Se connecterประธานคนใหม่กำลังนั่งพูดคุยกับหุ้นส่วนคนสำคัญตั้งแต่ที่พ่อของเขายังไม่วางมือ ส่วนเลขาสาวก็ยังคงทำหน้าที่ของตนเองคือการจดรายละเอียดที่ทั้งคู่คุยกันเพื่อเป็นหลักฐานอีกชั้น
"ขอบคุณนะครับที่ยังเชื่อใจโรงแรมของเรา" "จะไม่เชื่อใจได้ยังไงล่ะคะ ที่บ้านฉันก็ทำงานกับพ่อของคุณมาตั้งหลายปี พอรู้ว่าเปลี่ยนประธานคนใหม่ฉันก็ตกใจเหมือนกันนะคะ" หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับคาลอสเอ่ยพลางส่งสายตายั่วยวนมองมาที่เขา วัลวารีที่นั่งอยู่รู้สึกตนเองกำลังเป็นส่วนเกินในวงสนทนานี้ แต่จะให้ลุกขึ้นก็ดูจะเสียมารยาท สายตาเหลือบเห็นแก้วไวน์ที่วางตรงหน้าจึงยกขึ้นดื่มเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตนเองไม่ให้มองชายหญิงสองคนที่เหมือนจะเกี้ยวพาราสีใส่กัน "คุณคาลอสหล่อเหมือนกับที่เขาพูดถึงกันเลยนะคะ ฉันดีใจมากเลยค่ะที่ได้ร่วมงานกับคุณ" นิ้วเรียวสวยค่อยๆ ลูบหลังมือหนาอย่างแผ่วเบาเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความต้องการของเธอ หญิงสาวอีกคนที่ตั้งใจจิบไวน์ให้พอรู้รสชาติ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอเผลอดื่มไวน์ในแก้วจนหมด เธอไม่รู้ว่าเพราะไวน์ที่ดื่มไปนั่นแรงหรือเพราะคออ่อนกันแน่ถึงได้รู้สึกร้อนวูบวาบ สายตาเริ่มพล่ามัวแบบนี้ "เรามาดื่มให้กับมิตรภาพทางธุรกิจของเราดีกว่านะครับ" ชายหนุ่มเปลี่ยนสถานการณ์ทำทีเป็นยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับหุ้นส่วนคนสำคัญก่อนจะหันไปเห็นเลขาสาวที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ "ไหวหรือเปล่า" คาลอสเห็นท่าทีคนข้างๆ ไม่ค่อยดีจึงกระซิบถามเบาๆ "วะ..ไหวค่ะ" เสียงหวานตอบตะกุกตะกัก เธอรู้สึกในกายร้อนราวกับมีไฟมอดไหม้อยู่ในตัว หัวใจเต้นแรงผิดปกติ อีกทั้งมือของเธอเริ่มชาไม่มีความรู้สึก แต่ก็ยังแสร้งส่งยิ้มให้กับเขากลับไป "ฉันว่าไม่ไหวนะ" จู่ๆ มือหนาที่อยู่ใต้โต๊ะก็ลูบไล้ตนขาขาวขึ้นลงเบาๆ โดยไม่ให้หุ้นส่วนคนสำคัญได้ทันสังเกต หญิงสาวพอถูกกระตุ้นด้วยมือสากของเขาก็เริ่มเก็บอาการไม่อยู่ วัลวารีรีบจับมือคาลอสที่กำลังลูบวนให้หยุด แววตาอ้อนวอนมองหน้าเขาเชิงขอร้องให้เขาเลิกทำแบบนี้ "ผมว่าคืนนี้ดึกมากแล้ว เราแยกย้ายกันดีไหมครับคุณลอว์เรนจะได้พักผ่อนด้วย" คาลอสเอ่ยตัดบทสนทนาของคนตรงหน้าที่กำลังเล่าประสบการณ์การท่องเที่ยวของตนให้เขาฟัง "คะ..ค่ะ ก็ได้ค่ะ" ลอว์เรนถึงกับไปไม่เป็น ทีแรกเขามีท่าทีสนใจเธอไม่น้อย แต่จู่ๆ ก็ตัดบทเสียททื่อๆ "ขับรถกลับดีๆ นะครับ" เมื่อหุ้นส่วนคนสำคัญกลับไปห้องรับรองแขกวีไอพีของโรงแรมก็เหลือเพียงวัลวารีกับเจ้านายเพียงแค่สองคนท่ามกลางห้องที่เงียบสงัด "ถะ..ถ้างั้นวันนี้ฉันขอตัวก่อนนะคะ" ขาเรียวยืนบิดเร้าไปมาจนชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปากราวกับทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ "ฉันว่าเธอกลับไม่ไหวหรอก..วารี" มือหนารั้งร่างเล็กที่กำลังหมดแรงอ่อนปวกเปียกเข้ามาในอ้อมแขน น้ำเสียงทุ้มปนกระเส่ากระซิบข้างหูของคนที่กำลังตาพร่ามัว สติใกล้เลือนราง "วะ..ไหวค่ะ ฉันกลับไหว" วัลวารีนยืนกรานคำเดิมแม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะสั่นเครือจนแทบจับคำไม่ได้ "อย่ารั้นสิ เธอกลับไม่ไหวหรอก" คาลอสก้มมองคนตัวเล็กที่ค่อยๆ อ่อนระทวยลงช้าๆ แข็งขาใกล้หมดแรงค่อยๆ ล้มพับในอ้อมแขนของเขาก่อนจะสลบสไปในที่สุด "หึ! คิดว่าฉันจะปล่อยเหยื่อหลุดมือไปง่ายๆ เหรอ" เขาตวัดอุ้มเธอลอยขึ้นในท่าเจ้าหญิง ขายาวก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังห้องพักที่คนสนิทเตรียมการไว้ให้ก่อนหน้านี้ ร่างเล็กหลับพริ้มถูกวางบนเตียงกว้างอย่างเบามือ วัลวารีไม่รู้เลยว่าการทำงานวันแรกของเธอจะต้องเจอกับสิ่งที่เขามอบให้โดยที่เธอไม่ได้เต็มใจจะรับมัน "เธอเพิ่งจะมาทำงานวันแรกเองนะครับบอส ทำแบบนี้มัน..จะดีเหรอครับ" เสียงทุ้มของชายอีกคนเอ่ยด้วยสีหน้าปนกังวลกับสิ่งที่ผู้เป็นนายกำลังจะทำ "แล้วไง ในเมื่อมีเหยื่อเข้ามาทำไมฉันต้องปล่อยให้หลุดมือ แกนั่นแหละไม่ต้องเอะอะไป รีบกลับบ้านไปได้แล้ว เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง" คาลอสเอ่ยพลางไล่ลูกน้องคนสนิทที่เปรียบเสมือนมือขวาของตน พ้นหลังคนสนิทออกจากห้องไปพร้อมล็อกประตูให้เสร็จสรรพ คาลอสก็เริ่มจัดการถอดเสื้อผ้าของตนเองและเริ่มปลดเปลื้องชุดเดรสตัวสวยของเธอออกช้าๆ "อื้ม.." เสียงหวานครวญครางแผ่วเบา ดวงตากลมสวยค่อยๆ ลืมตามองอย่างลำบาก "ไงคนสวย" คำทักทายของเขาทำให้วัลวารีขยับตัวลุกขึ้น แต่ทว่าเธอกลับไร้เรี่ยวแรง ในกายยังคงร้อนผาววูบวาบไม่หาย อีกสิ่งหนึ่งที่แปลกใจคือส่วนล่างของเธอรู้สึกสั่นระริกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "คะ..คุณจะทำอะไรคะ" คนตัวเล็กพยายามรวบรวมสติอันน้อยน้อยเอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายที่ไร้เสื้อผ้าปกคลุม "เธอก็น่าจะรู้นี่ว่าฉันรับเธอเข้ามาเป็นเลขาเพราะอะไร" "แต่ฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้ ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ" แววตาน่าสงสารพยายามอ้อนวอนขอให้เขาปล่อยเธอไป วัลวารีไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ "สายไปแล้วแหละ คิดว่าฉันจะปล่อยเหยื่อที่จับมาเองกับมือง่ายๆ หรือไง" คาลอสมองเธอด้วยสายตาปรารถนาที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว หญิงสาวส่ายหน้าพัลวันก่อนจะถูกจับขาลากไปอยู่ใต้ร่างของเขา "อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ได้โปรด..อ๊ะ" จู่ๆ เสียงหวานก็ร้องลั่นเมื่อนิ้วชี้แกร่งของเขาสัมผัสที่เนินอูมไร้ขนบดบัง "เชื่อฉันสิว่าตอนนี้เธอต้องการฉันมากกว่าอยากให้ฉันปล่อยเธอไป" คาลอสมั่นใจกับภาพที่เห็น กายสาวบิดเร้าไปมาอย่างทรมานแม้ปากจะปฏิเสธอย่างไรก็ไม่สามารถต้านทานความต้องการนี้ได้ "คุณ..อื้อ..คาลอส.." วัลวารีสะดุ้งตัวโยนตกใจรู้สึกถึงนิ้วของเขากำลังกรีดกลางรอยแยกกลีบกุหลาบที่ยังคงปิดสนิท "แล้วเธอจะติดใจ.." ชายหนุ่มล่อลวงเธอด้วยคำพูดและการกระทำแสนเจ้าเล่ห์ คนตัวเล็กไม่สามารถต่อต้านเขาได้จึงต้องหลับตาปล่อยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป วัลวารีตัดสินใจแน่วแน่ว่าหลังจากคืนนี้ผ่านไปเธอจะขอลาออกจากการเป็นเลขาของเขา เธอไม่สามารถทนทำงานกับคนร้ายกาจแบบเขาได้อีก "ฉันเกลียด..อ๊ะ..คุณ" เสียงหวานเอ่ยสลับกับเสียงครางที่กลั้นไม่อยู่ "ก็ไม่ได้ขอให้รักสักหน่อย อย่าคิดไปเองสิ" คาลอสตอบเธอด้วยสีหน้าของผู้ชนะ เธอจะเกลียดหรือรู้สึกอย่างไรเขาไม่สน แต่ที่รู้คือจากนี้ไปวัลวารีต้องอยู่ใต้อาณัติของเขาโดยที่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้เจลหล่อลื่นถูกชโลมลงบนของเล่นเจ้าปัญหาจนชุ่มก่อนที่มือหนาจะจับแหวกแก้มก้นขาวออกช้าๆ วัลวารีหลับตาแน่นเมื่อรู้สึกถึงความเย็นของเจลหล่อลื่นและของเล่นขนาดเล็กที่ทำจากโลหะชั้นดีค่อยๆ เข้ามาใกล้ปากทางเข้ารูเล็กด้านหลังที่ปิดสนิท"อ๊ะ!" เสียงหวานร้องตกใจกับเจลเย็นๆ ที่ถูกหยดลงมาที่เนินก้นของเธอ"อย่าเกร็งล่ะ" คาลอสจัดการสอดเจ้าของเล่นเข้าไปช้าๆ ไม่รีบร้อนตะบี้ตะแบง"อื้อ.." สะโพกสวยเผลอยกลอยอย่างลืมตัวเมื่อของเล่นเย็นๆ ถูกสอดเข้ามาในช่องทางรักที่สองชายหนุ่มเห็นท่าทีของคนตัวเล็กที่เริ่มผ่อนคลายจึงกดเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือเข้าไปจนมิด แต่ยังโชคดีที่ของเล่นชนิดนี้มีส่วนที่เอาไว้จับดึงออกเป็นรูปหัวใจ เพื่อไม่ให้หลุดเข้าไปด้านใน"อ๊า..""บอกแล้วว่าเธอจะต้องชอบ" คาลอสมองก้นสวยที่ส่ายไปมา กลางรูเล็กมีสิ่งที่เพิ่งสอดเข้าไปเสียบคาไว้ยิ่งชวนน่ามอง"มันอึดอัด..อ๊ะ!" เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บ แต่รู้สึกอัดอัดที่ช่องทางหลัง แถมตอนนี้ยังดูเขากระตุ้นด้วยการขยับเจ้าสิ่งนั้นที่ก้นเธอเบาๆ อีกด้วย"ดูสิ พอใส่ข้างหลัง ข้างหน้าก็แฉะเลย" เพราะถูกกระ
ร่างสูงโปร่งก้าวขาเร็วๆ หนีจากความวุ่นวายภายในงาน ทิ้งคู่ควงอย่างวาเลนเซียให้ยืนเกาหัวแกรกๆ ด้วยความมึนงง วัลวารีพอเห็นเจ้านายเดินออกจากงานก็รีบวิ่งตามเขาไม่ให้คาดสายตา"ออกรถ!" ทันทีที่ขึ้นนั่ง เสียงเข้มก็ออกคำสั่งกับคนขับรถทั้งที่ประตูฝั่งเธอยังไม่ปิดไม่สนิทดี"เกือบไม่ทัน" วัลวารีถอนหายใจเบาๆ คิดว่าจะตามเขาไม่ทันเสียแล้ว"คุณอเล็กคะ จอดส่งฉันข้างหน้าด้วยค่ะ" เสียงหวานเอ่ยบอกอเล็กที่รับหน้าที่ขับรถ"ไม่ต้องจอด ไปเพนท์เฮาส์" คาลอสแทรกเสียงขึ้นมาสร้างความหนักใจให้กับอเล็กเสียเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ขัดคำสั่งเจ้านายไม่ได้อยู่แล้ว"อื้ม.." จู่ๆ คนตัวเล็กก็ถูกดึงรั้งเข้าไปรับจูบแสนหยาบโลนของคนใจร้ายอย่างไม่ทันตั้งตัวหญิงสาวทั้งผลักทั้งตีเพื่อให้เขาปล่อย แต่คาลอสยิ่งตะปบจูบเธอแรงกว่าเดิม แถมยังพยายามสอดลิ้นเข้าโพรงปากเล็กของเธออีกด้วย"อื้อ.." เธอไม่คิดว่าเขาจู่โจมเธอตอนนี้ เพราะตรงนี้ไม่มีแค่เขากับเธอแค่สองคน"วันนี้เธอขัดใจฉันหลายเรื่องเลยนะ" คาลอสคาดโทษสีหน้าจริงจัง วันนี้วัลวารีขัดคำสั่งเขาทุกอย่าง แต่ที่โกรธที่ส
"ขอบคุณนะคะที่ช่วย ถ้าไม่คุณฉันคงล้มไปแล้วแน่ๆ""ไม่เป็นไรครับทีหลังก็ระวังด้วยนะครับ คนสวยๆ แบบคุณเป็นอะไรไปจะแย่นะครับ" ชายหนุ่มเอ่ยพลางส่งสายตาหวานมองเธออย่างไร้พิษภัย ไม่เหมือนสายตาเย็นชาจากคาลอสที่เธอได้รับเป็นประจำ"จะส่งยิ้มให้กันอีกนานไหม" เสียงของคนที่เธอไม่อยากเห็นหน้าดังขัดจังหวะทั้งคู่จนเสียบรรยากาศ"อ้าว! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ..พี่ชาย" คำทักทายของชายหนุ่มสุภาพบุรุษที่ช่วยเหลือเธอทำให้วัลวารีขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัย"ยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ..น้องชาย" คำตอบรับดูเหมือนจะไม่ได้ดีใจเสียเท่าไรที่ได้เจอน้องชายต่างมารดา"ผมไม่ตายง่ายๆ หรอกครับ เพราะผมยังสนุกไม่สุดเลย""ไอ้คูเปอร์!" คาลอสขึ้นเสียงดังใส่คนตรงหน้าที่กำลังทำท่ายียวนกวนประสาทจนน่าโมโห"คูเปอร์..คุณคือคุณคูเปอร์ เคแอมบาสใช่ไหมคะ" วาเลนเซียที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นกลางวงสนทนาพี่น้องที่กำลังแยกเขี้ยวใส่กัน"ครับ ผมเอง ดีใจที่คุณวาเลนเซียรู้จักผมนะครับ" ชายหนุ่มนามว่าคูเปอร์ จับมือคู่ควงของพี่ชายขึ้นมาจุมพิตเบาๆ ต่อหน้าต่อตาคาลอสราวกับกำลังจะบอกเป
วัลวารีมองตัวเองผ่านกระจก ชุดเดรสตัวสวยราคาแพงช่างไม่เหมาะกับคนแบบเธอเลย แต่ในเมื่อมันเป็นคำสั่งของเขาแล้วเธอจะคัดค้านได้อย่างไร"พร้อมหรือยัง" เสียงที่ดังจากด้านหลังทำให้หญิงสาวเงยหน้ามองในกระจก เผยให้เห็นชายหนุ่มตัวสูงในชุดทักซิโ้ด้สีดำ ทรงผมถูกจัดเซตทรงอย่างเป็นระเบียบ"ค่ะ ส่วนคุณวาเลนเซียฉันให้คนขับรถไปรับแล้วค่ะ""อืม ถ้าพร้อมแล้วก็รีบไป" คาลอสพูดพลางจัดแต่งชุดของตัวเองไปพลางคนตัวเล็กก้าวเดินตามเขาไม่ห่างกาย เพราะที่นี่คือเพนท์เฮาส์สุดหรูของผู้ชายที่ชื่อว่าคาลอส เมื่อวานหลังจากลองชุดเสร็จเขาก็ไม่ยอมให้อเล็กไปส่งเธอ แต่กลับมาเธอมาที่เพนท์เฮาส์ และแน่นอนว่ามันจบลงด้วยการเอาแต่ใจของเขาอีกเช่นเคย"เดี๋ยวฉันตามไปทีหลังก็ได้ค่ะ" วัลวารีเอ่ยบอกอเล็กที่กำลังเปิดประตูรถให้เธอ"ไปพร้อมกันนี่แหละ จะลีลาทำไม" คนในรถทำหน้าไม่สบอารมณ์ ชักสีหน้าไม่พอใจใส่เธอหญิงสาวจำเป็นต้องก้าวขึ้นรถเพื่อไปพร้อมกับเขาอย่างปริปากไม่ได้ ร่างเพียวบางในชุดเดรสเข้ารูปกับผิวพรรณที่ขาวเนียนยิ่งขลับให้เธอยิ่งดูมีสง่าขึ้นมาแบบที่ไม่น่าเชื่อ"ใ
เลขาสาวกับโต๊ะทำงานตัวโปรดไร้ดอกไม้สีสันสดใสอย่างเช่นวันแรกที่ได้มาทำงาน เธอไม่มีอารมณ์ที่จะเลือกซื้อดอกไม้มาตกแต่งโต๊ะอีกแล้ว ใครจะรู้ว่าแต่ละวันของเธอกว่าจะผ่านไปได้มันยากแค่ไหน[เข้ามาหาฉัน..เดี๋ยวนี้!] น้ำเสียงเข้มดังจากอินเตอร์โฟนบนโต๊ะ คนที่ถูกเรียกรีบวางมือจากทุกอย่างแล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเปิดประตูห้องบานใหญ่ที่ไม่ต่างจากประตูนรก"มีอะไรคะ""ฉันได้เมลจากหมอเทียน่าเรื่องนัดของเธอวันนี้""ค่ะ ฉันทราบแล้วค่ะ เลิกงานแล้วจะรีบไปค่ะ" วัลวารีตอบกลับอย่างไม่รีรอ เธอรู้หน้าที่ของตัวเองดี"ก็ดี อย่าให้พลาดล่ะ ไปให้ตรงตามนัดทุกครั้งเข้าใจไหม""ค่ะ คุณไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องผิดพลาดจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนค่ะ" หญิงสาวเน้นย้ำชัดเจน เธอจะไม่ปล่อยให้พลาดเป็นอันขาด เขาก็คงจะไม่ต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้น"วันนี้ฉันจะไปด้วย" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่ยังก้มหน้าอ่านเอกสารที่อยู่ในมือ"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเองได้""ฉันจะไปดูเองให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้เล่นตุกติก" คาลอสเงยหน้าจากเอกสารจ้องลึกไปที่ดวงตากลมไร้ความสดใสของเธอ
..ปัจจุบัน...จวบจนถึงวันนี้เป็นเวลาหนึ่งปีที่วัลวารีไม่สามารถหลุดพ้นจากผู้ชายร้ายกาจที่ชื่อคาลอสได้ เธอต้องยอมจำนนทำตามที่เขาต้องการแลกกับอิสระที่ถูกพรากไปและเพื่อให้เขาลบคลิปแสนโสมมของเธอหญิงสาวเดินกะเผลกออกจากห้องทำงานใหญ่ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายของเธอ ขาเรียวค่อยๆ ก้าวช้าๆ อย่างยากลำบากกับความเอาแต่ใจของเขาที่รังแกเธอได้ตลอดเวลา"ไม่เป็นไรนะ ทนก่อนเดี๋ยวมันก็จบแล้ว" คำปลอบใจที่เอ่ยบอกตัวเองทุกครั้งหลังจากต้องเจอเรื่องที่เธอไม่เคยอยากเจอหญิงสาวยืนมองสภาพตัวเองที่ฉายในกระจกให้เห็นถึงแววตาที่หม่นมองไร้ความสุขเหมือนที่เคยเป็น ลำคอระหงมีร่องรอยที่เขาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า เป็นเครื่องหมายย้ำเตือนอย่างดีว่าเธอมีค่าแค่ร่างกายที่เขาต้องการ เขาถึงยังเก็บเธอเอาไว้ ไม่ใช่เพราะความสามารถ แต่เพราะเซ็กซ์เท่านั้นในสายตาของคาลอสเขาเห็นเธอเป็นแค่ที่ระบายในยามที่ต้องการปลดปล่อย ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไร เขาไม่เคยถามความสมัครของเธอเลยสักคำ เพราะอย่างไรเธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเขาได้อยู่แล้ว เธอในตอนนี้มีชีวิตไปเพื่อความหวังอันริบหรี่ที่จะได้หลุดพ้นจากเข







