Share

บทที่ 23

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:36:04

            ในค่ำคืนนั้นขณะที่อยู่ตามลำพังในห้องนอน นับดาวได้สอบถามทรรศิกาถึงการไปสมัครงาน

            “เทย่าไปสมัครงานมาเป็นไงบ้าง ได้เรื่องไหม ไม่เห็นเล่าให้ฟังบ้างเลย”

            “คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรเซ็งทุกที”

            “อะไรจะขนาดนั้น ไหนลองเล่าให้ดาวฟังซิว่าเซ็งเรื่องอะไร”

            “ทุกเรื่อง...ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง นอกจากจะไม่ได้สมัครงานแล้ว ยังเจอแม่เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดพูดจากระทบกระแทกแดกดันอีก”

            ทรรศิกาเอ่ยขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบมาในวันนี้ให้เพื่อนรักฟังอย่างหมดเปลือก และพูดสรุปปิดท้ายว่า

            “คงจะไปสมัครงานที่บริษัทใหญ่ ๆ ไม่ได้แล้ว เพราะพวกยัยเนตรปากบอนหูตาอย่างกับสับปะรด ขืนให้แม่พวกนั้นรู้ว่าเทย่าตกอับจนต้องออกหางานทำละก็ มีหวังได้เอาเรื่องของเทย่าไปเมาท์ไม่เลิกแน่”

            “เราไม่จำเป็นต้องสนใจก็สิ้นเรื่อง”

            “ไม่สนใจได้ยังไงละดาว มันเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของเทย่านะ ให้คนพวกนั้นรู้ไม่ได้เด็ดขาด ยังไงก็ไม่ได้”

            “แล้วเทย่าจะทำยังไงต่อ”

            “ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน”

            “เอาอย่างนี้ไหม ลองไปสมัครงานที่นี่ดู เขากำลังต้องการผู้ช่วย”

            “ที่ไหนหรือดาว” ทรรศิการีบซักถามรายละเอียด

            นัยน์ตาของเธอแพรวพราวขึ้นมาทันที เมื่อเพื่อนจุดประกายความหวังให้อีกครั้ง

            นับดาวเดินไปหยิบนามบัตรใบหนึ่งจากกระเป๋ามายื่นส่งให้ ทรรศิกายื่นมือออกไปรับมาดูด้วยความสงสัย

            คิ้วเรียวสวยขมวดยุ่งเมื่อถาม “อติรุจ ธีร์วรารัศมิ์ เขาเป็นใครหรือดาว แล้วดาวเอานามบัตรเขามาให้เทย่าทำไม”

            “เขาเป็นหมอ และเป็นเจ้าของคลินิกที่กำลังต้องการรับสมัครผู้ช่วย คลินิกของเขาก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่”

            “ดาวได้นามบัตรนี้มาได้ยังไง”

            นับดาวชะงักงันไปครู่หนึ่งก่อนจะบอกถึงที่มาของนามบัตร

            “มีคนให้ดาวมาอีกที บังเอิญเขาได้ยินดาวพูดว่าอยากมีรายได้เสริม และเขาเห็นว่าคลินิกนี้ตั้งอยู่ไม่ห่างจากบ้านของดาวเขาก็เลยให้นามบัตรนี้มา ตอนแรกดาวคิดจะไปสมัครเอง แต่ถ้าเทย่าสนใจจะลองไปสมัครดูก็ได้นะ”

            แม้คำตอบของเพื่อนจะบ่งบอกถึงแหล่งที่มาของนามบัตรได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ทรรศิกาก็มิได้ใส่ใจและไม่คิดที่จะหาคำตอบว่าใครเป็นผู้นำนามบัตรนี้มาให้นับดาว แต่มุ่งความสนใจไปที่รายละเอียดซึ่งถูกระบุอยู่ในนามบัตรนั้นมากกว่า

            “ดาวจะให้เทย่าไปสมัครงานที่นี่”

            “ใช่ ถ้าเทย่าสนใจนะ มันเป็นคลินิกที่เปิดช่วงเย็นเพื่อรักษาฟรีให้กับคนที่มีรายได้น้อย การเดินทางก็สะดวกเพราะอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณสามป้ายรถเมล์”

            ทรรศิกาเริ่มคล้อยตามความคิดของนับดาว

            “ดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยพวกเพื่อนปากนีออนทั้งหลายก็คงจะไม่โคจรมาในสถานที่แบบนี้ พรุ่งนี้เทย่าจะลองไปสมัครงานที่นี่”

            “แน่ใจหรือว่าจะทำงานนี้จริง ๆ”

            “แน่ใจสิ งานอะไรก็ต้องเอาไว้ก่อน เพราะเทย่าจะต้องรีบหาเงินมาคืนดาวให้เร็วที่สุด”

            “เรื่องเงินสองแสน...เทย่ามีเมื่อไรค่อยเอามาคืนก็ได้”

            “ทำแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเราก็รู้กันอยู่ว่าดาวเองก็จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้ เป็นค่ารักษาพยาบาลของพ่อ”

            “ถึงอย่างนั้นดาวก็ไม่อยากให้เทย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ถ้าอยากจะลองก็ลองทำดู แต่รับปากดาวอย่างหนึ่งถ้าเทย่าทำไม่ไหวก็ไม่จำเป็นต้องฝืนทน ตกลงไหม”

            “เทย่ารับปากดาว” สองสาวยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น

            แม้ทรรศิกาจะยังไม่รู้ว่าตนเองจะทนทำงานนี้ได้นานแค่ไหน แต่ด้วยสถานการณ์บังคับทำให้หญิงสาวตัดสินใจที่จะลองดูสักครั้ง และเมื่อเธอตั้งใจที่จะทำอะไรแล้วละก็เธอจะพยายามให้ถึงที่สุด ไม่มีคำว่าถอดใจเด็ดขาด

            บ่ายวันต่อมาทรรศิกาบรรจงแต่งตัวแต่งหน้าชนิดจัดเต็ม เพื่อมิให้เสียชื่อแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ และไม่ลืมที่จะฉีดน้ำหอมยี่ห้อดังหรือจะเรียกว่าอาบน้ำหอมก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะถึงอยู่ห่างไปร้อยเมตรก็ยังได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ จากนั้นก็เรียกแท็กซี่ให้ขับไปส่งเธอตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในนามบัตร ใช้เวลาไม่นานก็มายืนอยู่ที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว

            บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านของผู้มีอันจะกิน ประเมินจากสายตาราคาบ้านหลังนี้ไม่น่าจะต่ำกว่าสิบถึงยี่สิบล้าน เมื่อมั่นใจว่ามาถูกหลังจึงกดกริ่งประตูบ้าน ระหว่างรอคนออกมาเปิดประตูสายตาก็สำรวจไปรอบ ๆ  บริเวณดังกล่าว และไปสะดุดกับป้าย ‘คลินิกคนยาก’ ที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมาะหรือคู่ควรกับบ้านหลังงามหลังนี้

            สักพักก็มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเดินออกมาที่หน้าประตู พร้อมถามด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น

            “มาพบใคร!”

            “หมออติรุจ” ทรรศิกาพูดกลับไปด้วยน้ำเสียงมะนาวไม่มีน้ำเช่นกัน

            “ไม่อยู่”

            “รู้ไหมเมื่อไรเขาจะกลับ”

            “หมอรุจจะกลับมาเปิดคลินิกในช่วงเย็น”

            ทรรศิกาก้มดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือของตนเอง นี่ก็เพิ่งจะบ่ายสามโมงเย็น ไม่รู้จะต้องรออีกนานแค่ไหนกว่าเขาจะกลับมา

            “คลินิกจะเปิดกี่โมง”

            “ถ้าจะมารักษากับหมอรุจละก็ แวะมาใหม่ตอนห้าโมงเย็น”

            “ฉันไม่ได้จะมารักษากับเขา”

            “แล้วจะถามหาเขาทำไม”

            “ก็เพราะว่าฉันมีธุระสำคัญที่จะพูดกับเจ้านายของเธอ เปิดประตูสิ ฉันจะได้เข้าไปรอในบ้าน”

            แต่เมื่ออีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉย ทำให้ทรรศิกาเผลอตัวออกคำสั่ง

            “มัวยืนเซ่ออยู่ทำไม...รีบเปิดประตูสิ ปล่อยให้ฉันยืนตากแดดอยู่ได้ ไม่เห็นหรือไงว่าอากาศมันร้อน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status