Teilen

บทที่ 5

last update Veröffentlichungsdatum: 22.10.2026 23:23:38

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนแคบๆ ฉู่ฉิงยวี่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่กระบอกตา เมื่อส่องกระจกดู เธอเห็นดวงตาคู่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักเมื่อคืนวานอย่างชัดเจน

"ไม่ได้นะ... จะให้เขาเห็นเราในสภาพแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด"

เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะรีบจัดการตัวเอง นำผ้าเย็นมาประคบดวงตา และบรรจงแต่งหน้ากลบรองพื้นแน่นกว่าปกติเพื่อซ่อนรอยหมองคล้ำและร่องรอยความอ่อนแอทั้งหมดเอาไว้ เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวติดกระดุมมิดชิดเพื่อปกปิดรอยแผลเป็นตรงข้อมือซ้าย สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าหาญที่เหลืออยู่ขึ้นมา

"เข้มแข็งไว้ ฉู่ฉิงยวี่... เธอต้องผ่านมันไปให้ได้"

ณ ห้องทำงานประธานบริหาร เยี่ยนซิ่งกรุ๊ป

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นเบาๆ ในเวลาแปดนาฬิกาตรงพอดี

"เข้ามา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเย็นตอบกลับมาจากด้านใน

ฉู่ฉิงยวี่ผลักประตูเปิดออกอย่างระมัดระวัง เธอเห็น เยี่ยนอวิ๋นเชิน นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในชุดสูทสีกรมท่าเนี๊ยบ เรือนผมจัดทรงเป็นระเบียบ ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาและเฉียบขาด เขากำลังจ้องมองแท็บเล็ตในมือโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเธอ

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านประธานเยี่ยน" ฉู่ฉิงยวี่โค้งกายอย่างนอบน้อม น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและราบเรียบไร้ความระส่ำระสาย "ดิฉันมารายงานตัวตามคำสั่ง เพื่อรับมอบหมายงานดูแลเอกสารโครงการค่ะ"

เยี่ยนอวิ๋นเชินค่อยๆ วางแท็บเล็ตลง สายตาคมกริบเคลื่อนมาจับจ้องที่ใบหน้าของเธอ เขากวาดสายตานัยน์ตาฉายแววพิจารณา... แม้เธอจะแต่งหน้ากลบไว้ดีเพียงใด แต่ร่องรอยความบอบช้ำและดวงตาที่แฝงความเหนื่อยล้าก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาที่ช่างสังเกตของเขาไปได้

‘เมื่อคืน... เธอร้องไห้งั้นเหรอ?’ ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของเขา แต่ความเคียดแค้นและความเข้าใจผิดตลอดหลายปีก็กลบความรู้สึกห่วงใยนั้นไปอย่างรวดเร็ว

"มาตรงเวลาดีนี่" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือสองข้างประสานไว้ด้านหลัง เดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ "คิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับการ 'ทำงานให้คุ้มค่าเงิน' แล้วใช่ไหม?"

"ค่ะ ดิฉันจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ" เธอตอบโดยก้มหน้าหลบสายตา ไม่สบตากับเขาตรงๆ

ท่าทีเฉยชาและก้มหน้ารับกรรมของเธอ ยิ่งจุดประกายความไม่พอใจในใจของเยี่ยนอวิ๋นเชินขึ้นมา เขาอยากเห็นเธอโต้ตอบ อยากเห็นเธอเรียกร้อง หรือแม้แต่หลุดปากพูดความจริงอะไรออกมาบ้าง ไม่ใช่การสวมหน้ากากนอบน้อมไร้ความรู้สึกแบบนี้!

"ดี..." เขาแค่นหัวเราะ "ถ้างั้นเริ่มจากงานแรกเลยแล้วกัน"

เยี่ยนอวิ๋นเชินชี้ไปที่กองแฟ้มเอกสารและรายงานย้อนหลังสี่ปีของบริษัทเอเจนซี่ที่วางสูงเด่นอยู่บนโต๊ะรับรองข้างๆ

"เอกสารทั้งหมดนี่คือรายงานทางการเงินและสัญญาเก่าๆ ของบริษัทเธอ ตรวจสอบและสรุปประเด็นความเสี่ยงทั้งหมดมาให้ฉันภายในบ่ายวันนี้ ถ้ามีตรงไหนผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว... เธอต้องรับผิดชอบทั้งหมด"

งานกองโตขนาดนั้น ปกติแล้วต้องใช้ทีมงานอย่างน้อยสามถึงสี่คนทำเป็นเวลาหลายวัน การสั่งให้เธอทำคนเดียวภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง คือการ 'กลั่นแกล้งและใช้งานหนัก' อย่างเห็นได้ชัด

แต่ฉู่ฉิงยวี่กลับไม่บ่นเลยสักคำ เธอเงยหน้าขึ้นมองกองเอกสารสลับกับใบหน้าเย็นชาของเขา ก่อนจะประสานมือไว้ข้างหน้าแล้วโค้งรับคำสั่งอย่างสงบ

"รับทราบค่ะท่านประธาน ดิฉันจะรีบจัดการให้เสร็จก่อนบ่ายนี้ค่ะ"

คำตอบรับที่ว่าง่ายจนน่าประหลาดใจ ทำให้เยี่ยนอวิ๋นเชินขมวดคิ้วแน่น เขาจ้องมองร่างบางที่เดินตรงไปหยิบกองเอกสารหนักๆ มาถือไว้ด้วยแขนสองข้างอย่างทุลักทุเล มือสั่นเทาเล็กน้อยจากน้ำหนักของกระดาษ แต่เธอกลับไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือแม้แต่คำเดียว

ความรู้สึกผิดและตราบาปในใจ ทำให้ฉู่ฉิงยวี่พร้อมจะยอมทนรับทุกการลงโทษและการใช้งานจากเขา... โดยที่ไม่รู้เลยว่า ยิ่งเธอยอมทนเท่าไหร่ หัวใจของเยี่ยนอวิ๋นเชินก็ยิ่งร้อนรนและเจ็บปวดไปพร้อมๆ กับเธอมากเท่านั้น!

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 14

    คำขอโทษที่เปื้อนคราบน้ำตาของฉู่ฉิงยวี่ เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่งในความอดทนของเยี่ยนอวิ๋นเชิน...ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรน ความอัดอั้นตันใจตลอดห้าปี และความโหยหาที่เขาพยายามกดขี่ข่มเหงมันเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา บัดนี้ได้พังทลายลงจนหมดสิ้นเยี่ยนอวิ๋นเชินไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำใดต่ออีก นัยน์ตาคมกริบที่ฉายแววสับสนและปวดร้าวทอดมองลงที่ริมฝีปากบางสั่นระริก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงปิดกั้นเสียงสะอื้นของเธอด้วยริมฝีปากของเขาเองอย่างรวดเร็ว!"อื้ม..."ฉู่ฉิงยวี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา สัมผัสที่คุ้นเคยในอดีตแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหาในปัจจุบันมันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนในวันวาน... แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์อันรุนแรง ทั้งตัดพ้อ ทั้งโกรธเกรี้ยว และโหยหาจนแทบขาดใจเยี่ยนอวิ๋นเชินใช้มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันท่ามกลางความเงียบ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 13

    ฉู่ฉิงยวี่ใช้เวลาจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เพียงไม่กี่นาที ก่อนจะเร่งก้าวเข้าไปในครัว หญิงสาวลงมือต้มน้ำร้อนอย่างตั้งใจ เธอหยิบใบชาคามิลล์ผสมใบมิ้นต์ออกมาชงอย่างชำนาญ... สูตรชาอุ่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการเครียดและปวดหัว ซึ่งเธอเคยชงให้เขาดื่มอยู่บ่อยครั้งในสมัยมัธยมเมื่อจัดวางแก้วชาลงบนถาดเรียบร้อย ฉู่ฉิงยวี่ก็ยกถาดเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของเยี่ยนอวิ๋นเชิน มือเรียวเคาะประตูเบาๆ พอเป็นสัญญาณก๊อก ก๊อก...ไร้เสียงตอบรับจากคนข้างใน มีเพียงความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจของเธอเริ่มตกสลักวูบด้วยความกังวล ฉู่ฉิงยวี่ถือวิสาสะค่อยๆ ผลักบานประตูเปิดออกอย่างเบามือที่สุด"ท่านประธานคะ... ชาได้แล้ว"คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่เพียงเท่านั้น ภาพตรงหน้าทำให้น้ำชาในถาดเกือบจะเอ่อล้น!เยี่ยนอวิ๋นเชินกำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ เอนหัวไปด้านหลัง ดวงตาคมคายหลับแน่นด้วยความทรมาน มือหนายกขึ้นกดนวดขมับตัวเองแรงๆ ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ลมหายใจของเขาติดขัดและติดตระกุกตระกักอาการป่วยนี้... ฉู่ฉิงยวี่จำมันได้ดีขึ้นใจ!มันคืออาการ ไมเกรนและโรคปวดศีรษะเรื

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 12

    สายฝนยามค่ำคืนยังคงตกลงมาโปรยปรายเมื่อรถตู้หรูจอดลงหน้าคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ฉู่ฉิงยวี่ หอบกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่มีร่องรอยการใช้งานมาหลายปี ก้าวตามหลัง เยี่ยนอวิ๋นเชิน เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว ตัวเลขชั้นบนสุดค่อยๆ เพิ่มขึ้นพร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นระทึกด้วยความอึดอัดกึก...บานประตูลิฟต์เปิดออกสู่เพนต์เฮาส์กว้างขวางบนชั้นสูงสุด ฉู่ฉิงยวี่ก้าวตามเขาเข้าไปข้างในด้วยท่าทีเกร็งและระมัดระวัง เธอเตรียมใจไว้ว่าจะต้องพบกับห้องสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูที่เย็นชืดและไร้ชีวิตชีวา... ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายบางอย่างก็พุ่งเข้ามากระทบความรู้สึกของเธออย่างจังกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ ชาไวท์ทีผสมคามิลล์ โชยมาแตะจมูก... มันคือก้านหอมปรับอากาศกลิ่นเดียวกับที่เธอเคยบอกเขาในวัยเยาว์ว่าเป็นกลิ่นที่ช่วยให้เธอผ่อนคลายเวลานอนไม่หลับดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงกวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตะลึงงัน... โซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีครีมอุ่น ผ้าม่านสองชั้นทึบแสงสีเบจ รวมถึงโซนชั้นหนังสือไม้โอ๊คทรงสูงที่เรียงรายไปด้วยวรรณกรรมเล่มโปรดของเธอ... ทุกอย่างในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ ถูกตกแต่งด้วยโทนสี สไตล์ และรายละเอียดเล็กๆ น้อ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 11

    ความเงียบในห้องทำงานประธานบาดลึกยิ่งกว่าสายฝนที่เทกระหน่ำอยู่ภายนอก...ฉู่ฉิงยวี่ มองสบดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นของ เยี่ยนอวิ๋นเชิน แม้แรงบีบที่คางมนจะเจ็บจนน้ำตาซึม แต่ความเจ็บปวดนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับภาพของพ่อที่นอนติดเตียง และน้องชายน้องสาวฝาแฝดวัยหกขวบที่จะต้องถูกปล่อยให้อดอยาก หากเธอไม่สามารถหาเงินหนึ่งแสนหยวนไปให้แม่เลี้ยงได้ภายในสามวันเพื่อปกป้องครอบครัวเพียงกลุ่มเดียวที่เหลืออยู่... ต่อให้ต้องก้าวลงสู่นรกที่เขาสร้างขึ้น เธอ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว"ตกลงค่ะ..." น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวอันน่าสงสาร "ดิฉัน... ยอมรับเงื่อนไขค่ะ ท่านประธาน"เยี่ยนอวิ๋นเชินชะงักไปชั่วครู่ มือหนาที่บีบคางเธอไว้ค่อยๆ คลายออก สายตาคมวูบวาบด้วยความรู้สึกสับสน เขาคิดว่าเธอจะแสดงความปฏิเสธ หรือมีท่าทีลังเลมากกว่านี้ แต่เธอกลับยอมสยบให้เงินหนึ่งแสนหยวนอย่างง่ายดาย เหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิด!ความกรุ่นโกรธผสมความผิดหวังแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางใช้นิ้วโป้งลูบผ่านริมฝีปากตัวเองด้วยท่าทีเหยียดหยาม"หึ... สมกับเป็นเธอจริงๆ ฉู่ฉิงยวี่ เพื่อเงิน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 10

    คราบน้ำตายังไม่ทันแห้งเหือดจากใบหน้าซีดเซียว...ฉู่ฉิงยวี่ ถอดสายน้ำเกลือออกด้วยตัวเองอย่างระมัดระวัง แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนพละกำลัง และเสียงวิ้งๆ ในหัวยังคงรังควาน แต่เงินจำนวนหนึ่งแสนหยวนกับชีวิตของพ่อและน้องๆ วัยหกขวบอีกสองคน บังคับให้เธอไม่อาจก้มหน้านอนรอความเมตตาอยู่บนเตียงคนไข้หรูหรานี้ได้อีกต่อไปเธอจัดการปรับแต่งเสื้อผ้า แต่งหน้ากลบความบอบช้ำอีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกจากโรงพยาบาล มุ่งตรงกลับไปยังอาคาร เยี่ยนซิ่งกรุ๊ป ด้วยความมุ่งมั่นผสมความสิ้นหวังณ ห้องทำงานประธานบริหารถังเจ๋อ เพิ่งจะเดินรายงานเรื่องอาการป่วยของฉู่ฉิงยวี่เสร็จสิ้น เยี่ยนอวิ๋นเชิน นั่งฟังอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาเรียบเฉยแต่ในอกกลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด เขาแกล้งทำเป็นพลิกเอกสารในมือไปมาเพื่อซ่อนความกังวล"เธอคงนอนพักสบายใจอยู่โรงพยาบาลสินะ?" เยี่ยนอวิ๋นเชินแค่นเสียงเย็น"เอ่อ... คือว่า..." ถังเจ๋อมีสีหน้าลำบากใจ เล่าสิ่งที่เห็นเพิ่มเติม "ตอนผมกำลังจะออกมา คุณฉู่รับโทรศัพท์สายหนึ่งครับท่านประธาน ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร แต่หลังจากผมเดินออกมา กำลังจะกลับมาบริษัทผมก็หยุดฟังสักแปป จนวางสาย ผมได้ยินเธอร้องไห้หนักมาก เหมือน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 9

    ถังเจ๋อเพิ่งจะคล้อยหลังเดินออกจากห้องไปได้ไม่นาน ความเงียบสงบในห้องพักพิเศษก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงฉู่ฉิงยวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอพยุงตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอฉายชื่อ 'แม่เลี้ยง' หัวใจของเธอพลันตกระสลักวูบด้วยความลางสังหรณ์ที่ไม่ดี มือเรียวสั่นเทาค่อยๆ กดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู"สวัสดีค่ะแม่..."ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยประโยคต่อไป น้ำเสียงแหลมสูงและดุดันของแม่เลี้ยงก็ตะคอกแทรกผ่านสายเข้ามาทันทีโดยไม่รอช้า"ฉู่ฉิงยวี่! นังตัวดีหายหัวไปเลยนะ ฉันโทรไปหาเธอไม่รู้กี่สาย โอนเงินมาให้ฉันหนึ่งแสนหยวนด่วนเลยนะ! ยัยเจียอีอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่กับชุดไปเที่ยวกับเพื่อนๆ อาทิตย์นี้ แกรีบโอนมาเดี๋ยวนี้เลย!"คำพูดราบเรียบที่เอาแต่ใจทำเอาฉู่ฉิงยวี่ตาโตด้วยความตกใจ เงินหนึ่งแสนหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และสาเหตุที่ขอกลับเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระอย่างการไปช็อปปิ้งของน้องสาวต่างแม่!"หนึ่งแสนหยวนเลยหรอคะแม่?!" ฉู่ฉิงยวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ยวี่จะไปหาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหนได้ทันกันคะ? ลำพังเงินเดือนเข้าบัญชี ฉิงยวี่ก็ส่งกลับไปเป็

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status