Share

บทที่ 71

last update publish date: 2026-09-18 00:04:23

            “คุณตามผมมานี่” อติรุจพูดพร้อมกับฉุดมือหญิงสาวให้เดินตามเขาเข้าไปในบ้าน

            “ปล่อยฉันนะ...ฉันบอกให้ปล่อย”

            อติรุจยอมปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระเมื่อพาเธอเข้ามาในบ้าน

            “ทำไมคุณถึงทำแบบนั้น”

            “ฉันควรต้องเป็นฝ่ายถามคุณมากกว่า ทำไมถึงสั่งให้ฉันขอโทษเขาโดยที่คุณไม่สืบสาวราวเรื่องที่เกิดขึ้นก่อน ฉันขอยืนยันว่าเรื่องนี้ฉันไม่ผิด ยัยมนุษย์ป้านั่นแหละที่ผิด คุณรู้ไหมเขาเอาเรื่องของเราไปเมาท์ให้คนอื่นฟังอย่างสนุกปาก ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องจริง”

            “ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณก็ไม่ควรพูดจาก้าวร้าวใส่เขา เพราะยังไงเขาก็แก่กว่าคุณตั้งเยอะ”

            “นี่คุณเข้าข้างเขาเหรอ”

            “ผมไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้น ผมพูดตามความจริง”

            ทั้งคู่ทะเลาะกันเสียงดังเพราะเรื่องนี้

            “คำพูดกับการกระทำของคุณมันตรงข้ามกัน ฉันผิดหวังในตัวคุณจริง ๆ ทำไมคุณถึงเลือกที่จะเชื่อคำพูดของคนอื่นมากกว่าที่จะเชื่อคำพูดของฉัน มันยากนักเหรอที่จะเชื่อมั่นในตัวฉันว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันเกลียดคุณ ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดคุณ”

            ทรรศิกาต่อว่าและตะโกนใส่หน้าเขาทั้งน้ำตา ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุใดถึงต้องเสียน้ำตาให้กับเรื่องนี้ สายตาที่เธอมองมาที่เขานั้นแสดงถึงความผิดหวังในตัวเขา อติรุจเห็นแววตาเจ็บช้ำจากดวงตาคู่นั้น เขาเอื้อมมือไปเพื่อจะเช็ดน้ำตาให้เธอแต่ถูกเธอปัดมืออย่างแรง

            “ไม่ต้องมาแตะเนื้อต้องตัวฉัน” ทรรศิกาพูดจบก็วิ่งออกไปจากบ้าน

            “นั่นคุณจะไปไหนน่ะเทย่า”

            “ฉันจะไปไหนก็เป็นเรื่องของฉันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ”

            “เดี๋ยวก่อนสิเทย่า ฟังผมก่อน” อติรุจวิ่งตามออกมาแต่เธอไม่หันกลับมาสนใจเขา

            “ไม่ต้องเรียกหรอกค่ะคุณหมอ เรียกไปก็เท่านั้น เชื่อฉันสิคะเดี๋ยวก็ซมซานกลับมาเองแหละค่ะ” กาญจนาเอ่ย

            อติรุจเลือกที่จะปล่อยทรรศิกาไปและหันมาคุยกับเพื่อนบ้านทั้งสองคนนั้นแทน

            “ผมขอทำความเข้าใจกับพวกคุณสองคนหน่อยนะครับ ผมกับเทย่าจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรก็เป็นเรื่องระหว่างเราสองคน ไม่ใช่เรื่องที่พวกคุณจะเอามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก ทั้งที่ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นยังไง พวกผมไม่เคยนินทาว่าร้ายคุณ และผมก็ต้องการให้คุณทำเช่นนั้นเหมือนกัน กรุณาเคารพสิทธิของคนอื่นด้วยนะครับ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกคุณนินทาว่าร้ายผมและเทย่า เพราะถ้ามันเกิดขึ้นอีกผมจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยแบบนี้แน่ และขอเตือนว่าถ้าไม่อยากถูกฟ้องหมิ่นประมาทละก็หยุดการกระทำเหล่านี้ของพวกคุณซะ ผมพูดจริงทำจริงเสมอ” อติรุจพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบยากที่จะจับอารมณ์ความรู้สึกของเขา

            คำพูดของเขาสุภาพแต่เจ็บกว่าคำด่าเป็นไหน ๆ

            “ต้องขอโทษคุณหมอด้วยนะคะ ที่เราสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของคุณหมอ ต่อไปนี้เราจะระมัดระวังการพูดจาของเรา และจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกค่ะ” นันทินีเอ่ยปากขอโทษอติรุจ และรู้สึกผิดทั้งที่ไม่ได้เป็นคนเริ่ม

            แต่ก็ถือว่าผิดที่เผลอไปนินทาเรื่องของคนอื่น จนเป็นเหตุให้ครอบครัวเขาต้องทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างรุนแรง

            “ไม่เป็นไรครับ แต่อย่าให้เกิดซ้ำอีกก็พอ”

            “ฉันเองก็ต้องขอโทษคุณหมอเหมือนกันค่ะ ที่เป็นต้นเหตุให้คุณหมอต้องทะเลาะกับเธอ ให้เราช่วยเคลียร์ให้ไหมคะ” กาญจนาเอ่ยออกมาในที่สุด ใบหน้าของเธอซีดเผือดเมื่อเจอคนเอาจริง

            “ผมจะคุยกับเทย่าเองครับคงไม่ต้องรบกวนพวกคุณสองคน แค่อย่าพูดถึงเราในทางที่เสียหายก็พอ ขอตัวนะครับ”

            หลังพูดจบเขาก็เดินกลับเข้าไปในบ้านทันที อติรุจโทร.เข้ามือถือของทรรศิกาแต่ไม่มีคนรับ แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของหญิงสาววางอยู่ที่โซฟา

            “ลืมโทรศัพท์ไว้ที่นี่เอง มิน่าล่ะถึงไม่มีคนรับสาย” เขาพึมพำกับตัวเอง

            อติรุจรู้สึกเป็นห่วงทรรศิกาเพราะไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน จะว่าไปเขาเองก็มีส่วนผิดในเรื่องนี้เหมือนกัน น้ำตา คำพูดต่อว่า และสายตาที่แสดงถึงความผิดหวังในตัวเขายังฉายชัดในความทรงจำ เขารู้สึกผิดเมื่อเห็นสายตาที่ฉายแววเจ็บช้ำของเธอ เมื่อมีคนไข้เข้ามารับการรักษาจากเขา ทำให้เขาต้องพักเรื่องยุ่ง ๆ นี้ไว้ก่อน

            ทรรศิกาเดินจากมาด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกผิดหวังที่เขาไม่เชื่อคำพูดของตนเอง เธอเลือกที่จะเดินปล่อยอารมณ์ไปเรื่อย ๆ แทนการนั่งรถประจำทาง มารู้สึกตัวอีกทีว่าเดินมาไกลมากก็เมื่อมีเสียงแม่ค้าขายส้มตำเอ่ยทักทาย

            “กำลังจะไปไหนหรือคุณเทย่า”

            เธอหันไปตามเสียงเรียก “จะเอายาไปให้ลุงนพค่ะ”

            “แวะทางนี้ก่อน”

            “มีอะไรหรือคะ”

            “จันจะตำส้มตำรสเด็ดให้”

            แม่ค้าส้มตำนามว่าจันทราซึ่งพักอาศัยอยู่ในชุมชนแออัดที่เดียวกับลุงนพ ได้ตำส้มตำรสเด็ดให้หญิงสาวและนายแพทย์หนุ่มคนละถุง และยังแถมปลาดุกย่างและไก่ย่างร้อน ๆ พร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดให้อีกด้วย

            “นี่ส้มตำไทยของคุณเทย่า ส่วนส้มตำปูปลาร้าฝากไปให้คุณหมอ”

            “ทั้งหมดเท่าไรคะ”

            “ไม่คิดเงิน”

            “ไม่คิดเงินได้ไงคะ ของซื้อของขาย”

            “ไม่เป็นไร ของเล็ก ๆ น้อย ๆ จันอยากตอบแทนความมีน้ำใจของคุณเทย่าและคุณหมอ ที่ช่วยรักษาให้พวกเราโดยไม่คิดเงิน”

            “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจนะคะ ขอซื้อข้าวเหนียวเพิ่มได้ไหมคะ”

            “เอากี่ถุง เดี๋ยวจันหยิบให้”

            “สองก็พอค่ะ”

            แม่ค้าส้มตำนามว่าจันทรายื่นถุงข้าวเหนียวส่งให้หญิงสาวพร้อมบอกว่า “จันไม่รับเงินนะ”

            “ขอบคุณค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status