LOGINอติรุจเดินตรงเข้าไปนั่งลงข้างตัวทรรศิกา พร้อมกับจูบซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“อย่าร้องไห้เลยนะเทย่า ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องร้องไห้ ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกอะไรกับคุณ ตรงกันข้ามการกระทำของคุณมีผลต่อร่างกายและความรู้สึกของผม แต่ที่ผมต้องทำเป็นไม่แยแสในตัวคุณ เป็นเพราะผมกลัวว่าการที่ผมอยู่ใกล้ชิดคุณจะทำให้ผมอดใจไม่ไหว และทำตามที่หัวใจของผมเรียกร้อง ทีนี้คุณเข้าใจผมแล้วใช่ไหมเทย่า”
สีหน้าของทรรศิกายังแสดงถึงความงุนงงปนสงสัย อติรุจจำต้องจับมือของเธอไปวางบนร่างกายเขาตรงจุดที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของทรรศิการ้อนผ่าว แก้มทั้งสองข้างของเธอกลายเป็นสีชมพูระเรื่อเมื่อสัมผัสถูกตรงจุดนั้น เธอรีบดึงมือหนีและไม่กล้าแม้แต่จะสบนัยน์ตาล้อเลียนของเขา
อติรุจเชยคางมนของทรรศิกาให้หันกลับมาสบตาเขา
“ผมพยายามที่จะข่มความปรารถนาของตัวเอง แต่คุณทำให้ความอดทนของผมสิ้นสุดลง เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องรับผลการกระทำของคุณด้วยเช่นกัน”
นายแพทย์หนุ่มพูดพร้อมกับซุกไซ้ใบหน้าลงบนซอกคอหอมกรุ่นของเธอ เขาสัมผัสกอดรัดแนบชิดและนัวเนียจนทรรศิกาต้องร้องห้าม พร้อมกับพยายามดันตัวเขาออกห่าง แต่ดูเหมือนแรงของเธอไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนสักนิด
“อย่าค่ะ” เสียงห้ามของเธอแผ่วเบา
ถ้าไม่ทำเช่นนี้เกรงว่าจะมิอาจต้านทานความต้องการของเขาได้ ที่สำคัญเธอกลัวเสียงเรียกร้องจากหัวใจของตัวเอง นี่ต่างหากที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องร้องห้ามเพื่อยุติการกระทำของเขา ก่อนที่เหตุการณ์มันจะเลยเถิดไปไกลกว่านี้
จริงอยู่ว่าที่เธอทำมาทั้งหมดในค่ำคืนนี้ก็เพราะหวังให้ผลมันออกมาเป็นแบบนี้ แต่เมื่อจะเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นจริงๆ ทรรศิกากลับรู้สึกสับสนและเริ่มกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า
“อย่าห้ามผมเลยนะเทย่า คุณรู้ไหมว่าผมเฝ้ารอคอยเวลานี้ เวลาที่ผมจะได้ครอบครองและเป็นผู้ชายคนแรกของคุณ ผมสัญญาว่าจะอ่อนโยนและทำให้คุณได้สัมผัสกับความสุขที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน บอกซะก่อนนะถ้าคุณปฏิเสธผมล่ะก็ผมปล้ำ”
อติรุจส่งสายตาออดอ้อน สายตาของเขาโชนแสงไปด้วยไฟแห่งความปรารถนาในตัวเธอ
แม้จะเขินอายแต่ทรรศิกาก็ไม่วายปากดี เธอพูดจาสบประมาทความสามารถของเขาในด้านนี้
“อย่าพูดให้ขำดีกว่า หมอเนิร์ดอย่างคุณน่ะหรือจะกล้าปล้ำผู้หญิง ทำเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้”
อติรุจใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้เอื้อมไปจับปลายจมูกรั้นนั้นบีบเบา ๆ อย่างเอ็นดูระคนอ่อนใจกับวาจาของภรรยาสาว
“ถ้าอย่างนั้นผมคงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากให้คุณพิสูจน์ด้วยตัวของคุณเอง”
“คุณจะทำบ้าอะไร...”
“ใครว่าผมจะทำเรื่องบ้า ๆ ผมจะชวนคุณทำเรื่องดี ๆ ต่างหาก คุณอยากรู้ไม่ใช่หรือว่าผมทำเป็นหรือเปล่า และผมก็ไม่อยากฟังคุณสบประมาทผมบ่อยนักก็เลยจะพิสูจน์ให้คุณเห็น คุณจะได้หายสงสัยในตัวผม รับรองว่าผมจะมอบความสุขให้คุณจนคุณลืมไม่ลงเลยล่ะ อย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลย ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะ”
“แล้วจะมัวรออะไรอยู่อีกละคะ” แม้จะรู้สึกเขินอายแต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดจาท้าทายเขา
อติรุจเผลอหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจกับคำตอบของภรรยาโดยนิตินัย เขาผลักร่างบางของเธอให้นอนลงบนเตียงก่อนจะแนบร่างตามติดไปด้วย พร้อมกับก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากเธอ เขาจูบเธออย่างเร่าร้อน โดยใช้ลิ้นไล้ระไปตามริมฝีปากเรียวบางของเธอ เพื่อเปิดทางให้เขาได้เข้าไปลิ้มรสความหวานด้านใน มันช่างเป็นจูบที่หอมหวานเร่าร้อนปนเรียกร้องการตอบสนองจากเธอ
มือของเขาเริ่มซุกซนและสัมผัสลูบไล้ไปตามเรือนร่างบางของเธอตามอำเภอใจ เพียงแค่สัมผัสกระตุ้นอารมณ์ของเขาผ่านเสื้อผ้าที่สวมใส่ ก็ทำให้ทรรศิกาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน อติรุจมอบจุมพิตที่ดูดดื่มให้กับเรียวปากของเธออยู่พักใหญ่ ก่อนจะเคลื่อนย้ายมาพรมจูบไปทั่วใบหน้าเรียวงามด้วยความเพลิดเพลิน
ไม่ผิดใช่ไหมที่เขาจะมีอะไรกับเมียของตัวเอง
อติรุจทาบทับริมฝีปากบดเคล้าเรียวปากบางสีกุหลาบของเธออีกครั้ง ทรรศิกาดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่ง
พร้อมกับผลักไปที่อกของเขาอย่างพอเป็นพิธีเหมือนที่เธอเคยเห็นในหนังเพื่อสร้างบรรยากาศ นายแพทย์หนุ่มคว้ามือทั้งสองข้างของหญิงสาวตรึงไว้เหนือศีรษะ จากนั้นก็ฝังจมูกโด่งได้รูปลงมายังซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ริมฝีปากดูดเม้มลงไปยังซอกคอของเธอ
รอยแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้นทันตา กลิ่นน้ำหอมที่เธอใช้ช่วยสร้างความรัญจวนได้ส่วนหนึ่ง เพราะมันชวนให้เขาเพลิดเพลินไปกับเรือนร่างงาม เรียวปากของเขายังคงดื่มด่ำกับการจูบที่ลึกซึ้งเร้าอารมณ์ ซึ่งสร้างความสะท้านสั่นไหวให้แก่หญิงสาวที่อ่อนประสบการณ์ในเรื่องนี้ได้ไม่น้อย
“รุจคะ...” เสียงหวานเรียกชื่อเขาสั่นไหว สัมผัสของเขากำลังจะทำให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเอง ธรรมชาติในกายสาวเรียกร้องให้เธอตอบสนองเขาทั้งที่ไร้ซึ่งประสบการณ์
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


