LOGIN“ทำไมป้านีถึงปล่อยให้คุณยายอยู่ตามลำพังล่ะครับ”
“ป้ากับแม่ของรุจเป็นตัวแทนของยายไปงานสวดศพเจ้าของสวนที่อยู่ติดกับสวนของเราที่วัดแถวนี้”
“วันนี้แม่มาที่นี่ด้วยหรือครับ”
“ใช่ลูก ตอนแรกป้าเขาก็ตั้งใจว่าจะอยู่เป็นเพื่อนยาย และให้แม่ของรุจไปฟังสวดศพเพียงลำพัง แต่ยายบอกว่ายายอยู่คนเดียวได้ เพราะเห็นว่ามันแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง ยายก็เลยบอกให้ป้าเขาไปด้วย”
“แล้วคนอื่น ๆ ล่ะครับหายไปไหนกันหมด”
“ยายสั่งให้พวกเขาไปช่วยงานที่วัดนั่นแหละ”
“หมดสติตอนอยู่ลำพังมันอันตรายนะครับคุณยาย” อติรุจพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ยายไม่เป็นไรตราบใดที่มีรุจอยู่ด้วย” รสสุคนธ์พูดพร้อมกับลูบใบหน้าของหลานชายด้วยความรักใคร่ บนใบหน้าของหญิงชราปรากฏแต่รอยยิ้มที่อบอุ่นอ่อนโยน
“คุณยายทานอะไรหรือยังครับ”
“ยังเลยลูก ยายตั้งใจว่าจะไปกินอาหารที่ป้าของรุจเตรียมไว้ให้ แต่จู่ ๆ มันก็วูบไป”
ตอนแรกทรรศิกาก็รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดอติรุจจึงปฏิบัติต่อหญิงชราท่านนี้ด้วยความอ่อนโยนมากเป็นพิเศษ ที่แท้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด หญิงสาวนั่งมองดูความรักและความห่วงใยของสองยายหลานแล้วก็ทำให้นึกถึงคุณย่าของตนเอง ที่ผ่านมาเธอไม่เคยดูแลคุณย่าเหมือนที่ชายหนุ่มตรงหน้ากระทำต่อคุณยายของเขา เธอมีแต่สร้างปัญหาให้คุณย่าต้องปวดหัวอยู่เป็นประจำ
การกระทำของอติรุจที่ปฏิบัติต่อคุณยายของเขา ชี้ให้ทรรศิกาเห็นถึงความบกพร่องต่อหน้าที่ของตนเองในฐานะหลานสาว ซึ่งเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองบกพร่องในเรื่องนี้
ทรรศิกาให้คำมั่นกับตัวเองว่าเมื่อมีโอกาสได้กลับไปพบคุณย่าอีกครั้ง เธอจะเป็นฝ่ายดูแลคุณย่าให้ดีกว่าที่ผ่านมา และจะไม่สร้างปัญหาอะไรมาให้คุณย่าปวดหัวอีก
“แล้วแม่หนูหน้าตาสะสวยที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นใคร แฟนของรุจหรือลูก” คำพูดของหญิงชราดึงทรรศิกาให้หลุดจากภวังค์ความคิด เธอยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยความนอบน้อมพร้อมกับเอ่ยแนะนำตัว
“ขออนุญาตแนะนำตัวนะคะ ทรรศิกา เขมะสิริกุลค่ะ เรียกเทย่าก็ได้ค่ะ”
“เขมะสิริกุล! หนูเป็นอะไรกับทิพย์มณี”
“เป็นหลานสาวค่ะ”
“คุณยายรู้จักกับครอบครัวของเทย่าด้วยหรือครับ”
“รู้จักสิลูก รู้จักเป็นอย่างดีเลยล่ะ ทิพย์มณีเป็นเพื่อนรุ่นน้องของยายเอง สมัยก่อนเราสองคนสนิทสนมกันมากและก็มักจะไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ เทย่ากระเถิบเข้ามาให้ยายดูหน้าให้ชัด ๆ หน่อยซิลูก”
ทรรศิกาทำตามอย่างว่าง่าย เธอคลานเข่าเข้าไปนั่งใกล้ ๆ เตียงได้อย่างไม่เคอะเขินจนอติรุจต้องแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าสาวเปรี้ยวอย่างทรรศิกาจะทำเช่นนี้ได้ รสสุคนธ์รู้สึกถูกชะตากับสาวน้อยที่นั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้า หญิงชราเอื้อมมือไปลูบหัวของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนด้วยความเอ็นดู
“ใครจะคิดว่าเด็กน้อยจอมแก่นในอดีตโตมาหน้าตาจะสะสวยขนาดนี้”
“เราเคยพบกันมาก่อนหรือคะ”
“นั่นสิครับคุณยาย”
สองหนุ่มสาวเอ่ยถามผู้สูงวัยด้วยความประหลาดใจ
“เทย่ากับรุจจำไม่ได้หรือลูก ตอนเป็นเด็กเทย่าจะติดตามทิพย์มาที่นี่เสมอ และก็มักจะเจอรุจทุกครั้ง แต่ก่อนเราสองคนดูไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก เรียกว่าเป็นคู่ปรับกันน่าจะเหมาะกว่า เพราะพูดจากันดี ๆ ได้ไม่เกินสามคำเป็นต้องทะเลาะถกเถียงกัน ชนิดที่ไม่มีใครยอมลงให้ใครจนผู้ใหญ่ต้องเข้ามาห้าม ไม่น่าเชื่อเลยว่าโตมาแล้วจะเป็นคู่รักกันได้”
“เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วค่ะเทย่าไม่ได้...” ทรรศิการีบปฏิเสธแต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค เพราะได้ยินคำพูดแปลก ๆ จากผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างตัว
“คุณยายถูกใจว่าที่หลานสะใภ้ที่ผมหามาให้ไหมครับ”
“ถูกใจสิลูก ถูกใจมากเลยล่ะ” รสสุคนธ์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
ทรรศิกาหันไปส่งสายตาพิฆาตให้อติรุจ แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ที่เขาตั้งใจพูดออกไปเช่นนั้นเพราะเกิดความหมั่นไส้ที่เห็นอีกฝ่ายรีบพูดปฏิเสธความสัมพันธ์กับเขา โดยลืมไปว่าตัวเองนี่แหละที่เคยเป็นฝ่ายเอ่ยปากปฏิเสธความสัมพันธ์นั้นก่อน แถมยังได้ว่ากล่าวตำหนิเธอที่สร้างเรื่องให้ทุกคนเข้าใจผิดไปด้วยซ้ำ
“ยายกับทิพย์มณีเคยคุยกันไว้เล่นๆ ว่าถ้าหลานของเราสองคนได้แต่งงานกันก็คงจะดี สองตระกูลจะได้สนิทสนมแน่นแฟ้นและกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



