LOGIN“สักพักแล้ว ดาวเดินตามหาเทย่าซะทั่วบ้านเลย แต่หาไม่เจอเลยมาดูที่นี่” นับดาวตอบพร้อมนั่งลงข้างตัวทรรศิกา เธอเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าและลำคอของเพื่อนเพื่อวัดไข้ ใบหน้าของทรรศิกายังคงแดงระเรื่ออันเนื่องมาจากพิษไข้
“ตัวยังร้อนอยู่เลย นอกจากไม่นอนพักผ่อนแล้วยังมานั่งตากลมอีก น่าตีจริง ๆ” นับดาวดุเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
“ดาวรู้ได้ยังไงว่าเทย่าไม่สบาย”
“ก็รู้จากหมอรุจ เขาเป็นห่วงเทย่ามากเลยนะ”
“เชอะ! คงจะกลัวว่าจะไม่มีคนช่วยงานเขาน่ะสิ”
“อคติไม่เลิกจริง ๆ แล้วเทย่าป่วยได้ยังไง”
“ก็เมื่อวานเทย่าต้องไปนอกสถานที่ ขากลับรถเกิดเสียแถมฝนก็ยังตกหนัก โดนฝนเข้าไปก็เลยเป็นอย่างที่เห็น”
“ทานกลางวันหรือยัง”
“ยังเลย เทย่ายังไม่หิว”
“นี่มันบ่ายโมงแล้วนะ ไปทานข้าวทานยาแล้วจะได้นอนพัก ไม่สบายจะต้องนอนพักเยอะ ๆ รู้ไหม”
“เทย่านอนมาหลายชั่วโมงแล้วนะดาว เบื่อจะแย่ก็เลยออกมานั่งรับลมที่นี่ ดาวจะให้เทย่านอนทั้งวันได้ยังไง น่าเบื่อจะตาย” ทรรศิกาบ่นให้เพื่อนรักฟัง จากนั้นก็เปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา
“พ่อดาวเป็นยังไงบ้าง”
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะ ตอนนี้นอนพักอยู่ที่บ้าน”
“แล้วค่าใช้จ่ายที่ดาวเตรียมไว้พอหรือเปล่า” ทรรศิกายังคงกังวลตรงจุดนี้
“เทย่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้หรอก ดาวจัดการเรียบร้อยแล้ว”
“ดาวไปเอาเงินมาจากไหน”
“มีผู้ใหญ่ใจดีที่ดาวนับถือท่านหนึ่งให้มา”
ทรรศิกาพยักหน้ารับรู้ก่อนจะนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้
“เทย่าเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ดาวยังไม่ได้เล่าให้ฟังเลยว่าสตาร์ไดมอนด์ติดต่อดาวทำไม หรือว่าดาวได้รับรางวัล”
“เปล่า เขาแค่โทร.มาถามหาเจ้าของผลงานชิ้นนั้น เพราะเทย่าทำไม่ถูกกติกาที่บริษัทกำหนดไว้”
“แปลกนะ! ถ้าไม่ได้รับรางวัลแล้วจะโทร.มาทำไม”
“ถึงจะชนะการประกวดแต่ดาวก็คงจะไม่กล้ารับรางวัลนั้นหรอกเทย่า เพราะมันไม่ใช่ผลงานของดาว”
“น่าเสียดาย อุตส่าห์อดหลับอดนอนตั้งใจออกแบบถึงสองคืนเต็ม ๆ แต่ดันไม่ผ่านการคัดเลือก”
“ดาวรู้นะว่าเทย่าต้องการหาเงินให้ดาว นำไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อด้วยวิธีนี้ ถึงแม้เทย่าจะเลือกใช้วิธีที่ไม่ถูกต้องแต่ก็ขอบคุณนะ”
“เทย่าแค่อยากจะช่วยทำในสิ่งที่เทย่าทำได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงช่วยดาวได้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้แม้แต่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย”
“ใครว่าเทย่าเอาตัวไม่รอด ดาวว่าเทย่าปรับตัวได้ดีกว่าที่ดาวเคยคิดไว้ซะอีก” สองสาวส่งยิ้มให้กันและกัน
“ดาวกลับไปช่วยแม่ดูแลพ่อเถอะ ไม่ต้องห่วงเทย่าหรอก เทย่าอยู่คนเดียวได้”
“พ่อกับแม่สั่งกำชับให้ดาวมาอยู่เป็นเพื่อนเทย่า จะได้มาดูอาการของเทย่าด้วย”
“เทย่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่มีไข้นิดหน่อยเท่านั้น”
“ตัวร้อนขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรมากอีก ไปทานมื้อกลางวันก่อนแล้วจะได้ทานยา”
นับดาวดูแลเรื่องการอุ่นอาหารให้เพื่อนรัก และนั่งกำกับให้เพื่อนทานอาหารและยาที่ อติรุจได้จัดเตรียมไว้ให้ก่อนที่เขาจะออกไปทำงาน
ทรรศิกาย่นจมูกเมื่อเห็นอาหารตรงหน้า “ข้าวต้มอีกแล้วหรือ เมื่อเช้าก็เมนูนี้ กินจนหน้าเทย่าจะเละเป็นข้าวต้มอยู่ละ”
แม้จะบ่นพึมพำแต่ก็ยอมทานแต่โดยดี เพราะกลิ่นของข้าวต้มที่วางอยู่ตรงหน้านั้นหอมยวนใจ
“หมอรุจนี่น่ารักนะ ดูแลทั้งเรื่องอาหารและยาให้เทย่าก่อนที่จะไปทำงาน” นับดาวเอ่ยชม
“ชมกันเข้าไป ชมแต่เขาแล้วหมออิทของดาวล่ะน่ารักไหม”
ใบหน้าของนับดาวกลายเป็นสีชมพูระเรื่อทันตาเห็น เมื่อเพื่อนรักพูดถึงชายหนุ่มที่เพิ่งจะบอกรักเธอมาหมาด ๆ
“เทย่าพูดถึงหมออิทแล้วทำไมดาวต้องหน้าแดงด้วย มีพิรุธแบบนี้ต้องเกิดอะไรขึ้นแน่เลย เล่ามาให้เทย่าฟังเดี๋ยวนี้เลยนะว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างดาวกับหมออิท”
“เขาเพิ่งจะสารภาพรักกับดาวก่อนที่ดาวจะมาที่นี่”
นับดาวถ่ายทอดเรื่องราวและคำพูดของนายแพทย์หนุ่มให้เพื่อนรักฟังอย่างไม่ปิดบัง
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







