ANMELDENประตูกระจกบานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงเปิดต้อนรับการมาของอลิซ เสียงฝีเท้าของเธอที่ก้าวเดินลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อหนานุ่มแทบไม่ได้ยินเสียงใดๆ บรรยากาศภายในโถงกลางของคฤหาสน์แบล็กวูดโอ่อ่าและหรูหราเกินกว่าที่จินตนาการไว้ ผนังประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันยุคโบราณและโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ ทว่าความโอ่อ่าเหล่านี้กลับไม่ได้สร้างความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยให้แก่หญิงสาวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณกลับทำให้เธอกลัวจนขนลุกชัน
"เชิญทางนี้ครับคุณอลิซ แม่บ้านใหญ่กำลังรอต้อนรับคุณอยู่" เสียงของฌอน มือขวาคนสนิทดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาผายมือเชิญให้เธอเดินไปยังโถงรับแขกด้านใน อลิซพยักหน้ารับอย่างจำยอมและเดินตามไปอย่างเงียบๆ ที่นั่นหญิงสูงวัยในชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านสีดำตัดขอบขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียบตึงแต่แฝงไว้ด้วยความเมตตาเล็กน้อยยืนรออยู่ เธอโค้งคำนับให้อลิซด้วยท่าทีนอบน้อม "ดิฉันชื่อมาเรียเป็นหัวหน้าแม่บ้านดูแลคฤหาสน์หลังนี้ค่ะ ยินดีต้อนรับคุณอลิซค่ะ" "สวัสดีค่ะคุณมาเรีย" อลิซทักทายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "คุณริชาร์ดสั่งกำชับไว้แล้วว่าให้จัดเตรียมห้องพักที่ดีที่สุดบนชั้นสองฝั่งตะวันตกไว้ให้คุณอลิซ และเตรียมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างให้พร้อมสรรพ เชิญคุณอลิซตามดิฉันขึ้นไปสำรวจห้องพักและพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ สีหน้าของคุณดูไม่ค่อยดีเลย" มาเรียกล่าวด้วยความเห็นใจเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและขอบตาบวมช้ำของเด็กสาว "ขอบคุณค่ะ..." อลิซเดินตามมาเรียขึ้นบันไดวนที่ทำจากไม้สักทอดตัวขึ้นสู่ชั้นบน ห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเธอกว้างขวางและหรูหราไม่แพ้ห้องพักในโรงแรมระดับเจ็ดดาว เตียงนอนขนาดคิงไซส์ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีครีมเนื้อนุ่ม ด้านข้างเป็นระเบียงกระจกใสที่มองเห็นสวนกุหลาบกว้างใหญ่เบื้องล่าง บนเตียงมีเสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกแขวนเรียงรายอยู่ในตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินอินคลอเซ็ตอย่างเป็นระเบียบ ราวกับมีคนคาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วว่าเธอต้องมาอยู่ที่นี่ อลิซนั่งลงบนขอบเตียงนุ่ม ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความอึดอัด "ถ้าคุณอลิซต้องการอะไรเพิ่มเติม สามารถกดกริ่งเรียกแม่บ้านได้ตลอดเวลานะคะ อีกสักครู่ใหญ่ๆคุณริชาร์ดถึงจะกลับมาจากบริษัท ท่านสั่งไว้ว่าคืนนี้เราจะทานมื้อค่ำร่วมกันที่ห้องอาหารส่วนตัวค่ะ" มาเรียแจ้งด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง "เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณมาเรีย" เมื่อแม่บ้านใหญ่เดินออกไปและปิดประตูห้องลง อลิซก็ทิ้งตัวลงนอนราบกับเตียงนุ่ม ปล่อยให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนกน้อยที่ถูกตัดปีกขังไว้ในกรง 'พ่อปลอดภัยแล้ว... นี่คือสิ่งเดียวที่เธอต้องท่องจำไว้' อลิซบอกกับตัวเองซ้ำๆ เพื่อให้จิตใจเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมในค่ำคืนนี้ เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาทุ่มตรง เสียงเคาะประตูก็กรีดกรายดังขึ้น อลิซที่เปลี่ยนมาสวมชุดเดรสยาวสีดำเรียบหรูตามที่ถูกจัดเตรียมไว้สะดุ้งเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า แล้วเดินไปเปิดประตู เบื้องหน้าของเธอคือฌอน มือขวาคนสนิทของริชาร์ด เขายืนคุมเชิงด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ถึงเวลาอาหารค่ำแล้วครับคุณอลิซ เชิญลงไปที่ห้องอาหารชั้นล่างครับ ท่านประธานรออยู่" อลิซพยักหน้ารับ เดินตามฌอนลงไปยังห้องอาหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ปีกซ้ายของคฤหาสน์ เมื่อผลักประตูห้องอาหารเข้าไป ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือโต๊ะอาหารไม้ยาวสไตล์ยุโรปที่ประดับด้วยเทียนไขเล่มใหญ่ให้บรรยากาศหรูหราและโรแมนติก อาหารเลิศรสหลากหลายเมนูถูกจัดวางไว้อย่างประณีต ทว่าจุดสนใจทั้งหมดกลับอยู่ที่ประมุขของบ้าน 'ริชาร์ด แบล็กวูด' ชายวัยสี่สิบเจ็ดปีในชุดสูทลำลองสบายๆ แต่ยังคงความทรงอำนาจ เขานั่งไขว่ห้างอยู่ที่หัวโต๊ะ มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แดงแกว่งไปมาอย่างใจเย็น ดวงตาสีเทาเข้มหันมามองอลิซทันทีที่เธอเดินเข้ามา รัศมีอันเยือกเย็นและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทำให้อากาศรอบกายดูอึดอัดขึ้นถนัดตา "ยืนทำอะไรตรงนั้นล่ะอลิซ มานั่งนี่สิ" ริชาร์ดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง พร้อมตบมือลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ติดกับเขา อลิซกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปช้าๆ แล้วหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่เขากำหนด ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาน้อยมากจนกลิ่นกายเฉพาะตัวและกลิ่นน้ำหอมผสมนิโคตินลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น "ดูเหมือนว่าหนูจะปรับตัวได้ดีนะ เสื้อผ้าที่มาเรียจัดให้... ใส่แล้วสวยกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก" ริชาร์ดเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ สายตากวาดมองเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดเดรสสีดำอย่างจาบจ้วง ไม่มีความเกรงใจหรือปิดบังความปรารถนาเลยแม้แต่น้อย "ขอบคุณค่ะ..." อลิซตอบเสียงแผ่ว ก้มหน้ามองจานอาหารตรงหน้า ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ "ทานข้าวสิ อาหารพวกนี้เชฟฝีมือระดับมิชลินทำเชียวนะ ร่างกายของเธอยังช้ำอยู่ ต้องทานอะไรบำรุงเยอะๆ เพราะไม่อย่างนั้น คืนนี้เธออาจจะไม่มีแรงรองรับการคุยเรื่องกฎของฉัน” คำพูดกำกวมที่แฝงไปด้วยความหื่นกามและคุกคามทำให้อลิซหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย เธอยกช้อนขึ้นตักซุปเข้าปากอย่างเงียบๆ พยายามเคี้ยวและกลืนลงคอให้เร็วที่สุดท่ามกลางความอึดอัด บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความกดดัน ริชาร์ดไม่ได้ทานอะไรมากนัก เขามักจะใช้สายตาคมกริบคอยจ้องมองทุกอิริยาบถของเธอและบางครั้งเขาก็ยังตักอาหารชิ้นโปรดใส่จานให้เธอเป็นการบังคับกลายๆว่าเธอต้องทานมันให้หมด "ทานให้อิ่มล่ะอลิซ เพราะหลังจากนี้ เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกันบนห้องนอน" ริชาร์ดวางชิ้นสเต็กลงในจานของเธอ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด อลิซชะงักมือที่ถือช้อนทันที หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "เรื่อง... เรื่องอะไรหรอคะ?" "เรื่องกฎระเบียบของการอยู่ที่นี่ไงล่ะ" ริชาร์ดหัวเราะในลำคอเบาๆ "เธอคิดว่าการก้าวเข้ามาในคฤหาสน์แบล็กวูด แล้วจะได้ใช้ชีวิตตามใจชอบเหมือนเด็กสาวทั่วไปอย่างนั้นหรอ หึ... ฝันไปเถอะอลิซ" หลังมื้อค่ำอันน่าอึดอัดผ่านพ้นไป ริชาร์ดก็ลุกขึ้นยืนแล้วฉุดมือบางของอลิซให้ลุกตาม เขาพาเธอเดินขึ้นไปยังชั้นบน ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ซึ่งเป็นห้องส่วนตัวของเขาเอง ไม่ใช่ห้องนอนรับแขกฝั่งตะวันตกที่มาเรียจัดไว้ให้ตั้งแต่แรก "อ๊ะ! คุณริชาร์ด พาฉันมาที่นี่ทำไมคะ" อลิซร้องทักด้วยความตกใจเมื่อเห็นเตียงนอนขนาดใหญ่และบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเทียนหอมและกลิ่นนิโคตินจางๆ "ก็บอกแล้วไงว่าเราต้องคุยกฎระเบียบกัน" ริชาร์ดผลักร่างบางให้นั่งลงบนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ในห้องนอน ส่วนตัวเขายืนค้ำหัวเธอด้วยท่าทีองอาจและน่าเกรงขาม ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "ฟังให้ดีนะ อลิซ... และจำทุกคำพูดของฉันให้ขึ้นใจ เพราะฉันจะพูดมันแค่ครั้งเดียว" หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างหวาดหวั่น เม้มริมฝีปากแน่น "ข้อที่หนึ่ง... นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอกลายเป็นสมบัติส่วนตัวของฉัน ห้ามมีอิสระในการออกไปไหนมาไหนตามอำเภอใจ หากต้องการจะออกนอกคฤหาสน์ ต้องได้รับอนุญาตจากฉัน หรือมีคนของฉันติดตามคุ้มครองทุกฝีก้าวเท่านั้น" อลิซเม้มปากแน่น นี่มันไม่ต่างอะไรจากการเป็นนักโทษเลยสักนิด "ข้อที่สอง... โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของเธอ จะต้องถูกยึด!" พูดจบริชาร์ดก็แบมือออกมา อลิซเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณริชาร์ด! แต่อันนั้นเป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของฉัน ฉันต้องใช้ติดต่อคุณพ่อหรือเพื่อนๆ..." "ฉันบอกว่ายึด!" ริชาร์ดเสียงเข้มขึ้นจนแววตาดุดันน่ากลัว "เธอไม่มีความจำเป็นต้องติดต่อใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะพวกเพื่อนฝูงไร้สาระพวกนั้น ส่วนเรื่องพ่อของเธอ... ถ้าเธออยากคุย ฉันจะให้ฌอนจัดหาเครื่องใหม่ให้เฉพาะกิจ แต่ห้ามติดต่อพร่ำเพรื่อเด็ดขาด ส่งมือถือของเธอมาซะดีๆ อย่าให้ฉันต้องรื้อกระเป๋าหาเอง" ด้วยความกลัวอิทธิฤทธิ์และความดุดันของมาเฟียใหญ่ อลิซจำใจต้องล้วนโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเดรส ส่งยื่นให้เขาด้วยมือที่สั่นเทา ริชาร์ดรับมันมาแล้วโยนลงบนโต๊ะกระจกอย่างไม่แยแส "ข้อที่สาม... ทุกครั้งที่ฉันต้องการตัวเธอ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน เธอมีหน้าที่ต้องสนองและทำให้ฉันพึงพอใจอย่างไม่มีเงื่อนไข ห้ามปฏิเสธ ห้ามแสดงสีหน้ารังเกียจ และห้ามต่อรองใดๆทั้งสิ้น หน้าที่ของบำเรอบนเตียงคือหน้าที่หลักของเธอ จำไว้!" คำประกาศิตที่แสนไร้เยื่อใยและเห็นเธอเป็นเพียงวัตถุทางเพศทำให้น้ำตาของอลิซเอ่อคลอเบ้า เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้หลุดออกมา แต่ความคับแค้นใจและน้อยเนื้อต่ำใจก็พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด "ข้อที่สี่... ห้ามเข้าใกล้ ห้ามพูดคุย หรือยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่นในคฤหาสน์หลังนี้เด็ดขาด ยกเว้นฉันกับฌอน หากฉันเห็นว่าเธอไปอ่อยหรือชายตามองผู้ชายคนไหน คนคนนั้นจะไม่มีชีวิตรอดเห็นตะวันวันพรุ่งนี้ และเธอจะต้องเป็นคนรับโทษแทน" น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารของริชาร์ดทำให้แผ่นหลังของอลิซเย็นเยียบ เธอรู้ดีว่ามาเฟียอย่างเขาพูดจริงทำจริง และเธอไม่อยากให้ใครต้องมาซวยเพราะความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ "และข้อสุดท้าย... ห้ามหนี ห้ามคิดจะหนีเป็นอันขาด!" ริชาร์ดย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมมาจับคางมนของเธอเชิดขึ้น บังคับให้สบตากับเขาตรงๆ "เพราะถ้าเธอหนี... ฉันจะตามล่าเธอและคนที่เธอรักให้จมดิน เริ่มจากพ่อของเธอ... ที่เพิ่งออกจากห้องไอซียู เธอคิดว่าคนป่วยที่ยังใช้เครื่องช่วยหายใจ จะทนทานแรงโกรธของฉันได้สักกี่น้ำล่ะ หื้ม?" คำขู่ที่พาดพิงถึงผู้เป็นพ่อเปรียบเสมือนหมัดน็อคที่ซัดเข้าแสกกลางหน้าอลิซจนเธอสติหลุด ร่างกายสั่นสะท้าน น้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบแก้มเนียนทันที "อย่าทำอะไรคุณพ่อนะคะ! ฉันสัญญา... ฉันสัญญาว่าจะไม่หนี จะไม่ทำอะไรที่คุณริชาร์ดไม่พอใจเด็ดขาด ขอร้องล่ะค่ะ อย่าทำร้ายพ่อเลย" อลิซร้องไห้สะอื้นอ้อนวอน เอื้อมมือเล็กไปเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น ริชาร์ดมองดูภาพเด็กสาวที่ยอมสยบแทบเท้าของเขาด้วยความพึงพอใจ แววตาสีเทาเข้มฉายประกายความกระหายและอำนาจ เขายกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนของเธอแผ่วเบา สัมผัสนั้นแม้จะดูอ่อนโยน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความคุกคาม "ดีมากเด็กดี... ถ้าเธอเชื่อฟังและทำตามกฎทุกข้ออย่างเคร่งครัด ฉันก็จะเป็นสามีที่ใจดีและดูแลเธออย่างดีที่สุด" ริชาร์ดกระซิบเสียงพร่าข้างริมฝีปากของเธอ ก่อนที่อลิซจะทันได้เอ่ยคำใด ร่างสูงใหญ่ก็โถมเข้าประชิดตัว ดันเธอนอนราบลงไปกับโซฟาหนังตัวกว้าง ร่างกายกำยำทาบทับลงมาอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด ริมฝีปากหนาบดขยี้จูบลงมาอย่างดุดันและเร่าร้อน เป็นการเริ่มต้นบทเรียนรักทัณฑ์บนในค่ำคืนที่สอง ที่ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงไฟสวาทอันป่าเถื่อน"อลิซ... วันนี้เอย์ลาหลับไปตั้งแต่สองทุ่มแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดใบหู พร้อมกับวงแขนแกร่งที่สอดเข้ามากอดรัดเอวบางจากทางด้านหลัง ริชาร์ดเกยคางลงบนลาดไหล่เนียนของภรรยาตัวน้อยที่กำลังยืนหวีผมอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง"เพิ่งจะสองทุ่มครึ่งเองนะคะคุณริชาร์ด ลูกเพิ่งหลับไปแค่ครึ่งชั่วโมงเองค่ะ" อลิซเอียงคอหลบปลายจมูกโด่งที่เริ่มซุกไซ้ซอกคอของเธออย่างรู้ทัน"ครึ่งชั่วโมงก็ถือว่าหลับลึกแล้วน่า วันนี้ลูกวิ่งเล่นในสวนกับฌอนทั้งวัน เหนื่อยจนสลบไปแล้ว ไม่มีทางตื่นมากลางคันหรอก""คุณริชาร์ดก็อ้างแบบนี้ตลอดเลยนะคะ จำคราวที่แล้วไม่ได้เหรอคะ ที่น้องเอย์ลาตื่นมาร้องไห้หาหม่ามี๊ตอนเที่ยงคืน แล้วคุณก็หัวเสียไปทั้งวัน" อลิซวางหวีลงแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสามีจอมเอาแต่ใจ"ก็ตอนนั้นลูกฝันร้ายนี่นา แต่คืนนี้ฉันรับรองเลยว่าไม่มีมารผจญแน่ๆ" ริชาร์ดรวบเอวภรรยาเข้ามาแนบชิด "เราไม่ได้มีเวลาส่วนตัวแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะอลิซ... ฉันคิดถึงเธอจะแย่แล้ว""ปากหวานตลอดเลยนะคะ ลูก2ขวบแล้ว อายุก็จะเข้าเลขห้าอีกไม่กี่เดือนแล้ว ยังไม่เลิกหื่นอีกเหรอคะเนี่ย""อายุเป็นแค่ตัวเลขน่า หลานสาวลืมไปแล้วเหรอว่าค
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอดระยะเวลาเก้าเดือนที่ผ่านมา การตั้งครรภ์ของอลิซกลายเป็นวาระแห่งชาติในอาณาจักรของแบล็กวูด มาเฟียใหญ่ผู้เกรียงไกรอย่างริชาร์ด ผู้ที่ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน กลับกลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ที่วิตกกังวลและเห่อภรรยาจนเกินเบอร์ เขาสั่งยกเลิกการประชุมต่างประเทศทั้งหมด ย้ายโต๊ะทำงานหลักมาไว้ในห้องนอนใหญ่เพื่อจะได้คอยดูแลภรรยาตัวน้อยที่ไม่ยอมห่างสายตา อาหารทุกมื้อถูกควบคุมโดยนักโภชนาการชั้นนำ การเดิน การนั่ง หรือแม้แต่การก้าวขึ้นลงบันได ล้วนแต่อยู่ภายใต้การประคับประคองอย่างทะนุถนอมราวกับเธอเป็นแก้วที่เปราะบางที่สุดและในที่สุด วันที่ทุกคนรอคอยก็เดินทางมาถึง เสียงร้องจ้าของทารกน้อยดังขึ้นก้องห้องคลอดวีไอพีระดับพรีเมียมของโรงพยาบาลเอกชนแบล็กวูด ท่ามกลางทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญนับสิบชีวิต ริชาร์ดซึ่งสวมชุดปลอดเชื้อยืนกุมมืออลิซอยู่ข้างเตียงด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความเครียดและความกลัวที่สะสมมาตลอดหายไปในพริบตา เมื่อพยาบาลอุ้มทารกเพศหญิงตัวน้อยผิวขาวอมชมพู ร้องไห้จ้าเสียงใสมาให้ผู้เป็นพ่อได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกน้ำลูกผู้ชายของมาเฟียใหญ่ผู้ไม่เคยหลั่งน้ำให้ใครง
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของอลิซเต็มไปด้วยความสงบสุขและความอบอุ่นที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ริชาร์ดรักษาสัญญาที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด เขาดูแลเธอดุจไข่ในหิน คอยรับส่งที่มหาวิทยาลัยไม่เคยขาดจะมีก็แค่ความเอาแต่ใจหรือความหึงหวงหน้ามืดตามสไตล์มาเฟียใหญ่ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่ทั้งหมดนั้นก็ล้วนมาจากความรักที่เขามีต่อเธอทว่าในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ความผิดปกติบางอย่างเริ่มเกิดขึ้นกับร่างกายของอลิซ หญิงสาวมีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืดบ่อยครั้ง และที่รุนแรงที่สุดคืออาการเหม็นกลิ่นอาหารที่เธอเคยโปรดปราน แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของริชาร์ดที่เธอเคยชอบซุกหน้าสูดดม ก็กลับทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมจนต้องวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำอยู่หลายหนและเช้าวันนี้ก็เช่นกัน..."อึก... แหวะ..."เสียงอาเจียนอย่างหนักดังมาจากห้องน้ำภายในห้องนอนใหญ่ ริชาร์ดที่เพิ่งแต่งตัวเตรียมจะออกไปประชุมบอร์ดบริหารระดับประเทศถึงกับโยนแฟ้มเอกสารในมือทิ้งลงบนเตียง ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ พรวดพราดเข้าไปในห้องน้ำด้วยใบหน้าเคร่งเครียดและตื่นตระหนก ภาพที่เห็นคือร่างบางของอลิซในชุดนอนทรุดฮวบอยู่หน้าชั
กระจกกั้นเสียงระหว่างห้องโดยสารด้านหลังและคนขับถูกเลื่อนปิดสนิท ฟิล์มกรองแสงสีดำมืดทึบทำให้ไม่มีใครจากภายนอกสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในรถได้เลยแม้แต่น้อย"อื้อ... คุณริชาร์ด! อลิซหายใจไม่ทันค่ะ"อลิซประท้วงเสียงอู้อี้ในลำคอ สองมือเล็กพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ริชาร์ดกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้กับพนักพิงเบาะหนังนุ่ม ชายหนุ่มบดเบียดริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากเล็กอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงเรียวลิ้นของเด็กสาวจนเกิดเสียงน่าอายดังก้องไปทั่วห้องโดยสาร"แฮ่ก... คุณริชาร์ด... พอก่อนค่ะ..." อลิซหอบหายใจเมื่อเขายอมผละริมฝีปากออกชั่วคราว ดวงตากลมโตฉ่ำปรือไปด้วยแรงอารมณ์ ริมฝีปากบางบวมเจ่อและแดงช้ำจากการถูกบดขยี้"พออะไร นี่มันแค่เริ่มต้นเอง" ริชาร์ดกระซิบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีเทาเข้มวาวโรจน์ด้วยไฟตัณหาและความหึงหวงที่ยังคุกรุ่น "ฉันบอกแล้วไง ว่าโทษฐานที่ปล่อยให้ไอ้เด็กหน้าจืดนั่นมาจับมือ เธอต้องโดนลงโทษอย่างหนัก""อลิซไม่ได้ปล่อยให้เขาจับนะคะ เขาเอื้อมมาจับเอง อลิซก็ชักมือหนีแล้วไงคะ คุณริชาร์ดอย่าพาลสิคะ" อลิซเถียงเ
วันต่อมา ยามบ่ายภายในคาเฟ่หรูหลังมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยเหล่านักศึกษาที่มานั่งจับกลุ่มทำรายงานและอ่านหนังสือเตรียมสอบ อลิซในชุดนักศึกษาสะอาดตากำลังนั่งก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานลงบนแล็ปท็อปด้วยความตั้งใจ โดยมีเพื่อนในกลุ่มอีกสามคนนั่งอยู่ด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมาตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา คือสายตาและท่าทีของพีท เพื่อนร่วมคณะที่พยายามขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เธอจนแทบจะสิงร่างอยู่แล้ว"อลิซ ตรงนี้พิมพ์ผิดนิดนึงนะ ให้เราช่วยแก้ไหม" พีทเอ่ยเสียงนุ่ม พลางถือวิสาสะยื่นมือมาทาบทับลงบนมือเล็กของอลิซที่กำลังพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดอลิซสะดุ้งสุดตัว รีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน "เอ่อ... ไม่เป็นไรพีท เดี๋ยวเราแก้เองได้ พีทขยับไปนั่งฝั่งนู้นเถอะ ตรงนี้มันเบียดกันเกินไปแล้วนะ""เบียดที่ไหนกัน" พีทยังคงดื้อด้านส่งยิ้มหวาน ไม่ยอมขยับออกไป "ช่วงนี้อลิซดูสวยขึ้นเยอะเลยนะ มีแฟนหรือยังเนี่ย เห็นช่วงนี้มีรถหรูมารับมาส่งตลอดเลย เสี่ยที่ไหนเลี้ยงดูอยู่หรือเปล่า... หรือว่า...""ระวังคำพูดด้วยครับคุณพีท"เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทำเอาพีทและเพื่อนๆ ที่โต๊ะถึงกับสะดุ้งโหย
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านผืนหนาเข้ามาภายในห้องนอนกว้างขวาง ร่างสองร่างยังคงนอนกอดกันอยู่บนเตียงคิงไซส์ ผ้าห่มผืนหนาคลุมทับร่างเปลือยเปล่า ริชาร์ดขยับตัวเล็กน้อย เขาก้มลงมองเด็กสาวที่กำลังนอนซุกหน้าอยู่กับแผงอกของเขา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นจังหวะ"ตื่นได้แล้ว เด็กขี้เซา" ริชาร์ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า พลางใช้มือหนาลูบไล้เรือนผมนุ่มลื่นของเธออย่างเบามือ"อื้อ... คุณริชาร์ด อลิซยังง่วงอยู่เลยค่ะ ขออีกห้านาทีนะคะ" อลิซส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ซุกหน้าเบียดเข้าหาความอบอุ่นจากแผงอกกว้างมากขึ้นไปอีก"ถ้าเธอไม่ลุกตอนนี้ ฉันจะถือว่าเธอพร้อมสำหรับรอบเช้านะอลิซ" ชายหนุ่มขู่แกมหัวเราะ นิ้วเริ่มไล้ลงไปตามแผ่นหลังเนียนเปลือยเปล่าของเด็กสาว"อ๊ะ! ตื่นแล้วค่ะๆ อลิซตื่นแล้ว!" อลิซรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที มือเล็กดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังทรวงอกของตัวเองไว้แน่น ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ "คุณริชาร์ดอ่ะ! ชอบแกล้งอลิซอยู่เรื่อยเลย""ฉันไม่ได้แกล้ง ฉันพูดจริงทำจริงเสมอ เธอก็รู้" ริชาร์ดยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมทอประกายเจ้าเล่ห์ "แต่วันนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปก่อน เพราะฉันมีข่าวดีจะบอก""ข่าวดี? ข่าวด







