Masuk.
#วันต่อมา "หลังจากจบงานกีฬาสีแล้ว ครูอยากให้นักเรียนทุกคน เตรียมตัวให้พร้อมกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึง ในไม่ช้านี้ ตอนนี้ยังพอมีเวลาก็เล่นให้สนุกและกลับมาเรียน ให้เต็มที่ ครูขอให้นักเรียนทุกคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยตามที่ใฝ่ฝันไว้นะเลิกเรียนได้" หลังสิ้นเสียงของอาจารย์ประจำชั้น ฉันและพวกเพื่อน ก็รีบเก็บของใส่กระเป๋านักเรียนเพื่อเตรียมตัวจะไปเรียนพิเศษ ในช่วงเย็นต่อระหว่างทางเดินออกจากโรงเรียนก็ได้ยินเสียงของโม เอ่ยดังขึ้นมา " หว้า ฝน สรุปพวกมึงจะไปเข้าคณะสถาปัตย์ที่มหาลัยเคใช่ป่ะกูจะได้คุยกับที่บ้านไว้และตามพวกมึงสองคนไปเรียนด้วยกัน" โม เอ่ยถามขึ้นและมองไปยังเพื่อนทั้งสองคนอย่างรอคำตอบ เพราะพวกเธอได้ตกลงกันไว้ว่าจะไปสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน "อืมกูตั้งใจจะไปสอบเข้าที่นั่นเห็นน้าเบลเพื่อนของแม่ สายไหม แนะนำกูมาบอกว่ามหาลัยนี้สอนค่อนข้างดีและพิเศษกว่าที่อื่นก็เลยสนใจอ่ะ " " มึงบอกพ่อกับแม่มึงแล้วเหรอ ลูกหว้าตอนแรกกูนึกว่า มึงจะเปลี่ยนใจไปเรียนที่เดียวกับพี่ลูกชุบเสียอีก "ฝนพูดขึ้นตามพร้อมกับหันมองหน้าเพื่อนทั้งสองของเธออีกครั้ง "มีเกริ่นๆ ไว้แล้วล่ะพวกมึงก็รู้ว่าที่บ้านกูเป็นยังไง" ฉันพูดตอบพวกเพื่อนทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเพราะครอบครัวฉันเคารพในการตัดสินใจของลูกๆ ทุกคน แถมยังได้รับการสนับสนุนในทุกๆ ทางอย่างเข้าใจ " ดีว่ะนี่กูยังไม่รู้เลยว่าแม่กูจะตีหัวกูไหมถ้ากูขอไปสอบ มหาลัยไกลบ้าน แถมยังไม่รู้ว่ากูจะสอบติดไหม "โมพูดขึ้น เมื่อนึกถึงแม่ของเธอที่ค่อนข้างเข้มงวดในเรื่องการเรียนจนต้องจับเธอมาเรียนพิเศษเสริมจนสมองแทบจะแตก "พวกเราสองคนมีพระมารดาอย่างลูกหว้าอยู่ มึงอย่าไป หยองเชื่อกู!!" ฝนพูดอย่างปลอบใจเพื่อนเพราะในกลุ่มลูกหว้าคือเก่งขั้นเทพแทบจะทุกเรื่อง ทั้งการเรียนดีเด่น ทั้งกิจกรรม รวมทั้งยัง เป็นตัวตึงของโรงเรียนด้วยอีก ก่อนที่เธอจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อเพื่อนของเธอดังขึ้น "ลูกหว้า!!" ส้ม ตะโกนเรียกลูกหว้า คู่แข่งของเธอที่เป็น ไม้เบื่อไม้เมามาตลอดสามปี หลังจากที่เธอและเพื่อนบังเอิญไปเห็นรายชื่อตัวแทนถือป้ายโรงเรียนในงานกีฬาสีโดยบังเอิญ ก่อนที่ส้มจะเดินปรี่เข้าไปหานังลูกหว้าด้วยแววตาสีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเคืองเป็นอย่างมากโดยข้างกายของเธอมี เจสซี่และอิงดาวเพื่อนสนิทของเธอเดินตามมาติดๆ "แกมีอะไรกับเพื่อนฉัน ไม่ทราบนังส้มเน่า" โม หันไปเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองหน้าของส้มและกลุ่มเพื่อนของมันอย่างเอาเรื่องทันที "ฉันไม่ได้เรียกชื่อแกค่ะ นังโม" ส้มหันไปตอบโมอย่างไม่ได้เกรงกลัวอะไร ก่อนจะเบนสายตาไปมองนังลูกหว้าที่ยืนจ้องมองเธออยู่ไม่ไกล " อ้าว!!!อีส้มพูดแบบนี้คือ วอนอยากโดนตีนกูว่างั้น " ฉันรีบยกมือจับแขนของโมเพื่อห้ามปรามและหันไป พยักหน้าให้กับเพื่อนรักของฉันราวส่งสัญญาณว่าฉันจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง ก่อนจะหันกลับไปมองส้มแล้วเอ่ยถามอีกครั้ง " มีอะไร???" "นังหว้าแกบอกฉันมานะ ว่าแกเป็นคนไปขออาจารย์วิชิต ให้ใส่ชื่อของแกไปเป็นตัวแทนถือป้ายโรงเรียน ในวันงานกีฬาสีแทน ชื่อฉันใช่ไหม" ส้ม เอ่ยขึ้นกับลูกหว้าที่กำลังยืนมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนเธอนึกหมั่นไส้อยู่ภายในใจเป็นอย่างมาก " เปล่า "ฉันเอ่ยตอบสั้นๆ และจ้องมองหน้าของส้มด้วย แววตานิ่งเรียบเพราะฉันไม่รู้เรื่องที่เธอบอกมาสักนิดเดียว "จะเปล่าได้ไงก็ชื่อของแกมันอยู่ในใบรายชื่อตัวแทน คนถือป้ายโรงเรียนแล้วยังจะกล้ามาปฏิเสธอีก เหอะ!!!ไหนบอกกับทุกคนว่าจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมแล้วแต่สุดท้ายก็วิ่งไปขออาจารย์วิชิตให้ลงชื่อตัวเอง เชอะ!! โคตรน่าสมเพชที่สุด " ส้ม พูดขึ้นด้วยสีหน้าแววตาเย้ยหยันและเดินเข้าไปใกล้ ลูกหว้าหมายจะเอาเรื่องแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงห้วนๆ กับสายตาพร้อมบวกของลูกหว้าที่เธออ่านไม่ออกสักนิดว่ากำลังคิดจะทำอะไรอยู่ " ทำไม!!อิจฉางั้นเหรอ??" " ลูกหว้า!แสดงว่าเป็นแกจริงๆ ด้วยที่ไปขอเปลี่ยนชื่อตัวเองแทนชื่อของส้ม"อิงดาว เพื่อนของส้มที่ได้ยินก็พูดแทรกขึ้นมาทันที " พูดจบหรือยัง ถ้าพูดจบแล้ว ก็ช่วยไปไกลๆ หน้าฉันสักที เพราะไม่อย่างนั้น รองเท้าคู่สวยคู่นี้ของฉัน อาจจะลอยไปฟาดเข้า ที่ใบหน้าขาวๆ ของใครสักคนและเดี๋ยวจะพากันกอดคอร้องไห้ ไปฟ้องแม่ให้มาโรงเรียนอีกนะ นังลูกแหง๋สามตัว " ฉันเอ่ยขึ้น และยื่นเท้าไปข้างหน้าเล็กน้อยพร้อมกับ ส่งรอยยิ้มรวมทั้งสายตามองไปยังส้มและกลุ่มเพื่อนด้วยแววตา ที่เต็มไปด้วยคำเตือนว่า "อย่าได้มายุ่งกับฉัน" " อีลูกหว้า!!" " ทำไมหรือมึงจะเอา!!" ฉันพูดและปรี่เดินเข้าไปหาส้มและกลุ่มเพื่อนอย่างเอาเรื่องทันทีโดยที่พวกมันจะค่อยๆ ก้าวถอยหลังพร้อมตะโกนออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนรีบวิ่งหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว " หึยย!! ฝากไว้ก่อนเถอะ" // แปะ แปะ// "สมมง เจ้าแม่ตัวตัวตึงของพวกกูที่สุด" โมและฝนต่างปรบมือและเอ่ยขึ้นด้วยสายตาล้อเลียนและเดินมาทางลูกหว้าที่ ยืนนิ่งจ้องมองไปยังกลุ่มของส้มอย่างเงียบๆ " พวกเราไปเรียนพิเศษกันเถอะจะสายแล้ว " ฉันเอ่ยขึ้นและส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจกับกลุ่มของส้มที่ตามราวีกับฉัน ไม่จบไม่สิ้นก่อนจะเดินเลี้ยวออกนอกโรงเรียน เพื่อขึ้นรถไฟฟ้าไปยังสถาบันสอนพิเศษโดยมีโมและฝนที่ วิ่งตามหลังมาอย่างรวดเร็ว หลังเลิกเรียนพิเศษเสร็จโมและฝนก็ได้แยกย้ายกลับบ้าน ไปกันหมด เหลือแค่ฉันที่กำลังรอคุณแม่สายไหมขับรถมารับ และรู้สึกหิวขึ้นมา จึงตัดสินใจเดินไปหาของกินยังร้านสะดวกซื้อ ที่อยู่ไม่ไกลจากสถาบันสอนพิเศษ ก่อนจะมานั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยตรงโต๊ะที่นั่งภายในร้าน พร้อมกับเปิดโทรศัพท์ดูซีรีย์ไปด้วยจนเมื่อเวลาผ่านไปก็ถึงรู้สึกตัวว่าตอนนี้มีคนมานั่งอยู่ข้างๆ ฉัน ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมาและหันไปมองก็ต้องนิ่งชะงักไปเล็กน้อย เมื่อดันเห็นว่าเป็นผู้ชายคนที่ฉันเจอเมื่อวานนี้บนรถเมล์กำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบเดียวกันกับฉัน ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ฉันจึงรีบก้มหน้าลง โดยสายตาของฉันยังคอยแอบมอง พี่เขาผ่านกระจกใสของร้านสะดวกซื้อ ที่สะท้อนกลับมาทำให้เห็นใบหน้าอันหล่อของพี่เขาได้อย่างชัดเจน ทำเอาหัวใจน้อยๆ ของฉันเต้นแรงขึ้นมาและเผลอพูดกับตัวเองในใจเบาๆ " หล่อแบดบอยมากจริงๆ ด้วย" แต่ฉันก็ต้องสะดุ้งตกใจขึ้นมาแทบจะทันทีเมื่อพี่ผู้ชายคนนั้น เงยหน้าขึ้นมาและสบตามองฉัน ผ่านกระจกที่สะท้อนภาพเราสองคน พร้อมน้ำเสียงเข้มๆ ที่เอ่ย ดังขึ้นมา " แอบมอง พอหรือยัง "#ด้านแบล็ก " กูบอกพวกมึงแล้วใช่ไหม!!!ว่าอย่าหลงกลให้นังผู้หญิง คนนั้น พวกมึงก็ไม่เชื่อกู เป็นไงล่ะ โดนขโมยลูกค้าคนสำคัญไปแบบหน้าด้านๆ แบบนี้ ที่นี้พวกมึงจะเอาไง!!"แบล็ก พูดขึ้นด้วยท่าทีหงุดหงิดเมื่อทราบข่าวร้ายจากเพื่อนตัวดีทั้งสองคน หลังจากที่พวกเขาเรียนจบก็ได้มาเปิดบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูแบบครบวงจร และเขาก็โยนงานโปรเจคสำคัญนี้ให้กับเพื่อนดูแล แต่กลับไม่คิดว่าจะชวดงานสำคัญกับผู้ลงทุนรายใหญ่ในการส่งออกเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว" ก็น้องทั้งขาว ทั้งเอ็กซ์ นมตูมสัส แถมเล่นขย่มกูจนสุดลำ มึงจะให้พวกกูอดใจไหวได้ยังไงวะ "โอม เอ่ยขึ้นตอบอย่างรู้สึกผิดแค่เพียงเล็กน้อยแม้จะพลาดงานนี้ ก็ใช่ว่าพวกเขาจะเดือดร้อน เพราะยังมีลูกค้าคนสำคัญอีกหลายคนที่พวกดิวไว้ แต่แค่จะเหนื่อยอีกรอบก็เท่านั้นเอง" นั่นดิใครจะไปเหมือนมึงว่ะไอ้แบล็ก เลิกงานกลับบ้านตรงเวลายิ่งกว่านักเรียนเลิกเรียน อยู่ในโอวาทเมียฉิบหาย" เซฟ พูดขึ้นตามพร้อมสบตามองไปยังไอ้โอมที่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเห็นด้วย" ไอ้สัส!!พวกมึง อย่ามาลามปามเมียรักของกู ช่วยไม่ได้พวกมึงสองตัวไม่หาเมียเป็นตัวเป็นตนกันเองชอบจิ้มไปทั่ว" แบล็ก พูดแทรกทันที พร้อมกับส
#สี่ปีต่อมา #คอนโดหรูใจกลางเมืองฉันตอนนี้กำลังง่วนกับการทำขนมระหว่างรอรับสามีที่ แสนดีของฉันเลิกงาน เพราะหลังจากที่ฉันเรียนจบ พี่แบล็กก็รีบ จัดงานแต่งงานทันที โดยฉันเลือกที่จะจัดงานแต่งแบบเรียบง่าย มีแค่เฉพาะเพื่อนสนิทและคนภายในครอบครัวเท่านั้นเพราะฉัน ไม่อยากให้สิ้นเปลืองและไม่อยากเหนื่อยโดยที่พี่แบล็กเขาก็ยอมทำตามและตามใจฉันแทบทุกอย่างและหลังจากงานแต่งงานพี่แบล็กก็ไม่ยอมให้ฉันทำงานเลย สักอย่างบอกแค่ว่าอยากให้ฉันอยู่บ้านเฉยๆเป็นแม่บ้านที่ แสนน่ารักของเขาแต่ด้วยความที่ขี้เบื่อ ฉันก็มีออกช่วยงานพี่ลูกชุบบ้าง ช่วยงานคุณแม่บ้างรวมทั้งไปช่วยงานพ่อโลกันต์ที่สนามแข่งเป็นบางครั้ง แต่พอพี่แบล็กรู้เข้า เครื่องจักรแห่งความบ่นของลุงหมีดำก็ทำงานแทบจะทุกครั้ง จนตอนนี้ฉันจึงตัดสินใจว่าอยากจะมีลูกน่ารักๆ ไว้สักคน ก่อนฉันจะรู้สึกถึงสัมผัสและกลิ่นกายที่แสนคุ้นเคยโอบกอดฉันจากด้านหลัง ทำเอาฉันเอ่ยขึ้นมาแทบจะทันทีด้วยรอยยิ้มบางๆ" วันนี้พี่แบล็ก กลับบ้านเร็วจัง คิดถึงหนูหรือไงคะ "//ฟอด ฟอด//"อืม คิดถึงมาก พี่คิดถึงเราตลอดเวลา ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเลย พอเลิกงาน พี่ก็รีบขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วแ
# วันรับปริญญา " ลูกหว้า มึงแน่ใจเหรอวะ ว่ามึงจะใส่ชุดนี้ไปงานรับปริญญาพี่แบล็กแฟนของมึง" โม เอ่ยถามเพื่อนรักที่กำลังสวมใส่ชุดมาสคอตหมูสีชมพู เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับเพื่อนรัก"นั่นดิ มึงแน่ใจนะข้างในร้อนมากแน่ๆ" ฝนพูดขึ้นตามอีกครั้งพร้อมกับจ้องมองลูกหว้าด้วยความเป็นห่วงกลัวเพื่อนจะเป็นลม "แน่ใจสิวะ กูอุตส่าห์ลงทุนสั่งตัดชุดนี้มาเป็นพิเศษเพื่อ งานนี้เลยพวกมึงสองคนเตรียมคนให้กูตามแผนก็พอ"ฉันพูดตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินไปอุ้มตุ๊กตาหัวหมู มาใส่ลงรถเข็น เพราะวันนี้ฉันตั้งใจเตรียมเซอร์ไพรส์ให้กับพี่แบล็กที่เขาจะจำไม่มีวันลืมเลย " สแตนด์บายพร้อมหมดแล้วรอแค่พี่แบล็กของมึง เดินออกมาจากหอประชุมก็เริ่มแผนการได้เลย"โมพูดตอบพร้อมกับช่วยลูกหว้าเข็นรถออกไปรอยังมุมตึก"ดีมากกูฝากความหวังไว้ที่พวกมึงส่วนเรื่องอื่นกูจัดการเอง" ฉันพูดตอบก่อนจะสวมหัวมาสคอตหมู เดินออกจากมุมตึกเพื่อไปรอยังลานเกียร์ทันที แบล็กที่เดินออกมาจากหอประชุม พร้อมกับกลุ่มเพื่อน ที่วันนี้พวกเขาทั้งสามคนสำเร็จการศึกษาแล้วระหว่างทางเดินเขาก็คอยมองหายัยเด็กแก้มป่องของเขา ที่จนป่านนี้ยังไม่มาไม่ถึงเลยด้ว
#คอนโดแบล็กกำลังแบกลูกหว้าขึ้นหลังของเขา เข้าภายในคอนโดของเขาอย่างทุลักทุเล ก่อนจะค่อยๆวางน้องให้นอนลงบนโซฟากลางห้องและเดินเข้าไปหยิบผ้าชุบน้ำเพื่อให้น้องสบายตัว หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ คุณพ่อกับคุณแม่ของเขาก็แยกกลับไปว่าที่พ่อตาและว่าที่พี่เขยต่างขอชนแก้วกับเขาแบบเหมือนรับน้องและมีพูดคุยกันจนเขารับรู้ได้ว่าพ่อตายอมรับในตัวเขาแต่ก็ยังคงมีพูดขู่เขาหากว่าเขาทำให้ลูกหว้าต้องเสียใจจนเวลาผ่านไป ลูกหว้าที่เห็นว่าเขาเริ่มกินไม่ไหวจึงหยิบแก้วของเขาขึ้นมากระดกช่วยเขาจนมีสภาพเมาและงอแงใส่พ่อที่กล้ามาแกล้งเขาต่อหน้าเธอจนทุกคนต้องแยกย้ายกันกลับเพราะกลัวร้านจะพัง ฉันขยับตัวลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาทำสติอยู่ได้สักพักเพราะตอนนี้ ตาพร่ามัวไปหมดพร้อมกับอาการเริ่มร้อนและอึดอัดจึงร้องเรียกพี่แบล็กก่อนถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ออก เพื่อความสบายตัวจนเหลือแค่เพียงชั้นใน " อือ พี่แบล็ก หว้าร้อนจัง "" ลูกหว้า!!! แม่งเอ้ย " แบล็กที่เดินกลับมาหลังจากที่เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยสวมแค่เพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว ก่อนจะหยิบกะละมัง พร้อมกับผ้าขนหนู เพื่อมาเช็ดตัวให้กับลูกหว้าแต่เขาก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นยัย
#หนึ่งเดือนต่อมา"เราไม่ไปไม่ได้เหรอวันนี้พี่ก็มีนัดทานข้าวมื้อสำคัญเหมือนกัน"แบล็กพูดขึ้นพร้อมกับเกยคางบนไหล่และโอบเอวเล็กของยัยแก้มป่องจากด้านหลัง อย่างออดอ้อน "ไม่ได้ค่ะคุณแม่บังคับบอกว่าต้องไปให้ได้แล้วหนูก็อยากจะให้ของขวัญคนที่ช่วยชีวิตพ่อของหนูด้วย" ฉันพูดตอบพี่แบล็กขณะแต่งตัวอยู่ที่หน้ากระจก"ก็ได้ๆ ยอมแล้วก็ได้ งั้นสวมนี่ไว้เลย" แบล็กเอ่ยขึ้นอย่างจำนน ก่อนจะหยิบแหวนที่เขาแอบซื้อไว้มาสวมใส่ที่นิ้วของลูกหว้าอย่างรวดเร็ว "นี่คือ..." ฉันก้มมองแหวนเพชรสีชมพูที่ดูน่ารักมากหลังจากถูกพี่แบล็กสวมใส่ให้ที่นิ้ว ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ "แหวนจองตัวเมีย เผื่อพ่อเรายกลูกสาวให้กับคนที่ช่วยชีวิต เราก็โชว์แหวนหมั้นพี่ไปเลยว่าเรามีเจ้าของแล้ว" แบล็กพูดตอบห้วนๆสายตาจ้องมองไปยังลูกหว้าที่กำลังส่งยิ้มหวานๆมาให้กับเขา "คิกคิก นี่คือการขอหมั้นหนูจากพี่แบล็กเหรอคะ"ฉันหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทางงอแงของพี่แบล็กจนอดขำขึ้นมาไม่ได้ "เรียกว่าจอง หรือพี่จะจัดหนักเราสักสองสามทีก่อนไปดีไหม " แบล็กเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งสายตาอย่างสื่อความหมาย "งือ กลับมาหนูค่อยมาให้พี่จัดหนักแล้วกันนะคะตอนนี้พี่ ลูกช
#คอนโด" ฮือออออ แล้วคุณพ่อเป็นอะไรมากไหมคะแม่ "(ตอนนี้ปลอดภัยแล้วลูกรัก ไม่ร้องนะลูกรีบไปอาบน้ำแล้วตามมาที่โรงพยาบาลดีไหมลูกหว้า)" ฮึก ฮึก หนูจะรีบไปค่ะคุณแม่ส่งที่อยู่โรงพยาบาลกับห้องพักผู้ป่วยให้หว้าด้วยนะคะ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นก่อนจะกดตัดสายของคุณแม่สายไหมพร้อมกับรีบลุกขึ้นเตรียมจะไปอาบน้ำและร้องไห้โฮจนได้ยินเสียงของพี่แบล็กวิ่งเข้ามาในห้องด้วยความตกใจ "ลูกหว้าเกิดอะไรขึ้นร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรเรา" แบล็ก ที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกหว้าในห้องนอนเขาจึงรีบวิ่งเข้ามาหา ลูกหว้าด้วยความเป็นห่วงทันที "พี่แบล็ก!! ฮือ......ฮือพี่แบล็กขา ฮือ...."ฉันที่เห็นหน้าของพี่แบล็กก็วิ่งเข้าไปโผกอดเอวของพี่เขาไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาทันที"เราเป็นอะไร หืม ลูกหว้าเราร้องไห้แบบนี้พี่ใจไม่ดีเลยนะ"แบล็กเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระชับกอดลูกหว้าที่ร้องไห้จนตัวโยนด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง" ฮึก ฮือ พี่แบล็ก ฮึก พ่อหนูถูกยิงค่ะ ฮึก พ่อหนูถูกยิงตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล" ฉันเอ่ยขึ้นอย่างสะอึกสะอื้นและคลายอ้อมกอดแล้วเงยหน้ามองพี่แบล็กทั้งน้ำตานองหน้า" ไม่ร้องนะเด็กดีของพี่ ตอนนี้คุณพ่อเราปลอ
#บ้านโลกันต์" สรุป ลูกจะไปสอบที่มหาลัยเคใช่ไหม ลูกหว้า "โลกันต์ เอ่ยถามลูกสาวคนเล็กของเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่หนูสายไหมได้มาบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องการสอบเข้ามหาลัยของลูกหว้า ที่กำลังจะถึงในไม่ช้านี้" ใช่ค่ะคุณพ่อ น้าเบลบอกว่า คณะสถาปัตย์ที่มอนี้ดีหว้าเลยอยากไปเรียนดู โมกับฝนก็
หลังจากที่ฉันก้าวขึ้นมาบนรถของคุณแม่ ภาพของพี่ผู้ชายคนเมื่อกี้ที่ดูเหมือนจะนิ่งช็อคกับชื่อจริงที่ฉันเอ่ยเรียกพี่เขาทำเอา ฉันถึงกับอมยิ้มขึ้นมาด้วยความชอบใจเพราะพี่เขาดูตลกและเอ๋อมาก ๆ ซึ่งแตกต่างกับคนเมื่อวานที่เจอราวกับคนละคน ก่อนจะได้ยินเสียงของคุณแม่เอ่ยดังขึ้น" ลูกหว้า อารมณ์ดีเหรอลูกแม่เห็นยิ
"แอบมอง พอหรือยัง"แบล็ก เอ่ยขึ้นและสบตามองยัยแก้มป่องถักผมเปีย ผ่านกระจกใสหน้าร้าน ด้วยสายตานิ่งเรียบอย่างคนเก็บอาการหลังจากที่เขามาดักรอเจอยัยแก้มป่องอยู่นานนับชั่วโมง แถวๆ หน้าสถาบันสอนพิเศษ และคิดว่าตัวเองจะได้กินแห้วไม่เจอน้องแล้ว แต่เขาก็ต้องยิ้มออก เมื่อเห็นใบหน้าและรอยยิ้มหวานของยัยแก้มป่อ
" ไม่เป็นไรค่ะพี่ลูกชุบ หว้ากลับเองได้ อาจารย์ใกล้ ปล่อยแล้ว หว้าจะรีบกลับพร้อมฝนกับโมเลยพี่ไม่ต้องห่วง งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ" ฉันพูดจบก็กดตัดสายของพี่ลูกชุบ พี่สาวของฉันที่วันนี้มารับฉันที่โรงเรียนสอนพิเศษไม่ได้ เพราะต้องรีบไปทำธุระกับ พี่ขุนพลแฟนหนุ่มสุดหล่อของพี่เขาอย่างกะทันหัน "วันนี้มึงกลับเอง







