Se connecterตอนที่ 4
คนเก่าเขากลับมา
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”
พีรันธรยกมือไหว้ผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงด้วยท่าทางนอบน้อมตามแบบที่พ่อและแม่สอนมาเป็นอย่างดีเพราะวันนี้เขารู้ว่าอาจไม่ได้รับความพึงพอใจจากทั้งสองคนสักเท่าไหร่เนื่องจากว่าพ่อและแม่ของอันนาเข้าใจว่าเขาพาลูกสาวของทั้งคู่ไปนอนในวันที่อันนาเมา
“ผมไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่อยู่ในคลิปจะเป็นคุณ นักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้านที่มีอนาคตไกลกลับพาผู้หญิงที่กำลังเมามายไม่ได้สติแบบนั้นไปทำเรื่องที่ไม่ดีบอกตรง ๆ ผมผิดหวังในตัวคุณมาก”
วิภพพูดอย่างสุขุมเยือกเย็นสายตาของเขาที่มองมายัง ชายหนุ่มที่ลูกสาวแนะนำว่าคือคนรักของเธอและเป็นผู้ชายในคลิปที่มีคนส่งมาให้ดูเยือกเย็นเอาจริงเอาจังและมีอะไรมากมายซ่อนอยู่ในนั้นที่ทำเอาพีถึงกลับไม่กล้าสบตาต่อ
“ผมต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่ที่ทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นแต่ทั้งหมดผมทำลงไปเพราะรักในตัวของอันนาจริง ๆ และวันนี้ผมก็ต้องการแสดงความรับผิดชอบหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากท่านทั้งสอง”
พีรันธรลุกไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าวิภพและพัชรา เขาก้มลงไปกราบที่เท้าจนทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองคนต่างตกใจเพราะไม่คิดว่า ชายหนุ่มจะตัดสินใจทำแบบนี้เพราะถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะคิดว่าแค่รับผิดชอบด้วยการแต่งงานก็เพียงพอแล้วโดยเฉพาะชายหนุ่มเป็นถึงลูกนักธุรกิจชื่อดังที่หลาย ๆ คนก็ต่างอยากได้ไปเป็นลูกเขย
“ลุกขึ้นเถอะคุณ เราสองคนไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรแค่เข้ามารับผิดชอบแบบนี้ก็ถือว่าเป็นลูกผู้ชายเพียงพอแล้วแต่คุณแน่ใจนะว่ายินดีจะแต่งงานกับลูกสาวผมจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพียงรับผิดชอบตามหน้าที่เท่านั้น”
วิภพอดเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้เพราะถ้าพีรันธรแต่งงานเพียงเพราะต้องการรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำลงไปสุดท้ายแล้วชีวิตคู่อาจไปไม่รอดและคนที่ต้องเสียใจอับอายก็คงไม่พ้น ครอบครัวของเธอ
“ผมกับอันนาเรารักกันครับ”
“ใช่ค่ะ อันนากับคุณพีเรารักกันและนี่ก็คือสาเหตุที่อันนาไม่อยากจะแต่งงานกับคุณชนาเทพแต่ที่ไม่กล้าบอกคุณพ่อกับคุณแม่เพราะคิดว่าคุณพีอาจจะดีสู้คุณชนาเทพไม่ได้”
หญิงสาวพูดออกไปทั้งหมดเพียงแค่ต้องการความสะใจเท่านั้นเพราะไม่ว่าจะทางไหนพีรันธรก็ดูดีกว่าชนาเทพในทุกทางโดยเฉพาะนิสัยใจคอแต่ที่เห็นพอจะสู้กันได้ก็คงเป็นแค่เพียงฐานะเท่านั้น อันนาอยากให้พ่อกับแม่รู้ว่าเธอสามารถแต่งงานกับผู้ชายที่ดีกว่าที่พ่อกับแม่หาให้และเธอจะทำให้ท่านทั้งสองรู้ว่าพีดีกว่าพี่เขยของเธออีกมาก
การเข้าไปบ้านฝ่ายหญิงครั้งนี้เป็นครั้งแรกก่อนหน้านี้ถึงพีจะเคยมีคนรักมาแล้วแต่เขาไม่ได้ก้าวหน้าถึงขั้นจะไปคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกและเขาตั้งใจจะให้มันเป็นครั้งเดียวเพราะชายหนุ่มไม่ต้องการมีครอบครัวอีก การมีครอบครัวเดียวคือความสุขที่สุดสำหรับพีแล้ว
เมื่อวานทั้งคู่พากันไปพูดคุยกับบ้านของฝ่ายหญิง วันนี้จึงเป็นคิวของครอบครัวของฝ่ายชายบ้างซึ่งการเดินทางครั้งนี้ต้องใช้เวลาเพราะพ่อแม่ของพีได้ไปเปิดรีสอร์ตอยู่ที่เหนือสุดของประเทศ
“พ่อกับแม่ดีใจที่สุดที่ได้ยินข่าวนี้ เราสองคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าพีมีแฟนแต่ก็ดีเหมือนกันเมื่อมารู้อีกทีก็จะได้มีลูกสะใภ้กับเขาแล้ว อาทิตย์หน้าพ่อกับแม่จะลงไปสู่ขอ เราจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องเราสองคนอยากมีหลานไว ๆ เรื่องนี้ไม่รู้ว่าพีเคยบอกอันนาหรือเปล่า ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวเล็กตัวแม่เองก็มีลูกคือพีแค่คนเดียวเพราะไม่สามารถมีลูกคนที่สองได้ ธุรกิจครอบครัวของเราก็มีมากมายอยากหาคนมาช่วยใช้เงิน แม่อาจเป็นแม่สามีที่เห็นแก่ตัวที่มีลูกเองไม่ได้และหวังที่จะให้ลูกสะใภ้มีหลานให้ อันนาเข้าใจแม่นะ”
ยุพาเปิดอกพูดกับลูกสะใภ้เพราะมันคือสิ่งที่เธอใฝ่ฝันมานานตัวเองอยากมีลูกหลายคนแต่หลังจากที่คลอดพีรันธรออกมาก็พบว่าเป็นเนื้องอกในมดลูกจึงจำเป็นต้องตัดทิ้งทำให้เธอไม่สามารถมีลูกคนต่อไปได้ พอถึงรุ่นของลูกชายเธอก็มุ่งหวังว่าจะได้หลานไว้เชยชมก่อนที่จะแก่จนไม่สามารถช่วยเลี้ยงได้แต่ตอนนี้ก็รอคอยมาจนลูกชายอายุสามสิบกว่าปีก็ยังไม่มีวี่แวว อายุของลูกสะใภ้ที่ยังน้อยเพราะเพิ่งจะยี่สิบกว่า ๆ ทำให้ยุพาวางแผนไว้ว่าเธออยากจะมีหลานอย่างน้อยสักสามคนแต่ทุกอย่างมันก็ต้องขึ้นอยู่กับความเต็มใจของคนเป็นแม่ที่ต้องทำหน้าที่อุ้มท้อง ยุพาจึงได้แต่อ้อนวอนขอให้อันนาเข้าใจหัวอกของคนเป็นปู่และย่าที่ชีวิตไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกับเด็กน้อยมานาน
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนในวงสังคมไฮโซพากันซุบซิบเกี่ยวกับงานแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างสายฟ้าแลบเพราะหลาย ๆ คนต่างก็รู้ว่าความจริงแล้วอันนากำลังคบหากับชนาเทพซึ่งเป็นไปตามที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต้องการแต่อยู่ดี ๆ กลับกลายเป็นงานแต่งงานระหว่างอันนากับพีรันธรเสียอย่างนั้น บางคนก็พากันซุบซิบว่าเจ้าสาวอาจจะกำลังตั้งท้องแล้วพ่อของเด็กดันไม่ใช่ชนาเทพจึงทำให้อีกฝ่ายไม่ยอมแต่งงานด้วยแต่บางคนก็ซุบซิบว่าพ่อแม่ของอันนาคงหาผู้ชายที่ดีกว่าชนาเทพให้เพราะข่าวคราวเรื่องของความเจ้าชู้และติดการพนันของชนาเทพก็โด่งดังไม่แพ้ความหล่อและความรวยของเขาแต่ไม่ว่าจะพากันซุบซิบแค่เพียงไหนก็ต้องแพ้ภัยไปกับความไม่สนใจของทั้งสองฝ่ายเพราะสุดท้ายแล้วคำนินทาว่าร้ายพวกนั้นก็จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่มีให้เมื่อพบเจอกันต่อหน้า สังคมใส่หน้ากากแบบนี้เป็นสังคมที่อันนาไม่ชอบและหวังว่าสักวันเธอจะเดินออกมาจากที่นี่ได้โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าคนจะพากันคิดอย่างไรแต่ในเมื่อตอนนี้เธอยังต้องอยู่ในสังคมเธอก็ต้องฝืนยิ้มใส่หน้ากากเหมือนกัน
คืนเข้าหอสำหรับคนอื่นอาจเป็นคืนที่แสนจะหวาบหวามหัวใจเหลือเกินแต่สำหรับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่คืนนี้กับเป็นค่ำคืนที่แค่ได้นอนร่วมห้องกันเท่านั้น พีและอันนานอนบนเตียงเดียวกันภายใต้ข้อตกลงว่าจะไม่มีการล่วงเกินกันหากฝ่ายหญิงไม่ยินยอม คนตั้งข้อตกลงนี้ก็คือพีรันธรเองโดยที่ตัวเขาคิดว่าอีกไม่นานผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาจะต้องยินยอมพร้อมใจทำตามหน้าที่ภรรยาโดยสมบูรณ์
อันนาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของพีหลังจากที่แต่งงานทันทีเหตุผลหนึ่งที่เธอยินดีที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะเธอไม่อยากเห็นสายตาของพี่สาวที่ต้องคอยจ้องจับผิดเธอแน่ ๆ เพราะคืนวันก่อนแต่งงานแอนนามาคุยกับเธอว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแอนนาไม่มีทางเชื่อเธอคิดว่างานแต่งงานนี้เป็นการจัดฉากเพื่อให้ตัวอันนารอดพ้นจากการแต่งงานกับชนาเทพก็เท่านั้น
บ้านหลังใหญ่ที่ความเป็นจริงแล้วเหลือแค่เพียงอันนาและพีเพราะอีกสองวันชัยชาญและยุพาก็จะเดินทางกลับไปที่รีสอร์ตผู้ใหญ่ทั้งสองคนยังคงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบที่นั่นและจะรอจนกว่าลูกชายของเขามีหลานทั้งคู่ถึงจะกลับมาอยู่ที่นี่ตามความต้องการของพีที่ได้ขอบุพการีทั้งสองคนไว้
“เหงาเหมือนกันนะคะ พ่อกับแม่คุณไม่อยู่ บ้านหลังนี้ดูใหญ่ไปเกินกว่าที่เราจะอยู่กันสองคน”
อันนามองไปรอบ ๆ โต๊ะอาหารที่ตอนนี้มีแค่เธอกับพีรันธรนั่งอยู่จากที่ทุกวันเก้าอี้ทุกตัวมีคนนั่ง หญิงสาวคิดว่าบ้านหลังนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เธอสองคนจะใช้ชีวิตอยู่เพราะมองไปทางไหนก็ให้ความรู้สึกเวิ้งว้างไปหมดก่อนหน้านี้ที่อันนาอยู่บ้านหลังเดิมก็ยังมีพ่อกับแม่และพี่สาวที่คอยเป็นเพื่อนคลายเหงาให้มองไปทางไหนก็มีผู้คน
“ก็รีบมีหลานให้พ่อกับแม่เร็ว ๆ ผมกับคุณก็จะได้ไม่เหงา คุณพร้อมไหม”
พีถามหญิงสาวตรงหน้าและต้องการคำตอบ คำตอบที่เขาอยากได้มานานแต่ไม่กล้าเอ่ยถามเพราะทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึงเดือน
“พร้อมค่ะ ฉันก็คิดนะคะว่าพ่อกับแม่ฉันยังคงไม่เชื่อว่าเราแต่งงานกันจริงๆ”
“คุณอยากมีลูกเพราะอยากให้พ่อกับแม่คุณเชื่อใช่ไหม”
พีไม่ทำท่าดีใจที่ได้ยินคำตอบแต่เขากลับทำหน้าผิดหวังแทนเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายพร้อมที่จะมีลูกกับเขาเพียงเพราะต้องการให้พ่อแม่ของเธอเชื่อว่าทั้งคู่แต่งงานกันด้วยความรักจริง ๆ
“ก็ใช่นะคะแต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด ฉันบอกคุณตรง ๆ ก็ได้ ฉันไม่อยากมีครอบครัวและคิดว่าคงไม่มีอีกแล้วถ้าเรามีลูกด้วยกันอย่างน้อยฉันก็คิดว่าคุ้มแล้วที่ได้เกิดเป็นผู้หญิงได้มีโอกาสได้เป็นแม่”
“แล้วภรรยาล่ะ คุณไม่อยากทำหน้าที่นี้บ้างหรือ”
“หมายความว่าอย่างไรคะ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเราจะเป็นเพื่อนกันไปก่อนจนกว่าฉันจะพร้อมและเต็มใจ”
พีส่งยิ้มหวานแบบเข้าใจให้หญิงสาวตรงหน้า มือใหญ่เอื้อมไปจับมือนิ่มของภรรยามาจับ เขาไม่ได้เข้าใจอย่างที่แสดงออกมาแต่เขาก็เชื่อมั่นว่าต้องมีสักวันที่เขาจะทำให้คนตรงหน้าใจอ่อนได้
อันนาย้ายเข้ามาทำงานในบริษัทของพีเธอทำในอีกตำแหน่งหนึ่งที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับชายหนุ่มเพราะไม่อยากให้คนอื่นมองว่าความเป็นสามีภรรยาจะนำมาซึ่งปัญหาในการตัดสินใจเวลาทำงาน
เย็นนี้ทั้งคู่มีนัดกับคุณหมอเพื่อจะไปพูดคุยถึงวิธีการทางการแพทย์ในการทำให้มีลูกโดยที่ไม่ต้องพึ่งวิธีธรรมชาติซึ่งเป็นวิธีที่ทั้งคู่ตกลงร่วมกันและเลือกใช้ให้เหมาะเพื่อให้ได้มาซึ่งอีกหนึ่งชีวิตที่สมบูรณ์ที่จะลืมตาดูโลก วิธีการที่หมอเสนอให้เป็นวิธีการที่ถือได้ว่าเจ็บตัวทั้งพ่อและแม่ไม่น้อยและคุณหมอเองก็ยังสงสัยว่าทำไมทั้งคู่ถึงไม่ลองเลือกวิธีธรรมชาติก่อน
“เราทั้งสองคนคิดว่าอยากได้วิธีที่ปลอดภัยและเราอยากเลือกเพศลูกครับ”
พีให้เหตุผลกับทางคุณหมอซึ่งมันไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงแต่เขาก็ไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมาบอกคุณหมอได้จึงเลือกเหตุผลที่คิดว่าน่าจะพอสมเหตุสมผลที่สุด ทั้งคู่กลับมาบ้านยังไม่มีข้อตกลงใดๆว่าจะเลือกใช้วิธีไหนเพราะอันนาเองจิตใจของเธอเริ่มไม่พร้อมเมื่อรู้ว่าเส้นทางของการตั้งครรภ์ครั้งนี้นำมาซึ่งความเจ็บตัวเป็นอย่างมากและลึกๆเธอก็ยังอดห่วงไม่ได้ว่าลูกของเธอจะเกิดมาสมบูรณ์ไหม
“คุณพีคะมีคนมาหา เธอรออยู่ที่ชั้นล่างห้องรับแขก”
นาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มกว่าแล้วแต่ยังมีแขกมาหาพีรันธรถึงที่บ้าน อันนามองหน้าสามีเป็นคำถามเธออยากรู้ว่าใครกันนะที่สามารถมาหาคนอื่นได้ในเวลานี้
“ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใคร คุณลงไปกับผมดีกว่าเพราะผมว่าแขกที่มาในเวลานี้คงต้องไม่ธรรมดาหรือไม่ก็มีเรื่องเดือดร้อนสำคัญแน่ ๆ ”
อันนาอยากจะฝืนตอบไปตามมารยาทว่าให้อีกฝ่ายลงไปคนเดียวแต่เธอก็ไม่สามารถเก็บกักความอยากรู้ไว้ได้อีกทั้งเธอยังเห็นแววตาของแม่บ้านที่เดินเข้ามาบอกมันยิ่งทำให้เธอชวนสงสัยมากขึ้น
“พีคะ ดาคิดถึงพีจังเลย”
แขกผู้มาเยือนในยามวิกาลลุกจากโซฟาเข้ามากอดชายหนุ่มแบบคุ้นเคยทำเอาเจ้าสาวของเราถึงกับทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าเธอควรจะรู้สึกกับภาพที่เห็นแบบไหน
“ผมว่าดาปล่อยผมก่อนดีกว่านะครับ เชิญนั่งครับ”
พีเองก็ไม่ทันตั้งตัวไม่คิดว่าคนรักเก่าจะกล้ามาหาเขาถึงที่บ้านโดยเฉพาะเวลานี้เป็นเวลาที่ดึกมากแล้วและตอนนี้สถานภาพของเขาก็ไม่ได้โสดเหมือนเดิม
“อันนา เธอเป็นภรรยาของผมครับ”
ชายหนุ่มแนะนำภรรยาของเขาให้แขกผู้มาใหม่รู้จัก สีหน้าของแขกแสดงให้เห็นว่าเธอเหมือนรู้จักอันนามาก่อนทั้งที่ตัวเจ้าสาวไม่เคยรู้จักแขกมาก่อน
“ ยินดีที่ได้เจอกันนะคะคุณอันนา ฉันชื่อรดาเป็นแฟนเก่าของพี่พี ปกติแล้วรดาจะไม่ค่อยได้อยู่ที่เมืองไทยวันนี้เดินทางมาถึงช่วงบ่ายกว่าจะทำธุระเสร็จก็มืดถึงได้เพิ่งมาหาพี่พี เราสองคนไม่ได้เจอกันนานคงมีเรื่องพูดคุยกันเยอะ รดาว่าคุณขึ้นไปนอนก่อนดีกว่าอย่าต้องมาทนนั่งง่วงฟังเราสองคนคุยกันเลย นาน ๆ เจอกันทีเราก็จะมีเรื่องคุยกันเยอะนิดนึงส่วนมากก็เรื่องเก่า ๆ ชวนกันระลึกความหลังคุณอันนาคงไม่สนุกด้วยแน่ถ้าต้องนั่งฟังอยู่แบบนี้”
คนถูกไล่มีหรือจะนั่งหน้าด้านหน้าทนอยู่แบบนั้นในเมื่อเจ้าของเก่าเขามาแสดงตัวแบบนี้อันนาจึงตัดสินใจเดินกลับขึ้นไปที่ห้องทันทีและเธอก็รู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังหึงกำลังหวงในตัวผู้ชายที่เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาเป็นของเธอหรือเปล่า
ตอนที่ 1จุดเริ่มต้นของครอบครัว “หยกแน่ใจหรือยังถึงได้คิดจะมาชวนแก้มไปบ้าน แม่หยกจะไม่แหกอกแก้มแน่นะ” แก้มใสลูกสาวข้าราชการครูชั้นผู้น้อยเธอเข้ามาเรียนในกรุงเทพจนได้พบรักกับหยกลูกชายคนเล็กของตระกูลเลิศรัตนโสภาซึ่งเป็นครอบครัวที่มีเชื้อสายของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ครั้ง บรรพบุรุษผู้ก่อสร้างโรงสีจนตอนนี้พัฒนามากลายเป็นโรงงานผลิตและส่งออกสินค้าทางเกษตรทุกชนิดของเมืองไทยไปยังประเทศในแถบเอเซียและยุโรป นอกจากนี้ครอบครัวของหยกกำลังขยายกิจการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่นตามชนบททางภาคเหนือเพื่อนำมาแปรรูปส่งออก “หยกก็ไม่ได้แน่ใจขนาดนั้นก็แค่อยากเริ่มพาแก้ม เข้าไปทำความรู้จักกับครอบครัวของหยกในฐานะเพื่อนสนิทก่อนแล้วพอสอบเสร็จ เราค่อยไปบอกความจริงทั้งหมดกัน”
ตอนที่ 10ไร่ผาหมอก เช้านี้ภูวิศและรัญชิดาจะเข้าไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอให้ทุกคนในครอบครัวของภูวิศฟัง “คุณท่านทั้งสองจะไม่โกรธรัญใช่ไหมที่ไม่มีอะไรสักอย่างในชีวิตคู่ควรกับพี่ภู” หญิงสาวรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าทั้งฐานะ การศึกษาทุกอย่างเธอด้อยกว่าสามีของเธอ ครอบครัวของชายหนุ่มร่ำรวยก็คงอยากได้ลูกสะใภ้ที่มีทุกอย่างคู่ควรกับลูกชายไม่ใช่สาวชาวบ้านจน ๆ อย่างเธอแน่นอน “ความรักอย่างไร รัญมีไม่น้อยไปกว่าใครมีมากกว่าผู้หญิงบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผมอีก รัญอย่ามองครอบครัวของผมแย่อย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ท่านรู้ดีว่ารัญรักผมมากแค่ไหน” หญิงสาวผู้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น
ตอนที่ 9ค่ำคืนของความคิดถึง “เย็นนี้ไปหาอะไรกินกันนะ” เจ้านายเอ่ยชวนเลขาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังถึงกับรู้สึกวูบวาบไปหมดทั้งตัว สัมผัสที่เขามอบให้เธอทำให้คืนวันอันแสนหวานกลับมาอีกครั้งแต่รัญชิดาไม่รู้ว่าเธอควรที่จะบอกความจริงทั้งหมดที่ชายหนุ่มตรงหน้าจำไม่ได้ดีไหมเพราะถ้าเขาไม่เชื่อเธออาจจะกลายเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่เอาลูกมาอ้างว่าเป็นลูกของเขาก็ได้ ร้านอาหารสุดแสนจะโรแมนติกติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในคืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง รัญชิดาอดคิดถึงความรักของเขาและเธอที่หวานชื่นในทุกคืนวันที่ไร่ผาหมอกไม่ได้ “คิดอะไรอยู่” ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองไปที่สายน้ำที่อยู่เบื้องหน้าส่งยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง&n
ตอนที่ 8อยู่เคียงข้าง ความเหนื่อย ความเพลียทำให้รัญชิดาสาวน้อยผู้ร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงเผลอหลับไปมารู้ตัวอีกทีก็เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “พิมเอง วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะพี่ภูฟื้นแล้ว เธอมาเฝ้าเขาแทนฉันหน่อยตั้งแต่เมื่อคืนฉันยังไม่ได้อาบน้ำ กินข้าวเลย” “ได้ ๆ ค่ะคุณพิม” สาวสวยร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงนอนด้วยความดีใจที่ได้ข่าวว่าคนรักของเธอฟื้นแล้ว โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านของรัญชิดาและตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คนกำลังไปทำงานบนท้องถนนจึงสัญจรได้สะดวกใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็พาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล “เตรียมกระเป๋ามาด้วยดีเลย คืนนี้เธออยู่เฝ้าพี่ภูได้ใช่ไหม ฉันจะได้พัก
ตอนที่ 7กลับมานะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในสายตาของพิมมี่โดยตลอด เธอเลือกที่จะไม่บอกมารดาเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุข “รัญ ฉันรู้เรื่องเธอกับพี่ภูนะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะว่าอะไรแค่อยากขอเธอว่าอย่าทำให้พี่ชายฉันต้องเสียใจได้ไหม พี่ภูผ่านเรื่องร้าย ๆ มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่อยากเห็นเขาต้องเจ็บอีก” “ค่ะ คุณพิมแต่...รัญไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาของคุณภูเลยนะคะ” รัญชิดากำลังจะถามต่อแต่ถูกขัดด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของละอองที่เดินตามเจ้านายเข้ามาถึงในห้องน้ำ “คุณพิมคะ วันนี้จะรับน้ำส้มหรือน้ำฝรั่งดีคะ” “ตามเข้ามาถามถึงในนี้เลยนะ เอาเป็นว่าเอามาทั้งสองอย่างก็ดี&rd
ตอนที่ 6ฉันไม่ได้มาเพื่อรักเธอ งานที่บริษัทเริ่มลงตัว เลขาสาวจึงได้มีเวลาออกไปทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ บ้าง “สวัสดีค่ะพี่ ๆ ทุกคน มาทำงานที่นี่หลายวันแล้วรัญเพิ่งจะมีโอกาสออกมาคุยกับพี่ ๆ ทุกคนก็วันนี้แหละค่ะ” รัญชิดาทักทายพี่ ๆ น้องและเพื่อนร่วมงานทุกคนเพื่อสร้างความสนิทสนมให้มากที่สุดเพราะเธอเชื่อว่าพวกเขาเหล่านี้แหละคือแหล่งข้อมูลเป็นอย่างดี “จ้า...พวกพี่เห็นเธอนั่งทำงานแทบจะไม่ได้ออกมาเลย ทุกคนเข้าใจว่าทั้งเธอและคุณภูก็ใหม่กับบริษัทนี้ทั้งคู่คงต้องใช้เวลาเรียนรู้งานกัน” “ทำไมคุณภูถึงได้ใหม่กับที่นี่ เขาเป็นลูกชายท่านประธานไม่ใช่หรือคะ” ละอองพนักงา







