Masuk“โรคหัวใจ!” หลานสาวคุณหญิงอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้างามซีดเผือด
“เทย่าไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อนเลย”
“คุณหญิงคงไม่อยากให้เทย่าเป็นกังวล”
“แล้วอาการของคุณย่าหนักมากไหมคะ”
“ถ้าท่านไม่ทำงานหนักมากจนเกินไป ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และไม่มีเรื่องอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจท่านอย่างรุนแรงก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่ช่วงนี้หนูเทย่าคงต้องเพลา ๆ เรื่องที่จะมากระทบกระเทือนจิตใจของคุณหญิงลงบ้าง อาการของคุณหญิงจะได้ไม่กำเริบ เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้คุณหญิงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โชคดีนะที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก”
“แล้วตอนนี้คุณย่ายังอยู่ที่โรงพยาบาลหรือเปล่าคะคุณลุงหมอ”
“ท่านยืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไร และขอออกจากโรงพยาบาลทันที ตอนนี้อาการของท่านยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง สิ่งที่ต้องระวังก็อย่างที่บอกไปคืออย่าให้มีเรื่องอะไรมากระทบกระเทือนใจท่าน”
ทรรศิกาดวงตาหม่นเศร้า เมื่อได้ยินแพทย์ประจำตัวของคุณหญิงย่า พูดถึงอาการป่วยของท่านที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน การที่ได้รับรู้เรื่องนี้อย่างกะทันหัน ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกน็อกกลางอากาศ
“ถ้ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการป่วยของคุณย่า รบกวนคุณลุงหมอบอกเทย่าด้วยนะคะ” ทรรศิกาพูดด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น
แม้ธิติธรจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงสาวถึงพูดเช่นนั้น แต่ก็ยินยอมรับปากว่าจะทำตามแต่โดยดี
“เทย่าขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยกมือไหว้ผู้สูงวัย
เมื่อทรรศิกาออกมาจากโรงพยาบาล เธอได้โทรศัพท์ไปหานับดาวเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ
“ว่าไงเทย่าโทร.มามีอะไรหรือเปล่า”
“เทย่าจะบอกดาวว่าเทย่าได้งานแล้วนะ” ทรรศิกาบอกเพื่อนรักน้ำเสียงเนือย ๆ ต่างจากนับดาวที่ย้อนถามกลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงหรือเทย่า...หมอรุจยอมให้เทย่าทำงานกับเขาแล้วหรือ”
“จริง! เทย่าจะโกหกดาวทำไม”
“สุดท้ายเทย่าก็ทำสำเร็จ ยินดีด้วยนะ ว่าแต่ใช้วิธีไหนเขาถึงเปลี่ยนใจยอมรับเทย่าเข้าทำงาน”
“ก็ใช้มารยาหญิงแสดงละครดราม่าต่อหน้าอาจารย์หมอของเขา แค่นี้ก็เรียบร้อย”
“แล้วทำไมน้ำเสียงของเทย่าถึงฟังดูเศร้านัก น่าจะดีใจสิถึงจะถูก”
“ก่อนที่เทย่าจะออกมาจากโรงพยาบาล เทย่าพบแพทย์ประจำตัวของคุณย่า ท่านบอกว่าคุณย่าเป็นโรคหัวใจ”
“แล้วอาการหนักหรือเปล่า” นับดาวรีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่คุณลุงหมอเตือนว่าไม่ควรทำเรื่องอะไรให้กระทบกระเทือนจิตใจท่าน และยังบอกอีกว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้คุณย่าถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาล แต่ท่านยืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไรและขอกลับบ้าน เทย่าว่าต้องเป็นเพราะคุณย่าอ่านเจอข่าวนั้นของเทย่าแน่เลย”
“แล้วเทย่ารู้หรือยังว่าตอนนี้คุณย่าพักอยู่ที่ไหน”
“ไม่รู้ แต่มั่นใจได้เลยว่าภายในสามเดือนนี้เทย่าจะไม่สามารถติดต่อคุณย่าได้ ตราบใดที่คุณย่าไม่ต้องการติดต่อกับเทย่า ครั้งนี้คุณย่าใจแข็งกว่าที่เทย่าคิดไว้มากเลยนะดาว”
“อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะเทย่า พักเรื่องของคุณย่าและมาพูดเรื่องของเทย่าก่อนดีกว่า ตกลงจะเอาไงต่อจะต้องไปเริ่มงานกับเขาเมื่อไร”
“เทย่ากำลังจะกลับไปเก็บของที่บ้านดาว”
“เก็บของ!? หมายความว่ายังไง เทย่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นอย่างนั้นหรือ”
“ใช่”
“จะย้ายไปอยู่ที่ไหน อย่าบอกนะว่าจะไปพักบ้านหมอรุจ”
“ดาวเข้าใจถูกต้องแล้ว มันเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งที่เขาได้ตกลงไว้กับเทย่า”
“ทำไมจะต้องย้าย...พักอยู่กับดาวก็ดีอยู่แล้ว”
“เทย่าไม่อยากรบกวนครอบครัวดาวนานนัก ยิ่งทุกคนในครอบครัวของดาวดีกับเทย่ามากเท่าไร เทย่าก็ยิ่งเกรงใจ อีกอย่างถ้าไปพักอยู่ที่นั่นเทย่าก็ประหยัดได้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย”
“แล้วเทย่าไม่กลัวหรือที่จะต้องไปค้างอ้างแรมอยู่กับผู้ชายสองต่อสองแบบนั้น ที่สำคัญเทย่าเองก็ยังไม่รู้จักเขาดีพอ”
แม้จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง ที่จะต้องอยู่ร่วมชายคากับชายแปลกหน้าตามลำพัง แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“เทย่าคิดว่านี่เป็นหนทางที่ดีที่สุดในตอนนี้”
นับดาวทราบดีถึงความดื้อของเพื่อน ถ้าลองเพื่อนคนนี้ได้ตัดสินใจที่ทำอะไรแล้วล่ะก็ ไม่มีใครเปลี่ยนใจเธอได้หรอก ยกเว้นเจ้าตัวจะยินยอมทำตามด้วยตัวเอง พูดคัดค้านไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงได้แต่บอกให้เพื่อนระมัดระวังและดูแลตัวเองให้ดี
“ระวังตัวด้วยนะเทย่า ถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้โทร.หาดาวได้ตลอดเวลาเลยนะ”
“รู้แล้วน่า บ่นเป็นคนแก่ไปได้ แค่นี้ก่อนนะดาวเทย่าจะรีบกลับไปเก็บของ”
“ต้องย้ายวันนี้เลยหรือ รอดาวกลับไปก่อนได้ไหม ดาวจะได้ไปช่วยขนย้าย”
“ไม่ต้องลำบากหรอกดาว เทย่าทำเองได้ ไว้ดาวค่อยไปเยี่ยมเทย่าทีหลังนะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ” ปากบอกตามใจแต่ไม่วายบ่นมาตามสาย “ดื้อไม่มีใครเกิน” จากนั้นก็วางสายไป
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







