Share

บทที่ 36

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:37:09

            เพื่อมิให้เสียชื่อนักเรียนนอก ทรรศิกาจึงเขียนข้อความลงบนกระดาษเป็นภาษาอังกฤษ มีใจความหลัก ๆ ว่านายแพทย์อติรุจ ธีร์วรารัศมิ์ ขอว่าจ้างนางสาวทรรศิกา เขมะสิริกุล เพื่อมาทำหน้าที่ผู้ช่วย โดยจะจ่ายค่าตอบแทนเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท พร้อมที่พักและอาหารสามมื้อ และมีการทดลองงานเป็นเวลาหนึ่งเดือน สัญญาฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันทีแล้วเธอก็ลงชื่อในสัญญาทั้งสองฉบับ จากนั้นก็ยื่นปากกาให้เขาเซ็น อติรุจรับปากกามาถือไว้ในมือ เขามองหน้าเธอครู่หนึ่งก่อนจะจรดปากกา เซ็นชื่อของตนเองลงไปบนเอกสารทั้งสองฉบับนั้น

            “พอใจหรือยัง”

            ทรรศิกาพยักหน้า “เราเก็บสัญญากันไว้คนละฉบับ เผื่อเวลาเกิดปัญหาจะได้มีหลักฐาน”

            “กลับไปได้แล้ว...ผมจะได้ทำงานอย่างสงบเสียที”

            “คำก็ไล่ สองคำก็ไล่ ไปก็ได้เพราะฉันได้ในสิ่งที่ฉันต้องการแล้ว จับมือทำสัญญาสงบศึกกันหน่อยเป็นไง” หญิงสาวยื่นมือไปตรงหน้าอติรุจ แต่เขาไม่ได้ยื่นมือออกไปสัมผัสกับมือเรียวบางนั้น เขาเพียงแต่จ้องมองเธอก่อนจะพยักหน้าไปทางประตู

            ทรรศิกาไหวไหล่ เธอลุกขึ้นยืนก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า พร้อมกับยื่นมือเรียวข้างเดิมลูบไล้ไปตามใบหน้าและริมฝีปากของคุณหมอหนุ่ม แถมยังยักคิ้วให้เขาด้วยความท้าทาย ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้แกล้งเขา

            “ขอเตือนว่าอย่าทำตัวก๋ากั่นจนเกินงาม ผู้ชายทุกคนล้วนมีสันดานดิบที่คุณพึงต้องระวัง”

            “ขอบคุณสำหรับคำเตือน ฉันจะระวังตัวให้มากกว่าเดิม ไปก่อนนะคะ” ทรรศิกาก๋ากั่นขนาดยื่นหน้าไปจูบแก้มเขาเบา ๆ

            “แล้วเจอกันค่ะ”

            อิทธิพลซึ่งเดินเข้ามาในห้องหมออติรุจถึงกับตาค้างเมื่อเข้ามาเห็นฉากเด็ด ทรรศิกายิ้มให้คุณหมอหนุ่มคนดังกล่าวเมื่อเดินผ่านตัวเขา

            ‘แม่ตัวแสบทิ้งระเบิดไว้ให้เขาอีกแล้ว’ อติรุจได้แต่นึกในใจ

            เขาอยากจะซัดแม่ตัวดีสักทีสองที โทษฐานที่ก๋ากั่นจนเกินงาม ไม่รู้ใครสั่งใครสอนให้ทำตัวแบบนี้

            “เกิดอาการอิจฉาตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีที่มาเห็นฉากสวีตเมื่อครู่” อิทธิพลพูดล้อเลียนเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงปนอิจฉาริษยา

            “มีอะไรหรืออิท”

            “ฉันจะเข้ามาดูว่านายเสร็จธุระของนายหรือยัง ถ้าเสร็จธุระแล้วก็จะได้ไปพบอาจารย์หมอพร้อมกัน”

            “ก็ไปสิ”

            “นายแน่ใจนะรุจว่าจะออกไปทั้งแบบนี้”

            “หมายความว่าไง!!”

            อิทธิพลไม่ได้ตอบ เขาชี้ไปที่แก้มของตนเองก่อนจะชี้นิ้วไปที่ใบหน้าเพื่อน อติรุจลูบไล้แก้มของตนเองจึงเห็นว่ามีลิปสติกสีแดงติดมือมาด้วย เขารีบเช็ดรอยลิปสติกนั้นออกทันที พร้อมหันไปปรามอิทธิพลด้วยสายตาว่าให้หยุดล้อเลียนเขาได้แล้วมิฉะนั้นจะเจอดี

            หลังจากเดินออกมาจากห้องทำงานของอติรุจ ทรรศิการู้สึกอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอต้องการ

            ในขณะที่เดินมาถึงล็อบบีของโรงพยาบาล เธอก็ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายดังแทรกขึ้น

            “เทย่าหนูมาทำอะไรที่นี่ หรือว่าไม่สบาย”

            ทรรศิกาเดินตรงไปหานายแพทย์ประจำตัวคุณหญิงย่า ที่ยืนคุยอยู่กับรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล เธอยกมือไหว้ผู้สูงวัยด้วยความอ่อนช้อย

            “สวัสดีค่ะคุณลุงหมอ เทย่าสบายดีค่ะ แค่มาหาใครบางคนที่นี่ แล้วคุณลุงหมอล่ะคะมาทำอะไร”

            “มาเยี่ยมเพื่อนที่มาพักรักษาตัวอยู่ที่นี่”

            หลานสาวคุณหญิงหันไปยิ้มให้กับรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ที่ยืนอยู่ข้างตัวนายแพทย์ประจำตัวของคุณหญิงย่าแทนคำทักทาย

            “คุยกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

            “เรียบร้อยแล้วค่ะอาจารย์หมอ”

            “คุณกับเทย่ารู้จักกันด้วยหรือพฤกษ์” ธิติธรแพทย์ประจำตัวคุณหญิงทิพย์มณีเอ่ยถาม

            “เราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรอก”

            “ถ้าอย่างนั้นจะแนะนำให้รู้จัก เทย่านี่หมอพฤกษ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤติโรคระบบการหายใจ”

            “สวัสดีค่ะอาจารย์หมอ ทรรศิกาค่ะ เรียกเทย่าก็ได้นะคะ” ทรรศิกายกมือไหว้อาจารย์หมอพร้อมเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับพร้อมยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

            “เทย่าเป็นหลานสาวของคุณหญิงทิพย์มณี เขมะสิริกุล เจ้าของสตาร์ไดมอนด์บริษัทอัญมณีชื่อดังของเมืองไทย” ธิติธรขยายความเพิ่มเติม คุยกันอยู่ครู่หนึ่งพฤกษ์ก็เอ่ยปากขอตัวกลับไปที่ห้องทำงาน

            เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังธิติธรได้หันมาพูดกับหญิงสาวตรงหน้า

            “ช่วงนี้เทย่าต้องคอยดูแลอาการของคุณหญิงให้ดีนะ อย่าให้มีเรื่องอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจท่าน”

            “ทำไมคุณลุงหมอถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ หรือว่าสุขภาพของคุณย่ามีปัญหา” ทรรศิกาย้อนถามด้วยความร้อนใจ

            “คุณหญิงยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับหนูอีกหรือ”

            “บอกเรื่องอะไรคะ...ตกลงคุณย่าเป็นอะไรกันแน่คะคุณลุงหมอ”

            “คุณหญิงเป็นโรคหัวใจ” 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status