงเช็ดมุมปากให้เขาอย่างแผ่วเบา ท่าทางกวนประสาทที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยสัมผัสจากใครมาก่อน ทำให้หัวใจของต้นหอมเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด“นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย...” เขาพึมพำกับตัวเองพลางใช้หมอนปิดหน้า พยายามผลักไสความรู้สึกซับซ้อนนี้ออกไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนและหนักแน่นขึ้นทุกทีเมื่อก้าวเท้าออกจากรั้วบ้าน ต้นหอมก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตาในชุดนักเรียนยืนพิงกำแพงรออยู่ รอยยิ้มบาง ๆ ที่หาดูได้ยากแต้มอยู่บนใบหน้าคมคายของเตอร์“เฮ้ย! มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย?” ต้นหอมถามด้วยความตกใจผสมปนเปกับความสงสัย เขามองร่างสูงที่ยืนอยู่ แสงแดดยามเช้าที่ตกกระทบใบหน้าคมทำให

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 6 บอลเดือด

    บทที่ 6 บอลเดือดบรรยากาศที่สนามฟุตบอลหลังตึกเรียนยามบ่าย อบอวลไปด้วยไอแดดที่ร้อนระอุจนผิวแทบไหม้ แต่ความร้อนแรงของอากาศยังสู้ความดุเดือดในสนามไม่ได้ เสียงโห่ร้องและเสียงเชียร์จากนักเรียนหลายสิบชีวิตดังระงม บ่งบอกว่าการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างห้องกำลังเข้มข้นถึงขีดสุดท่ามกลางผู้เล่นนับสิบคน ‘เตอร์’ โดดเด่นขึ้นมาในชุดเสื้อยืดสีกรมท่าที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง เขาเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง วิ่งไล่บอลด้วยสีหน้าจริงจังขึงขัง นัยน์ตาคมกริบจดจ่ออยู่กับเกมจนดูเหมือนโลกทั้งใบของเขามีเพียงลูกฟุตบอลกลมๆ ลูกเดียว โดยไม่สนเสียงกรี๊ดของสาวๆ ข้างสนามที่ดังขึ้นทุกครั้งยามที่เขาเลี้ยงหลบคู่แข่งอย่างเหนือชั้นที่ขอบรั้วฝั่งตรงข้าม ‘ต้นหอม’ ยืนกำรั้วเหล็กแน่นจนมือชื้นเหงื่อ แม้เขาจะพยายามบอกเพื่อนที่ยืนข้างๆ ว่า “แค่ออกมาเดินเล่นแก้เบื่อ” แต่สายตาเรียวกลับไม่เคยละไปจากร่างสูงในสนามได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกจังหวะที่เตอร์ขยับกาย หัวใจของเขาก็ดูเหมือนจะเต้นตามจังหวะนั้นไปด้วย“เตอร์เวลาเล่นบอลดูดีชะมัดเลยว่าไหมมึง... เท่อย่างกับคนละคนกับตอนนั่งหลังห้องเลย”เสียงเพื่อนสนิทที่

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 5 วันที่ฝนตก

    บทที่ 5 วันที่ฝนตกเช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวงตาเรียวใสดูปรือปรอยพลางบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ“โอ๊ย... ง่วงชะมัดเลย”เขากระชับสายกระเป๋านักเรียนแน่น ในหัวนึกตำหนิตัวเองที่เมื่อคืนเผลอไผลนั่งดูซีรีส์ยาวจนดึกดื่น พอต้องมาเจออากาศขมุกขมัวแบบนี้ สติของเขาแทบจะหลุดลอยไปตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้าโรงเรียนที่มุมหน้าต่างที่ประจำ เตอร์นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางเสียบหูฟังฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ สายตาคมจ้องมองออกไปข้างนอกที่มีแต่เงาเมฆหม่นเศร้าพาดผ่านท้องฟ้า เขาดูตัดขาดจากเสียงเอะอะของเพื่อนในกลุ่มที่กำลังถกเถียงเรื่องเกมกันอย่างออกรส ทว่าพอหันมาเห็นร่างโปร่งที่เดินหน้ายุ่งเข้ามาในคลองสายตา เขาก็เอ่ยทักขึ้นทันทีโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ“เดี๋ยวฝนตกแน่” น้ำเสียงทุ้มเรียบนั้นดึงความสนใจของต้นหอมไปได้ทันทีต้นหอมหยุดกึกพลางเลิกคิ้วมองอ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่

    บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในห้องนอนที่เงียบสงบ ต้นหอมทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างหลังจากจัดการกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากการอาบน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากลิ้งตัวไปมาบนฟูกนุ่มพลางถอนหายใจยาวทิ้งความเหนื่อยล้าของวัน มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันยอดฮิต เลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับโพสต์โฆษณาชิ้นหนึ่ง‘นมรสสตรอเบอร์รี่รสใหม่นำเข้า กลิ่นหอมหวานละมุน มีจำหน่ายเฉพาะบางสาขาเท่านั้น!’ภาพนมกล่องสีชมพูหวานแหววดูน่าลิ้มลองจนต้นหอมอดไม่ได้ที่จะตาโต ประกายในดวงตาเรียวใสกลับมาสดใสอีกครั้ง เขาเป็นพวกแพ้อะไรที่เป็นรสสตรอเบอร์รี่อยู่แล้ว ยิ่งหาซื้อยากเขายิ่งอยากลอง ปลายนิ้วรีบกดแชร์โพสต์ลงในสตอรี่ส่วนตัวทันที พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า“นมรสนี้น่าลองจัง แต่ท่าทางจะหายากสุดๆ เลยแฮะ” พ่วงด้วยอีโมจิรูปหน้าแมวร้องไห้หนึ่งตัวเขาไม่ได้คาดหวังให้ใครมาตอบ แค่โพสต์บ่นไปตามประสา ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอนแล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ยังค้างอยู่บนใบหน้าขณะเข้าสู่ห้วงฝันโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status