LOGINนายแพทย์อิทธิพลขับรถพาครอบครัวของนับดาวมาส่งที่บ้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาที่บ้านของเธอ แม้จะเป็นบ้านหลังเล็ก ๆ แต่ทว่าเขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของทุกคนในครอบครัว จากนั้นก็อาสาขับรถไปส่งนับดาวที่บ้านของทรรศิกา
“ขึ้นรถสิครับเดี๋ยวผมไปส่ง”
“ดาวไปเองดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องรบกวนเวลาของคุณหมอ”
“ไม่รบกวนเลยครับ ผมยินดีและเต็มใจที่จะเป็นคนขับรถพาคุณดาวไปทุกที่ที่คุณต้องการ”
“ขอบคุณค่ะแต่ดาวอยากไปเองมากกว่า”
“ทำไมล่ะครับ ไปส่งคุณแล้วผมจะได้ถือโอกาสไปเยี่ยมอาการของคุณเทย่าด้วย”
“ดาวอยากคุยกับเทย่าตามลำพังค่ะ หวังว่าคุณหมอคงจะเข้าใจนะคะ”
อิทธิพลพยักหน้าแทนคำตอบแต่ก็ยังไม่วายแสดงสีหน้าผิดหวัง
“เอาแบบนี้ดีไหมคะขอดาวไปดูอาการของเทย่าก่อน ถ้าดาวต้องการความช่วยเหลือดาวจะรีบโทร.หาคุณค่ะ”
คำพูดของนับดาวเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของคุณหมอหนุ่มได้ทันที เพราะตั้งแต่ที่แลกเบอร์โทรศัพท์กันนับดาวไม่เคยโทร.หาเขาเลยสักครั้ง มีแต่เขาที่พยายามหาข้ออ้างเพื่อโทร.หาเธอ เพราะต้องการฟังเสียงหวาน ๆ ของเธอ
“ตกลงครับ ถ้าคุณต้องการอะไรก็โทร.หาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจผม”
นายแพทย์หนุ่มกุมมือเรียวบางของนับดาวพร้อมกับเผยความในใจที่เขามีต่อเธอ แม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่สถานที่และเวลาที่เหมาะสม แต่เขาก็ไม่สามารถทนเก็บความรู้สึกที่เขามีต่อเธอไว้เพียงลำพังได้ เขาอยากให้เธอรับรู้ความรู้สึกของเขา
“ผมตกหลุมรักคุณตั้งแต่แรกเห็น และอยากจะขอโอกาสให้คุณพิจารณาผู้ชายธรรมดา ๆ อย่างผม ผู้ชายที่มีหัวใจรักให้คุณโดยไม่มีที่ว่างเผื่อให้ใคร คุณจะให้โอกาสผมดูแลหัวใจของคุณได้ไหมครับ”
ใบหน้าของนับดาวแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เมื่อได้ยินคำบอกรักจากปากเขา อันที่จริงนับดาวพอจะรู้ว่าเขามีความรู้สึกพิเศษกับเธอ แต่ไม่คิดว่าเขาจะจู่โจมเร็วเช่นนี้มันเลยทำให้เธอตั้งรับไม่ทัน
“ดาวไม่ได้รังเกียจคุณหมอนะคะ แต่ดาวว่ามันเร็วไปหน่อยที่เราจะพูดเรื่องนี้ ทั้งที่เราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน”
“ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาหรอกครับคุณดาว มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคนสองคนที่มีใจตรงกันต่างหากครับ”
“ดาวอยากจะขอเวลาให้เราเรียนรู้ซึ่งกันและกันไปก่อนดีไหมคะ”
“ได้สิครับ ผมแค่ต้องการบอกให้คุณรู้ว่าผมรักคุณ”
“ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดี ๆ ที่คุณมีให้ดาวค่ะ”
“ผมถือว่าคุณดาวให้โอกาสผมแล้วนะครับ ผมจะพยายามพิสูจน์ตัวเองให้คุณเห็นว่า ผมดีพอที่จะดูแลหัวใจของคุณ ผมขอมาหาคุณที่บ้านนี้อีกได้ไหมครับ”
“พ่อกับแม่ดาวก็อนุญาตคุณแล้วนี่คะ”
“แต่ผมอยากได้ยินจากปากคุณว่าคุณยินดีและเต็มใจต้อนรับผม”
“ถ้าคุณหมอไม่รังเกียจบ้านคนจน ๆ อย่างเราก็มาที่นี่ได้ตลอดเวลาค่ะ บ้านเรายินดีต้อนรับคุณหมอเสมอ”
“ขอบคุณครับ แต่ถ้าจะให้ดีเรียกผมว่าอิทแทนคำว่าคุณหมอได้ไหมครับ เรียกคุณหมอแล้วมันฟังดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้”
“ได้คืบแต่จะเอาศอกระวังจะชวดทั้งหมดนะคะ”
“นะครับถือว่าผมขอร้อง”
“ดาวไม่ชินที่จะเรียกคุณแบบนั้น”
“ถ้าคุณเรียกผมแบบนั้นบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเองแหละครับ”
“ค่ะคุณอิท พอใจหรือยังคะ”
“ไม่ใช่แค่พอใจครับ แต่ผมมีความสุขมาก” สองหนุ่มสาวต่างก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
“คุณจะไปยังไงครับ”
“ตอนแรกดาวว่านั่งรถเมล์ไป แต่เปลี่ยนใจละดาวนั่งแท็กซี่ไปดีกว่า ได้ยินแบบนี้สบายใจขึ้นไหมคะ”
“ครับ”
อิทธิพลเรียกรถแท็กซี่ให้นับดาว แต่ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถเธอได้หันไปขอบคุณเขา
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในวันนี้ค่ะ”
“ด้วยความยินดีครับ”
เขารอจนเธอขึ้นรถ จากนั้นจึงเดินกลับไปที่รถและขับกลับบ้านของตนเองด้วยหัวใจที่พองโตคับอก เมื่อรู้ว่าหญิงสาวที่เขารักยอมเปิดโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองว่าดีพอที่จะดูแลหัวใจของเธอ นับเป็นการเริ่มต้นที่น่าพอใจสำหรับก้าวแรกของความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ อิทธิพลฮัมเพลงไปตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน
นับดาวใช้กุญแจบ้านที่อติรุจให้ไว้เปิดประตูเข้าไป เธอเดินหาทรรศิกาทั่วบ้านแต่ก็หาไม่พบ
“หายไปไหนของเขานะ”
แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนรักชอบไปนั่งเล่นที่ริมสระน้ำ เท้าของนับดาวไวเท่าความคิด เธอรีบก้าวเดินตรงไปที่บริเวณสระว่ายน้ำทันที และก็ไม่ผิดหวังเพราะเห็นเพื่อนนั่งห้อยเท้าอยู่ในสระว่ายน้ำอย่างสบายอารมณ์
“เทย่ามานั่งทำอะไรตรงนี้ ไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือ นั่งตากลมแบบนี้เดี๋ยวก็อาการหนักขึ้นหรอก”
ทรรศิกาหันไปมองยังทิศทางของเสียง ใบหน้างามปรากฏรอยยิ้มยินดีที่เห็นเพื่อนรักมาหาตนเองถึงที่นี่
“ดาวมาตั้งแต่เมื่อไร” น้ำเสียงที่เอ่ยแสดงถึงความดีใจ
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”





![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

