Masukเช้าวันต่อมา
หลังจากตื่นนอนชะเอมก็กลับห้องนอนตัวเองไปแล้วอาบน้ำแต่งตัวลงมาข้างล่าง แอบบ่นอีกคนในใจที่ตื่นแล้วไม่ยอมปลุกกันบ้าง
เมื่อลงมาข้างล่างก็เจอกับน้าขวัญของเธอที่กำลังยืนทำโน่นทำนี่อยู่ในครัวคนเดียว เธอจึงได้โอกาสถามหาอีกคนทันที
“พี่ขุนล่ะคะน้าขวัญ”
ทางด้านของขวัญจึงหันมามองเจ้าของคำถามดังกล่าวก่อนจะเอ่ยแซวออกไปด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“ตื่นมาก็ถามหาพี่เค้าเลยนะลูก"
ชะเอมได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไปเพียงแต่ยิ้มน้อยๆด้วยความเขินที่โดนคนเป็นน้าแซว ก่อนจะได้ยินคนเป็นน้าพูดต่อ
“พี่เค้าเข้าสวนกับลุงทัพตั้งแต่เช้าแล้ว คงกลับเย็นๆเหมือนทุกวันแหละ”
สิ้นคำบอกกล่าวของคนเป็นน้าที่พ่วงด้วยตำแหน่งแม่แฟน ชะเอมก็พยักหน้าให้เบาๆอย่างเข้าใจ จากนั้นก็เดินไปตักข้าวมานั่งกินที่โต๊ะคนเดียว เนื่องจากคนอื่นๆตื่นก่อนจึงกินข้าวกันหมดแล้ว เหลือแค่เธอที่ตื่นคนสุดท้ายจึงต้องนั่งกินข้าวคนเดียว ซึ่งมันก็เป็นปกติของที่นี่ หากใครตื่นก่อนหรือหิวก่อนก็สามารถกินข้าวก่อนได้เลยไม่จำเป็นต้องรอทานพร้อมกัน
...
เวลาต่อมาในช่วงบ่ายของวันสองพ่อลูกยังไม่กลับจากสวน ส่วนเจ้าขาก็ยังไม่เสร็จจากการรับซื้อน้ำยางของเช้าบ้าน ที่บ้านยังคงเหลือแค่ชะเอมกับของขวัญกำลังนั่งเล่นกันอยู่หน้าทีวี แต่ไม่นานสองสาวต่างวัยก็ได้ยินเสียงรถยนต์ดังมาจากหน้าบ้าน ก่อนจะเป็นชะเอมที่พูดขึ้น
“มีคนมาค่ะน้าขวัญ”
“เดี๋ยวน้าไปดูเองจ้ะ”
“เอมไปด้วยดีกว่าค่ะ”
เมื่อตกลงกันเสร็จสองสาวต่างวัยก็พากันเดินออกไปดูหน้าบ้านว่าเจ้าของเสียงรถดังกล่าวเป็นใครหรือแขกคนไหนกันที่มาหา
“อ้าวฝ้ายมาได้ไงเนี่ย” ของขวัญเอ่ยทักทายทันทีเมื่อออกมาดูหน้าบ้านแล้วเห็นว่าเป็นฝ้ายเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยมาหาถึงบ้าน แม้ในช่วงหลังๆจะเงียบหายกันไปบ้างแต่ก็ไม่เคยขาดการติดต่อกันเลยเช่นเดียวกับมะปรางแม่ของชะเอมนั่นแหละ แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นลูกชายของฝ้ายซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายของตัวเองที่เพิ่งลงจากรถของขวัญก็เอ่ยทักทายไปเช่นกัน
“สกาย ไม่ได้เจอกันนานเลย ยิ่งโตยิ่งหล่อนะเรา”
ทางด้านสกายจึงยิ้มรับคำชมจากเพื่อนแม่พร้อมกับเดินเข้าไปหา ก่อนจะยกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับน้าขวัญ น้าขวัญก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ” ขณะปากเอ่ยชมเพื่อนแม่ที่กำลังยกมือรับไหว้กลับ แต่สายตาของเขาก็คอยชำเลืองมองไปยังคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเพื่อนแม่ตลอด ก่อนจะได้ยินเสียงหวานใสของเธอเอ่ยทักทายเขากับแม่พร้อมกับสองมือเล็กๆยกขึ้นไหว้พวกเขา
“สวัสดีค่ะน้าฝ้ายพี่สกาย”
“สวัสดีจ้ะ”
“สวัสดีครับน้องชะเอม” สองแม่ลูกยกมือรับไหว้ชะเอมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทั้งคู่
ส่วนทางด้านของขวัญที่ยืนมองอยู่ก็พอจะมองออกทันทีว่าสองแม่ลูกกำลังคิดอะไรอยู่หรือมีจุดประสงค์เช่นไร เพราะสายตาของสกายที่มองว่าที่ลูกสะใภ้ของเธอมันช่างปิดบังความต้องการไม่มิดเอาเสียเลย ทำให้เธอมีความกังวลและไม่สบายใจขึ้นมา แม้ในตอนเด็กลูกๆของพวกเธอต่างก็เคยเจอเคยเล่นด้วยกันบ่อย แต่นั่นมันก็ในช่วงวัยเด็กส่วนตอนนี้แต่ละคนก็โตๆกันหมดแล้ว ความรู้สึกและความคิดอาจจะเปลี่ยนไปตามการเวลา อย่างเช่นลูกชายของเธอที่ในตอนเด็กเหมือนจะไม่มีแววว่าชอบเด็กสาวเลย แต่ตอนนี้ใครจะไปคิดว่าทั้งคู่จะมีใจตรงกันและมาคบกันได้ เธอเลยแอบกลัวว่าจะมีคนมาแย่งว่าที่ลูกสะใภ้ของเธอไปจากอกลูกชาย แม้จะเอ็นดูสกายไม่น้อยเพราะยังไงก็เป็นหลานเหมือนกัน แต่ทว่าเรื่องนี้คงยอมให้ไม่ได้ เมื่อตระหนักได้เช่นนั้นจึงต้องหาทางกันท่าเอาไว้ก่อนเป็นดีที่สุด
“หายหน้าหายตาไปนานแล้วนี่ไปไงมาไงล่ะถึงมาได้”
“ฉันมาทำธุระแถวนี้พอดีเลยแวะมาหาซะหน่อย อีกอย่างฉันได้ยินมาว่ามะปรางฝากหนูชะเอมไว้กับเธอเลยอยากแวะมาดูน่ะ”
ฝ้ายลากสายตามองไปยังเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างเพื่อน ก่อนจะเดินเข้าไปจับมือเล็กของเด็กสาวแล้วเอ่ยพูดต่อ
“ดูสิหลานน้ายิ่งโตเป็นสาวยิ่งสวย แบบนี้คงมีหนุ่มๆมาตามจีบเยอะเลยใช่มั้ยจ๊ะ”
คนโดนชมโดนแซวก็แอบเขิน จึงพูดกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะน้าฝ้าย แค่มีบ้างนิดหน่อย”
“ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอกจ้ะ หนูชะเอมทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้คนจีบคงมีเป็นขบวนแน่ๆ ลูกว่ามั้ยสกาย” ประโยคสุดท้ายฝ้ายหันไปถามลูกชายอย่างมีนัยยะ สกายจึงรีบตอบออกไปทันที
“ใช่ครับ ไม่รู้ว่าจะมีที่เหลือให้ผมได้ต่อคิวมั้ย” แม้ปากจะเอ่ยตอบคนเป็นแม่แต่สายตากลับมองแต่คนตัวเล็ก ยามมองใบหน้าจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยของเธอก็ยิ่งทำให้หลงใหลจนยากที่จะหยุดมองหรือละสายตาไปจากเธอได้
แต่เมื่อของขวัญที่ยืนมองอยู่เห็นว่าสองแม่ลูกคู่นี่กำลังชวนคุยเลยเถิดจึงรีบพูดขัดขึ้น
“เอ่อ น้าว่าเราเข้าบ้านกันดีกว่าเนอะ เข้าไปคุยกันในบ้านดื่มน้ำดื่มท่ากันก่อนดีกว่านะ” ไม่พูดเปล่าแต่ของขวัญพยายามดึงรั้งลากเพื่อนให้เดินเข้าบ้านพร้อมกับส่งสายตาเป็นนัยให้เด็กสาวเข้าบ้านไปก่อน ชะเอมที่เห็นเช่นนั้นแม้จะงุนงงกับท่าทีของคนเป็นน้าแต่ก็เลือกที่จะทำตาม เธอจึงเดินเข้าบ้านไป ส่วนคนอื่นก็เดินตามหลังมาติดๆ
เมื่อพาแขกมานั่งในบ้าน ชะเอมจึงทำหน้าที่เจ้าบ้านอย่างรู้มารยาท
“งั้นเดี๋ยวเอมไปเอาน้ำมาให้นะคะ”
“จ้ะไปเลยลูก” ของขวัญรีบพูดขึ้นทันทีเพราะเข้าทางเธอที่ไม่อยากเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้าใกล้ว่าที่ลูกสะใภ้ และเมื่อเห็นเด็กสาวเดินออกไปแล้วของขวัญจึงหันไปพูดกับเพื่อน
“งั้นฉันขอตัวแป๊บนะเดี๋ยวมา นั่งกันไปก่อนเลย” พูดจบก็ดันตัวลุกขึ้นเดินปลีกตัวออกไปหาที่เงียบๆแล้วต่อสายหาลูกชายทันที เพียงไม่นานลูกชายก็กดรับสาย เธอจึงรีบพูดขึ้น
“ขุนรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะไม่งั้นคนอื่นจะมาแย่งหนูชะเอมไปแล้วนะ”
(เกิดอะไรขึ้นครับ) ทางด้านเจ้าขุนที่กำลังทำงานอยู่ในสวนกับพ่อของตนก็รีบถามกลับทันทีด้วยความร้อนใจ
“รีบกลับบ้านมาก่อนเดี๋ยวก็รู้เอง”
สิ้นคำพูดดังกล่าวของคนเป็นแม่ ทางด้านเจ้าขุนก็รีบตัดสายทิ้งก่อนจะหันไปบอกกล่าวคนเป็นพ่อที่ยืนดูคนงานอยู่ข้างๆ
“พ่อครับฝากดูทางนี้ด้วย ผมมีธุระ” พูดจบเขาก็ทิ้งงานทุกอย่างแล้วรีบวิ่งไปที่รถอย่างไวก่อนจะขับออกไปอย่างเร็วจนฝุ่นฟุ้งกระจ่ายตามทางถนนที่รถเขาขับออกไป คนเป็นพ่อที่ยืนมองอยู่จึงได้แต่ส่ายหัวให้กับลูกชายที่ทำอะไรรีบร้อนผิดวิสัยเจ้าตัว ก่อนจะเลือกไม่สนใจแล้วหันมาคุมคนงานเก็บมังคุดต่อ
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม







