เข้าสู่ระบบตอนที่ 4
คนเก่าเขากลับมา
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”
พีรันธรยกมือไหว้ผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงด้วยท่าทางนอบน้อมตามแบบที่พ่อและแม่สอนมาเป็นอย่างดีเพราะวันนี้เขารู้ว่าอาจไม่ได้รับความพึงพอใจจากทั้งสองคนสักเท่าไหร่เนื่องจากว่าพ่อและแม่ของอันนาเข้าใจว่าเขาพาลูกสาวของทั้งคู่ไปนอนในวันที่อันนาเมา
“ผมไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่อยู่ในคลิปจะเป็นคุณ นักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้านที่มีอนาคตไกลกลับพาผู้หญิงที่กำลังเมามายไม่ได้สติแบบนั้นไปทำเรื่องที่ไม่ดีบอกตรง ๆ ผมผิดหวังในตัวคุณมาก”
วิภพพูดอย่างสุขุมเยือกเย็นสายตาของเขาที่มองมายัง ชายหนุ่มที่ลูกสาวแนะนำว่าคือคนรักของเธอและเป็นผู้ชายในคลิปที่มีคนส่งมาให้ดูเยือกเย็นเอาจริงเอาจังและมีอะไรมากมายซ่อนอยู่ในนั้นที่ทำเอาพีถึงกลับไม่กล้าสบตาต่อ
“ผมต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่ที่ทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นแต่ทั้งหมดผมทำลงไปเพราะรักในตัวของอันนาจริง ๆ และวันนี้ผมก็ต้องการแสดงความรับผิดชอบหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากท่านทั้งสอง”
พีรันธรลุกไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าวิภพและพัชรา เขาก้มลงไปกราบที่เท้าจนทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองคนต่างตกใจเพราะไม่คิดว่า ชายหนุ่มจะตัดสินใจทำแบบนี้เพราะถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะคิดว่าแค่รับผิดชอบด้วยการแต่งงานก็เพียงพอแล้วโดยเฉพาะชายหนุ่มเป็นถึงลูกนักธุรกิจชื่อดังที่หลาย ๆ คนก็ต่างอยากได้ไปเป็นลูกเขย
“ลุกขึ้นเถอะคุณ เราสองคนไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรแค่เข้ามารับผิดชอบแบบนี้ก็ถือว่าเป็นลูกผู้ชายเพียงพอแล้วแต่คุณแน่ใจนะว่ายินดีจะแต่งงานกับลูกสาวผมจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพียงรับผิดชอบตามหน้าที่เท่านั้น”
วิภพอดเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้เพราะถ้าพีรันธรแต่งงานเพียงเพราะต้องการรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำลงไปสุดท้ายแล้วชีวิตคู่อาจไปไม่รอดและคนที่ต้องเสียใจอับอายก็คงไม่พ้น ครอบครัวของเธอ
“ผมกับอันนาเรารักกันครับ”
“ใช่ค่ะ อันนากับคุณพีเรารักกันและนี่ก็คือสาเหตุที่อันนาไม่อยากจะแต่งงานกับคุณชนาเทพแต่ที่ไม่กล้าบอกคุณพ่อกับคุณแม่เพราะคิดว่าคุณพีอาจจะดีสู้คุณชนาเทพไม่ได้”
หญิงสาวพูดออกไปทั้งหมดเพียงแค่ต้องการความสะใจเท่านั้นเพราะไม่ว่าจะทางไหนพีรันธรก็ดูดีกว่าชนาเทพในทุกทางโดยเฉพาะนิสัยใจคอแต่ที่เห็นพอจะสู้กันได้ก็คงเป็นแค่เพียงฐานะเท่านั้น อันนาอยากให้พ่อกับแม่รู้ว่าเธอสามารถแต่งงานกับผู้ชายที่ดีกว่าที่พ่อกับแม่หาให้และเธอจะทำให้ท่านทั้งสองรู้ว่าพีดีกว่าพี่เขยของเธออีกมาก
การเข้าไปบ้านฝ่ายหญิงครั้งนี้เป็นครั้งแรกก่อนหน้านี้ถึงพีจะเคยมีคนรักมาแล้วแต่เขาไม่ได้ก้าวหน้าถึงขั้นจะไปคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกและเขาตั้งใจจะให้มันเป็นครั้งเดียวเพราะชายหนุ่มไม่ต้องการมีครอบครัวอีก การมีครอบครัวเดียวคือความสุขที่สุดสำหรับพีแล้ว
เมื่อวานทั้งคู่พากันไปพูดคุยกับบ้านของฝ่ายหญิง วันนี้จึงเป็นคิวของครอบครัวของฝ่ายชายบ้างซึ่งการเดินทางครั้งนี้ต้องใช้เวลาเพราะพ่อแม่ของพีได้ไปเปิดรีสอร์ตอยู่ที่เหนือสุดของประเทศ
“พ่อกับแม่ดีใจที่สุดที่ได้ยินข่าวนี้ เราสองคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าพีมีแฟนแต่ก็ดีเหมือนกันเมื่อมารู้อีกทีก็จะได้มีลูกสะใภ้กับเขาแล้ว อาทิตย์หน้าพ่อกับแม่จะลงไปสู่ขอ เราจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องเราสองคนอยากมีหลานไว ๆ เรื่องนี้ไม่รู้ว่าพีเคยบอกอันนาหรือเปล่า ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวเล็กตัวแม่เองก็มีลูกคือพีแค่คนเดียวเพราะไม่สามารถมีลูกคนที่สองได้ ธุรกิจครอบครัวของเราก็มีมากมายอยากหาคนมาช่วยใช้เงิน แม่อาจเป็นแม่สามีที่เห็นแก่ตัวที่มีลูกเองไม่ได้และหวังที่จะให้ลูกสะใภ้มีหลานให้ อันนาเข้าใจแม่นะ”
ยุพาเปิดอกพูดกับลูกสะใภ้เพราะมันคือสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมานานตัวเองอยากมีลูกหลายคนแต่หลังจากที่คลอดพีรันธรออกมาก็พบว่าเป็นเนื้องอกในมดลูกจึงจำเป็นต้องตัดทิ้งทำให้เธอไม่สามารถมีลูกคนต่อไปได้ พอถึงรุ่นของลูกชายเธอก็มุ่งหวังว่าจะได้หลานไว้เชยชมก่อนที่จะแก่จนไม่สามารถช่วยเลี้ยงได้แต่ตอนนี้ก็รอคอยมาจนลูกชายอายุสามสิบกว่าปีก็ยังไม่มีวี่แวว อายุของลูกสะใภ้ที่ยังน้อยเพราะเพิ่งจะยี่สิบกว่า ๆ ทำให้ยุพาวางแผนไว้ว่าเธออยากจะมีหลานอย่างน้อยสักสามคนแต่ทุกอย่างมันก็ต้องขึ้นอยู่กับความเต็มใจของคนเป็นแม่ที่ต้องทำหน้าที่อุ้มท้อง ยุพาจึงได้แต่อ้อนวอนขอให้อันนาเข้าใจหัวอกของคนเป็นปู่และย่าที่ชีวิตไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกับเด็กน้อยมานาน
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนในวงสังคมไฮโซพากันซุบซิบเกี่ยวกับงานแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างสายฟ้าแลบเพราะหลาย ๆ คนต่างก็รู้ว่าความจริงแล้วอันนากำลังคบหากับชนาเทพซึ่งเป็นไปตามที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต้องการแต่อยู่ดี ๆ กลับกลายเป็นงานแต่งงานระหว่างอันนากับพีรันธรเสียอย่างนั้น บางคนก็พากันซุบซิบว่าเจ้าสาวอาจจะกำลังตั้งท้องแล้วพ่อของเด็กดันไม่ใช่ชนาเทพจึงทำให้อีกฝ่ายไม่ยอมแต่งงานด้วยแต่บางคนก็ซุบซิบว่าพ่อแม่ของอันนาคงหาผู้ชายที่ดีกว่าชนาเทพให้เพราะข่าวคราวเรื่องของความเจ้าชู้และติดการพนันของชนาเทพก็โด่งดังไม่แพ้ความหล่อและความรวยของเขาแต่ไม่ว่าจะพากันซุบซิบแค่เพียงไหนก็ต้องแพ้ภัยไปกับความไม่สนใจของทั้งสองฝ่ายเพราะสุดท้ายแล้วคำนินทาว่าร้ายพวกนั้นก็จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่มีให้เมื่อพบเจอกันต่อหน้า สังคมใส่หน้ากากแบบนี้เป็นสังคมที่อันนาไม่ชอบและหวังว่าสักวันเธอจะเดินออกมาจากที่นี่ได้โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าคนจะพากันคิดอย่างไรแต่ในเมื่อตอนนี้เธอยังต้องอยู่ในสังคมเธอก็ต้องฝืนยิ้มใส่หน้ากากเหมือนกัน
คืนเข้าหอสำหรับคนอื่นอาจเป็นคืนที่แสนจะหวาบหวามหัวใจเหลือเกินแต่สำหรับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่คืนนี้กับเป็นค่ำคืนที่แค่ได้นอนร่วมห้องกันเท่านั้น พีและอันนานอนบนเตียงเดียวกันภายใต้ข้อตกลงว่าจะไม่มีการล่วงเกินกันหากฝ่ายหญิงไม่ยินยอม คนตั้งข้อตกลงนี้ก็คือพีรันธรเองโดยที่ตัวเขาคิดว่าอีกไม่นานผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาจะต้องยินยอมพร้อมใจทำตามหน้าที่ภรรยาโดยสมบูรณ์
อันนาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของพีหลังจากที่แต่งงานทันทีเหตุผลหนึ่งที่เธอยินดีที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะเธอไม่อยากเห็นสายตาของพี่สาวที่ต้องคอยจ้องจับผิดเธอแน่ ๆ เพราะคืนวันก่อนแต่งงานแอนนามาคุยกับเธอว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแอนนาไม่มีทางเชื่อเธอคิดว่างานแต่งงานนี้เป็นการจัดฉากเพื่อให้ตัวอันนารอดพ้นจากการแต่งงานกับชนาเทพก็เท่านั้น
บ้านหลังใหญ่ที่ความเป็นจริงแล้วเหลือแค่เพียงอันนาและพีเพราะอีกสองวันชัยชาญและยุพาก็จะเดินทางกลับไปที่รีสอร์ตผู้ใหญ่ทั้งสองคนยังคงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบที่นั่นและจะรอจนกว่าลูกชายของเขามีหลานทั้งคู่ถึงจะกลับมาอยู่ที่นี่ตามความต้องการของพีที่ได้ขอบุพการีทั้งสองคนไว้
“เหงาเหมือนกันนะคะ พ่อกับแม่คุณไม่อยู่ บ้านหลังนี้ดูใหญ่ไปเกินกว่าที่เราจะอยู่กันสองคน”
อันนามองไปรอบ ๆ โต๊ะอาหารที่ตอนนี้มีแค่เธอกับพีรันธรนั่งอยู่จากที่ทุกวันเก้าอี้ทุกตัวมีคนนั่ง หญิงสาวคิดว่าบ้านหลังนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เธอสองคนจะใช้ชีวิตอยู่เพราะมองไปทางไหนก็ให้ความรู้สึกเวิ้งว้างไปหมดก่อนหน้านี้ที่อันนาอยู่บ้านหลังเดิมก็ยังมีพ่อกับแม่และพี่สาวที่คอยเป็นเพื่อนคลายเหงาให้มองไปทางไหนก็มีผู้คน
“ก็รีบมีหลานให้พ่อกับแม่เร็ว ๆ ผมกับคุณก็จะได้ไม่เหงา คุณพร้อมไหม”
พีถามหญิงสาวตรงหน้าและต้องการคำตอบ คำตอบที่เขาอยากได้มานานแต่ไม่กล้าเอ่ยถามเพราะทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึงเดือน
“พร้อมค่ะ ฉันก็คิดนะคะว่าพ่อกับแม่ฉันยังคงไม่เชื่อว่าเราแต่งงานกันจริงๆ”
“คุณอยากมีลูกเพราะอยากให้พ่อกับแม่คุณเชื่อใช่ไหม”
พีไม่ทำท่าดีใจที่ได้ยินคำตอบแต่เขากลับทำหน้าผิดหวังแทนเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายพร้อมที่จะมีลูกกับเขาเพียงเพราะต้องการให้พ่อแม่ของเธอเชื่อว่าทั้งคู่แต่งงานกันด้วยความรักจริง ๆ
“ก็ใช่นะคะแต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด ฉันบอกคุณตรง ๆ ก็ได้ ฉันไม่อยากมีครอบครัวและคิดว่าคงไม่มีอีกแล้วถ้าเรามีลูกด้วยกันอย่างน้อยฉันก็คิดว่าคุ้มแล้วที่ได้เกิดเป็นผู้หญิงได้มีโอกาสได้เป็นแม่”
“แล้วภรรยาล่ะ คุณไม่อยากทำหน้าที่นี้บ้างหรือ”
“หมายความว่าอย่างไรคะ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเราจะเป็นเพื่อนกันไปก่อนจนกว่าฉันจะพร้อมและเต็มใจ”
พีส่งยิ้มหวานแบบเข้าใจให้หญิงสาวตรงหน้า มือใหญ่เอื้อมไปจับมือนิ่มของภรรยามาจับ เขาไม่ได้เข้าใจอย่างที่แสดงออกมาแต่เขาก็เชื่อมั่นว่าต้องมีสักวันที่เขาจะทำให้คนตรงหน้าใจอ่อนได้
อันนาย้ายเข้ามาทำงานในบริษัทของพีเธอทำในอีกตำแหน่งหนึ่งที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับชายหนุ่มเพราะไม่อยากให้คนอื่นมองว่าความเป็นสามีภรรยาจะนำมาซึ่งปัญหาในการตัดสินใจเวลาทำงาน
เย็นนี้ทั้งคู่มีนัดกับคุณหมอเพื่อจะไปพูดคุยถึงวิธีการทางการแพทย์ในการทำให้มีลูกโดยที่ไม่ต้องพึ่งวิธีธรรมชาติซึ่งเป็นวิธีที่ทั้งคู่ตกลงร่วมกันและเลือกใช้ให้เหมาะเพื่อให้ได้มาซึ่งอีกหนึ่งชีวิตที่สมบูรณ์ที่จะลืมตาดูโลก วิธีการที่หมอเสนอให้เป็นวิธีการที่ถือได้ว่าเจ็บตัวทั้งพ่อและแม่ไม่น้อยและคุณหมอเองก็ยังสงสัยว่าทำไมทั้งคู่ถึงไม่ลองเลือกวิธีธรรมชาติก่อน
“เราทั้งสองคนคิดว่าอยากได้วิธีที่ปลอดภัยและเราอยากเลือกเพศลูกครับ”
พีให้เหตุผลกับทางคุณหมอซึ่งมันไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงแต่เขาก็ไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมาบอกคุณหมอได้จึงเลือกเหตุผลที่คิดว่าน่าจะพอสมเหตุสมผลที่สุด ทั้งคู่กลับมาบ้านยังไม่มีข้อตกลงใดๆว่าจะเลือกใช้วิธีไหนเพราะอันนาเองจิตใจของเธอเริ่มไม่พร้อมเมื่อรู้ว่าเส้นทางของการตั้งครรภ์ครั้งนี้นำมาซึ่งความเจ็บตัวเป็นอย่างมากและลึกๆเธอก็ยังอดห่วงไม่ได้ว่าลูกของเธอจะเกิดมาสมบูรณ์ไหม
“คุณพีคะมีคนมาหา เธอรออยู่ที่ชั้นล่างห้องรับแขก”
นาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มกว่าแล้วแต่ยังมีแขกมาหาพีรันธรถึงที่บ้าน อันนามองหน้าสามีเป็นคำถามเธออยากรู้ว่าใครกันนะที่สามารถมาหาคนอื่นได้ในเวลานี้
“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใคร คุณลงไปกับผมดีกว่าเพราะผมว่าแขกที่มาในเวลานี้คงต้องไม่ธรรมดาหรือไม่ก็มีเรื่องเดือดร้อนสำคัญแน่ ๆ ”
อันนาอยากจะฝืนตอบไปตามมารยาทว่าให้อีกฝ่ายลงไปคนเดียวแต่เธอก็ไม่สามารถเก็บกักความอยากรู้ไว้ได้อีกทั้งเธอยังเห็นแววตาของแม่บ้านที่เดินเข้ามาบอกมันยิ่งทำให้เธอชวนสงสัยมากขึ้น
“พีคะ ดาคิดถึงพีจังเลย”
แขกผู้มาเยือนในยามวิกาลลุกจากโซฟาเข้ามากอดชายหนุ่มแบบคุ้นเคยทำเอาเจ้าสาวของเราถึงกับทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าเธอควรจะรู้สึกกับภาพที่เห็นแบบไหน
“ผมว่าดาปล่อยผมก่อนดีกว่านะครับ เชิญนั่งครับ”
พีเองก็ไม่ทันตั้งตัวไม่คิดว่าคนรักเก่าจะกล้ามาหาเขาถึงที่บ้านโดยเฉพาะเวลานี้เป็นเวลาที่ดึกมากแล้วและตอนนี้สถานภาพของเขาก็ไม่ได้โสดเหมือนเดิม
“อันนา เธอเป็นภรรยาของผมครับ”
ชายหนุ่มแนะนำภรรยาของเขาให้แขกผู้มาใหม่รู้จัก สีหน้าของแขกแสดงให้เห็นว่าเธอเหมือนรู้จักอันนามาก่อนทั้งที่ตัวเจ้าสาวไม่เคยรู้จักแขกมาก่อน
“ ยินดีที่ได้เจอกันนะคะคุณอันนา ฉันชื่อรดาเป็นแฟนเก่าของพี่พี ปกติแล้วรดาจะไม่ค่อยได้อยู่ที่เมืองไทยวันนี้เดินทางมาถึงช่วงบ่ายกว่าจะทำธุระเสร็จก็มืดถึงได้เพิ่งมาหาพี่พี เราสองคนไม่ได้เจอกันนานคงมีเรื่องพูดคุยกันเยอะ รดาว่าคุณขึ้นไปนอนก่อนดีกว่าอย่าต้องมาทนนั่งง่วงฟังเราสองคนคุยกันเลย นาน ๆ เจอกันทีเราก็จะมีเรื่องคุยกันเยอะนิดนึงส่วนมากก็เรื่องเก่า ๆ ชวนกันระลึกความหลังคุณอันนาคงไม่สนุกด้วยแน่ถ้าต้องนั่งฟังอยู่แบบนี้”
คนถูกไล่มีหรือจะนั่งหน้าด้านหน้าทนอยู่แบบนั้นในเมื่อเจ้าของเก่าเขามาแสดงตัวแบบนี้อันนาจึงตัดสินใจเดินกลับขึ้นไปที่ห้องทันทีและเธอก็รู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังหึงกำลังหวงในตัวผู้ชายที่เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาเป็นของเธอหรือเปล่า
ตอนที่ 11ครอบครัว เขมทัตลุกออกจากที่นอนแล้วออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด กอบัวคิดว่าเขาคงไปหาณิชาแต่เช้า เธอพยายามตั้งสติ และคิดวางแผนอนาคตของเธอและน้อง ๆ ต่อไป ช่วงสายณิชามาที่บ้านเพราะเขาโทรศัพท์หาเขมทัตเท่าไหร่ก็ไม่มีใครรับสาย กอบัวจึงรู้ว่าสามีของเธอไม่ได้หายไปกับณิชา กอบัวค่อย ๆ เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วลงเอามาเก็บไว้ที่ห้องนอนของพ่อ เธอตั้งใจจะหย่าให้ได้ในวันพรุ่งนี้ เธอทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว หญิงสาวนั่งรอการกลับมาของสามีอยู่ที่โซฟากลางห้องรับแขก เพราะเธอตั้งใจจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องภายในวันนี้ให้ได้ เสียงรถของเขมทัตขับเข้ามา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเตรียมพร้อมกับการพูดเรื่องสำคัญ ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้าน เห็นกอบัวนั่งรออยู่เขาทำท่าจะรีบเดินหนีเพราะไม่อยากฟังเรื่องที่หญิงสาวจะพูด “พรุ่งนี้เราไปหย่ากันนะคะ ในเมื่อคุณมีคนอื่นแล้ว ควรปล่อยบัวไป ตลอดเวลาที่อยู่กับคุณ บัวไม่เคยลืมพระคุณที่คุณทำให้กับครอบครัวของบัว แต่บัวไม่ไหวแล้ว สงสารบัวเถอะ” หญิงสาวทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายอยู่แ
ตอนที่ 10เมื่อรู้สึกว่าต้องเสียไป แขกกลับไปแล้วแต่กว่าจะกลับก็เกือบเที่ยงคืน กอบัวเองก็ต้องพยายามออกจากห้องของบิดาที่อยู่ชั้นล่างให้เงียบที่สุด เพื่อเดินกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เพราะตอนแรกเธอไม่คิดว่าแขกจะกลับดึกแบบนี้ เขมทัตเปิดประตูห้องนอนมา ตอนแรกเขาคิดว่ากอบัวคงหลับแล้ว จึงเดินเข้าไปกอดภรรยาที่กำลังนั่งเป่าผมอยู่ “ทำไมนอนดึกจัง ผมคิดว่าบัวจะหลับแล้วเสียอีก” “กำลังจะนอนแล้วค่ะ ตอนแรกก็ตั้งใจจะรอช่วยป้าลออเก็บจานชาม แต่เห็นดึกแล้วก็เลยตัดสินใจอาบน้ำ” กอบัวค่อย ๆ แกะมือของสามีออกแล้วเดินมาที่เตียงนอน เพราะอยากให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำได้แล้ว “เป็นสิบปีเลยหรืออาจจะมากกว่านั้น เราไม่ได้เจอกันเลย ก็เลยมีเรื่องคุยกันนานหน่อย” เขมทัตถอดเสื้อผ้าไปก็อธิบายให้ภรรยาฟัง ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ถามหรือแสดงท่าทางอะไร “คุณณิชาเธอสวยมากเลยนะคะ ใครได้ไปเป็นภรรยาคงโชคดีน่าดู” กอบัวหลุดปากพูด เพราะเธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ แต่มันทำให้อีกฝ่ายถึงกลับหันมามองเธอและยิ้มแปลก ๆ “เดี๋ยวอาบน้ำก่อนนะคุณแม่บ้าน แล้วจะมาทว
ตอนที่ 9หลีกทาง ดอมกับดามเอาเงินที่ได้จากการเก็บพริกขายมาให้พี่สาว ไม่น่าเชื่อการปลูกพริกแค่สองคราว สามารถเก็บเงินได้หลายหมื่นเลย เพราะไม่มีต้นทุน เขมทัตจ่ายให้ทั้งหมดทั้งสองคนจึงมีหน้าที่แต่เก็บกำไรอย่างเดียว “เก็บไว้ แล้วพี่จะคุยกับคุณทัตเรื่องเรียนของเราสองคน” ดอมกับดามใจหนึ่งก็อยากเรียนหนังสือต่อ อีกใจก็อยากอยู่ใกล้ ๆ พี่สาวเพราะเป็นห่วง ถึงแม้เสี่ยดนัยจะสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว “พวกผมเป็นห่วงพี่ เรื่องเรียนก็อยากเรียนกันนะ แต่ไม่อยากทิ้งพี่บัวเลย” ดอมมองหน้าดามและตัดสินใจพูด เพราะทั้งสองคนคุยเรื่องนี้กันมานานแล้ว แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ “ถ้าห่วงพี่ต้องยิ่งเรียน วันไหนที่คุณทัตเขาเบื่อพี่แล้ว ดอมกับดามจะได้มีความรู้ไปหางานทำแล้วเลี้ยงพี่ได้ พี่ยี่สิบแล้วนะตอนนี้ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่แล้ว” สามคนพี่น้องกอดกันที่ห้องนอนของพ่อที่ตอนนี้มีเพียงแค่รูปตั้งไว้เท่านั้น เขมทัตตัดสินใจส่งน้องชายของภรรยาทั้งคู่เข้าเรียน โดยทั้งสองคนต้องเรียนอยู่ในชั้นเดียวกันและอายุมากกว่าเพื่อนในห้อง เพราะหยุดเรียนไปสองปีเต็ม ๆ ดอมกับดามไปอาศั
ตอนที่8เริ่มต้นใหม่ “เอ้า! เขมทัตมาหาพ่อถึงที่นี่เลย มีเรื่องอะไรด่วนเหรอลูก” ปรีชาตกใจเมื่อพาภรรยาเข้านอนและกำลังเดินออกจากห้องเพื่อมาทำงานบ้านที่ทำค้างไว้แต่กลับหันมาเจอลูกชายยืนอยู่ด้านหลัง เขมทัตไม่มีคำตอบ เขาทรุดตัวนั่งลงและก้มกราบไปที่เท้าของผู้ให้กำเนิดเพื่อขอขมาในทุกสิ่งที่เขาเคยทำไม่ดีและคิดร้ายกับพ่อมาตลอด “ไม่เอา ๆ ลุก ลูกไม่จำเป็นต้องมากราบพ่อแบบนี้เลย” ชายแก่โน้มตัวลงไปประคองตัวลูกชายขึ้นมา ใบหน้าที่ เหี่ยวย่นตอนนี้มีน้ำใสๆไหลมาเต็มพื้นที่ “ผมขอโทษกับทุกอย่างที่ผมทำไป พ่อทิ้งความสบายความร่ำรวยไว้ให้ผม แต่พ่อกลับต้องมาลำบากแบบนี้” 
ตอนที่ 7อ้างว้าง งานศพจบแล้วกอบัวก็เอาแต่เงียบไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน จนทั้งเขมทัตและน้องชายทั้งสองคนต่างก็เป็นห่วง ชายหนุ่มจึงคิดว่าต้องหาอะไรให้ภรรยาทำ เธอจะได้ไม่มีเวลาว่าง จะได้เศร้าน้อยลง “บัวผมอยากให้คุณลงพริกเพิ่ม แต่เอาให้ห่างจากที่เดิมหน่อยนะ กลัวมันจะติดโรคกัน ดูแล้วรายได้ดีเชียว ดอมกับดามได้เงินก้อนกันทุกวัน” หญิงสาวหันมามองหน้าสามี เธอมัวแต่เศร้าจนลืมไปเลยว่า เธอต้องหารายได้ให้น้อง ๆ จะได้มีเงินไปเรียนต่อในเมือง “คุณทัตให้บัวทำกี่ไร่คะ” “แล้วแต่เลย ถามน้อง ๆ ดีกว่า ว่าทำกันไหวที่กี่ไร่ เพราะถ้าจบจากเก็บพริกคราวนี้ ผมจะให้สองคนนั้นไปเรียนในเมืองแล้วนะ อายุมากขึ้นทุกวัน เดี๋ยวจะเรียนไม่ทันเขา
ตอนที่ 6ตามหาหัวใจ พระจันทร์คืนนี้เต็มดวง ส่องแสงสว่างสวยงามยิ่งนัก แต่มันกลับตรงข้ามกับหัวใจของเขมทัตที่เดินไปเรื่อย ๆ ด้วยความรู้สึกมืดมิดหาทางออกไม่เจอ “กอบัวเธออยู่ที่ไหน ส่งใจมาบอกผมนะ ผมขอโทษ” ชายหนุ่มแหงนหน้ามองพระจันทร์ ที่กำลังสาดแสงทำให้ไร่ดูสว่างเหมือนช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เขมทัตหยุดเดินและหันไปมองที่ศาลเจ้าที่เจ้าทาง ที่ถูกสร้างไว้ตั้งแต่สมัยพ่อของเขา มองเข้าไปเหมือนข้างในมีใคร สักคนอยู่และเขาอยากใครคนนั้น ช่วยบอกเขาหน่อยว่าภรรยาของเขาอยู่ที่ไหน เอี๊ยด! อ๊าด! เมื่อลดพัดมาเสียงของสังกะสีที่โดนลมพัดก็ดังขึ้นมา จนชายหนุ่มสะดุ้งด้วย
ตอนที่ 7แผนที่พัง ธนาธิปไปถึงบ้านที่กรุงเทพนอกจากเขาจะไม่เจอแม่เขายังถูกจับเข้าไปขังไว้ในห้องนอนและยึดโทรศัพท์มือถือไว้ โฉมเฉลาเด
ตอนที่ 5สงสัย 5 เดือนผ่านไป ธนาธิปโดนคำสั่งจากคุณแม่ผู้เหมือนรู้ความลับอะไรมา สั่งให้เขาต้องกลับไปบ้านที่กรุงเทพทุกเดือน โดยเวลาที่กลับไปเขาจะอยู่ที่นั่นอย่างน้อยสามวันแต่บางเดือนก็เกือบสัปดาห์ “คุณแม่พาผมไปกินข้าวกับใครได้ทุกวันเลยนะครับ” ชายหนุ่มทำท่าเบื่อเ
ตอนที่ 4ข้ามคืนที่เปลี่ยนชีวิต ทั้งสองคนกินข้าวเสร็จก็พากันกลับคอนโดมิเนียมเพราะ ธนาธิปไม่ได้ซื้อแค่หม้อทอดไร้น้ำมันแต่เขาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์เข้าคอนโดมิเนียมอีกหลายอย่างและหนึ่งทุ่มทางร้านจะมาส่ง “ของวางกองไว้ที่โต๊ะ ห้องซักผ้าก่อน เพราะเดี๋ยวตรงครัวต้องขยับหลายอย่
ตอนที่ 2ชั่วข้ามคืน อลินดาเธอนอนลืมตาหันหลังให้อีกฝ่ายทั้งคืนจนถึงเช้าและเธอก็คิดว่าชายหนุ่มที่นอนข้าง ๆ เธอ ก็นอนไม่หลับเช่นกัน







