Masukผลประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อย วัลวารีที่พอได้เห็นชื่อตัวเองเด่นหราในอีเมลที่ได้รับรอยยิ้มสวยก็ผุดขึ้นทันควันก่อนจะรีบโทรไปหาพ่อและแม่ที่รอฟังผลอยู่ที่ประเทศไทย
"กรี๊ดดด นี่ฉันได้เป็นเลขาจริงเหรอเนี่ย ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม" มือเล็กยกขึ้นตบหน้าตัวเองเบาๆ อยู่หน้ากระจก เธอคงไม่ได้จะเพ้อฝันไปเองใช่ไหม ได้แต่หวังว่าผลประกาศนี้คงไม่ผิดพลาด "สู้ๆ วารีเธอต้องทำได้!" เรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเองด้วยความมั่นใจ เธอฝันอยากจะทำงานที่โรงแรมเคแอมบาสมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยค่าตอบแทนที่สูงหลิ่ว สวัสดิการพนักงานที่ไม่แบ่งแยกไม่ว่าจะมาจากประเทศไหนก็ตาม เธอจึงอยากได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ถึงวันเริ่มงานของจริงวัลวารีไม่หวั่นวิตกแม้แต่น้อย เธอก้าวขาฉับๆ ตรงดิ่งไปยังห้องของท่านประธานทันทีอย่างไม่รีรอ ขาเรียวสวยบนรองเท้าส้นสูงยิ่งขลับให้ขาของเธอดูสวยยิ่งขึ้นไปอีก แกร๊ก! ทันทีที่ประตูบานใหญ่เปิดออก สายตาของเธอจับจ้องไปยังชาร่างสูงในชุดสูทสีดำกำลังยืนหันหลังให้เธอ "สวัสดีค่ะ ดิฉันวัลวารี เป็นเลขาคนใหม่ของท่านประธานค่ะ" เสียงหวานเสนาะหูเอ่ยแนะนำตัวเองกับคนที่กำลังจะเป็นเจ้านายของเธอ "ไง" น้ำเสียงทุ้มที่คุ้นหูของคนตรงหน้าทำให้วัลวารีเริ่มขมวดคิ้ว แต่ไม่ทันได้คลายความสงสัยร่างสูงโปร่งใสชุดสูทก็ค่อยๆ หันมาประจันหน้ากับเธอ คาลอสส่งสายตาคมจับจ้องไปทางร่างเล็กใสชุดเดรสสีดำ ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาที่คาดเดาความคิดของเขาไม่ได้ แต่แววตาของวัลวารีกลับเผยให้เห็นทุกสิ่งที่เธอคิด "ขอโทษนะคะวันนั้นฉันไม่ทราบจริงๆ ว่าท่านประธานเป็นคนสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ฉันไม่คิดว่าท่านจะยังอายุน้อยขนาดนี้น่ะค่ะ" หญิงสาวก้มหัวขอโทษที่ไม่รู้ว่าคนที่สัมภาษณ์เธอวันนั้นจะเป็นประธานบริหาร ทั้งที่เธอมั่นใจว่าหาข้อมูลมาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม "ช่างมันเถอะ ฉันเพิ่งจะมารับตำแหน่งต่อจากพ่อ" คาลอสเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง เขาเพิ่งรับตำแหน่งได้ไม่ถึงสามเดือนก็ต้องเปลี่ยนเลขาไปถึงห้าคนเพราะคนที่พ่อหามาให้ไม่ถูกใจเขาสักคน ทำให้เขาต้องคัดเลือกด้วยตัวเองจนได้เจอกับเธอในที่สุด ชายหนุ่มไม่ละสายตาจากคนตัวเล็กตรงหน้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว แววตาที่เขามองเธอไม่ได้สื่อถึงความรักหรือความชอบแต่อย่างใด แต่สื่อถึงความต้องการเสียมากกว่า "ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณ..คาลอส" วัลวารีใช้ความช่างสังเกตมองป้ายชื่อของเขาที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะเอ่ยชื่อของเขาได้อย่างมั่นใจ "ต่อจากนี้ถ้าต้องการอะไรเรียกฉันได้เลยนะคะ ฉันจะทำงานให้เต็มที่ค่ะ" ความสดใสและความมุ่งมั่นของเธอไม่ได้ทำให้คาลอสพอใจเท่ากับสัดส่วนของเธอที่พอเหมาะพอดีมือและเสียงหวานๆ ที่ควรจะมาครวญครางใต้ร่างของเขา "เธอทำได้ทุกอย่างแน่ใช่ไหม..วัลวารี" เป็นคำถามที่ถามเพื่อความแน่ใจจนร่างบางเริ่มจะไม่มั่นใจเข้าแล้ว "คะ..ค่ะ ฉันทำได้ทุกอย่างค่ะ ถ้าคุณคาลอสต้องการให้ทำอะไรฉันทำได้หมดเลยค่ะ" คนตัวเล็กตอบไปแบบไม่ได้คิดอะไรนอกจากเรื่องงาน ผิดกับอีกคนที่กำลังจินตนาการไปถึงลีลาเร่าร้อนของเธอที่ออกลวดลายบนเตียงของเขา "หึ! เดี๋ยวเราจะได้รู้กัน ตอนนี้จะไปไหนก็ไป" คาลอสโบกมือไล่ให้เธอออกไป วัลวารีถึงกับเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจความคิดของผู้เป็นเจ้านายคนนี้เลย โต๊ะทำงานเลขาหน้าห้องถูกจัดแจงให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แจกันใบสวยใส่ดอกไม้สีสดใสถูกวางตั้งไว้ไม่ไกลนักเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย คนที่ใฝ่ฝันในหน้าที่นี้มากอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นยิ้มแก้มปริ เพียงวันแรกเอกสารก็เริ่มทยอยเข้ามาไม่ทันได้พักหายใจ แฟ้มเอกสารที่ต้องส่งมอบให้ท่านประธานเซ็นถูกวางกองเป็นภูเขาบนโต๊ะทำงานที่ก่อนหน้านี้ยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อย "อันนี้เป็นเอกสารสัญญาที่คุณต้องเซ็นค่ะ เป็นรายละเอียดเรื่องเงินเดือน สวัดิการและเงื่อนไขของบริษัท" พนักงานสาวยื่นกระดาษที่มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษยาวเหยียดให้กับเธอ วัลวารีไล่อ่านทุกบรรทัดไม่มีตกหล่นด้วยความรอบคอบ ก่อนจะจรดปากกาเซ็นชื่อตนเองลงบนกระดาษเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้เธอก็เป็นพนักงานของเคแอมบาสเต็มตัวแล้ว แถมยังได้เป็นเลขาของประธานอีกด้วย แค่คิดก็เหมือนฝันไป ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้องที่หน้าเรียบเฉยไม่แสดงสีหน้าแต่อย่างใด วัลวารีรีบลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นเจ้านายของตนเองกำลังเดินตรงมาทางเธอ "ลีน่าบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าเย็นนี้เราต้องไปพบหุ้นส่วน" คาลอสเอ่ยพลางกดสายตามองต่ำลง เขาเลือกที่จะใช้วิธีลดระดับสายตาแทนการก้มหน้าคุยกับเธอ "ค่ะ คุณลีน่าแจ้งไว้แล้วค่ะ" เสียงหวานตอบกลับทันควัน เธอได้รับมอบหมายงานจากอดีตเลขาคนเก่าที่เคยทำงานให้ประธานคนก่อนหน้า แต่ตอนนี้หน้าที่เลขาได้ตกมาเป็นของวัลวารี "ดี เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ ฉันไม่ชอบคนไม่ตรงเวลา" ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายพร้อมกับสีหน้าจริงจังที่บ่งบอกว่าเขาไม่ได้โกหก หญิงสาวตัวเล็กรู้สึกขนซู่กับสายตาที่เขามองมา เธอคาดเดาอารมณ์ของเขาไม่ได้เลยว่าตอนนี้กำลังคิดอะไร สายตาที่จ้องเธอราวกับจะฆ่าให้ตายแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ หวังว่าเธอคงจะไม่ได้ทำอะไรให้เขาไม่พอใจใช่หรือเปล่า เมื่อถึงเวลานัดพบหุ้นส่วนคนสำคัญ เลขาสาวก็รีบเตรียมตัวไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เธอเคลียร์งานเอกสารที่คั่งค้างจนหมด ภายในหนึ่งวันวัลวารีสามารถจัดการทุกอย่างได้ดีแบบที่คาลอสคาดไม่ถึง "ทำงานเร็วดีเหมือนกันนี่" เหมือนจะเป็นคำชมแรกจากผู้เป็นเจ้านายที่ทำให้หญิงสาวเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ "ขอบคุณค่ะ ส่วนนัดวันนี้กับคุณลอว์เรนฉันแจ้งกับทางผู้จัดการฝ่ายโรงแรมเรียบร้อยแล้วนะคะ ท่านประธานสามารถเข้าไปได้เลยค่ะ" คนตัวเล็กชี้แจงตารางงานให้เสร็จสรรพ เธอจัดการโดยที่เขาไม่ทันได้ออกคำสั่งและนั่นทำให้คาลอสรู้สึกพอใจกับเลขาที่เลือกมาเองกับมือ"แค่ดินเนอร์ด้วยกันเฉยๆ ไม่เห็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลย" เสียงทุ้มเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่นัดกินมื้อค่ำ แต่ไม่คิดว่าเอลิซ่าจะเล่นใหญ่จัดดินเนอร์ในร้านอาหารสุดหรูเช่นนี้ แถมยังทำการเหมาทั้งร้านเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย"ไม่ได้สิ นานๆ พวกเราจะได้เจอกันนะ" เอลิซ่าส่งยิ้มหวานโชว์ฟันขาวเรียงสวยให้เพื่อนสนิทที่ดูไม่ค่อยร่าเริงเสียเท่าไรคาลอสพอเห็นคนตรงหน้ายิ้มให้จึงพยายามจัดการความคิดในหัวของตัวเองออกแล้วยิ้มตอบให้เพื่อนสาวตรงหน้า เขาจะไม่เอาเรื่องอื่นมาใส่หัวในเวลานี้โดยเฉพาะเรื่องของวัลวารี"หน้านายดูเครียดๆ งานหนักไปหรือเปล่าคาลอส" เอลิซ่าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง"ก็นิดหน่อย แต่ฉันจัดการได้เธอไม่ต้องเป็นห่วง" คาลอสคิดว่าเอลิซ่าแค่หวังดีตามประสาเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าเธอแอบคิดไม่ซื่อ ไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนกับเขา"ฉันรู้ว่านายจัดการได้ เพราะนายเก่งอยู่แล้ว""แหม! ถ้าเป็นสาวคนอื่นชมแบบนี้ฉันคงเขินไปแล้ว" ชายหนุ่มแกล้งหยอกขำๆ แต่กลับทำให้อีกคนหน้าเจื่อนลง"เป็นฉันชมนายไม่เขินหรือไง""ก็เธอเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่เด็กจะเขินอะไรล่ะ
ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม วัลวารีหายจากอาการป่วยเป็นปลิดทิ้งหลังจากได้พักฟื้นอยู่โรงพยาบาลอยู่สองวัน ตอนนี้ร่างกายของเธอสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิมแล้ว"ช่วงบ่ายนี้มีประชุมเสนอแผนงานนะคะ" เลขาคนสวยแจ้งตารางงานกับผู้เป็นเจ้านายที่นั่งส่งสายตาแพรวพราวมองเรือนร่างใต้ชุดเดรสสีดำของเธอ"หยุดทำสายตาแบบนั้นสักทีค่ะคุณคาลอส" วัลวารีถอนหายใจเหนื่อยอ่อน เธอปลงกับความเจ้าเล่ห์ของเขาเหลือเกิน"ทำไม หรือเธอมีอารมณ์เพราะถูกฉันมอง" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างมาดมั่น แต่หญิงสาวกลับกลอกตามองแล้วเมินหน้าหนี"วัลวารี! อย่าเดินหนีฉันนะ""ฉันต้องไปเตรียมเอกสารก่อนประชุมค่ะ คุณมีอะไรอีกหรือเปล่าคะ" เธอหันมาตอบเสียงดังฟังชัดก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานใหญ่ในทันทีคาลอสนั่งผิวปากอารมณ์ดีอยู่ในห้อง ไม่รู้อะไรทำให้ช่วงนี้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยผิดจากเดิม เขามักสรรหาวิธีแกล้งเธอสารพัดเพื่อยั่วโมโห เพราะเขาชื่นชอบสีหน้าของเธอเวลาที่โกรธ พอเห็นแล้วยิ่งทำให้อยากแกล้งหญิงสาวออกจากห้องของผู้เป็นเจ้านายพร้อมกับสีหน้าเปื้อนยิ้ม ตั้งแต่ที่ออกจากโรงพยา
"คุณลิซ่าเธอจะเสียใจนะครับ""ฉันคิดกับลิซ่าได้แค่เพื่อนจริงๆ จะให้แต่งงานกันฉันคิดภาพไม่ออกหรอก" คาลอสรักเอลิซ่าเหมือนเพื่อนมาตลอด เขาถือคติไม่คบเพื่อนเป็นแฟนเพราะมันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน"แล้วบอสคุยกับคุณลิซ่าหรือยังครับ" อเล็กซ์เห็นใจเจ้านายที่พูดความจริงออกไปไม่ได้ จะปฏิเสธตรงๆ ก็ดูหักหน้าจนเกินไป"ยัง…ฉันยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แล้วแกก็ไม่ต้องพูดเรื่องนี้ต่อหน้าวารีล่ะ เข้าใจไหม" เขาไม่อยากให้เธอพลอยเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ แค่ที่ฟังจากคูเปอร์ก็มากพอแล้ว"บอสดูเห็นอกเห็นใจคุณวารีจังเลยนะครับ เมื่อก่อนบอสไม่เห็นสนใจเลยนี่ครับ" อเล็กซ์แกล้งหรี่ตาถามเจ้านายที่มีความคิดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น"บางทีฉันว่าแกอาจจะรู้มากเกินไปแล้วนะ ฉันจะพิจารณาไล่แกออกคงจะดีกว่า" คำขู่ของคาลอสได้ผลเป็นอย่างดีเพราะทำให้อเล็กซ์ต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง"จะกลับเพนต์เฮาส์เลยไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่ง""คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่""ฮะ?" อเล็กตกใจตาโตกับคำตอบของคาลอส"ทำไม จะตกใจอะไร""บอสเนี่ยนะครับจะนอนที่นี่ มีเตียงนุ่มๆ ของ
วัลวารีฝืนทำงานถึงเวลาเลิกงาน เธอรีบเก็บของใส่กระเป๋า ในใจตอนนี้คิดถึงแต่ทางกลับที่พัก อยากทิ้งร่างกายที่เหนื่อยอ่อนนอนบนเตียงทั้งแบบนี้"เก็บของเสร็จหรือยัง" คาลอสหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของเธอไม่ยอมไปไหนเสียที"ค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ""เสร็จแล้วก็ไป ฉันจะไปส่ง" เขาทนเห็นสภาพเธอตอนนี้ที่ต้องระเห็จกลับที่พักคนเดียวไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าเขาเป็นเจ้านายใจร้ายไม่เป็นห่วงลูกน้อง"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะกลับเอง""อย่ารั้นได้ไหมวารี ดูสภาพตัวเองก่อนเถอะเดินจะล้มอยู่แล้ว" คาลอสกอดอกมองหญิงสาวที่ยืนโซเซจวนจะล้ม"ฉันไม่อยากรบกวนคุณ""อย่าพูดมากรีบๆ เดินตามมา" ชายหนุ่มเดินนำไปที่ลิฟต์อย่างไม่รีบร้อน เขายืนรอให้เธอเดินเข้าลิฟต์ไม่ได้แกล้งปิดลิฟต์ก่อนเหมือนอย่างที่เคยทำวัลวารียอมเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเขาไปมากกว่านี้ ในหัวของเธอคิดถึงแต่เตียงนอน"ที่ห้องมียาหรือเปล่า" คาลอสอาศัยจังหวะที่รอลิฟต์เคลื่อนตัวลงถึงชั้นที่จอดรถเอ่ยถามคนข้างๆ ที่ยืนพิงผนังลิฟต์ด้วยท่าทีอ่อนแรง"มีแล้วค่ะ"
ชายหนุ่มจิ๊ปากไม่พอใจที่สุดท้ายเขาต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้เธอจนได้ คาลอสเดินดุ่มๆ เข้าห้องทำงานปิดประตูเสียงดังเป็นการประชดให้เธอรู้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดีที่โดนขัดใจคาลอสไม่ออกจากห้องทำงานอีกเลยแม้จะถึงช่วงพักกลางวัน เขาเพียงออกคำสั่งให้เธอเตรียมอาหารแล้วเอาไปให้เขาในห้องเท่านั้น เลขาอย่างเธอจะทำอะไรได้นอกเสียจากทำตามที่เจ้านายสั่งวัลวารีอาศัยช่วงที่พนักงานคนอื่นๆ ยังไม่ออกมาพักรีบซื้ออาหารก่อนที่ทุกคนจะมา ปกติในช่วงเวลานี้เธอมักจะไปหลบอยู่ที่ดาดฟ้ากินอาหารที่เตรียมมาจากบ้าน เพราะไม่อยากเจอกับสายตาดูแคลนจากทุกคน แต่วันนี้เธอไม่ได้เตรียมมาและยังมีส่วนของคาลอสอีกด้วย"ขอบคุณค่ะ" วัลวารีรีบจ่ายเงินแล้วออกจากห้องอาหารไปในช่วงที่คนยังไม่พลุกพล่าน เธอไม่เคยเล่าเรื่องที่ต้องเจอให้คาลอสหรือใครฟัง เพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่ต้องบอกใคร"คุณวารี" เสียงทักทายเป็นมิตรของชายหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มตรงปรี่เข้ามาหาเธอ"คุณคูเปอร์…" วัลวารีมองคูเปอร์ที่เดินมาพร้อมกับพนักงานแผนกอื่นราวกับเป็นขวัญใจของทุกคนที่นี่ไปโดยปริยาย"ดีจังที่เจอคุณที่นี
คาลอสตื่นมาพร้อมกับความหัวเสียที่ไม่เจอร่างบางที่อยู่ด้วยกันเมื่อคืน ไม่รู้ทำไมเธอถึงชอบทิ้งเขาไปแบบนี้เป็นประจำ"สงสัยครั้งหน้าคงต้องจับมัดแล้วมั้ง" บ่นพึมพำคนเดียวเบาๆ เป็นการคาดโทษคนที่บังอาจทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวแกร๊ก~ เสียงประตูถูกเปิดจากด้านนอกทำเอาคนตัวโตแอบลอบยิ้มคิดว่าเป็นวัลวารีที่กลับมา"วัลวะ…" คำพูดถูกกลืนลงคอเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาโดยได้ไม่ได้รับอนุญาต"ตื่นแล้วเหรอครับบอส" อเล็กซ์ส่งยิ้มให้ผู้เป็นเจ้านายด้วยท่าทางเป็นมิตร แต่สีหน้าของอีกคนดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น"ไม่เห็นหรือไง! แล้วแกจะเข้ามาทำไม" คนอารมณ์เสียชักสีหน้าไม่พอใจใส่คนสนิทที่ดันเปิดประตูเข้ามา ไม่ใช่วัลวารีแบบที่คิด"อ้าว! ผมก็มาดูไงครับว่าบอสหายป่วยปลอมๆ หรือยัง" อเล็กซ์ทำหน้ามึนงง เขาทำผิดอะไรถึงได้โดนเจ้านายหัวเสียใส่แต่เช้าแบบนี้"แกทำฉันหงุดหงิดแต่เช้าเลยนะ ไล่ออกซะดีไหม""ดีครับ!" อเล็กซ์ตอบฉะฉานแบบไม่ต้องคิด"ไอ้อเล็กซ์!" เสียงทุ้มตะคอกใส่คนสนิทที่โตมาด้วยกัน แต่กล้าจะทิ้งเขาได้ลงคออีกคน"ผมล้อเล่นคร
เสื้อผ้าทุกชิ้นถูกกระชากออกให้พ้นร่างเล็กอย่างไม่ไยดี มือหนาแสนหยาบโลนสัมผัสเรือนร่างของเธอตั้งแต่หน้าอกอวบอิ่มจนถึงใต้สะดือ แต่เขาก็หยุดมือเอาไว้เสียก่อนที่จะลงไปต่ำกว่านี้"อ๊ะ.." ยาถูกผสมกับไวน์ในแก้วที่เธอดื่มเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ"ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกคนสวย
ประธานคนใหม่กำลังนั่งพูดคุยกับหุ้นส่วนคนสำคัญตั้งแต่ที่พ่อของเขายังไม่วางมือ ส่วนเลขาสาวก็ยังคงทำหน้าที่ของตนเองคือการจดรายละเอียดที่ทั้งคู่คุยกันเพื่อเป็นหลักฐานอีกชั้น"ขอบคุณนะครับที่ยังเชื่อใจโรงแรมของเรา""จะไม่เชื่อใจได้ยังไงล่ะคะ ที่บ้านฉันก็ทำงานกับพ่อของคุณมาตั้งหลายปี
..หนึ่งปีก่อนหน้านี้..[นิวยอร์ก , ประเทศสหรัฐอเมริกา]วัลวารีกรีดร้องเสียงดังในใจเมื่อได้รับอีเมลตอบกลับจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเคแอมบาสที่เธอส่งใบสมัครไปเมื่อสองเดือนก่อน ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่เดินทางข้ามน้ำ ข้ามทะเลจากประเทศไทยมาทำงานที่ใฝ่ฝันไกลถึงสหรัฐอเมริกา
หญิงสาวตัวเล็กกะทัดรัดแต่ค่อนข้างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงกำลังวิ่งสับขารัวๆ บนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วที่เธอไม่ค่อยคุ้นชินมากนัก"เธอมาสาย!" ทันทีที่ขาเรียวหยุดชะงักที่หน้าห้องทำงานชั้นผู้บริหาร เสียงเข้มของผู้เป็นเจ้านายก็ได้เอ่ยพร้อมกับสีหน้าไม่สบอารมณ์"ขอโทษค่ะ วันนี้รถติดมากๆ ฉัน







