Mag-log inหมอพอร์ชเป็นเทพบุตรที่ใครๆชื่นชอบนักหนา ที่จริงแล้วมีอีกตัวตนที่พายเท่านั้นที่รู้ เพราะเธอคือของเล่นนอกเวลางานของเขา คนที่เธอต้องยอมตามใจทุกอย่างเพื่อเงิน
view more“พี่ดื่มไม่ไหวแล้ว เข้าบ้านกันเถอะนะ อึก” พายบอกคนที่ยังเติมไวน์ใส่แก้วเธอไม่หยุดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ ตอนนี้ทั้งสองคนกลับมาที่บ้านริมทะเลด้วยกันเพราะได้วันหยุดยาวครั้งแรกในรอบปี บ้านที่เคยเป็นเรือนหอตอนแต่งงาน กลายเป็นบ้านพักตากอากาศไปเรียบร้อยเมื่อทั้งคู่ตัดสินใจย้ายกลับไปที่โรงพยาบาลเดิม แล้วก็เป็นพอร์ชที่ยังแผนสูงเหมือนเดิม เพราะเค้าตั้งใจจะมอมเหล้าภรรยาในคืนนี้เพื่อที่จะได้ฉลองวันหยุดอย่างหวานฉ่ำได้ง่ายๆ โดยที่พายไม่มีแรงต่อต้านหรือขัดใจเวลาอยากทำซ้ำ “รีบไปไหนล่ะครับ นานๆได้มานี่ก็ใช้เวลาให้คุ้มสิ พอร์ชยังอยากนั่งตรงนี้อยู่เลย” “งั้นก็เลิกเทให้พี่ได้แล้ว อึก มึนไปหมดแล้วเนี่ย” พายบ่นออกมาเมื่ออีกคนรั้งตัวเข้าไปกอดและจ่อแก้วมาที่ปากอีกรอบ “ อ่ะ อีกแก้วเดียวจะพาเข้าบ้านเลย” “จริงนะ” พายถามย้ำแม้จะเริ่มตาลายมากๆ พอเห็นว่าอีกคนพยักหน้าก็ยกขึ้นดื่มรวดเดียวอย่างว่าง่าย เธอโอนเอนจนต้องซบลงไปที่พอร์ชทั้งตัว ไม่นานคนตัวโตก็ฉุดเธอลุกขึ้นแล้วอุ้มจากพื้นจนตัวลอย “อุ้มทำไมพี่เดินได้” “เซขนาดนั้นจะเดินไหวได้ไง พอร์ชทำพี่เมาเดี๋ยวรับผิดชอบเองครับ” พอร์ชบอกพลางขำออกมาอย่างเอ็นดู คนเมามัก
“พอร์ช พี่บอกว่าเดี๋ยวไปตรวจกับหมอผู้หญิงไง”พายยื้อตัวเมื่อถูกลากเข้ามาในห้องที่มีเตียงตรวจ และมันคือห้องเดิมที่หมอพอร์ชเคยทำอะไรๆกับเธอไปในตอนนั้น เพราะตอนนี้เราย้ายกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลเดิมที่พอร์ชรับช่วงต่อจากพ่อเรียบร้อยแล้ว และก็เป็นช่วงที่ต้องตรวจร่างกายประจำปีอีกเหมือนเคย มันคงจะไม่ยุ่งยากอะไรเลยถ้าหมอพอร์ชยอมให้เธอไปตรวจกับหมอผู้หญิงคนอื่น ไม่ใช่พามาตรวจเองทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ตรวจภายในมานานแล้วด้วยซ้ำ “จะใครพอร์ชก็หวงครับ ขึ้นไปเลย” “ไม่เอา” “พี่พาย หรืออยากให้บังคับเหรอ” พอร์ชมองคนตัวเล็กแล้วดุออกมาเสียงเข้ม ปกติก็ไม่บังคับอะไรหรอก แล้วก็เลิกใจร้ายใส่มาตั้งแต่คบกันแล้วด้วย แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้ทีไรพอร์ชก็เริ่มสวมวิญญาณตัวร้ายอีกครั้ง ส่วนพายก็ดื้อขึ้นมาอย่างที่ปกติไม่เคยทำเหมือนกัน “พอร์ช ไม่เอา” “กลัวโดนเอาคาเตียงตรวจเหมือนตอนนั้นเหรอครับ” “พอร์ช!” พายดุคนตัวโตเสียงดังก่อนจะตีไปที่แขนแกร่งแรงๆที่พูดอะไรน่าอายออกมา หมอพอร์ชยกนิ้วขึ้นมาทำท่าให้เงียบทั้งที่ข้างนอกก็ไม่ค่อยมีคนอยู่แล้วเนื่องจากเป็นเวลาของเวรบ่าย และทำให้ไม่ได้กลับบ้านกันสักทีก็เพราะมัวแต่เถียงกันอยู่
“ยินดีด้วยนะมึง” หมอคินเดินเข้ามาอวยพรเพื่อนอีกครั้งในงานเลี้ยงตอนเย็น งานช่วงเช้าผ่านไปอย่างราบรื่นและอบอุ่นเกินกว่าที่คาดไว้มาก อาจเพราะปัญหาทุกอย่างถูกพอร์ชคลี่คลายไปตั้งแต่ก่อนแต่งงานหมดแล้ว แถมยังคืนดีกับพ่อตัวเองจนได้มาร่วมงานได้อย่างชื่นมื่นอีกด้วย แม้ทั้งสองคนจะไม่อยากเชิญคนมาร่วมงานเยอะ แต่แค่คนรู้จักและสนิทสนมก็มากพอจนเกือบเต็มห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมแล้ว “อือ รอไปงานมึงกับพี่สาวคนนั้นอยู่นะ” พอร์ชแซวกลับเพื่อนที่ดูอารมณ์ดีมากกว่าทุกวัน และคาดว่าคงเป็นเพราะพี่สาวคนสวยที่มันตามดูแลอยู่แน่ๆ ทำเอาอนาคินที่ร้อนตัวรีบบ่นออกมาทันที “เลิกแซวกูสักวันเถอะขอร้อง” “เห็นเดินตามต้อยๆละสงสาร ขอให้พี่เค้ารับรักไวๆนะมึง” “หุบปากเถอะมึงอ่ะ ยืนทำตัวเป็นเจ้าบ่าวเฉยๆก็พอเดี๋ยวกูทุบเลย” อนาคินยกมือขึ้นมาขู่เพื่อนที่ยืนขำอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปหาเจ้าสาวคนสวยที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆแล้วชมออกมา “พี่พาย ยินดีด้วยนะครับวันนี้สวยสุดๆเลย” “ขอบคุณค่ะหมอคิน” “ไปได้แล้วอย่ามองเยอะ กูหวง” พอร์ชโอบไหล่พายเข้ามากอดก่อนจะส่งสายตาดุๆให้เพื่อนจนโดนเขม่นกลับมาทันที “แหม่ ไอ้คนขี้หวง” “อย่าทำแบบนั้นก
“ขอคุยด้วยหน่อยสิ ไม่นานหรอก” คนเป็นพ่อบอกอย่างไม่ถือสาท่าทางแข็งกระด้างและแววตาระแวดระวังของลูก ที่ผ่านมาไม่เคยคุยกันดีๆสักครั้งพอร์ชจะไม่ไว้ใจก็ไม่แปลก พอพูดจบก็เดินไปรอที่ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกฝั่งของรั้วบ้าน พอร์ชเดินกลับไปบอกให้พายเอารถเข้าบ้านไปก่อนโดยไม่คิดจะให้ลงมาทักทายพ่อตัวเองสักนิด เพราะพายคือคนที่เค้าต้องปกป้องให้ห่างจากพ่อตัวเองที่สุดแล้ว ร่างสูงเดินกลับมาหาพ่อที่ยืนมองแล้วรีบถามธุระทันที “มีอะไรครับ”“ฉันไม่ได้มาขัดขวางหรือขอร้องอะไรแบบที่แกคิดหรอก ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้”พีรพัฒน์บอกพลางขำออกมาอย่างจนใจที่ถูกระแวงมากซะจนเกือบพูดไม่ออก และพอรู้แบบนั้นพอร์ชเลยถอนหายใจออกมาก่อนจะถามในสิ่งที่อยากรู้มาตลอด “สบายดีใช่มั้ยครับ” “หึ นี่แกห่วงฉันด้วยเหรอ” “เปล่าครับ ผมถามตามมารยาท”พอถูกจ้องด้วยรอยยิ้มล้อเลียนพอร์ชก็แถด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยเหมือนเดิม ทำเอาคนเป็นพ่อบ่นออกมาอย่างปลงๆเพราะไม่ได้คาดหวังท่าทีดีๆจากลูกอยู่แล้ว “เหอะ แกนี่ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ ช่างเถอะฉันไม่ได้มาเพราะอยากฟังอะไรแบบนั้นสักหน่อย ได้ข่าวว่าจะแต่งงานแล้วนี่” “ใครบอกครับ” “คิดว่าฉันจะไม่รู้เหรอว่าแกทำอะไรท
“ไหนมึงบอกตัดขาดกันแล้ว” “กูตัดแล้ว แต่เหมือนมีคนอยากชะตาขาดแทน” พอร์ชบอกออกมาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด แค่พายเล่าให้ฟังว่าหมอบีมาพูดอะไรด้วยบ้างก็หัวร้อนจนเกือบจะบึ่งรถไปเอาเรื่องแล้ว กล้าดียังไงมาพูดแย่ๆใส่คนที่เค้ารักแบบนั้นกัน คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชีวิตคนอื่นหรือไงถึงได้เสนอหน้ามาสอนความถูกต้อง อุ
‘พี่แค่เคารพการตัดสินใจของพอร์ชค่ะ’ พายจำได้ว่าตอบไปแบบนั้น พยายามนิ่งเฉยทั้งที่บีบมือตัวเองแน่นอยู่ใต้โต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นสายตาดูแคลน คำพูดที่บั่นทอน หรือท่าทางกดข่มที่คนตรงข้ามกำลังทำอยู่ล้วนสร้างความหวั่นใจให้พายทั้งนั้น เพราะเธอคือคนที่หลีกเลี่ยงการมีปัญหากับคนอื่นมาตลอด แต่เหมือนตอนนี้จะเลี่ยงไ
“มาแล้วเหรอ เรากำลังจะกลับพอดีเลย” บีกระตุกยิ้มพลางขยับตัวลุกขึ้นเดินมาหา ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าแล้วเงยขึ้นมองตาคมแข็งกร้าวของพอร์ชอย่างไม่กลัวเกรง เพราะเธอรู้จักพอร์ชดียิ่งกว่าใครว่าต่อให้โมโหยังไงก็ทำแค่เสียงดังใส่แบบนี้เท่านั้นแหละ “เราถามว่ามาทำไมไง ไม่ได้ยินเหรอ!” พอร์ชตะคอกถามเสียงดังเมื่ออี
“คุณพอร์ช พชร คุณเป็นหมอมากี่ปีแล้วครับ” “นับจริงจังก็สามปีแล้วครับ” พอร์ชถอนหายใจก่อนจะตอบออกมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย คนตัวโตอยู่ในชุดกาวน์สีขาวที่ไม่ได้ใส่มาเกือบเดือนอีกครั้ง เครื่องแบบเดียวกับคนที่กำลังนั่งถามอยู่อีกฝั่งของโต๊ะตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อตี๋นั้นดูเคร่งขรึมต่างจากคำถามที่พอร์ชมองว่าไร้สา