LOGIN"ยัยขิม! แกจะยืนเลือกตู้ไอติมนานอีกนานไหมเนี่ย คนอื่นเขาต่อแถวรอกันจนหลังจะหักหมดแล้วนะเว้ย!"
เสียงแหลมใสของส้มดังขัดขึ้น พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมมาสะกิดหลังขิมเบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศร้านไอติมหน้าโรงเรียนที่เนืองแน่นไปด้วยกลุ่มนักเรียนที่เพิ่งเสร็จจากงานกีฬาสี ขิมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาเลิกลั่ก "อ๋อ... เออ ๆ เอาโคนรสช็อกโกแลตชิปละกันส้ม แกจะกินอะไรล่ะ สั่งเลยเดี๋ยวฉันจ่ายเอง!" "โอ๊ะ! วันนี้แม่คุณรวยมาจากไหนเนี่ย จู่ ๆ ก็บอกจะเลี้ยงไอติม ปกติเห็นงกจะตาย" มะนาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แกล้งแซวเสียงสูงพร้อมกับหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "อ๋อ... หรือว่ากำลังอารมณ์ดีเพราะหนุ่มนักบาสเขาเลี้ยงมื้อใหญ่ไปเมื่อกลางวัน ก็เลยใจดีคืนกำไรให้เพื่อนฝูงล่ะสิ" "บ้าเหรอ! ใครใจดีอะไรเล่า ก็แค่อยากกินแก้ร้อนต่างหากล่ะ พูดมากน่า สั่งเร็ว ๆ สิ คนข้างหลังมองใหญ่แล้วนะ" ขิมรีบแก้ตัวเสียงสูง หน้าแดงแจ๋ขึ้นมาในพริบตา พยายามหลบสายตารู้ทันของเพื่อนรักทั้งสองคน "จ้า... แม่คนปากแข็ง ไม่ได้เขินอะไรเลยสักนิดเดียว ดูหูแดงแจ๋เชียวนะยะ" ส้มหัวเราะคิกคักชอบใจ หันไปสั่งไอติมรสวานิลลาของตัวเองบ้าง ในจังหวะที่พวกเธอกำลังยืนรอรับไอติมจากพนักงานหน้าร้าน เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยคุ้นหูกติดสอยห้อยตามมาด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงก็ดังแว่วมาจากทางหน้าร้าน "เอ้า! เลี้ยงไอติมฉลองชัยชนะรอบชิงฯ กันให้เต็มที่เลยพวกเรา มื้อนี้ไอ้ไนท์มันเป็นเจ้ามือ!" เสียงทุ้มของเพื่อนในทีมบาสคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา ขิมชะงักกึกโดยอัตโนมัติ หันขวับไปมองทางประตูกระจกใสทันทีตามสัญชาตญาณ ร่างสูงโปร่งของไนท์ก้าวเข้ามาในร้านในชุดพละสีประจำโรงเรียนที่ยังไม่ได้เปลี่ยน เสื้อชุ่มเหงื่อจาง ๆ แต่ใบหน้าคมคายกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตาคมกริบกวาดสายตามองหาใครบางคนในร้านทันที และไม่นานนัก สายตาก็มาประสานเข้ากับขิมพอดิบพอดี ไนท์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะระบายยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มจาง ๆ เดินแหวกกลุ่มเพื่อนตรงดิ่งเข้ามาหาขิมทันที "อ้าว... ขิม ยังไม่อกลับบ้านเหรอ นึกว่าจะกลับไปนอนพักผ่อนซะอีก" ไนท์เดินมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววดีใจอย่างปิดไม่มิด ขิมหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที รีบถอยหลังเว้นระยะห่างเล็กน้อย "ก็... กำลังจะกลับเนี่ย แวะกินไอติมแก้เหนื่อยก่อน... แล้วพวกนายล่ะ แข่งเสร็จไม่ไปพักผ่อนกันหรือไงถึงได้ยกโขยงกันมาถล่มร้านไอติมเนี่ย" "ก็ฉลองชัยชนะไง คนมันชนะก็ต้องฉลองดิ... ว่าแต่สั่งอะไรกินอ่ะ ยังไม่ได้กินข้าวเย็นใช่ป่ะ" ไนท์ก้มมองโคนไอติมในมือขิม "ก็กินไอติมรองท้องนี่ไง เดี๋ยวค่อยไปหาอะไรกินที่บ้าน..." ขิมตอบเสียงอ้อมแอ้ม ไม่กล้าสบตาตรง ๆ "มากินแค่นี้จะไปอิ่มอะไรเล่า..." ไนท์ทำหน้าดุเล็กน้อยก่อนจะหันไปสั่งพนักงานหน้าร้าน "พี่ครับ เอาบราวนี่วัฟเฟิลซันเดย์แก้วใหญ่เพิ่มอีกที่นึงครับ แยกโต๊ะกับแก๊งนี้นะ!" เพื่อน ๆ ในทีมบาสที่ยืนอยู่ด้านหลังส่งเสียงแซวแซ่ดลั่นร้าน "โอ้โห! เลี้ยงสาวเป็นพิเศษต่างหากเว้ย ไอ้ไนท์ เลี่ยนชะมัดวะ!" ไนท์หันไปส่งสายตาดุใส่เพื่อนเบา ๆ "เงียบไปเลยพวกมึง ไปหาโต๊ะนั่งนู่นไป!" ส้มกับมะนาวแอบอมยิ้มขำขัน หันมาสะกิดแขนขิมยิก ๆ "แหม ๆ มีสั่งเมนูพิเศษเพิ่มแถมแยกโต๊ะซะด้วย เกรงใจจังเลยเนี่ยยัยขิม พวกฉันสองคนขอตัวไปนั่งรอข้างนอกร้านก่อนดีกว่าเนอะ มะนาว" "เอ้ย! ส้ม! มะนาว! จะทิ้งฉันไปไหนเนี่ย กลับมาก่อน!" ขิมร้องโวยวายหน้าตาตื่น รีบคว้าแขนเพื่อนรักไว้ แต่ส้มกับมะนาวกลับชิ่งหนีไปนั่งที่โต๊ะมุมหน้าร้านอย่างรวดเร็วแถมยังโบกมือบ๊ายบายส่งซิกให้อีกต่างหาก ไนท์หัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี "ปล่อยเพื่อน ๆ เขานั่งไปเคนะ... มานั่งโต๊ะนี้ด้วยกันดิ ยืนเมื่อยเปล่า ๆ" ขิมจำใจต้องเดินตามไนท์ไปที่โต๊ะมุมในสุดของร้านอย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยมีไนท์นั่งลงฝั่งเดียวกันเพราะโต๊ะมันแคบ ทำเอาหัวไหล่ของทั้งคู่แทบจะชิดติดกัน "นี่... ขยับไปหน่อยสิ เบียดจะตายอยู่แล้วนะไนท์" ขิมบ่นอุบอิบ หน้าแดงแจ๋ "เบียดตรงไหน ตัวนิดเดียวเอง..." ไนท์แกล้งขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนขิมแทบจะกลั้นหายใจ "เหนื่อยไหมวันนี้ เห็นเดินวุ่นทั้งสนามกีฬาสีเลย" "ก็เหนื่อยสิ ขาแทบหลุดเป็นท่อน ๆ งานราษฎร์งานหลวงมอบให้ฉันทำหมด" ขิมบ่นกระปอดกระแปอดแต่ก็แอบอมยิ้ม "เก่งมากครับคนเก่ง..." ไนท์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานนิ่ง ๆ ราวกับจะสำรวจความเหนื่อยล้า "ขอบคุณนะที่ช่วยดูแลงานให้แถมยังช่วยยืนเชียร์ตอนแข่งบาสด้วย ดีใจนะที่หันไปแล้วเจอขิมยืนอยู่ตรงนั้น" หัวใจของขิมเต้นโครมครามแรงขึ้นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เธอก้มหน้ามองโคนไอติมในมือแก้เขิน "ใครยืนเชียร์นายกัน อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย ฉันยืนรอดูแข่งวิ่งรีเลย์ต่างหาก" "ปากแข็งซะจริง..." ไนท์หัวเราะชอบใจในลำคอ ก่อนที่พนักงานจะยกบราวนี่วัฟเฟิลซันเดย์แก้วใหญ่มาเสิร์ฟพอดี "กินดิ เติมพลังหน่อย จะได้ไม่บ่นว่าเหนื่อยอีก" ไนท์เลื่อนถ้วยของหวานมาตรงหน้าขิม ขิมเงยหน้าขึ้นมองถ้วยไอติมสลับกับใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงการ หัวใจพองโตขึ้นอย่างประหลาด บรรยากาศรอบตัวในร้านไอติมที่เคยจอแจราวกับเงียบลงเหลือเพียงเสียงหัวใจของเธอและเขา "ขอบคุณนะไนท์..." ขิมบอกเสียงเบา ตักไอติมเข้าปากคำหนึ่ง ความหวานละมุนกระจายไปทั่วความรู้สึกแสงแดดอ่อนยามบ่ายสาดส่องผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม กลิ่นอายของกระดาษสมุดจดและหมึกพิมพ์ผสมผสานกับเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อย ๆ สร้างบรรยากาศที่น่าชวนง่วงนอนเป็นที่สุด แต่สำหรับนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งจดตามกระดานไวท์บอร์ด บรรยากาศตอนนี้ไม่มีคำว่าชวนฝันเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความกดดันที่พุ่งสูงจนแทบจะควานหาออกซิเจนไม่เจอขิมก้มหน้าก้มตาจดสูตรแคลคูลัสลงในสมุดโน้ตอย่างเอาเป็นเอาตาย มือข้างหนึ่งจับปากกาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตจ้องมองตัวเลขและสมองที่พยายามประมวลผลขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหาข้อที่สามสิบของวัน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งตื้อตันราวกับมีกำแพงหินหนาทึบมาขวางกั้นไว้กลางสมอง"โอ๊ย... ทำไมโจทย์ข้อนี้มันยากโคตร ๆ อย่างนี้เนี่ย" ขิมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่ลู่ลงด้วยความเหนื่อยอ่อนส้มที่นั่งโต๊ะติดกันหันมามองด้วยความเห็นอกเห็นใจ พร้อมกับยื่นกระดาษทดของตัวเองมาให้ดู "แกติดข้อไหนอยู่เหรอ ขิม? ข้อนี้ใช่ป่ะ ที่ให้หาอนุพันธ์ของฟังก์ชันตรีโกณมิติเนี่ย ฉันก็ติดเหมือนกัน นั่งงอยมาสิบนาทีแล้วเนี่ย สมองจะระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ อยู่แล้ว
แสงแดดยามบ่ายของวันอังคารสาดส่องผ่านกลุ่มเมฆบางเบา ทอดเงาทาบทับสนามหญ้าสีเขียวขจีภายในโรงเรียน บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะปกติทั่วไปสำหรับวันธรรมดา ๆ ของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 ทั่วไป แต่สำหรับขิมและเพื่อน ๆ ในห้องแล้ว ช่วงเวลานี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะสัมผัสได้จากอากาศรอบตัวภายในห้องเรียน ม.6/2 เสียงพูดคุยจอแจก่อนคาบเรียนวิชาฟิสิกส์ดังระงม แต่ละคนต่างจับกลุ่มกันถกเครียดถึงข้อสอบเก่าและคะแนนเก็บที่ประกาศออกมาเมื่อช่วงเช้า บนโต๊ะของขิมเต็มไปด้วยกระดาษทดเลขและสมุดโน้ตสรุปสูตรสีสันสดใสที่ไนท์เพิ่งเอามาให้เมื่อวันก่อน"แก... ดูคะแนนวิชาเคมีของฉันสิ ตกลงมาตั้งสามคะแนน ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้รอบยื่นแฟ้มสะสมผลงานกับรอบสอบเข้ามหาวิทยาลัยแย่แน่เลยวะส้ม" ขิมโอดครวญเบา ๆ พลางฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะด้วยความเหนื่อยอ่อน ความเครียดจากการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยเริ่มกัดกินความมั่นใจของเธอทีละน้อยส้มที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ รีบเอื้อมมือมาตบไหล่เพื่อนรักเบา ๆ เพื่อปลอบใจ "เอาน่าแก อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป ช่วงนี้พวกเราเครียดกันทุก 10 นาทีอยู่แล้วไหมล่ะ ขนาดฉันนอนฝันยังฝันว่าฝนตกเป็นสูตรเคมีเลยเนี่ย.
แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกับกระดาษทดเลขและสมุดจดเล่มหนาจนเกิดเงาทอดยยาว บนโต๊ะไม้ตัวยาวในห้องนอนของขิมตอนนี้เต็มไปด้วยชีทสรุปวิชาเคมี ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษที่วางกองสุมกันราวกับป้อมปราการขนาดย่อม นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาสามทุ่มตรง แต่ดูเหมือนว่าความง่วงจะยังไม่สามารถทำลายความตั้งใจของเด็กสาว ม.6 ที่กำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่หน้ากองหนังสือได้เลยขิมใช้มือข้างหนึ่งจับปากกาเน้นข้อความขีดเส้นใต้สูตรคำนวณเคมีที่ท่องจำซ้ำไปซ้ำมา ในขณะที่มืออีกข้างก็ยกแก้วโกโก้อุ่น ๆ ขึ้นจิบเพื่อเรียกความสดชื่น ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่ข้างกองหนังสือก็สั่นครืนเบา ๆPing!ขิมเหลือบสายตาไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาเปิดดู ปรากฏข้อความแชทจากชื่อที่คุ้นเคยNight: อ่านหนังสือถึงไหนแล้วคุณเชฟ? อย่าหักโหมจนหลับคาโต๊ะล่ะ เดี๋ยวตื่นมาหน้าจะติดหมึกพิมพ์นะฮะมุมปากของขิมยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าจากการจดจำเนื้อหามากมายมหาศาลมลายหายไปในพริบตา นิ้วเรียวรีบกดพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วKhim: รู้ทันตลอดนะ... กำลังจะเ
แสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องสมุดโรงเรียน ทอดเงายาวไปตามโต๊ะไม้ยาวที่เต็มไปด้วยกองหนังสือเตรียมสอบ กองข้อสอบเก่า และสมุดโน้ตสรุปเนื้อหาเล่มหนา บรรยากาศภายในห้องสมุดเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกกระดาษแผ่วเบาและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ เป็นฉากหลังขิมนั่งเท้าคางอยู่หน้ากองหนังสือวิชาชีววิทยา ดวงตากลมโตเหม่อมองตัวอักษรภาษาอังกฤษและแผนผังระบบย่อยอาหารที่ละลานตาไปหมด สมองของเธอในตอนนี้รู้สึกตื้อตันอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับไนท์จะขยับเข้ามาใกล้ชิดและหวานชื่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเพื่อน ๆ แซวกันไม่หยุด แต่เมื่อหันกลับมามองความจริงตรงหน้า—นั่นคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความกดดันและอาการเครียดก็เริ่มกลับมากัดกินหัวใจทีละน้อย"ถอนหายใจรอบที่สิบแปดของวันแล้วนะเชฟขิม... เป็นอะไร ห่วงกินหรือว่าห่วงคะแนนสอบกันแน่เนี่ย?"เสียงทุ้มคุ้นหูกิดติดจะกวนประสาทดังขึ้นแผ่วเบาจากเก้าอี้ตัวข้าง ๆ ไนท์หย่อนตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งถือปากกาหมึกซึมหมุนเล่นไปมา ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของแฟนสาวด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยย
แสงแดดยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาภายในห้องนอนของขิม กลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟสดและขนมปังปิ้งลอยอบอวลมาจากชั้นล่าง ขิมที่เพิ่งตื่นนอนเต็มตาขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน พลางยกมือขึ้นแตะพวงแก้มของตัวเองที่ยังคงมีร่องรอยความร้อนผ่าวหลงเหลืออยู่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้คำสารภาพรักใต้ร่มเงาไม้ในสวนหย่อมหลังตึกกิจกรรม และคำว่า "แฟน" ที่เพิ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจจนทำให้เธอยิ้มออกมาได้แม้ในยามที่เพิ่งลืมตาตื่น"ก๊อก ๆ ๆ ยัยขิม! ตื่นหรือยังลูก เดี๋ยวสายนะ วันนี้เปิดเทอมสัปดาห์ที่สองแล้วนะเว้ย อย่ามัวแต่นอนบิดขี้เกียจอยู่เลย!" เสียงเคาะประตูห้องพร้อมกับเสียงเรียกสดใสของแม่ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะความคิดหวานซึ้งขิมสะดุ้งเล็กน้อย รีบขานรับเสียงดังฟังชัด "ตื่นแล้วค่ะแม่! กำลังจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ!"หลังจากจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนระเบียบเรียบร้อย ขิมก็เดินลงมาสมทบกับแม่ที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับคว้าขนมปังปิ้งทาแยมสตรอว์เบอร์รีเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ ก่อนจะบอกลาแม่แล้วรีบก้าวเท้าออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียนตามเวลาปกติบรรยากาศยามเช้าภายในรั้วโรงเรียนมั
เสียงระฆังเตือนหมดเวลาคาบเรียนสุดท้ายของวันดังขึ้นกังวานไปทั่วบริเวณโรงเรียนมัธยมปลาย บรรยากาศภายในห้องเรียนที่เงียบสงบมาตลอดช่วงบ่ายพลันกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เสียงเก็บสมุดหนังสือใส่กระเป๋าเป้ เสียงพูดคุยจอแจเกี่ยวกับการบ้านและแผนการหลังเลิกเรียนดังระงมไปทั่วทุกมุมห้องขิมถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความโล่งอก มือเรียวจัดสมุดบันทึกและหนังสือเรียนวิชาเคมีลงในกระเป๋าเป้ใบโปรดอย่างเป็นระเบียบ สมองที่เพิ่งผ่านการเรียนการสอนอันเข้มข้นมาตลอดทั้งวันรู้สึกโล่งโปร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าบางอย่างก็เริ่มตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อนึกถึงคำพูดของใครบางคนเมื่อตอนกลางวัน"ตอนเย็นเลิกเรียน เจอกันที่เดิมนะ มีเรื่องจะคุยด้วย"ประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังของไนท์ยังคงก้องอยู่ในหัวของเธอวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่คาบเรียนบ่ายจนกระทั่งเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นในตอนนี้ ขิมเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง พยายามสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว "บ้าจริง... จะมีเรื่องอะไรสำคัญนักหนากันนะ หรือว่าจะแกล้งอำอะไรเราอีกรึเปล่า" เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ"ยัยขิม! ยืนเหม่ออะไรอยู่หน้าโต







