Masukประธานคนใหม่กำลังนั่งพูดคุยกับหุ้นส่วนคนสำคัญตั้งแต่ที่พ่อของเขายังไม่วางมือ ส่วนเลขาสาวก็ยังคงทำหน้าที่ของตนเองคือการจดรายละเอียดที่ทั้งคู่คุยกันเพื่อเป็นหลักฐานอีกชั้น
"ขอบคุณนะครับที่ยังเชื่อใจโรงแรมของเรา" "จะไม่เชื่อใจได้ยังไงล่ะคะ ที่บ้านฉันก็ทำงานกับพ่อของคุณมาตั้งหลายปี พอรู้ว่าเปลี่ยนประธานคนใหม่ฉันก็ตกใจเหมือนกันนะคะ" หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับคาลอสเอ่ยพลางส่งสายตายั่วยวนมองมาที่เขา วัลวารีที่นั่งอยู่รู้สึกตนเองกำลังเป็นส่วนเกินในวงสนทนานี้ แต่จะให้ลุกขึ้นก็ดูจะเสียมารยาท สายตาเหลือบเห็นแก้วไวน์ที่วางตรงหน้าจึงยกขึ้นดื่มเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตนเองไม่ให้มองชายหญิงสองคนที่เหมือนจะเกี้ยวพาราสีใส่กัน "คุณคาลอสหล่อเหมือนกับที่เขาพูดถึงกันเลยนะคะ ฉันดีใจมากเลยค่ะที่ได้ร่วมงานกับคุณ" นิ้วเรียวสวยค่อยๆ ลูบหลังมือหนาอย่างแผ่วเบาเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความต้องการของเธอ หญิงสาวอีกคนที่ตั้งใจจิบไวน์ให้พอรู้รสชาติ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอเผลอดื่มไวน์ในแก้วจนหมด เธอไม่รู้ว่าเพราะไวน์ที่ดื่มไปนั่นแรงหรือเพราะคออ่อนกันแน่ถึงได้รู้สึกร้อนวูบวาบ สายตาเริ่มพล่ามัวแบบนี้ "เรามาดื่มให้กับมิตรภาพทางธุรกิจของเราดีกว่านะครับ" ชายหนุ่มเปลี่ยนสถานการณ์ทำทีเป็นยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับหุ้นส่วนคนสำคัญก่อนจะหันไปเห็นเลขาสาวที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ "ไหวหรือเปล่า" คาลอสเห็นท่าทีคนข้างๆ ไม่ค่อยดีจึงกระซิบถามเบาๆ "วะ..ไหวค่ะ" เสียงหวานตอบตะกุกตะกัก เธอรู้สึกในกายร้อนราวกับมีไฟมอดไหม้อยู่ในตัว หัวใจเต้นแรงผิดปกติ อีกทั้งมือของเธอเริ่มชาไม่มีความรู้สึก แต่ก็ยังแสร้งส่งยิ้มให้กับเขากลับไป "ฉันว่าไม่ไหวนะ" จู่ๆ มือหนาที่อยู่ใต้โต๊ะก็ลูบไล้ตนขาขาวขึ้นลงเบาๆ โดยไม่ให้หุ้นส่วนคนสำคัญได้ทันสังเกต หญิงสาวพอถูกกระตุ้นด้วยมือสากของเขาก็เริ่มเก็บอาการไม่อยู่ วัลวารีรีบจับมือคาลอสที่กำลังลูบวนให้หยุด แววตาอ้อนวอนมองหน้าเขาเชิงขอร้องให้เขาเลิกทำแบบนี้ "ผมว่าคืนนี้ดึกมากแล้ว เราแยกย้ายกันดีไหมครับคุณลอว์เรนจะได้พักผ่อนด้วย" คาลอสเอ่ยตัดบทสนทนาของคนตรงหน้าที่กำลังเล่าประสบการณ์การท่องเที่ยวของตนให้เขาฟัง "คะ..ค่ะ ก็ได้ค่ะ" ลอว์เรนถึงกับไปไม่เป็น ทีแรกเขามีท่าทีสนใจเธอไม่น้อย แต่จู่ๆ ก็ตัดบทเสียททื่อๆ "ขับรถกลับดีๆ นะครับ" เมื่อหุ้นส่วนคนสำคัญกลับไปห้องรับรองแขกวีไอพีของโรงแรมก็เหลือเพียงวัลวารีกับเจ้านายเพียงแค่สองคนท่ามกลางห้องที่เงียบสงัด "ถะ..ถ้างั้นวันนี้ฉันขอตัวก่อนนะคะ" ขาเรียวยืนบิดเร้าไปมาจนชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปากราวกับทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ "ฉันว่าเธอกลับไม่ไหวหรอก..วารี" มือหนารั้งร่างเล็กที่กำลังหมดแรงอ่อนปวกเปียกเข้ามาในอ้อมแขน น้ำเสียงทุ้มปนกระเส่ากระซิบข้างหูของคนที่กำลังตาพร่ามัว สติใกล้เลือนราง "วะ..ไหวค่ะ ฉันกลับไหว" วัลวารีนยืนกรานคำเดิมแม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะสั่นเครือจนแทบจับคำไม่ได้ "อย่ารั้นสิ เธอกลับไม่ไหวหรอก" คาลอสก้มมองคนตัวเล็กที่ค่อยๆ อ่อนระทวยลงช้าๆ แข็งขาใกล้หมดแรงค่อยๆ ล้มพับในอ้อมแขนของเขาก่อนจะสลบสไปในที่สุด "หึ! คิดว่าฉันจะปล่อยเหยื่อหลุดมือไปง่ายๆ เหรอ" เขาตวัดอุ้มเธอลอยขึ้นในท่าเจ้าหญิง ขายาวก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังห้องพักที่คนสนิทเตรียมการไว้ให้ก่อนหน้านี้ ร่างเล็กหลับพริ้มถูกวางบนเตียงกว้างอย่างเบามือ วัลวารีไม่รู้เลยว่าการทำงานวันแรกของเธอจะต้องเจอกับสิ่งที่เขามอบให้โดยที่เธอไม่ได้เต็มใจจะรับมัน "เธอเพิ่งจะมาทำงานวันแรกเองนะครับบอส ทำแบบนี้มัน..จะดีเหรอครับ" เสียงทุ้มของชายอีกคนเอ่ยด้วยสีหน้าปนกังวลกับสิ่งที่ผู้เป็นนายกำลังจะทำ "แล้วไง ในเมื่อมีเหยื่อเข้ามาทำไมฉันต้องปล่อยให้หลุดมือ แกนั่นแหละไม่ต้องเอะอะไป รีบกลับบ้านไปได้แล้ว เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง" คาลอสเอ่ยพลางไล่ลูกน้องคนสนิทที่เปรียบเสมือนมือขวาของตน พ้นหลังคนสนิทออกจากห้องไปพร้อมล็อกประตูให้เสร็จสรรพ คาลอสก็เริ่มจัดการถอดเสื้อผ้าของตนเองและเริ่มปลดเปลื้องชุดเดรสตัวสวยของเธอออกช้าๆ "อื้ม.." เสียงหวานครวญครางแผ่วเบา ดวงตากลมสวยค่อยๆ ลืมตามองอย่างลำบาก "ไงคนสวย" คำทักทายของเขาทำให้วัลวารีขยับตัวลุกขึ้น แต่ทว่าเธอกลับไร้เรี่ยวแรง ในกายยังคงร้อนผาววูบวาบไม่หาย อีกสิ่งหนึ่งที่แปลกใจคือส่วนล่างของเธอรู้สึกสั่นระริกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "คะ..คุณจะทำอะไรคะ" คนตัวเล็กพยายามรวบรวมสติอันน้อยน้อยเอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายที่ไร้เสื้อผ้าปกคลุม "เธอก็น่าจะรู้นี่ว่าฉันรับเธอเข้ามาเป็นเลขาเพราะอะไร" "แต่ฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้ ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ" แววตาน่าสงสารพยายามอ้อนวอนขอให้เขาปล่อยเธอไป วัลวารีไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ "สายไปแล้วแหละ คิดว่าฉันจะปล่อยเหยื่อที่จับมาเองกับมือง่ายๆ หรือไง" คาลอสมองเธอด้วยสายตาปรารถนาที่แฝงไปด้วยความน่ากลัว หญิงสาวส่ายหน้าพัลวันก่อนจะถูกจับขาลากไปอยู่ใต้ร่างของเขา "อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ ได้โปรด..อ๊ะ" จู่ๆ เสียงหวานก็ร้องลั่นเมื่อนิ้วชี้แกร่งของเขาสัมผัสที่เนินอูมไร้ขนบดบัง "เชื่อฉันสิว่าตอนนี้เธอต้องการฉันมากกว่าอยากให้ฉันปล่อยเธอไป" คาลอสมั่นใจกับภาพที่เห็น กายสาวบิดเร้าไปมาอย่างทรมานแม้ปากจะปฏิเสธอย่างไรก็ไม่สามารถต้านทานความต้องการนี้ได้ "คุณ..อื้อ..คาลอส.." วัลวารีสะดุ้งตัวโยนตกใจรู้สึกถึงนิ้วของเขากำลังกรีดกลางรอยแยกกลีบกุหลาบที่ยังคงปิดสนิท "แล้วเธอจะติดใจ.." ชายหนุ่มล่อลวงเธอด้วยคำพูดและการกระทำแสนเจ้าเล่ห์ คนตัวเล็กไม่สามารถต่อต้านเขาได้จึงต้องหลับตาปล่อยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป วัลวารีตัดสินใจแน่วแน่ว่าหลังจากคืนนี้ผ่านไปเธอจะขอลาออกจากการเป็นเลขาของเขา เธอไม่สามารถทนทำงานกับคนร้ายกาจแบบเขาได้อีก "ฉันเกลียด..อ๊ะ..คุณ" เสียงหวานเอ่ยสลับกับเสียงครางที่กลั้นไม่อยู่ "ก็ไม่ได้ขอให้รักสักหน่อย อย่าคิดไปเองสิ" คาลอสตอบเธอด้วยสีหน้าของผู้ชนะ เธอจะเกลียดหรือรู้สึกอย่างไรเขาไม่สน แต่ที่รู้คือจากนี้ไปวัลวารีต้องอยู่ใต้อาณัติของเขาโดยที่เธอไม่สามารถปฏิเสธได้"แค่ดินเนอร์ด้วยกันเฉยๆ ไม่เห็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลย" เสียงทุ้มเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่นัดกินมื้อค่ำ แต่ไม่คิดว่าเอลิซ่าจะเล่นใหญ่จัดดินเนอร์ในร้านอาหารสุดหรูเช่นนี้ แถมยังทำการเหมาทั้งร้านเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย"ไม่ได้สิ นานๆ พวกเราจะได้เจอกันนะ" เอลิซ่าส่งยิ้มหวานโชว์ฟันขาวเรียงสวยให้เพื่อนสนิทที่ดูไม่ค่อยร่าเริงเสียเท่าไรคาลอสพอเห็นคนตรงหน้ายิ้มให้จึงพยายามจัดการความคิดในหัวของตัวเองออกแล้วยิ้มตอบให้เพื่อนสาวตรงหน้า เขาจะไม่เอาเรื่องอื่นมาใส่หัวในเวลานี้โดยเฉพาะเรื่องของวัลวารี"หน้านายดูเครียดๆ งานหนักไปหรือเปล่าคาลอส" เอลิซ่าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง"ก็นิดหน่อย แต่ฉันจัดการได้เธอไม่ต้องเป็นห่วง" คาลอสคิดว่าเอลิซ่าแค่หวังดีตามประสาเพื่อน แต่ไม่รู้ว่าเธอแอบคิดไม่ซื่อ ไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนกับเขา"ฉันรู้ว่านายจัดการได้ เพราะนายเก่งอยู่แล้ว""แหม! ถ้าเป็นสาวคนอื่นชมแบบนี้ฉันคงเขินไปแล้ว" ชายหนุ่มแกล้งหยอกขำๆ แต่กลับทำให้อีกคนหน้าเจื่อนลง"เป็นฉันชมนายไม่เขินหรือไง""ก็เธอเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่เด็กจะเขินอะไรล่ะ
ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม วัลวารีหายจากอาการป่วยเป็นปลิดทิ้งหลังจากได้พักฟื้นอยู่โรงพยาบาลอยู่สองวัน ตอนนี้ร่างกายของเธอสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิมแล้ว"ช่วงบ่ายนี้มีประชุมเสนอแผนงานนะคะ" เลขาคนสวยแจ้งตารางงานกับผู้เป็นเจ้านายที่นั่งส่งสายตาแพรวพราวมองเรือนร่างใต้ชุดเดรสสีดำของเธอ"หยุดทำสายตาแบบนั้นสักทีค่ะคุณคาลอส" วัลวารีถอนหายใจเหนื่อยอ่อน เธอปลงกับความเจ้าเล่ห์ของเขาเหลือเกิน"ทำไม หรือเธอมีอารมณ์เพราะถูกฉันมอง" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างมาดมั่น แต่หญิงสาวกลับกลอกตามองแล้วเมินหน้าหนี"วัลวารี! อย่าเดินหนีฉันนะ""ฉันต้องไปเตรียมเอกสารก่อนประชุมค่ะ คุณมีอะไรอีกหรือเปล่าคะ" เธอหันมาตอบเสียงดังฟังชัดก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานใหญ่ในทันทีคาลอสนั่งผิวปากอารมณ์ดีอยู่ในห้อง ไม่รู้อะไรทำให้ช่วงนี้เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยผิดจากเดิม เขามักสรรหาวิธีแกล้งเธอสารพัดเพื่อยั่วโมโห เพราะเขาชื่นชอบสีหน้าของเธอเวลาที่โกรธ พอเห็นแล้วยิ่งทำให้อยากแกล้งหญิงสาวออกจากห้องของผู้เป็นเจ้านายพร้อมกับสีหน้าเปื้อนยิ้ม ตั้งแต่ที่ออกจากโรงพยา
"คุณลิซ่าเธอจะเสียใจนะครับ""ฉันคิดกับลิซ่าได้แค่เพื่อนจริงๆ จะให้แต่งงานกันฉันคิดภาพไม่ออกหรอก" คาลอสรักเอลิซ่าเหมือนเพื่อนมาตลอด เขาถือคติไม่คบเพื่อนเป็นแฟนเพราะมันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน"แล้วบอสคุยกับคุณลิซ่าหรือยังครับ" อเล็กซ์เห็นใจเจ้านายที่พูดความจริงออกไปไม่ได้ จะปฏิเสธตรงๆ ก็ดูหักหน้าจนเกินไป"ยัง…ฉันยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แล้วแกก็ไม่ต้องพูดเรื่องนี้ต่อหน้าวารีล่ะ เข้าใจไหม" เขาไม่อยากให้เธอพลอยเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ แค่ที่ฟังจากคูเปอร์ก็มากพอแล้ว"บอสดูเห็นอกเห็นใจคุณวารีจังเลยนะครับ เมื่อก่อนบอสไม่เห็นสนใจเลยนี่ครับ" อเล็กซ์แกล้งหรี่ตาถามเจ้านายที่มีความคิดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น"บางทีฉันว่าแกอาจจะรู้มากเกินไปแล้วนะ ฉันจะพิจารณาไล่แกออกคงจะดีกว่า" คำขู่ของคาลอสได้ผลเป็นอย่างดีเพราะทำให้อเล็กซ์ต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง"จะกลับเพนต์เฮาส์เลยไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่ง""คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่""ฮะ?" อเล็กตกใจตาโตกับคำตอบของคาลอส"ทำไม จะตกใจอะไร""บอสเนี่ยนะครับจะนอนที่นี่ มีเตียงนุ่มๆ ของ
วัลวารีฝืนทำงานถึงเวลาเลิกงาน เธอรีบเก็บของใส่กระเป๋า ในใจตอนนี้คิดถึงแต่ทางกลับที่พัก อยากทิ้งร่างกายที่เหนื่อยอ่อนนอนบนเตียงทั้งแบบนี้"เก็บของเสร็จหรือยัง" คาลอสหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของเธอไม่ยอมไปไหนเสียที"ค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ""เสร็จแล้วก็ไป ฉันจะไปส่ง" เขาทนเห็นสภาพเธอตอนนี้ที่ต้องระเห็จกลับที่พักคนเดียวไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าเขาเป็นเจ้านายใจร้ายไม่เป็นห่วงลูกน้อง"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะกลับเอง""อย่ารั้นได้ไหมวารี ดูสภาพตัวเองก่อนเถอะเดินจะล้มอยู่แล้ว" คาลอสกอดอกมองหญิงสาวที่ยืนโซเซจวนจะล้ม"ฉันไม่อยากรบกวนคุณ""อย่าพูดมากรีบๆ เดินตามมา" ชายหนุ่มเดินนำไปที่ลิฟต์อย่างไม่รีบร้อน เขายืนรอให้เธอเดินเข้าลิฟต์ไม่ได้แกล้งปิดลิฟต์ก่อนเหมือนอย่างที่เคยทำวัลวารียอมเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเขาไปมากกว่านี้ ในหัวของเธอคิดถึงแต่เตียงนอน"ที่ห้องมียาหรือเปล่า" คาลอสอาศัยจังหวะที่รอลิฟต์เคลื่อนตัวลงถึงชั้นที่จอดรถเอ่ยถามคนข้างๆ ที่ยืนพิงผนังลิฟต์ด้วยท่าทีอ่อนแรง"มีแล้วค่ะ"
ชายหนุ่มจิ๊ปากไม่พอใจที่สุดท้ายเขาต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้เธอจนได้ คาลอสเดินดุ่มๆ เข้าห้องทำงานปิดประตูเสียงดังเป็นการประชดให้เธอรู้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดีที่โดนขัดใจคาลอสไม่ออกจากห้องทำงานอีกเลยแม้จะถึงช่วงพักกลางวัน เขาเพียงออกคำสั่งให้เธอเตรียมอาหารแล้วเอาไปให้เขาในห้องเท่านั้น เลขาอย่างเธอจะทำอะไรได้นอกเสียจากทำตามที่เจ้านายสั่งวัลวารีอาศัยช่วงที่พนักงานคนอื่นๆ ยังไม่ออกมาพักรีบซื้ออาหารก่อนที่ทุกคนจะมา ปกติในช่วงเวลานี้เธอมักจะไปหลบอยู่ที่ดาดฟ้ากินอาหารที่เตรียมมาจากบ้าน เพราะไม่อยากเจอกับสายตาดูแคลนจากทุกคน แต่วันนี้เธอไม่ได้เตรียมมาและยังมีส่วนของคาลอสอีกด้วย"ขอบคุณค่ะ" วัลวารีรีบจ่ายเงินแล้วออกจากห้องอาหารไปในช่วงที่คนยังไม่พลุกพล่าน เธอไม่เคยเล่าเรื่องที่ต้องเจอให้คาลอสหรือใครฟัง เพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่ต้องบอกใคร"คุณวารี" เสียงทักทายเป็นมิตรของชายหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มตรงปรี่เข้ามาหาเธอ"คุณคูเปอร์…" วัลวารีมองคูเปอร์ที่เดินมาพร้อมกับพนักงานแผนกอื่นราวกับเป็นขวัญใจของทุกคนที่นี่ไปโดยปริยาย"ดีจังที่เจอคุณที่นี
คาลอสตื่นมาพร้อมกับความหัวเสียที่ไม่เจอร่างบางที่อยู่ด้วยกันเมื่อคืน ไม่รู้ทำไมเธอถึงชอบทิ้งเขาไปแบบนี้เป็นประจำ"สงสัยครั้งหน้าคงต้องจับมัดแล้วมั้ง" บ่นพึมพำคนเดียวเบาๆ เป็นการคาดโทษคนที่บังอาจทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวแกร๊ก~ เสียงประตูถูกเปิดจากด้านนอกทำเอาคนตัวโตแอบลอบยิ้มคิดว่าเป็นวัลวารีที่กลับมา"วัลวะ…" คำพูดถูกกลืนลงคอเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาโดยได้ไม่ได้รับอนุญาต"ตื่นแล้วเหรอครับบอส" อเล็กซ์ส่งยิ้มให้ผู้เป็นเจ้านายด้วยท่าทางเป็นมิตร แต่สีหน้าของอีกคนดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น"ไม่เห็นหรือไง! แล้วแกจะเข้ามาทำไม" คนอารมณ์เสียชักสีหน้าไม่พอใจใส่คนสนิทที่ดันเปิดประตูเข้ามา ไม่ใช่วัลวารีแบบที่คิด"อ้าว! ผมก็มาดูไงครับว่าบอสหายป่วยปลอมๆ หรือยัง" อเล็กซ์ทำหน้ามึนงง เขาทำผิดอะไรถึงได้โดนเจ้านายหัวเสียใส่แต่เช้าแบบนี้"แกทำฉันหงุดหงิดแต่เช้าเลยนะ ไล่ออกซะดีไหม""ดีครับ!" อเล็กซ์ตอบฉะฉานแบบไม่ต้องคิด"ไอ้อเล็กซ์!" เสียงทุ้มตะคอกใส่คนสนิทที่โตมาด้วยกัน แต่กล้าจะทิ้งเขาได้ลงคออีกคน"ผมล้อเล่นคร
เสื้อผ้าทุกชิ้นถูกกระชากออกให้พ้นร่างเล็กอย่างไม่ไยดี มือหนาแสนหยาบโลนสัมผัสเรือนร่างของเธอตั้งแต่หน้าอกอวบอิ่มจนถึงใต้สะดือ แต่เขาก็หยุดมือเอาไว้เสียก่อนที่จะลงไปต่ำกว่านี้"อ๊ะ.." ยาถูกผสมกับไวน์ในแก้วที่เธอดื่มเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ"ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอกคนสวย
..หนึ่งปีก่อนหน้านี้..[นิวยอร์ก , ประเทศสหรัฐอเมริกา]วัลวารีกรีดร้องเสียงดังในใจเมื่อได้รับอีเมลตอบกลับจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเคแอมบาสที่เธอส่งใบสมัครไปเมื่อสองเดือนก่อน ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่เดินทางข้ามน้ำ ข้ามทะเลจากประเทศไทยมาทำงานที่ใฝ่ฝันไกลถึงสหรัฐอเมริกา
หญิงสาวตัวเล็กกะทัดรัดแต่ค่อนข้างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงกำลังวิ่งสับขารัวๆ บนรองเท้าส้นสูงสองนิ้วที่เธอไม่ค่อยคุ้นชินมากนัก"เธอมาสาย!" ทันทีที่ขาเรียวหยุดชะงักที่หน้าห้องทำงานชั้นผู้บริหาร เสียงเข้มของผู้เป็นเจ้านายก็ได้เอ่ยพร้อมกับสีหน้าไม่สบอารมณ์"ขอโทษค่ะ วันนี้รถติดมากๆ ฉัน
ผลประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อย วัลวารีที่พอได้เห็นชื่อตัวเองเด่นหราในอีเมลที่ได้รับรอยยิ้มสวยก็ผุดขึ้นทันควันก่อนจะรีบโทรไปหาพ่อและแม่ที่รอฟังผลอยู่ที่ประเทศไทย"กรี๊ดดด นี่ฉันได้เป็นเลขาจริงเหรอเนี่ย ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม" มือเล็กยกขึ้นตบหน้าตัวเองเบาๆ อยู่หน้ากระจก เธอคงไม่ได้จะเพ้อฝันไปเอง







