Share

บทที่ 15

last update Last Updated: 2026-01-09 10:26:36

เขียนเสร็จก็เงยหน้ามองเขาเพื่อรอคอยคำตอบ ใบหน้าระมัดระวังของนางยังหันไปมองบุรุษแปลกหน้าทั้งห้าที่ดูเหมือนจะไม่สังเกตว่าทั้งสองไม่ได้หลับอยู่

นางพบกับเขาระหว่างสายน้ำที่ไหลลงมาจากหุบเขาหมาป่า นางจึงสงสัยว่าผู้ที่ถงอวี๋เยี่ยนเอ่ยถึงคือสือเจี้ยนหาวแน่นอน

‘ทำไม’ สือเจี้ยนหาวเขียนลงบนฝ่ามือนางกลับไป

‘ดูเหมือนพวกเขาเป็นคนของที่อื่นที่มาสังเกตการสงคราม’

ดูจากที่จูอี้หลินใช้คำว่า ‘ที่อื่น’ แทนคำว่า ‘แคว้นอื่น’ ทำให้สือเจี้ยนหาวเลิกคิ้ว

‘แหวนหยก’ จูอี้หลินเขียนอีกคำ

สือเจี้ยนหาวเหลือบไปมองคนเหล่านั้นทีละคน ก่อนที่สายตาคมจะหยุดลงที่มือของหนานเฟย แหวนหยกเนื้อดีสีดำส่องประกายแวววับเมื่อต้องแสงจากกองไฟ เช่นเดียวกันกับบุรุษทั้งสี่ที่เป็นผู้ติดตามของหนานเฟย พวกเขาทุกคนล้วนแล้วแต่สวมแหวนหยกสีดำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์

มีเพียงขุนนางชั้นสูงของแคว้นหนานเท่านั้นที่จะไว้ทุกข์ด้วยการสวมแหวนหยกสีดำ และผู้ที่ขุนนางชั้นสูงต้องไว้ทุกข์ให้ด้วยวิธีเช่นนี้ มีเพียงจักรพรรดิแคว้นหนานเท่านั้น

เรื่องนี้สือเจี้ยนหาวเคยได้ยินมาบ้าง ประเพณีเก่าแก่ของแคว้นหนานเรื่องของการไว้ทุกข์ ทว่าเขากลับลืมเลือนไปเสียสิ้นเชิง
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 19

    “เรื่องเช่นนี้ผู้ใดจะเชื่อ ข้ามิใช่องค์ชาย มิใช่หนานเฟยเทียน และไม่ใช่น้องชายของเจ้า” สือเจี้ยนหาวเอ่ยเสียงเย็นชา“เฟยเทียน”“นั่นไม่ใช่ชื่อของข้า” สือเจี้ยนหาวหยุดเดิน ทว่าก็ไม่ได้หันกลับมา“เหลือเชื่อหรือไม่ เจ้าก็คืออนุชาของข้า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรู้สึกผิดของหนานเฟยหลง ทำให้สือเจี้ยนหาวชะงักเท้า“ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะการพบกันที่น่าซาบซึ้งนี้ แต่ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดก็ต้องตายที่นี่” เจี่ยนอิงเอ่ยออกมาเสียงเย็นเยียบ ทันทีที่เจี่ยนอิงเอ่ยจบ คนของเขาก็เตรียมพร้อมสู้เจี่ยนอิงพุ่งเข้าไปหาสือเจี้ยนหาว เพราะรู้ว่าหนานเฟยหลงไม่มีทางยืนนิ่งเฉยให้น้องชายถูกทำร้าย“ไม่!...” หนานเฟยหลงพุ่งกายเข้าไปขวาง โดยไม่สนใจว่าตนจะมีวรยุทธ์หรือไม่ตอนที่ฝ่ามือมุ่งร้ายนั้นจะปะทะเข้ากับแผ่นหลังของหนานเฟยหลง สือเจี้ยนหาวหันหลังกลับมา แล้วรั้งร่างสูงของหนานเฟยหลงให้ผละออกห่าง เขาเตะเท้าออกไปปัดฝ่ามือนั้น แล้วซัดเจี่ยนอิงไปหนึ่งฝ่ามือ ร่างทั้งสองร่างที่ปะทะกันต่างก็ถอยหลังไปคนละก้าวตอนนี้หนานเฟยหลงที่ยืนมั่นคงอยู่ข้างกายสือเจี้ยนหาวได้แต่เลิกคิ้ว ที่จริงเขาไม่ได้

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 18

    เจี่ยนอิงซึ่งเป็นหัวหน้ามือสังหารยืนนิ่งเงียบ เขาคือคนสนิทของหนานหลิ่งอี้ หรือเหลียงอ๋อง ผู้ที่ก่อการกบฏและทำการสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิหน้าที่ของเจี่ยนอิงที่ได้รับมอบหมายมาก็คือการตามหาตราประทับ และสังหารหนานเฟยหลง ทว่าใครจะคาดว่าเขาจะได้เจอกับคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอดวงตาของเจี่ยนอิงเป็นประกายเจิดจ้าขึ้น เมื่อมองไปยังสือเจี้ยนหาว ก่อนจะหันกลับมามองหนานเฟยหลงเสียงหัวเราะเหี้ยมโหดพร้อมกับประกายดวงตาที่สาดออกมา ทำให้หนานเฟยหลงเย็นวาบไปทั้งกาย เขามิอาจหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว ความจริงที่เขาพยายามซุกซ่อนเอาไว้กำลังจะเปิดเผยเขาไม่น่ามาแคว้นจ้าว ไม่น่าออกตามหาผู้ที่ไม่ควรปรากฏตัวในยามนี้ ยิ่งตอนนี้ได้เห็นดวงตาของเจี่ยนอิง เขายิ่งตระหนักว่าความลับที่เขาพยายามซุกซ่อนมาตลอดสิบห้าปี หนานหลิ่งอี้ได้ล่วงรู้แล้ว “หนานเฟยหลง ในที่สุดเจ้าก็หาน้องชายพบแล้วสินะ” “บังอาจ! กล้าเอ่ยพระนามองค์รัชทายาทออกมาเชียวหรือ” ต้วนหงตวาดเสียงดังเมื่อได้ยินมือสังหารเอ่ยนามของผู้เป็นนาย “เจ้าหมายถึงใครเล่า หากหมายถึงองค์รัชทายาทแคว้นหนาน มิใช่ทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้วหรือ

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 17

    “ขะ...ข้าก็จะหางานทำ อาจจะค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ข้าเย็บปักถักร้อยเก่ง ข้าอาจจะปักผ้าขาย” จูอี้หลินหลบตาเพราะไม่อยากให้เขากังวล นางไม่มีญาติ ไม่มีผู้ใดให้พึ่งพิง คนผู้เดียวที่นางมีคือเสี่ยวเป่า สาวใช้ที่ไถ่ถอนตัวมาจากหอฉานจ้วนพร้อมนางทว่าตอนนี้เสี่ยวเป่าก็มาตายจากไปแล้ว อย่าว่าแต่นางเป็นเพียงหญิงสาวตัวคนเดียว การที่จะทำการค้าขายนั้นว่ายากยิ่ง นางยังต้องระวังตัวเองจากภัยรอบกายที่นางดึงดูดเข้ามาแต่ละวันอีกด้วย “ค้าขาย” สือเจี้ยนหาวขมวดคิ้วล้อเล่นหรือหญิงสาวตัวคนเดียวคิดจะทำการค้าขาย นางไม่ถูกลักพาตัวไปขายเข้าหอนางโลม หรือโดนบุรุษมากด้วยตัณหาจับไปตั้งแต่วันแรกที่แยกจากเขาก็นับว่าขอบคุณสวรรค์แล้ว“ไปกับข้า ติดตามข้าไปยังป้อม ที่นั่นเจ้าอาจจะช่วยเหล่าแพทย์หลวงทำแผลให้นายทหาร” สือเจี้ยนหาวหลุดปากออกไปอย่างที่ใจคิดเขาแทบจะกัดลิ้นตัวเองเมื่อเอ่ยจบ เขาเสียสติไปแล้วจริงๆ ที่พูดออกมาแบบนั้น ทั้งที่ตลอดมาเขาไม่เคยไยดีผู้ใดเช่นนี้มาก่อน ต้องเป็นเพราะเขาขลุกอยู่กับเหยียนหว่านเอ๋อร์มากไปแน่ๆเขาตัดสินใจโยนความผิดให้ผู้เป็นน้องสาวอย่างหน้าไม่อาย“มาเถิดเราสมควรต้องออกเดินทางได้แล้ว ที่นั่นเ

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 16

    สองปีก่อนเหยียนหว่านเอ๋อร์ถูกทำร้าย จนแทบจะเรียกได้ว่าเท้าข้างหนึ่งของนางก้าวเข้าไปยังยมโลกแล้ว แต่เพราะองุ่นอัคคีของวังเมฆาอัคคี จึงสามารถรั้งชีวิตนางกลับมาได้ตอนนี้แม้อาการป่วยของนางจะหายเป็นปกติ ทว่าทุกคนก็ยังคงกังวลกับสุขภาพของนาง เกรงว่าโรคเก่าของนางจะกำเริบขึ้นมาอีก “ข้าหายดีแล้วจริงๆ นะ” “แต่ก็ต้องระวัง เจ้ายังอาบน้ำเย็นไม่ได้ และต้องกินยาให้ตรงเวลา ข้ารู้นะ” อวิ๋นหยาเอ่ยอย่างรู้ทัน “อาจารย์ช่างรอบคอบ นี่คงจะสั่งความกับท่านมาแล้วทุกอย่างสินะ” “เขาเป็นห่วง” “ข้ารู้ ข้าเพียงแต่ไม่อยากจะให้ทุกคนประคบประหงมข้าเกินไป ข้าเป็นหมอ ดังนั้นจึงรู้อาการของตัวเองดี” “เอาเถิดอย่างไรเสียก็ต้องป้องกันเอาไว้ก่อน รุ่งเช้าเราจะเดินทางกันทั้งวันโดยไม่หยุดพัก เจ้าจึงสมควรเข้านอนให้เร็วหน่อย” อวิ๋นหยากำชับ “เจ้าค่ะ” เหยียนหว่านเอ๋อร์ยอมแพ้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม มีพี่สะใภ้อย่างอวิ๋นหยาเดินทางมากับนางเช่นนี้ นางรู้สึกอุ่นใจยิ่งนักเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นทำให้จูอี้หลินลืมตาตื่น ใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่ได้มาอย่างกะทันหันขอ

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 15

    เขียนเสร็จก็เงยหน้ามองเขาเพื่อรอคอยคำตอบ ใบหน้าระมัดระวังของนางยังหันไปมองบุรุษแปลกหน้าทั้งห้าที่ดูเหมือนจะไม่สังเกตว่าทั้งสองไม่ได้หลับอยู่นางพบกับเขาระหว่างสายน้ำที่ไหลลงมาจากหุบเขาหมาป่า นางจึงสงสัยว่าผู้ที่ถงอวี๋เยี่ยนเอ่ยถึงคือสือเจี้ยนหาวแน่นอน‘ทำไม’ สือเจี้ยนหาวเขียนลงบนฝ่ามือนางกลับไป‘ดูเหมือนพวกเขาเป็นคนของที่อื่นที่มาสังเกตการสงคราม’ดูจากที่จูอี้หลินใช้คำว่า ‘ที่อื่น’ แทนคำว่า ‘แคว้นอื่น’ ทำให้สือเจี้ยนหาวเลิกคิ้ว‘แหวนหยก’ จูอี้หลินเขียนอีกคำสือเจี้ยนหาวเหลือบไปมองคนเหล่านั้นทีละคน ก่อนที่สายตาคมจะหยุดลงที่มือของหนานเฟย แหวนหยกเนื้อดีสีดำส่องประกายแวววับเมื่อต้องแสงจากกองไฟ เช่นเดียวกันกับบุรุษทั้งสี่ที่เป็นผู้ติดตามของหนานเฟย พวกเขาทุกคนล้วนแล้วแต่สวมแหวนหยกสีดำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์มีเพียงขุนนางชั้นสูงของแคว้นหนานเท่านั้นที่จะไว้ทุกข์ด้วยการสวมแหวนหยกสีดำ และผู้ที่ขุนนางชั้นสูงต้องไว้ทุกข์ให้ด้วยวิธีเช่นนี้ มีเพียงจักรพรรดิแคว้นหนานเท่านั้นเรื่องนี้สือเจี้ยนหาวเคยได้ยินมาบ้าง ประเพณีเก่าแก่ของแคว้นหนานเรื่องของการไว้ทุกข์ ทว่าเขากลับลืมเลือนไปเสียสิ้นเชิง

  • กับดักเสน่หา   บทที่ 14

    “คงต้องเย็บ ผ้าที่ท่านใช้พันแผลไม่ค่อยสะอาดเลย แม้ข้าจะไม่ได้เก่งกาจเรื่องวิชาแพทย์ แต่ท่านให้ข้าเย็บแผลนะเจ้าคะ แผลนี่กว้างเกินไปหากไม่เย็บ...”“ได้” เขาตอบทันที โดยไม่รอให้นางพูดจบประโยค จูอี้หลินรีบหยิบมีดสั้นที่วางอยู่ข้างตัวเขาขึ้นมาแล้วกรีดผ้าเช็ดหน้าเป็นสองส่วน“ฮูหยิน ท่านต้องการน้ำสะอาดหรือไม่” ต้วนหงถามขึ้นพลางเดินเข้ามาพร้อมกับถุงน้ำที่ทำมาจากกะเพาะสัตว์ เขายื่นมันออกมาส่งให้จูอี้หลิน“ขอบคุณ” นางเอ่ยขอบคุณต้วนหงเดินกลับไปที่กองไฟ ซึ่งเซียวไห่เฟิงกำลังจัดการย่างกระต่ายที่จับมาได้ ถุงน้ำอีกใบถูกยื่นให้หนานเฟย เขายื่นมือออกมารับไปแต่โดยดี เมื่อเห็นแล้วว่าถุงน้ำอีกใบถูกส่งไปให้ผู้ร่วมทางทั้งสองหลังจากที่รับถุงน้ำมาจูอี้หลินก็หันมาง่วนอยู่กับการทำแผล ใบหน้าของนางแฝงไว้ด้วยประกายจริงจัง ทุกครั้งที่ลงฝีเข็มเย็บแผลคิ้วเรียวขมวดแน่น ก่อนเงยหน้าขึ้นถามเขาในยามที่นางแทงเข็มลงไปบนผิวเนื้อ ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของเขาไม่มีความเปลี่ยนแปลง นางก็ได้แต่ถอนหายใจ เนื่องจากกังวลว่านางจะลงฝีเข็มหนักมือจนทำให้เขาเจ็บสือเจี้ยนหาวก้มลงมองใบหน้างดงามที่ง่วนอยู่กับการเย็บแผล แน่นอนว่ามันเจ็บ ไม่มีท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status