Share

บทที่ 38

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:37:20

            หลังจากเสร็จงานที่โรงพยาบาลแล้วอติรุจก็ขับรถตรงกลับบ้าน เพื่อเตรียมตัวเปิดคลินิกของตนเองในช่วงเย็น ก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าไปจอดเขาเห็นแม่ตัวยุ่งยืนกอดอกอยู่ภายในรั้วบ้าน

            “จะมาป่วนอะไรอีก” เขาบ่นพึมพำกับตนเอง

            ทรรศิการู้สึกขุ่นเคืองที่เขากลับบ้านช้ากว่าทุกวัน ทำให้เธอต้องยืนรออยู่นอกบ้านเป็นนานสองนาน เนื่องจากแม่สาวใช้ตัวดีของเขาต้องรีบกลับไปดูแลอาการป่วยของยาย และไม่ยอมให้เธอเข้าไปรอด้านใน ทรรศิกาก็เลยเอาคืนเขาด้วยการเดินตรงไปทักทายเขาแบบฝรั่ง ชนิดแก้มแนบแก้มโดยไม่ให้เขาตั้งตัว อติรุจต้องเป็นฝ่ายผลักตัวเธอออกห่าง และตำหนิเธอด้วยสายตา

            ยิ่งรู้ว่าเขาไม่ชอบให้ทำแบบนี้ เธอก็ยิ่งอยากแกล้ง เข้าทำนอง ‘ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ’

            “นั่นอะไร!!” อติรุจถามพร้อมกับพยักหน้าไปยังกระเป๋าสัมภาระที่กองอยู่กับพื้น

            “กระเป๋าเสื้อผ้าของฉันเอง”

            “ขนมาทำไม”

            “ถามแปลก ก็ในเมื่อฉันจะต้องมาพักอยู่ที่นี่ ฉันก็ต้องขนของใช้ที่จำเป็นติดตัวมาด้วยสิ”

            “มาพักอยู่แค่ชั่วคราวขนมาทำไมตั้งมากมาย”

            “นี่แค่ส่วนน้อยเท่านั้นนะ ถ้าฉันขนมาหมดจริง ๆ แล้วคุณจะหนาว”

            “อยู่ถึงเดือนหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่ขนสัมภาระมาอย่างกับจะปักหลักอยู่ที่นี่ตลอดไป”

            “คุณอย่าเพิ่งดูถูกความสามารถของฉัน ผู้หญิงอัจฉริยะอย่างฉันทำงานเป็นผู้ช่วยคุณได้แน่ อาจจะทำได้ดีซะจนคุณต้องทึ่งในความสามารถของฉันด้วยซ้ำ”

            “ผมไม่กล้าคาดหวังขนาดนั้นหรอก”

            “นี่คุณคิดว่าฉันไม่มีความสามารถมากพอที่จะทำหน้าที่ผู้ช่วยของคุณอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงของเธอเหวี่ยงวีนสุดฤทธิ์ หน้าสวยหวานหงิกงอ เมื่อรู้ว่าหมอหนุ่มไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง

            อติรุจไม่อยากที่จะทะเลาะด้วยเขาจึงเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา

            “ถามจริง ๆ คุณไม่รู้สึกกลัวบ้างเลยหรือไง ที่จะต้องมานอนค้างอ้างแรมกับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้”

            แม้จะตะขิดตะขวงใจแต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเธอไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีไปกว่านี้

            “ฉันเชื่อมั่นในสายตาของตัวเอง คนที่มีความสุภาพอ่อนโยนอย่างคุณ ไม่มีทางที่จะรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้อย่างฉันได้หรอก จริงไหม”

            แม้จะค่อนข้างมั่นใจว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ก็ยังไม่วางใจจึงต้องพูดดักคอเขาไว้ก่อน

            “อย่างคุณห่างไกลคำว่าผู้หญิงไม่มีทางสู้ ต้องบอกว่าเป็นผู้หญิงที่มีพิษสงรอบตัวถึงจะถูก”

            “รู้ก็ดีค่ะ คุณจะได้ระมัดระวังตัวและหัวใจของคุณเอาไว้ เดี๋ยวจะเผลอมาหลงเสน่ห์หรือตกหลุมรักฉันเข้า จะยืนรออะไรอยู่อีกล่ะคะ รีบเปิดประตูสิ ฉันยืนรอคุณมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ เมื่อยจะแย่อยู่แล้ว”

            อติรุจเดินไปเปิดประตูบ้านพร้อมกับเอ่ยถาม “แล้วทำไมคุณถึงไม่เข้าไปนั่งรอในบ้าน”

            “ก็แม่แก้วหน้าม้าอะไรนั่นไม่ยอมให้ฉันเข้าไปรอคุณข้างใน”

            “เขาชื่อแก้วไม่ใช่แก้วหน้าม้า ถ้าคุณจะเรียกชื่อเขาก็ต้องเรียกให้ถูก” แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ทรรศิกาก็รู้ดีว่าเขากำลังสั่งสอนเธอ

            เธอทำสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อถูกเขาสั่งสอน ก่อนจะรีบโวยวายเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้าบ้านไปหน้าตาเฉย

            “แล้วนี่คุณจะไม่ช่วยฉันขนของเข้าไปในบ้านหน่อยหรือ กระเป๋ามากมายขนาดนี้ฉันจะขนเข้าไปคนเดียวได้ยังไง”

            “แล้วคุณขนสัมภาระเหล่านี้มาที่นี่ได้ยังไง”

            “ฉันขนมาเองที่ไหนกันล่ะ ผู้หญิงบอบบาง อรชรอ้อนแอ้นอย่างฉัน ขนกระเป๋าหนักๆ พวกนี้ไม่ไหวหรอก ก็เลยต้องขอความช่วยเหลือจากสุภาพบุรุษอย่างคุณไง”

            “คุณมันเป็นตัวปัญหาชัด ๆ”

            อติรุจเอ่ยลอยลม ก่อนจะเดินออกมาช่วยยกกระเป๋าสัมภาระห้าหกใบของแม่จอมแสบเข้าไปในบ้าน

            “กับบางคนเท่านั้น สำหรับคุณก็เตรียมทำใจไว้ได้เลย รับรองว่าปัญหามาแน่นอน”

            “แก้วไปไหน!” อติรุจเอ่ยลอย ๆ

            “เห็นบอกว่ายายไม่สบายก็เลยต้องรีบกลับไปดูแล”

            อติรุจและทรรศิกาช่วยกันขนกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดขึ้นมาชั้นบน เขาเปิดประตูห้องที่อยู่ทางซ้ายมือ

            “คุณพักห้องนี้แล้วกัน”

            ทรรศิกาชะโงกหน้าเข้าไปมองสำรวจรอบ ๆ ห้องก่อนจะเปรย “ห้องเล็กไปนะ”

            “ห้องนี้เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในบ้านหลังนี้ แต่ถ้าคุณยังไม่พอใจและอยากได้ห้องที่วิเศษวิโสกว่านี้ ก็คงต้องไปหาที่อยู่ใหม่เอง” อติรุจพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจน

            “ปากจัด!” ทรรศิกาพูดเหน็บหมอหนุ่ม พร้อมกับรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเขาถึงไม่พักห้องนี้ ทั้งที่เป็นห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดของบ้าน

            อติรุจขึงตาวาววับใส่หญิงสาว แต่ทรรศิกาแสร้งทำเป็นไม่เห็นและรีบพูดแก้ตัว

            “ฉันยังไม่ได้พูดเลยว่าไม่พอใจ บอกแต่เพียงว่าห้องมันเล็กไปเท่านั้น ว่าแต่คุณให้ฉันพักห้องนี้แล้วคุณพักห้องไหน”

            “ถามทำไม”

            “ก็แค่อยากรู้...หรือว่าห้องนั้น”

            เท้าไวเท่าความคิดเธอเดินไปเปิดประตูห้องที่อยู่ถัดไป เพื่อเดินเข้าไปสำรวจภายในห้อง สายตาดุจเรดาร์ของทรรศิกาทำงานอย่างว่องไว ห้องของเขามีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แต่ทุกชิ้นถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว

            “ห้องนอนของผู้ชายเป็นแบบนี้เอง ดูเรียบหรู แต่มีสไตล์ รสนิยมของคุณไม่เลวนะ”

            “เข้าไปทำไมนั่นมันเป็นห้องนอนส่วนตัวของผม”

            “ก็เพราะเป็นห้องส่วนตัวของคุณน่ะสิฉันถึงอยากเข้ามาดู”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status