Teilen

บทที่ 7

last update Veröffentlichungsdatum: 22.10.2026 23:24:49

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกึกเตะเข้าจมูก พร้อมกับเปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก...

ฉู่ฉิงยวี่ มองเพดานสีขาวโพลนของห้องพักโรงพยาบาลด้วยความสับสน แสงไฟนวลตาทำให้เธอต้องหลับตาลงตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง แขนขวาของเธอมีสายน้ำเกลือเสียบชะงักไว้ ร่างกายยังคงล้าโรยและปวดหัวตึงๆ แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามาในความคิดแรกกลับไม่ใช่สุขภาพของตัวเอง

‘เอกสาร... เราต้องส่งเอกสารให้เขานี่นา!’

ความหวาดผวาฉายวูบขึ้นมาในดวงตา ภาพใบหน้าเย็นชาและคำขู่เรื่องสัญญาของเยี่ยนอวิ๋นเชินทำให้เธอรีบตวัดผ้าห่มออก หมายจะถอดสายน้ำเกลือเพื่อกลับไปทำงานต่อให้เสร็จ

"เฮ้! คุณฉู่! ทำอะไรน่ะครับ อย่าเพิ่งลุกสิ คุณยังมีสายน้ำเกลือแล้วก็ได้น้ำเกลือยังไม่หมดขวดเลยนะ!"

เสียงทุ้มของชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดสูทสุภาพดึงสายตาของเธอให้หันไปมอง... ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างเตียงรีบลุกขึ้นเข้ามาห้ามเธอไว้ด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน

ฉู่ฉิงยวี่มองชายตรงหน้าด้วยสายตาหวาดระแวงและสับสน เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและพร่าแห้ง

"คุณ... คุณคือใครเหรอคะ?"

ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลียิ้มเป็นกันเองและประสานมือไว้ข้างหน้าเพื่อแนะนำตัว

"ขอโทษทีครับ ผมลืมแนะนำตัวไปเลย... ผมชื่อ ‘ถังเจ๋อ’ ครับ เป็นเลขาและผู้ช่วยส่วนตัวของคุณเยี่ยนอวิ๋นเชิน พอดียามบ่ายคุณล้มพับไปในห้องทำงาน ท่านประธานเลยสั่งให้ผมกับบอดี้การ์ดอุ้มคุณขึ้นรถมาส่งโรงพยาบาลนี้น่ะครับ"

เมื่อได้ยินชื่อของ 'เยี่ยนอวิ๋นเชิน' หัวใจของฉู่ฉิงยวี่ก็กระตุกวูบ เธอหลบสายตาลงต่ำ ความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวดึงรั้งเธอไว้อีกครั้ง

"ขะ... ขอบคุณนะคะคุณถังเจ๋อ" เธอกระซิบตอบ "แต่ฉันคงต้องขอตัวกลับไปทำงานต่อแล้วค่ะ เอกสารโครงการยังสรุปไม่เสร็จ ถ้าฉันทำไม่ทัน... ท่านประธานเยี่ยนจะ..."

"โอ๊ย คุณฉู่ครับ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอก!" ถังเจ๋อรีบขัดขึ้นพลางถอนหายใจยาวด้วยความสงสารและสับสน "แฟ้มสรุปเอกสารของคุณทำเสร็จหมดแล้วครับ ท่านประธานเปิดดูเรียบร้อยแล้วด้วย... พูดก็พูดเถอะนะ ผมทำงานกับคุณชายเยี่ยนมาตั้งหลายปี ไม่เคยเห็นเขาเคี่ยวเค็ญใช้งานใครจนถึงขั้นวูบคาห้องทำงานแบบนี้มาก่อนเลย"

ถังเจ๋อยกมือขึ้นเกาหัวเบาๆ มองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสงสัยเต็มอก ก่อนจะบ่นพึมพำออกมาอย่างไม่เข้าใจ

"จริงๆ เลยนะ... คุณไปทำอะไรให้คุณชายโกรธแค้นเคืองกันมาเหรอครับ? ถึงได้โดนใช้งานหนักขนาดนี้? ปกติคุณชายเยี่ยนเป็นคนเจ้าระเบียบก็จริง แต่ก็ไม่เคยใจร้ายไร้เหตุผลกับพนักงานขนาดนี้เลยนะ"

ประโยคบ่นไร้จริตของเลขาหนุ่ม เหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงใจของฉู่ฉิงยวี่เข้าอย่างจัง...

‘ทำอะไรให้เขาโกรธงั้นเหรอ?’

เธอตอบคำถามนั้นในใจไม่ได้เลย... เพราะสิ่งที่เธอทำกับเยี่ยนอวิ๋นเชินในอดีต มันไม่ใช่แค่เรื่องโกรธหน่ะสิ แต่มันคือการทิ้งให้เขานั่งรอคอยอยู่คนเดียวท่ามกลางสายฝนจนหัวใจพังทลายโดยที่ไม่ใช่ความผิดของตัวเธอด้วยซ้ำ และทำให้เขาเชื่อว่าฉันทิ้งเขาไปเพราะเห็นแก่เงิน

ฉู่ฉิงยวี่ทำได้เพียงฝืนยิ้มบางๆ ให้ถังเจ๋อ ดวงตาฉายแววหมองเศร้าโดยไม่เอ่ยปากแก้ตัวหรือเล่าความจริงใดๆ ออกมา

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณถัง... คงเพราะฉันทำงานสะเพร่าเอง ท่านประธานถึงต้องเข้มงวด" เธอพยายามดึงสายน้ำเกลือออกอีกครั้ง "แต่ยังไงฉันก็ต้องรีบกลับบริษัทค่ะ ฉันกลัวว่าถ้าช้าไป... จะถูกไล่ออก หรือโดนยกเลิกสัญญาควบรวมเอาได้"

ถังเจ๋อเห็นความดื้อรั้นและแววตาสั่นระริกด้วยความกลัวของเธอแล้วก็ได้แต่หนักใจ... หญิงสาวตรงหน้าดูอ่อนแอแต่กลับดื้อรั้นอย่างไม่น่าเชื่อ และที่สำคัญคือ ดูเหมือนเธอจะกลัวคุณชายของเขาจนขวัญผวาไปหมดแล้ว!

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 14

    คำขอโทษที่เปื้อนคราบน้ำตาของฉู่ฉิงยวี่ เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่งในความอดทนของเยี่ยนอวิ๋นเชิน...ความเจ็บปวดจากอาการไมเกรน ความอัดอั้นตันใจตลอดห้าปี และความโหยหาที่เขาพยายามกดขี่ข่มเหงมันเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา บัดนี้ได้พังทลายลงจนหมดสิ้นเยี่ยนอวิ๋นเชินไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำใดต่ออีก นัยน์ตาคมกริบที่ฉายแววสับสนและปวดร้าวทอดมองลงที่ริมฝีปากบางสั่นระริก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงปิดกั้นเสียงสะอื้นของเธอด้วยริมฝีปากของเขาเองอย่างรวดเร็ว!"อื้ม..."ฉู่ฉิงยวี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา สัมผัสที่คุ้นเคยในอดีตแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโหยหาในปัจจุบันมันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนเหมือนในวันวาน... แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงอารมณ์อันรุนแรง ทั้งตัดพ้อ ทั้งโกรธเกรี้ยว และโหยหาจนแทบขาดใจเยี่ยนอวิ๋นเชินใช้มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันท่ามกลางความเงียบ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 13

    ฉู่ฉิงยวี่ใช้เวลาจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เพียงไม่กี่นาที ก่อนจะเร่งก้าวเข้าไปในครัว หญิงสาวลงมือต้มน้ำร้อนอย่างตั้งใจ เธอหยิบใบชาคามิลล์ผสมใบมิ้นต์ออกมาชงอย่างชำนาญ... สูตรชาอุ่นๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการเครียดและปวดหัว ซึ่งเธอเคยชงให้เขาดื่มอยู่บ่อยครั้งในสมัยมัธยมเมื่อจัดวางแก้วชาลงบนถาดเรียบร้อย ฉู่ฉิงยวี่ก็ยกถาดเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของเยี่ยนอวิ๋นเชิน มือเรียวเคาะประตูเบาๆ พอเป็นสัญญาณก๊อก ก๊อก...ไร้เสียงตอบรับจากคนข้างใน มีเพียงความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจของเธอเริ่มตกสลักวูบด้วยความกังวล ฉู่ฉิงยวี่ถือวิสาสะค่อยๆ ผลักบานประตูเปิดออกอย่างเบามือที่สุด"ท่านประธานคะ... ชาได้แล้ว"คำพูดของเธอชะงักค้างอยู่เพียงเท่านั้น ภาพตรงหน้าทำให้น้ำชาในถาดเกือบจะเอ่อล้น!เยี่ยนอวิ๋นเชินกำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ เอนหัวไปด้านหลัง ดวงตาคมคายหลับแน่นด้วยความทรมาน มือหนายกขึ้นกดนวดขมับตัวเองแรงๆ ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ลมหายใจของเขาติดขัดและติดตระกุกตระกักอาการป่วยนี้... ฉู่ฉิงยวี่จำมันได้ดีขึ้นใจ!มันคืออาการ ไมเกรนและโรคปวดศีรษะเรื

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 12

    สายฝนยามค่ำคืนยังคงตกลงมาโปรยปรายเมื่อรถตู้หรูจอดลงหน้าคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง ฉู่ฉิงยวี่ หอบกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่มีร่องรอยการใช้งานมาหลายปี ก้าวตามหลัง เยี่ยนอวิ๋นเชิน เข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว ตัวเลขชั้นบนสุดค่อยๆ เพิ่มขึ้นพร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นระทึกด้วยความอึดอัดกึก...บานประตูลิฟต์เปิดออกสู่เพนต์เฮาส์กว้างขวางบนชั้นสูงสุด ฉู่ฉิงยวี่ก้าวตามเขาเข้าไปข้างในด้วยท่าทีเกร็งและระมัดระวัง เธอเตรียมใจไว้ว่าจะต้องพบกับห้องสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูที่เย็นชืดและไร้ชีวิตชีวา... ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู กลิ่นอายบางอย่างก็พุ่งเข้ามากระทบความรู้สึกของเธออย่างจังกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ ชาไวท์ทีผสมคามิลล์ โชยมาแตะจมูก... มันคือก้านหอมปรับอากาศกลิ่นเดียวกับที่เธอเคยบอกเขาในวัยเยาว์ว่าเป็นกลิ่นที่ช่วยให้เธอผ่อนคลายเวลานอนไม่หลับดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงกวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตะลึงงัน... โซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีครีมอุ่น ผ้าม่านสองชั้นทึบแสงสีเบจ รวมถึงโซนชั้นหนังสือไม้โอ๊คทรงสูงที่เรียงรายไปด้วยวรรณกรรมเล่มโปรดของเธอ... ทุกอย่างในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ ถูกตกแต่งด้วยโทนสี สไตล์ และรายละเอียดเล็กๆ น้อ

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 11

    ความเงียบในห้องทำงานประธานบาดลึกยิ่งกว่าสายฝนที่เทกระหน่ำอยู่ภายนอก...ฉู่ฉิงยวี่ มองสบดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นของ เยี่ยนอวิ๋นเชิน แม้แรงบีบที่คางมนจะเจ็บจนน้ำตาซึม แต่ความเจ็บปวดนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับภาพของพ่อที่นอนติดเตียง และน้องชายน้องสาวฝาแฝดวัยหกขวบที่จะต้องถูกปล่อยให้อดอยาก หากเธอไม่สามารถหาเงินหนึ่งแสนหยวนไปให้แม่เลี้ยงได้ภายในสามวันเพื่อปกป้องครอบครัวเพียงกลุ่มเดียวที่เหลืออยู่... ต่อให้ต้องก้าวลงสู่นรกที่เขาสร้างขึ้น เธอ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว"ตกลงค่ะ..." น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวอันน่าสงสาร "ดิฉัน... ยอมรับเงื่อนไขค่ะ ท่านประธาน"เยี่ยนอวิ๋นเชินชะงักไปชั่วครู่ มือหนาที่บีบคางเธอไว้ค่อยๆ คลายออก สายตาคมวูบวาบด้วยความรู้สึกสับสน เขาคิดว่าเธอจะแสดงความปฏิเสธ หรือมีท่าทีลังเลมากกว่านี้ แต่เธอกลับยอมสยบให้เงินหนึ่งแสนหยวนอย่างง่ายดาย เหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิด!ความกรุ่นโกรธผสมความผิดหวังแล่นริ้วขึ้นมาจุกอก เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางใช้นิ้วโป้งลูบผ่านริมฝีปากตัวเองด้วยท่าทีเหยียดหยาม"หึ... สมกับเป็นเธอจริงๆ ฉู่ฉิงยวี่ เพื่อเงิน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 10

    คราบน้ำตายังไม่ทันแห้งเหือดจากใบหน้าซีดเซียว...ฉู่ฉิงยวี่ ถอดสายน้ำเกลือออกด้วยตัวเองอย่างระมัดระวัง แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนพละกำลัง และเสียงวิ้งๆ ในหัวยังคงรังควาน แต่เงินจำนวนหนึ่งแสนหยวนกับชีวิตของพ่อและน้องๆ วัยหกขวบอีกสองคน บังคับให้เธอไม่อาจก้มหน้านอนรอความเมตตาอยู่บนเตียงคนไข้หรูหรานี้ได้อีกต่อไปเธอจัดการปรับแต่งเสื้อผ้า แต่งหน้ากลบความบอบช้ำอีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกจากโรงพยาบาล มุ่งตรงกลับไปยังอาคาร เยี่ยนซิ่งกรุ๊ป ด้วยความมุ่งมั่นผสมความสิ้นหวังณ ห้องทำงานประธานบริหารถังเจ๋อ เพิ่งจะเดินรายงานเรื่องอาการป่วยของฉู่ฉิงยวี่เสร็จสิ้น เยี่ยนอวิ๋นเชิน นั่งฟังอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาเรียบเฉยแต่ในอกกลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด เขาแกล้งทำเป็นพลิกเอกสารในมือไปมาเพื่อซ่อนความกังวล"เธอคงนอนพักสบายใจอยู่โรงพยาบาลสินะ?" เยี่ยนอวิ๋นเชินแค่นเสียงเย็น"เอ่อ... คือว่า..." ถังเจ๋อมีสีหน้าลำบากใจ เล่าสิ่งที่เห็นเพิ่มเติม "ตอนผมกำลังจะออกมา คุณฉู่รับโทรศัพท์สายหนึ่งครับท่านประธาน ไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร แต่หลังจากผมเดินออกมา กำลังจะกลับมาบริษัทผมก็หยุดฟังสักแปป จนวางสาย ผมได้ยินเธอร้องไห้หนักมาก เหมือน

  • กาลครั้งหนึ่ง เคยเป็นเธอ   บทที่ 9

    ถังเจ๋อเพิ่งจะคล้อยหลังเดินออกจากห้องไปได้ไม่นาน ความเงียบสงบในห้องพักพิเศษก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงฉู่ฉิงยวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอพยุงตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอฉายชื่อ 'แม่เลี้ยง' หัวใจของเธอพลันตกระสลักวูบด้วยความลางสังหรณ์ที่ไม่ดี มือเรียวสั่นเทาค่อยๆ กดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู"สวัสดีค่ะแม่..."ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยประโยคต่อไป น้ำเสียงแหลมสูงและดุดันของแม่เลี้ยงก็ตะคอกแทรกผ่านสายเข้ามาทันทีโดยไม่รอช้า"ฉู่ฉิงยวี่! นังตัวดีหายหัวไปเลยนะ ฉันโทรไปหาเธอไม่รู้กี่สาย โอนเงินมาให้ฉันหนึ่งแสนหยวนด่วนเลยนะ! ยัยเจียอีอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่กับชุดไปเที่ยวกับเพื่อนๆ อาทิตย์นี้ แกรีบโอนมาเดี๋ยวนี้เลย!"คำพูดราบเรียบที่เอาแต่ใจทำเอาฉู่ฉิงยวี่ตาโตด้วยความตกใจ เงินหนึ่งแสนหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และสาเหตุที่ขอกลับเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระอย่างการไปช็อปปิ้งของน้องสาวต่างแม่!"หนึ่งแสนหยวนเลยหรอคะแม่?!" ฉู่ฉิงยวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ยวี่จะไปหาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหนได้ทันกันคะ? ลำพังเงินเดือนเข้าบัญชี ฉิงยวี่ก็ส่งกลับไปเป็

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status