LOGIN“สวัสดีค่ะบอส... น้องนักศึกษาฝึกงานเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เองค่ะ”
เลขาฯ สาวรีบหยัดกายลุกขึ้นยืนในทันที สีหน้าที่เคยเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานหยดย้อยราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ แต่..มาร์ตินกลับไม่ได้ปรายตาไปมองหรือสนใจเสียงนกเสียงกาของเธอเลยแม้แต่น้อยมาร์ตินชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ มาเฟียระดับแถวหน้า ที่มีดวงตาสีเทาเข้มเย็นเฉียบเป็นเอกลักษณ์
ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น และดวงตาคมกริบคู่นั้นเอาแต่จ้องมองใบหน้าหวานของอลิซที่กำลังหันมาสบตาเขาอยู่พอดีอย่างไม่กะพริบตาตึก..ตัก...ตึก..ตัก..
อลิซรู้สึกเหมือนร่างกายถูกแช่แข็ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ราวกับตกอยู่ในภวังค์ลึกลับ สายตาคู่นี้... ความรู้สึกที่เหมือนถูกล่าแบบนี้...มันทำให้นึกถึงความฝันที่ทำให้เธอรู้สึกสั่นสะท้านในขณะที่อลิซกำลังตกอยู่ในมนต์สะกดของซาตานในคราบนักธุรกิจ เลขาฯ สาวที่ถูกเมินก็ขยับกายเข้ามาใกล้ เธอโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูอลิซที่พอให้ได้ยินกันเพียงสองคน“จำคำที่เธอพูดเมื่อกี้ไว้ให้ดีล่ะ...อย่ายุ่งกับผู้ชายของฉัน!”
คำขู่ที่เคลือบไว้ด้วยยาพิษทำให้อลิซตื่นจากภวังค์ และยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยถามว่าคำไหน เลขาฯ สาวกลับตีสีหน้ายิ้มหวานละมุนเหมือนเดิมทำอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหันไปพูดกับมาร์ตินด้วยท่าทางอ่อนช้อย“บอสเข้าไปรอในห้องก่อนนะคะ เดี๋ยวที่เหลือดิฉันจัดการเองค่ะ”
มาร์ตินไม่ได้ตอบรับคำพูดนั้น เขาเพียงแค่กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย สายตายังคงตรึงอยู่ที่อลิซก่อนจะหมุนตัวเดินนำเข้าไปในห้องทำงานบานใหญ่ทันทีที่แผ่นหลังกว้างของมาร์ตินลับหายเข้าไปหลังประตู รอยยิ้มหวานของเลขาฯ สาวก็เลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา เธอคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วโยนลงตรงหน้าอลิซอย่างแรงจนเสียงดัง ปึก!“นี่! เอาแฟ้มของเธอไป!”
“แฟ้มอะไรเหรอคะ?” อลิซถามพลางขมวดคิ้ว มือบางเอื้อมไปหยิบเอกสารขึ้นมาด้วยความงุนงง
“มีตาหรือเปล่าล่ะ! ถ้ามีก็ก้มลงอ่านเองสิ อย่ามาเซ้าซี้ถามฉัน!”
น้ำเสียงแผดกร้าวที่ไร้ซึ้งกิริยาเมื่อครู่ทำเอาอลิซสะดุ้ง เธอรีบก้มลงมองหน้าปกแฟ้มจนได้รู้ว่ามันคือประวัติส่วนตัวของเธอเองที่ส่งมาตอนสมัครฝึกงาน
“เอาแฟ้มเข้าไปส่งให้บอสในห้อง... เร็วๆ เข้า! บอสไม่ชอบรอใครนาน !”
พูดจบเลขาสาวก็สะบัดหน้าหนี นั่งลงทำงานต่อโดยไม่คิดจะปรายตามองอลิซอีก อลิซกำแฟ้มในมือจนแน่น หัวใจเต็นรัวด้วยความประหม่าปนอึดอัด เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตรงไปยังประตูก๊อก...เสียงเคาะประตูยังไม่ทันจะสิ้นสุดลงดีด้วยซ้ำ ประตูก็ถูกเปิดออกทันทีอย่างรวดเร็วราวกับว่าคนข้างในรอจังหวะนี้มาเนิ่นนานความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องปะทะเข้ากับใบหน้าของอลิซ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่แสนคุ้นเคยคละคลุ้งไปทั่ว อลิซก้าวเข้าไปในห้องอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะพบว่าร่างสูงสง่าของมาร์ตินไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน... แต่เขากำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“ช้าไปสามสิบวินาทีนะ...อลิซ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อเธออย่างสนิทสนม ทำให้อลิซชาวาบไปทั้งตัว
“สะ...สวัสดีค่ะ หนูอลิซค่ะ มาฝึกงานวันแรกค่ะ”
อลิซเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก กะพริบตาปริบๆ มองผู้ชายตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่เขาไม่ได้ตอบรับคำทักทายนั้นด้วยวาจา เขากลับสาวเท้าเข้าหาเธอ ก่อนจะเอื้อมมือหนาผ่านไหล่บางของเธอไป...ปัง!เสียงประตูที่ถูกผลักจนปิดสนิทดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงล็อกที่ก้องกังวานในความรู้สึก อลิซสะดุ้งสุดตัวและยังไม่ทันได้ถอยหนี มาร์ตินก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดข้างแก้มเนียน
“สวัสดี... ‘เด็กฝึกงาน’ ของฉัน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เน้นคำว่าของฉันทำให้อลิซชาวาบไปทั้งตัว ดวงตาคมกริบสีเทาไล่มองเธออย่างอุกอาจ เริ่มจากเส้นผมที่ถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ไล่ลงมาตามดวงตาสั่นระริก ลำคอระหง และมาหยุดนิ่งอยู่ที่เนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ ที่พ้นขอบเสื้อนักศึกษาออกมาสู่สายตาของเขาในมุมสูง
อลิซเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นจนเป็นห่อสีชมพูระเรื่อ เธอรับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังโลมเลียไปทั่วร่างกายราวกับจะฉีกเสื้อผ้าเธอออกด้วยตาเปล่า เด็กสาวพยายามรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เอ่ยเสียงหวานทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดและเร่าร้อนนี้“แฟ้ม... แฟ้มประวัติของอลิซค่ะ ท่านประธาน”
เธอยื่นแฟ้มในมือออกไปกั้นกลางระหว่างเขากับเธอ หวังจะให้มันเป็นเกราะป้องกันตัว แต่มาร์ตินกลับไม่ยอมรับแฟ้มนั้นไปง่ายๆ เขาเพียงแค่ปรายตามองมันเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตาเธอนิ่งๆ
“ประวัติของเธอ...ฉันอ่านมันหมดแล้วอลิซ ทุกลายเส้น ทุกส่วนเว้าส่วนโค้ง...ฉันจำได้แม่นเชียวล่ะ”
ประโยคกำกวมนั้นทำให้อลิซหน้าร้อนผ่าว เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขากำลังพูดถึง ‘ประวัติในกระดาษ’ หรือ ‘ประวัติของสรีระร่างกาย’ ของเธอกันแน่!“เฮ้อ... มองไปทางไหนก็มีแต่คนคลั่งรักจนน่าหมั่นไส้เนอะว่าไหมคะที่รัก” เอลลี่ เอ่ยจิกกัดพลางขยับกายเต้นรำในอ้อมกอดของสามี เธอหวนคิดถึงจุดเริ่มต้นที่แสนจะชุลมุนของคู่ตัวเองความรักของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มจากความหวาน แต่มันเริ่มจากการที่แม่ของดีแลนพยายามหาคู่เดทมาประเคนให้ลูกชาย และเอลลี่ในตอนนั้นที่ไม่อยากจะคบหากับใครเลย ตัดสินใจส่งประวัติและรูปภาพที่ 'เชย' สะบัดและดูจืดชืดที่สุดไปให้ เพื่อหวังจะให้ฝ่ายชายปฏิเสธแต่ใครจะคิดว่ามาเฟียจอมเจ้าเล่ห์อย่าง ดีแลน จะบุกมาพิสูจน์ถึงที่!“จำได้ไหมคะ... วันที่ที่รักบุกมาหาเอลถึงในคลับ แล้วพยายามแกล้งทำตัวเป็น 'คนดี' จนเอลเชื่อสนิทใจหัวใจจนหัวใจหวั่นไหว” เอลลี่หัวเราะร่าเมื่อนึกถึงภาพมาเฟียในคราบสุภาพบุรุษ“พี่ก็เลยต้องทุ่มทุนสร้างภาพหน่อยสิ” ดีแลนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระชับอ้อมกอดรัดเอวบาง“แต่สรุปเป็นยังไงคะ... สุดท้ายที่รักก็เผยธาตุแท้ว่า 'เลว' ไม่ใช่หรอไง”“หึๆ... ก็เอลบอกเองว่าชอบคนเลวพี่ก็เลยแค่เผยตัวตน ทั้งปล้ำทั้งฉุดจนได้มาเป็นเมียเนี่ยไง” ดีแลนก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ขอบคุณความเจ้าเล่ห์ของตัวเองจริงๆ ที่ไม่ปล่อยให้สาวน้อยในรู
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลากสไตล์ดังประสานกันขึ้นอย่างผ่อนคลาย เมื่อต้นแบบความคลั่งรักอย่างคาร์เตอร์นำพาความสุขมาให้พวกเขาทุกคน“เออ...” คาร์เตอร์ รับคำสั้นๆ อย่างขอไปที ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดที่ มิลิน ภรรยาสุดที่รักเพียงคนเดียว ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน“แด๊ดดี้จะไปไหนครับ?”“ไปหาแม่ไง... เราก็มากับพ่อสิ” คาร์เตอร์เอ่ยชวนลูกชาย ซึ่ง อาเธอร์ ก็พยักหน้ารับอย่างรู้ความ ทว่าทายาทมาเฟียตัวน้อยกลับเดินเลี่ยงไปยังจุดเปิดเพลง เขาเปลี่ยนท่วงทำนองให้กลายเป็นเพลงช้าหวานซึ้ง พร้อมกับกวักมือเรียกน้องๆ ให้เข้ามารวมกลุ่มกัน“ทุกคนมาหาพี่เร็ว”“ค่าาา / ค๊าบบบ!” เด็กๆ วิ่งกรูมาหาพี่ชายใหญ่ เปิดทางให้พื้นที่ตรงกลางชายหาดกลายเป็นฟลอร์เต้นรำสุดพิเศษ“อ๊ะ... แดดดี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” มิลินหันมามองสามีด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินตรงเข้ามาหา“เต้นรำกันนะ...” คาร์เตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบจ้องมองภรรยาราวกับจะหลอมละลาย จนมิลินเผยรอยยิ้มหวานตราตรึงใจ“ได้สิคะ...”สิ้นคำตอบตกลงของภรรยาสาว มือหนาของคาร์เตอร์ก็รั้งเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายแนบชิด ทั้งคู่เริ่มขยับกายเต้
“ผมก็จะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับน้องสาวเหมือนกันครับ” อาเธอร์ ที่ยืนนิ่งมานานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มและสายตาที่กดต่ำลงเฉกเช่นคนเป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ทำเอาบรรดาลุงๆ ถึงกับเงียบกริบ... เพราะดูท่าว่า ด่านพี่ชาย จะโหดกว่า ด่านพ่อ เสียแล้ว“คิกๆ ดูท่าปาร์ตี้คืนนี้จะกลายเป็นสงครามแย่งชิงลูกสาวไปซะแล้วนะคะ” อลิซ หัวเราะร่าพลางมองภาพความวุ่นวายของคุณพ่อมาเฟียแต่ละคนที่เริ่มโดนเด็กๆ ล้อมวงป่วนจนเสียอาการกันเป็นแถว“ลินว่า... เราอย่าเพิ่งไปเครียดเรื่องอนาคตลูกเขยลูกสะใภ้กันเลยค่ะ วันนี้เรามาเริ่มปาร์ตี้ให้สุดเหวี่ยงกันดีกว่า!” มิลิน เอ่ยตัดบทอย่างอารมณ์ดี เรียกสติให้บรรดาคุณแม่ยังสาวเห็นดีเห็นงามด้วยทันที“พูดดีมากยัยลิน! ในเมื่อพวกหนุ่มๆ เขาติดพันสงครามลูกกันอยู่... งั้นพวกเราเปิดเพลงฉลองเลยจ้า!” พริบพราว เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางดีดนิ้วส่งสัญญาณให้เริ่มงานปาร์ตี้ริมหาดที่ควรจะเป็นการพักผ่อน กลับกลายเป็นเวทีประชันความแซ่บของเหล่า "ตัวแม่" ทันทีที่เสียงบีทหนักๆ ของเพลงสากลจังหวะเร้าใจดังขึ้น“ถูกใจมากค่ะพี่ลินพี่พราว! ไปค่ะ... เราไปแดนซ์กันเถอะใบบัว อลิซแกก็ตามมาเร็ว!” เอลลี่ สาวสวยสุดมั่นไม่ร
“มากันครบสักทีนะ หายกันไปเป็นชาติ!”คาร์เตอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามสไตล์เจ้าพ่อผู้นัดหมาย ทว่าแววตาที่เขาก้มลงมอง มิลิน ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดจนเพื่อนๆ หมั่นไส้“แด๊ดดี๊อย่าทำเสียงดุสิคะ เดี๋ยวเพื่อนๆ ก็กลัวหมดหรอก” มิลินเอ่ยปรามสามีพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปทักทายกลุ่มของอลิซ “ลินคิดถึงทุกคนมากเลยนะคะ นานๆ ทีจะได้รวมตัวปาร์ตี้กันแบบนี้ เด็กๆ เองก็คงดีใจมากที่ได้วิ่งเล่นด้วยกัน”“เจ้าแฝดอาร์เดนกับอาร์เดลน่ารักมากเลยล่ะมิลิน เมื่อกี้พราวแอบเห็นตอนวิ่งไปรุมหอมแก้มเดลล่าด้วยนะ!” พริบพราว ที่ซบหน้าอยู่กับอกของ เซน รีบโผล่หน้ามาแจมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“น่ารักแต่แสบมากเลยล่ะค่ะพี่พราว ดูสิ... ทำเอาพี่ดีแลนหน้าเขียวปัดไปหมดแล้ว” อลิซตอบพลางหัวเราะร่วนเมื่อหันไปเห็นอาการของพี่เขย“หึ... ถ้าไม่ใช่หลาน ฉันสั่งคนลากไปโยนทะเลให้ฉลามกินไปแล้ว” ดีแลน พ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจที่ลูกสาวสุดที่รักโดนรุมจีบแต่เด็ก“แหม... คุณดีแลนคะ หลานแค่หยอกเล่นตามประสาเด็กเอง อย่าเพิ่งรีบสั่งฆ่าใครเลยค่ะ วันนี้วันดี... เรามาฉลองให้ครอบครัวมาร์ตินกันดีกว่า!” พริบพราวเอ่ยอย่างร่าเริง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นทอแสงสีทองระยิบระยับบนผืนน้ำทะเลสีคราม หน้าคฤหาสน์พักตากอากาศสุดหรูริมชายหาดส่วนตัวถูกจัดเตรียมด้วยโต๊ะยาวสีขาวสะอาดตา กลิ่นบาร์บีคิวหอมฉุยลอยมาตามลม ผสมกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บนทรายขาวอลิซ ในชุดเดรสผ้าพริ้วสีขาวสะอาดตา กำลังตั้งอกตั้งใจปักดอกกุหลาบสีนวลลงในแจกันใบใหญ่เพื่อประดับมุมพักผ่อน เธออมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นบรรยากาศที่แสนสงบนี้ ทว่าเพียงครู่เดียว วงแขนแกร่งที่คุ้นเคยก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง พร้อมกับจมูกโด่งที่ฝังลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่ฟอด!“ชื่นใจจัง... เหนื่อยไหมคะเมียครับ จัดดอกไม้คนเดียวตั้งนานแล้วนะ” มาร์ติน กระซิบถามเสียงทุ้ม พลางเกยคางไว้บนไหล่บางอย่างออดอ้อน“ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่มาร์ติน เห็นทุกคนมาพร้อมหน้ากันแบบนี้ อลิซมีความสุขมากกว่า” เธอหันไปยิ้มหวานให้สามีที่ตอนนี้สลัดลุคมาเฟียจอมโหดทิ้ง เหลือเพียงคุณพ่อสายละมุนในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุม“แด๊ดดี๊! ปล่อยหม่ามี๊นะ!” เสียงเล็กๆ ของ อาร์เดน ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวแสบที่วิ่งเข้ามากอดขาอลิซไว้แน่น ส่วน อาร์เดล ก็วิ่งเข้ามากอดขาของผู้เป็นแม่อีกข้างไว้แน่นเหมือนกัน“ดูสิ... หน่วยตรวจสอบมาอีก
มาร์ตินคำรามพร่าก่อนจะกระหน่ำกายเข้าใส่ความคับแน่นอย่างป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ภายใต้ฝักบัวที่เปิดน้ำทิ้งไว้จนเกิดเสียงซัดสาด สายน้ำที่เย็นเฉียบไหลรดผ่านสองร่างที่เปียกปอน ทว่ากลับไม่อาจชะล้างหรือดับเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่กำลังสุมทรวงของคนทั้งคู่ได้เลยเขารุกรานริมฝีปากบาง จูบกันอย่างนัวเนียสลับกับเสียงครางคำรามที่ดังระงมประสานไปทั่วห้องน้ำ มาร์ตินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำปรือของอลิซด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะกระแทกกระทั้นกายเน้นย้ำลงไปจนสุดทาง“อ๊าาา…”“ผัวบอกแล้วไง... ว่าจะล้างให้ลึกๆ... ลึกจนถึงใจเมียเลย!”มาร์ตินคำรามพร่าพลางวางร่างอวบอิ่มลงที่พื้นห้องน้ำที่เย็นเฉียบ ก่อนจะหมุนเธอหันหลังให้ นิ้วแข็งแรงจุ่มจ้วงคว้านลึกเข้าไปในกายสาวอย่างรุนแรงและหนักหน่วงสวบ!!“กรี๊ดด!” ทำให้อลิซถึงกับร้องเสียงหลงใบหน้าสวยเชิดสูง ตาเหลือกด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนากระสวกเข้าออกแรงๆ จนแขนกำยำสั่นสะท้าน ร่างบางโยกคลอนหัวแทบชนผนังห้องน้ำสวบ!!สวบ!! แจ๊ะ!! แจ๊ะ!!“อ๊ะๆ...มันเสียวเหลือเกิน…ตะ..ตรงนั้น...อ๊าาา” อลิซอ้าขากว้าง กระดกสะโพกรับฝ่ามือหนาด้วยความรัญจวนอย่างไม่ลดละ จนมาร์ตินทนไ
“อืม... กูก็เหมือนกัน ไม่สนหัวใครทั้งนั้น ยกเว้นเมียกูคนเดียว” มาร์โคพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นก็ดี...เพราะคนทีกูเลือกแล้ว กูก็ไม่คิดจะให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเหมือนกัน!” มาร์ตินเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มร้ายที่ประดับบนมุมปาก ดวงตาคมวาววับดุจพยัคฆ์ยามเจอเหยื่อที่ถูกใจ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้
@ห้องประชุมชั้นสูงสุดบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดทว่ามาร์ตินกลับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลาย ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้ายที่มุมปากขณะจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ แววตาคมกริบวาววับราวกับกำลังเพลิดเพลินกับ 'เหยื่อ' ที่หลงเข้ามาในกับดัก มาร์โคและดีแลนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลอบสบตากันอย่างมีนัย ก
อลิซชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาหลบไปอีกทางอย่างลังเล เธอควรจะเล่าเรื่องที่มี ‘มาเฟีย’ แอบเข้าห้องนอนให้ใครฟังดีไหม? แต่สุดท้ายความหวาดระแวงก็ทำให้เธอเลือกที่จะเงียบ “ไม่มีอะไรจริงๆ แค่ปัญหาเรื่องงานนิดหน่อยน่ะน้ำชา” อลิซยิ้มบางๆ ตัดบท ทว่ายังไม่ทันที่น้ำชาจะพูดอะไรต่อ เสียงแหลมสูงที่แฝงไปด้วยความจิกกั
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...เสียงนาฬิกาปลุกดังย้ำเตือนอย่างน่ารำคาญ อลิซขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะควานมือไปกดปัดมันอย่างงัวเงีย เธอพยายามจะบิดกายพลิกตัว ทว่าความเมื่อยขบกลับแล่นพล่านไปทั่วทั้งหัวไหล่ลามลงไปถึงแผ่นหลัง ราวกับว่าเมื่อคืนเธอนอนผิดท่ามาตลอดทั้งคืน “เอ๊ะ…!?”เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับเปิด ภาพเพดานห







