LOGINหลังจากช่วงพักกลางวันผ่านพ้นไป วิชาแรกในยามบ่ายของวันก็คือวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งคีตาและพินอินมีพรีเซนต์รายงานด้วย แต่ดีที่ทั้งสองทำมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เรื่องการเรียนนั้นคีตายังคงต้องพึ่งพินอินอยู่บ้าง เพราะเพื่อนสาวของเธอคนนี้ เรียนเก่งอยู่พอตัวเลยทีเดียว
“เดี๋ยวฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ แล้วจะรีบตามไปเลย”
ระหว่างทางไปห้องเรียน คีตาก็ขอปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่ โดยให้ทางพินอินไปรับหน้ากับคุณครูไว้ก่อน หวังว่ากลุ่มของพวกเธอจะไม่ใช่กลุ่มแรกๆ นะ
“ได้สิ รีบมานะ” สาวแว่นผมเปียว่า ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไป
คีตารีบเดินไปที่ห้องน้ำหญิงที่ใกล้ที่สุดในตอนนั้น แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอเลือกที่จะเดินอ้อมไปทางหลังอาคารเรียน ทั้งที่จริงๆ ตรงนั้นไม่ใช่ทางที่จะควรผ่านไปเลยแม้แต่น้อย
ฝีเท้าเล็กๆ เดินไปตามทาง จนกระทั่งเกือบจะถึงจุดหมายที่ว่าแล้ว แต่ทว่าเธอพบเข้ากับกลุ่มเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังนั่งสูบบุหรี่กันอยู่
เด็กสาวจึงทำท่าทีว่าจะถอยหลังกลับ เพราะเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่รออยู่ข้างหน้า
“จะไปไหนล่ะครับ น้องคีตา” หนึ่งในคนพวกนั้นเรียกเธอไว้ ก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น
“พะ...พวกพี่รู้จักคีตาด้วยเหรอคะ พอดีจะไปเข้าห้องน้ำค่ะ แต่นึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไปเรียนคาบอาจารย์อโณทัยพอดี” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“จะรีบไปไหนล่ะ จะไปห้องน้ำก็ไปสิครับ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว” รุ่นพี่อีกคนพูดขึ้นแบบกวนๆ ก่อนจะโยนก้นบุหรี่ลงพื้นและเหยียบมันอย่างไม่ไยดี
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” ถึงจะกลัวจนตัวสั่นและเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอที่ตา แต่ก็ยังคงพยายามพูดออกไปอย่างใจดีสู้เสือ
ในเวลาคับขันแบบนี้ ใครกันจะขี่ม้าขาวมาช่วยเธอได้...
“เฮ้ยพวกมึง!! จะแกล้งน้องเค้าทำไมวะ ถอยออกมาเลย” เด็กผู้ชายร่างสูงตัวใหญ่อีกคนพูดขึ้น
คนนี้ดูท่าทางจะเป็นหัวหน้าแก๊ง เพราะสังเกตได้จากตอนที่เขาพูดแล้ว พวกคนอื่นๆ ต่างก็หลีกทางให้
“นี่!! นักเรียนชายตรงนั้น ทำอะไรกันน่ะ” เสียงใครอีกคนพูดขึ้น แต่ครั้งนี้ดังมาจากทางด้านหลังของคีตา
มาแล้วสินะ คนขี่ม้าขาวที่ว่าของเธอ...
ใครสักคนที่คีตาภาวนาให้มาช่วย ที่จริงตอนนั้นเธอไม่สนแล้วว่าจะเป็นใคร ขอแค่มีคนมาช่วยเธอสักคนก็พอ และเมื่อเสียงที่รอคอยดังขึ้น ความกังวลที่มีก็พลันเปลี่ยนเป็นความโล่งใจ จนน้ำตาแทบจะไหลออกมาเลยทีเดียว
“พวกมึงวิ่ง!! สารวัตรนักเรียนมา”
แค่พอรู้ว่าคนที่มาคือสารวัตรนักเรียน พวกมันก็พากันวิ่งหนีหางจุกตูดไปกันเลยคนละทิศคนละทาง สมน้ำหน้า!!
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับน้อง”
คีตาที่ยืนหลับตาปี๋อยู่นั้น ก็ค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมามองคนตรงหน้า ใครกันนะที่มาช่วยเธอในเวลาแบบนี้
แต่นี่มัน...
“พี่เจ้าขุน!! ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ คีตาไม่เป็นอะไรค่ะ”
พระเอกขี่ม้าขาวก็คือพี่เจ้าขุน สารวัตรนักเรียนที่หล่อมาก แถมยังเป็นสุภาพบุรุษสุดๆ ซึ่งในตอนนี้ก็กำลังทำให้คนตัวเล็กเสียอาการอยู่พอสมควร เธอว่าพลางบิดไปมาก่อนจะวิ่งหนีไปดื้อๆ ทำเอาคนตรงนั้นงงไปเลย
แน่แหละ...ใครไม่รู้จักพี่เจ้าขุนก็บ้าแล้ว เพราะเขาน่ะโคตรจะฮอต ดีกรีเดือนโรงเรียนเลยนะ คนอะไร ทั้งหล่อ ทั้งเรียนเก่ง แถมยังนิสัยดีสุดๆ อีกด้วย ดีงามไปหมดทุกสิ่ง
วันต่อมา...
คาบภาษาไทยวันนี้ คุณครูนุชนาถลาป่วยและกำลังแอดมิตอยู่ที่โรงพยาบาล คุณครูจินตนาหัวหน้าฝ่ายวิชาภาษาไทยจึงแจ้งให้นักเรียนทุกคนใช้เวลาช่วงนี้ในการเคลียร์งาน หรือค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมที่ห้องสมุดแทน
“นี่ยังไม่เลิกเพ้อถึงพี่เค้าอีกเหรอคีตา ท่าทางจะเป็นเอามากนะ” พินอินเอ่ยพลางส่ายหัวให้กับท่าทีเพ้อฝันของเพื่อนสนิทคนสวย
“ก็พี่เจ้าขุนเค้าทั้งหล่อทั้งเท่ ตอนที่เค้ามาช่วยฉันอ่ะนะ มันฟินมากเลยแก” เธอว่าด้วยอาการล่องลอย ดูเพ้อเจ้อสุดๆ อย่างที่เพื่อนเธอบอกจริงๆ นั่นแหละ
“ทีหลังก็อย่าเดินมั่วไปหลังอาคารแบบนั้นอีกล่ะ มันอันตราย พี่เจ้าขุนเค้าอาจจะไม่ได้ไปช่วยแกได้ตลอดเวลานะยะ”
“นั่นน่ะสิ...เค้ามีแฟนหรือยังนะ อยากรู้จัง”
คนตัวเล็กเปลี่ยนจากนั่งเหม่อๆ มาเปิดหนังสือตรงหน้าเพื่อเตรียมค้นคว้า แต่ทว่าก็ยังไม่วายที่จะพูดถึงพระเอกขี่ม้าขาวของเธออยู่ดี
นี่เธอได้ฟังที่เพื่อนเตือนบ้างไหมล่ะเนี่ย!!
“เห็นมีข่าวลือว่าเค้ากำลังคบอยู่กับพี่แพรไหมห้องเดียวกันนะ” เสียงเพื่อนชายที่คุ้นเคย กระซิบกระซาบขึ้นขั้นกลางระหว่างเธอทั้งสอง จะเป็นใครไปเสียล่ะ ถ้าไม่ใช่...
“เฮ้ย!! ไอ้แมทธิว นายรู้ได้ไง” คีตาเอ่ยอย่างตกใจ แต่ก็ถามกลับในทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุด
“ก็แค่ได้ยินมา แกจะชอบพี่เค้าก็ไม่แปลกหรอก เค้าดูดีจริงๆ นั่นแหละนะ” แมทธิวว่าก่อนจะเปลี่ยนมานั่งที่เก้าอี้ด้านข้างแทน
“ห้ามบอกใครเด็ดขาดนะ!! แล้วมาช่วยฉันสืบด้วยว่าพี่เค้าเป็นแฟนกันจริงไหม เข้าใจนะ”
คีตากอดคอเพื่อนชายมาพร้อมกับกระซิบเบาๆ ที่หู ก่อนจะพยักหน้าให้อย่างจริงจัง
“น้องครับ!! นี่ห้องสมุดนะ เค้าเอาไว้อ่านหนังสือ ไม่ใช่มาพากันคุยเรื่องไร้สาระ”
เพราะแก๊งสามคนนี้คุยกันเสียงดังไม่หยุด สุดท้ายก็โดนว่ากล่าวเข้าให้ และคนที่เตือนนั่นก็คือ...
“ขอโทษค่ะพี่แผ่นดิน” พินอินรีบเอ่ยขึ้นในทันที
การติวหนังสือของทั้งแผ่นดินและคีตาเป็นไปอย่างเช่นเคย ทำให้การสอบย่อยบางวิชาของเธอนั้น มีคะแนนที่ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคีตาเล่าให้พินอินฟังว่าแผ่นดินเป็นคนติวให้เพราะบ้านอยู่ติดกัน ดังนั้นเขาเลยช่วยเหลือตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง“แหม!! คะแนนดีขึ้นแล้วหน้าบานเลยนะยัยคนสวย” พินอินว่า ขณะที่สองสาวกำลังนั่งชื่นชมคะแนนการสอบย่อยของวิชาคณิตศาสตร์อยู่ด้วยกัน“แกก็สวย เรียนก็เก่ง อย่าแซวฉันเลยนะ”คีตาในตอนนี้ดูดีใจจนออกนอกหน้านอกตา สังเกตได้จากรอยยิ้มกว้างที่แทบไม่หุบ อย่างที่เพื่อนเธอว่าไว้นั่นแหละก็แหม!! นานๆ ทีคนมันจะได้คะแนนเยอะ ขอดีใจนิดหนึ่งหน่อยได้ไหม“มีติวเตอร์ดีก็แบบนี้แหละ จะว่าไปพี่แผ่นดินเค้าก็เท่เหมือนกันนะ เรียนก็เก่ง กีฬาก็ปัง” สาวแว่นยังคงเอ่ยแซวเรื่อยๆ“อย่านะพินอิน!! แกอย่าเผลอชอบคนปากร้ายคนนั้นเด็ดขาด” คำพูดของเพื่อนสนิททำเอาคีตาถึงกับต้องรีบห้ามปรามในทันที เธอเอ่ยมันออกไปอย่างอัตโนมัติเลยก็ว่าได้“ไม่หรอก แค่ชื่นชมพี่เค้าเฉยๆ หรือนี่ไม่ใช่ว่าแกกำลั
“หาวว~” คนตัวเล็กที่ดันลืมตัวปล่อยหาวออกมาและที่สำคัญ เธอทำมันต่อหน้าผู้ชายที่ไม่ชอบหน้าเท่าไรด้วยจะบ้าตาย น่าอายสุดๆสิ่งที่เห็นทำชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู พร้อมส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ให้กับลูกศิษย์จอมเพี้ยนคนนี้ยัยบ้านี่ ตลกชะมัด ผู้หญิงอะไร!!“ไหวไหม ง่วงขนาดนั้นเลยหรือไง”แผ่นดินว่าก่อนจะเปิดหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ของเธอ ไปยังบทปัจจุบันที่ ม.4 กำลังเรียนอยู่ให้ พร้อมกับส่งคืนไปยังคนขี้เซาด้านข้าง“ไหวค่ะ เมื่อคืนนอนดึกนิดหน่อย” เธอว่าพลางรับมาอย่างว่าง่ายบอกได้เลยว่า... กายไม่พร้อม ใจก็เช่นกัน“งั้นพี่จะทบทวนเรื่องปัจจุบันที่เรียนอยู่ให้ก่อนแล้วกัน”เขาเอ่ยพร้อมกันเริ่มอธิบายอย่างช้าๆ ดูเชิงก่อนว่าเธอจะรับได้มากน้อยแค่ไหน แต่ดูจากสภาพในวันนี้แล้ว น่าจะได้ไม่มากนักหรอกติวเตอร์จำเป็นอธิบายเนื้อหาต่างๆ ให้ฟังอย่างชัดเจน เขาค่อยๆ สอนวิธีการคิดเลขให้อย่างไม่รีบร้อนแต่ละเอียด เพราะกลัวว่าเธอจะตามไม่ทัน ก่อนจะให้ทำโจทย์ไ
เมื่อเช้าวันเสาร์วนมาถึง อากาศดีๆ แบบนี้ ใครจะอยากรีบลุกจากเตียงกันล่ะ ก็วันหยุดทั้งทีนี่นะคีตาสะลึมสะลือขึ้นมา พลางบิดขี้เกียจอย่างสบายใจ ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกครั้ง ทั้งที่ตอนนี้เวลาก็เลยเก้าโมงไปแล้ว“น้องนภาจ๊ะ วันนี้เราไปทำเล็บกันดีไหม เห็นว่าที่ร้านมีลายใหม่เข้ามาด้วยนะ”เสียงจ้อกแจ้กของแม่ๆ ดังมาจากตรงรั้วที่กั้นกลางระหว่างสองบ้าน เป็นภาพคุ้นตาที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน เสียงหัวเราะเบาๆ และบทสนทนามากมายแสดงถึงความสนิทสนม ราวกับว่ารั้วนั้นไม่เคยเป็นกำแพงกั้นเลยสักนิด“ไปสิคะพี่นิน เล็บภาก็ไม่ได้ดูแลมานานแล้ว อยากทำสีให้ดูสวยๆ วัยรุ่นๆ กับเค้าบ้าง” น้านภาตอบกลับพลางเช็กเล็บบนมือไปด้วย“งั้นไปรถภากันนะคะ ขอตัวไปหยิบกุญแจสักครู่” เธอเอ่ยต่อเมื่อเห็นทีว่าต้องรีบไป“ได้สิ แต่เอ๊ะ!! นั่นแผ่นดินนี่ ขยันดูแลต้นไม้ดอกไม้จังเลยนะลูก” หลังเหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายตัวสูง แม่นินก็เอ่ยทักทายขึ้น ในขณะที่เขากำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงบริเวณสวนดอกไม้ในบ้านของตัวเอง“สวัสดีครับแม่นิน คีตา...ไปไหนเหรอครับ”เขาละจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า
สายลมอ่อนพัดเข้ามาทางหน้าต่าง พาผ้าม่านสีฟ้าพลิ้วไหวเบาๆ ไปตามแรงลม วันนี้คีตาตั้งใจจะอ่านหนังสือสักสองสามบทไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ดูเหมือนเธอจะมีแรงฮึดเต็มร้อยกว่าทุกวันเลยทีเดียวติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ~แต่ถึงอย่างนั้น ความตั้งใจก็กำลังจะถูกทำลายลง เพราะเสียงแจ้งเตือนข้อความที่ดังรัวมาจากมือถือของเธอ ใครกันนะที่ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังอุตส่าห์รัวข้อความมาMatthew_Cmaj: นี่พวกเธอKTkeetapat_: ว่าไงแมทธิว มีอะไรดึกแล้วนะMatthew_Cmaj: รู้จักนักสตรีมเมอร์ที่ชื่อ D-Lunaris อะไรนั่นกันไหมPrawpitcha_Pinin: ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นว่าเป็นคนในโรงเรียนเราMatthew_Cmaj: ใช่ เค้าดังสุดๆ แถมยังเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตของทีม The Little Hex ด้วยนะKTkeetapat_: ดังขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้จักเลยPrawpitcha_Pinin: ก็ระดับหนึ่งเลยในโลกออนไลน์Matthew_Cmaj: ตอนนี้กำลังไลฟ์สดอยู่เลย เธอลองเข้าไปดูสิ เดี๋ยวฉันส่งลิงก์ให้ข่าวลืออะไรพวกนั้น คีตาไม่เคยสนใจมันหรอก ปกติเธอก็ไม่ค่อยทันเหตุการณ์ในโรงเรียน
ภาคเรียนที่ 2 กำลังเริ่มต้นขึ้น แต่คะแนนสอบเทอมก่อนของคีตายังคงเป็นที่ไม่น่าพอใจนัก ทั้งที่เธอพยายามอ่านหนังสือและท่องจำอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามนั้น ยังไม่มากพอ“เกรดเทอมที่แล้วของฉันแย่สุดๆ ทำไมฉันโง่แบบนี้นะ” คีตานั่งกุมขมับกับคะแนนเฉลี่ยที่ออกมา ที่จริงมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่ตัวเองกลับคาดหวังเอาไว้เยอะน่ะสิ“อย่าว่าตัวเองเลย ฉันผิดเองที่ไม่ค่อยมีเวลาติวให้” พินอินเห็นเพื่อนเศร้าก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เธอปลอบใจพลางลูบหลังเพื่อนไปด้วย“โธ่!! ไม่ใช่ความผิดแกซะหน่อยพินอิน ลำพังแค่ต้องทำงานพิเศษไปด้วยก็ดูเหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องมาคอยดูแลคนไม่เอาไหนอย่างฉันอีก ไม่เป็นไรเลยเพื่อนรัก” คีตาว่าก่อนจะซบไปที่ไหล่ของเพื่อนสนิท“นี่ๆ พวกแกรู้ไหมว่างานกีฬาสีปีนี้ จะมีการคัดเลือกดรัมเมเยอร์ประจำแต่ละสีด้วยนะ ฉันว่าแกต้องทำเพื่อสีส้มของเราแล้วล่ะ...คีตา!!” แมทธิวปรี่เข้ามาจากด้านหลัง ก่อนจะประกาศข่าวสำคัญให้กับสองสาวได้รับรู้ก่อนใครจากที่เมื่อกี้ยังเสียใจกับคะแนนสอบอยู่เลย แต่คีตากลับตื่นเต้นกับข่าวใหม่ที
และวันประกวดรอบสุดท้ายก็มาถึง คิวแสดงความสามารถรันไปเรื่อยๆ จนมาถึงคีตา ที่ตอนนี้กำลังถูกตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมจากเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ“เอาล่ะสวยแล้ว สู้เค้านะคีตา!! ฉันไปรอเชียร์ที่หน้าเวทีนะ” พินอินเอ่ยอย่างอ่อนโยน พลางจับมือให้กำลังใจ“พวกแกสองคนนี่อย่างกับคู่ยูริเลย” เพื่อนชายเอ่ยแซวขึ้น ในขณะที่กำลังเช็ดทำความสะอาดกีตาร์ไปด้วยแมทธิวเห็นท่าทางของทั้งคู่ก็อดคิดไม่ได้ แต่จะเป็นไปได้ยังไง ก็ที่คีตามาประกวดนี่มันเพราะผู้ชายนะ“พอเลยไอ้แมทธิวนายก็ตั้งใจนะ พาคีตาชนะให้ได้” พินอินว่าพลางตบไหล่ให้กำลังใจเบาๆ ซึ่งเขาเองก็ยักไหล่ให้แบบกวนๆเมื่อถึงคิวการแสดงของทั้งคู่ คีตาและแมทธิวต่างก็พากันขึ้นไปบนเวทีเพื่อทำการแสดง ซึ่งตอนแรกคีตาก็มีอาการประหม่าเล็กน้อยแต่ก่อนขึ้นมาเธอได้พบกับเจ้าขุน และเขาได้เอ่ยให้กำลังใจเธอ ทำให้ตอนนี้บทเพลงที่กำลังถูกถ่ายทอดออกมา มันไพเราะมากกว่าตอนที่ซ้อมกัน เพิ่มขึ้นมาเป็นยี่สิบเท่าเลยก็ว่าได้จนสุดท้ายคีตาก็สามารถคว้ารางวัลที่ 3 มาครองได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอดีใจมากก่อนจะรีบวิ่งไป







