Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-10-22 23:24:31

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงบ่ายแก่ๆใกล้จะเย็น ...

ฉู่ฉิงยวี่ยังคงนั่งจมอยู่กับกองเอกสารทางการเงินย้อนหลังสี่ปีบนโต๊ะรับรองขนาดเล็กตรงมุมห้องทำงานของประธานบริหาร เสียงคีย์บอร์ดและเสียงเปิดหน้ากระดาษดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไร้การพักผ่อน เธอไม่ได้แตะแม้แต่น้ำเปล่าสักหยด และข้ามมื้อเที่ยงไปโดยสิ้นเชิงเพื่อเร่งทำสรุปความเสี่ยงให้ทันตามกำหนดเวลาอันบีบคั้น

อาการปวดศีรษะตุบๆ เริ่มจู่โจมอย่างรุนแรง ภาพตัวเลขบนหน้าจอสี่เหลี่ยมเริ่มพร่ามัวและหมุนเคว้ง ร่างกายที่ยังไม่ฟื้นไข้ดีบวกกับความเครียดและอาการนอนไม่หลับเมื่อคืน เริ่มส่งสัญญาณเตือนอย่างหนัก

ฉู่ฉิงยวี่พยายามยกมือขึ้นนวดขมับ สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติ ‘อีกแค่นิดเดียว... จะเสร็จแล้ว’ เธอพึมพำกับตัวเองในใจ

เยี่ยนอวิ๋นเชิน ที่นั่งทำงานอยู่หลังโต๊ะประธานแอบเหลือบสายตามองร่างบางเป็นระยะๆ เขาเห็นใบหน้าเนียนที่เคยทาแป้งกลบไว้เริ่มซีดเผือด ริมฝีปากแห้งผาก และแววตาที่อิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกวูบหนึ่งในอกส่งสัญญาณเตือนให้เขาเอ่ยปากสั่งให้เธอหยุดพัก... แต่ความเคียดแค้นและความทรงจำในอดีตก็สั่งให้เขานั่งนิ่งเฉย มองดูเธออดทนทำต่อไป

กึก...

ฉู่ฉิงยวี่รวบรวมเอกสารแผ่นสุดท้ายเข้าแฟ้มเรียบร้อย เธอยันกายลุกขึ้นยืนหมายจะนำเอกสารไปส่งให้เขาที่โต๊ะ แต่เพียงแค่ก้าวขาออกไปได้เพียงก้าวเดียว... โลกทั้งใบก็หมุนติ้วอย่างรุนแรง สายตาดับวูบลงกลางอากาศ!

ตึง!

ร่างบางหงายหลังล้มพับลงกับพื้นห้องทำงานอย่างแรง เอกสารในมือกระจายเกลื่อนพื้น!

"ฉู่ฉิงยวี่!"

เยี่ยนอวิ๋นเชินลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้โดยสัญชาตญาณ หัวใจตกวูบไปถึงตาตุ่ม สองขาก้าวตรงเข้าไปหาร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว เขาย่อตัวลงจับไหล่บางหมายจะดึงเธอขึ้นมา แต่เมื่อสัมผัสถูกผิวกายที่ร้อนผ่าวและเห็นใบหน้าที่ซีดเซียว เขาก็ชะงักมือไปชั่วครู่...

ความห่วงใย ความตกใจ และความแค้นพุ่งชนกันในอกอย่างรุนแรงจนเขาต้องสับสน

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ สะกดอารมณ์ว้าวุ่นในใจ ปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเค่นเสียงหัวเราะเหยียดในลำคอเบาๆ ออกมาทั้งที่ในห้องมีเพียงเขากับร่างที่ไร้สติของเธอ

"เหอะ... โดนแค่นี้ถึงกับสำออยเลยงั้นเหรอ? ดราม่าเก่งเหมือนเดิมเลยนะ"

แม้ปากจะเอ่ยคำพูดใจร้ายและประชดประชัน แต่ดวงตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนและเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด เยี่ยนอวิ๋นเชินไม่ยอมอุ้มเธอด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าหัวใจที่พยายามสร้างเกราะป้องกันมาตลอดสี่ปีจะพังทลายลง

เขากดโทรศัพท์สายตรงหาเลขาหน้าห้องทันทีด้วยน้ำเสียงดุดันและเร่งรีบ

"เข้ามาในห้องด่วน! แล้วสั่งให้การ์ดนำรถออก... พายัยผู้หญิงคนนี้ไปส่งโรงพยาบาลซะ!"

"ครับท่านประธาน!"

เพียงไม่นาน เลขาและคนติดตามก็รีบเข้ามาช่วยกันพยุงร่างของฉู่ฉิงยวี่ออกจากห้องไป เยี่ยนอวิ๋นเชินยืนมองตามหลังแผ่นหลังบางที่ถูกพาตัวไปจนบานประตูปิดลง... ห้องทำงานกว้างขวางกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงกองเอกสารที่กระจายอยู่บนพื้น

สายตาของเขาเหลือบไปเห็น แฟ้มสรุปงาน ที่เธอทำเสร็จเรียบร้อยแล้วตกอยู่ใกล้ๆ เขาเดินไปเก็บมันขึ้นมาเปิดดู รายละเอียดทุกอย่างถูกจัดทำอย่างประณีต ครบถ้วน และไม่มีจุดผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย...

เยี่ยนอวิ๋นเชินกำแฟ้มในมือแน่น นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกสับสนและปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 14

    คำขอโทษที่เปื้อนคราบน้ำตาของฉู่ฉิงยวี่ เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่งในความอดทนของเยี่ยนอวิ๋นเชิน...ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรน ความอัดอั้นตันใจตลอดห้าปี และความโหยหาที่เขาพยายามกดขี่ข่มเหงมันเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา บัดนี้ได้พังทลายลงจนหมดสิ้นเยี่ยนอวิ๋นเชินไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำใดต่ออีก นัยน์ตาคมกริบที่ฉายแววสับสนและปวดร้าวทอดมองลงที่ริมฝีปากบางสั่นระริก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงปิดกั้นเสียงสะอื้นของเธอด้วยริมฝีปากของเขาเองอย่างรวดเร็ว!"อื้ม..."ฉู่ฉิงยวี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา สัมผัสที่คุ้นเคยในอดีตแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหาในปัจจุบันมันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนในวันวาน... แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์อันรุนแรง ทั้งตัดพ้อ ทั้งโกรธเกรี้ยว และโหยหาจนแทบขาดใจเยี่ยนอวิ๋นเชินใช้มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันท่ามกลางความเงียบ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 13

    ฉู่ฉิงยวี่ใช้เวลาจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เพียงไม่กี่นาที ก่อนจะเร่งก้าวเข้าไปในครัว หญิงสาวลงมือต้มน้ำร้อนอย่างตั้งใจ เธอหยิบใบชาคามิลล์ผสมใบมิ้นต์ออกมาชงอย่างชำนาญ... สูตรชาอุ่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการเครียดและปวดหัว ซึ่งเธอเคยชงให้เขาดื่มอยู่บ่อยครั้งในสมัยมัธยมเมื่อจัดวางแก้วชาลงบนถาดเรียบร้อย ฉู่ฉิงยวี่ก็ยกถาดเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของเยี่ยนอวิ๋นเชิน มือเรียวเคาะประตูเบาๆ พอเป็นสัญญาณก๊อก ก๊อก...ไร้เสียงตอบรับจากคนข้างใน มีเพียงความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจของเธอเริ่มตกสลักวูบด้วยความกังวล ฉู่ฉิงยวี่ถือวิสาสะค่อยๆ ผลักบานประตูเปิดออกอย่างเบามือที่สุด"ท่านประธานคะ... ชาได้แล้ว"คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่เพียงเท่านั้น ภาพตรงหน้าทำให้น้ำชาในถาดเกือบจะเอ่อล้น!เยี่ยนอวิ๋นเชินกำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ เอนหัวไปด้านหลัง ดวงตาคมคายหลับแน่นด้วยความทรมาน มือหนายกขึ้นกดนวดขมับตัวเองแรงๆ ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ลมหายใจของเขาติดขัดและติดตระกุกตระกักอาการป่วยนี้... ฉู่ฉิงยวี่จำมันได้ดีขึ้นใจ!มันคืออาการ ไมเกรนและโรคปวดศีรษะเรื

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 12

    สายฝนยามค่ำคืนยังคงตกลงมาโปรยปรายเมื่อรถตู้หรูจอดลงหน้าคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ฉู่ฉิงยวี่ หอบกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่มีร่องรอยการใช้งานมาหลายปี ก้าวตามหลัง เยี่ยนอวิ๋นเชิน เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว ตัวเลขชั้นบนสุดค่อยๆ เพิ่มขึ้นพร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นระทึกด้วยความอึดอัดกึก...บานประตูลิฟต์เปิดออกสู่เพนต์เฮาส์กว้างขวางบนชั้นสูงสุด ฉู่ฉิงยวี่ก้าวตามเขาเข้าไปข้างในด้วยท่าทีเกร็งและระมัดระวัง เธอเตรียมใจไว้ว่าจะต้องพบกับห้องสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูที่เย็นชืดและไร้ชีวิตชีวา... ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายบางอย่างก็พุ่งเข้ามากระทบความรู้สึกของเธออย่างจังกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ ชาไวท์ทีผสมคามิลล์ โชยมาแตะจมูก... มันคือก้านหอมปรับอากาศกลิ่นเดียวกับที่เธอเคยบอกเขาในวัยเยาว์ว่าเป็นกลิ่นที่ช่วยให้เธอผ่อนคลายเวลานอนไม่หลับดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงกวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตะลึงงัน... โซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีครีมอุ่น ผ้าม่านสองชั้นทึบแสงสีเบจ รวมถึงโซนชั้นหนังสือไม้โอ๊คทรงสูงที่เรียงรายไปด้วยวรรณกรรมเล่มโปรดของเธอ... ทุกอย่างในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ ถูกตกแต่งด้วยโทนสี สไตล์ และรายละเอียดเล็กๆ น้อ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 11

    ความเงียบในห้องทำงานประธานบาดลึกยิ่งกว่าสายฝนที่เทกระหน่ำอยู่ภายนอก...ฉู่ฉิงยวี่ มองสบดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นของ เยี่ยนอวิ๋นเชิน แม้แรงบีบที่คางมนจะเจ็บจนน้ำตาซึม แต่ความเจ็บปวดนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับภาพของพ่อที่นอนติดเตียง และน้องชายน้องสาวฝาแฝดวัยหกขวบที่จะต้องถูกปล่อยให้อดอยาก หากเธอไม่สามารถหาเงินหนึ่งแสนหยวนไปให้แม่เลี้ยงได้ภายในสามวันเพื่อปกป้องครอบครัวเพียงกลุ่มเดียวที่เหลืออยู่... ต่อให้ต้องก้าวลงสู่นรกที่เขาสร้างขึ้น เธอ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว"ตกลงค่ะ..." น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวอันน่าสงสาร "ดิฉัน... ยอมรับเงื่อนไขค่ะ ท่านประธาน"เยี่ยนอวิ๋นเชินชะงักไปชั่วครู่ มือหนาที่บีบคางเธอไว้ค่อยๆ คลายออก สายตาคมวูบวาบด้วยความรู้สึกสับสน เขาคิดว่าเธอจะแสดงความปฏิเสธ หรือมีท่าทีลังเลมากกว่านี้ แต่เธอกลับยอมสยบให้เงินหนึ่งแสนหยวนอย่างง่ายดาย เหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิด!ความกรุ่นโกรธผสมความผิดหวังแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางใช้นิ้วโป้งลูบผ่านริมฝีปากตัวเองด้วยท่าทีเหยียดหยาม"หึ... สมกับเป็นเธอจริงๆ ฉู่ฉิงยวี่ เพื่อเงิน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 10

    คราบน้ำตายังไม่ทันแห้งเหือดจากใบหน้าซีดเซียว...ฉู่ฉิงยวี่ ถอดสายน้ำเกลือออกด้วยตัวเองอย่างระมัดระวัง แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนพละกำลัง และเสียงวิ้งๆ ในหัวยังคงรังควาน แต่เงินจำนวนหนึ่งแสนหยวนกับชีวิตของพ่อและน้องๆ วัยหกขวบอีกสองคน บังคับให้เธอไม่อาจก้มหน้านอนรอความเมตตาอยู่บนเตียงคนไข้หรูหรานี้ได้อีกต่อไปเธอจัดการปรับแต่งเสื้อผ้า แต่งหน้ากลบความบอบช้ำอีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกจากโรงพยาบาล มุ่งตรงกลับไปยังอาคาร เยี่ยนซิ่งกรุ๊ป ด้วยความมุ่งมั่นผสมความสิ้นหวังณ ห้องทำงานประธานบริหารถังเจ๋อ เพิ่งจะเดินรายงานเรื่องอาการป่วยของฉู่ฉิงยวี่เสร็จสิ้น เยี่ยนอวิ๋นเชิน นั่งฟังอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาเรียบเฉยแต่ในอกกลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด เขาแกล้งทำเป็นพลิกเอกสารในมือไปมาเพื่อซ่อนความกังวล"เธอคงนอนพักสบายใจอยู่โรงพยาบาลสินะ?" เยี่ยนอวิ๋นเชินแค่นเสียงเย็น"เอ่อ... คือว่า..." ถังเจ๋อมีสีหน้าลำบากใจ เล่าสิ่งที่เห็นเพิ่มเติม "ตอนผมกำลังจะออกมา คุณฉู่รับโทรศัพท์สายหนึ่งครับท่านประธาน ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร แต่หลังจากผมเดินออกมา กำลังจะกลับมาบริษัทผมก็หยุดฟังสักแปป จนวางสาย ผมได้ยินเธอร้องไห้หนักมาก เหมือน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 9

    ถังเจ๋อเพิ่งจะคล้อยหลังเดินออกจากห้องไปได้ไม่นาน ความเงียบสงบในห้องพักพิเศษก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงฉู่ฉิงยวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอพยุงตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอฉายชื่อ 'แม่เลี้ยง' หัวใจของเธอพลันตกระสลักวูบด้วยความลางสังหรณ์ที่ไม่ดี มือเรียวสั่นเทาค่อยๆ กดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู"สวัสดีค่ะแม่..."ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยประโยคต่อไป น้ำเสียงแหลมสูงและดุดันของแม่เลี้ยงก็ตะคอกแทรกผ่านสายเข้ามาทันทีโดยไม่รอช้า"ฉู่ฉิงยวี่! นังตัวดีหายหัวไปเลยนะ ฉันโทรไปหาเธอไม่รู้กี่สาย โอนเงินมาให้ฉันหนึ่งแสนหยวนด่วนเลยนะ! ยัยเจียอีอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่กับชุดไปเที่ยวกับเพื่อนๆ อาทิตย์นี้ แกรีบโอนมาเดี๋ยวนี้เลย!"คำพูดราบเรียบที่เอาแต่ใจทำเอาฉู่ฉิงยวี่ตาโตด้วยความตกใจ เงินหนึ่งแสนหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และสาเหตุที่ขอกลับเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระอย่างการไปช็อปปิ้งของน้องสาวต่างแม่!"หนึ่งแสนหยวนเลยหรอคะแม่?!" ฉู่ฉิงยวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ยวี่จะไปหาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหนได้ทันกันคะ? ลำพังเงินเดือนเข้าบัญชี ฉิงยวี่ก็ส่งกลับไปเป็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status