LOGINอีกด้าน
ทันทีที่ขึ้นมาบนห้อง ไมเนอร์รีบพาตัวเองไปยืนตรงระเบียงพร้อมกับแง้มม่านมองลงไปยังโต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่ นั่นก็คือคนที่เข้ามาทักเขาก่อนหน้านี้ ทำไมเขาจะจำเธอไม่ได้ จำได้แม่นเลยแหละ ไมเนอร์ ชายหนุ่มอายุ 39 ปีเจ้าของความสูง 190 เซนติเมตร เขาเป็นเจ้าของสถานบันเทิงแห่งนี้ และยังเป็นเจ้าของสนามแข่งรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทางด้านสถานะหัวใจตอนนี้ปิดสนิท ไม่เปิดรับให้ใครเข้ามา สำหรับผู้หญิงแล้วเขาให้ได้แค่ในฐานะคู่นอนเท่านั้น แล้วจะไม่มีกินรอบสองเด็ดขาด ส่วนเรื่องครอบครัวเขาขอไม่เปิดเผยก็แล้วกันเพราะไม่อยากพูดถึง รู้แค่ว่าครอบครัวของเขาตอนนี้มีแค่น้องชายก็พอแล้ว "นายครับ" อคิน ลูกน้องคนสนิทของไมเนอร์เข้ามาหาผู้เป็นนายหลังจากได้รับข้อความ "ไปเรียกเดซี่มาหากู" เขาสั่งโดยที่สายตายังจับจ้องไปยังหญิงสาว ทั้งสองที่นั่งอยู่โต๊ะโซนล่าง "ครับ" อคินออกไปแล้วทว่าไมเนอร์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ในจังหวะนั้นเอง.. ฝันดีดันเงยหน้าขึ้นมาทำให้เขารีบเอาตัวหลบอย่างไว ก่อนจะหมุนตัวเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานตัวเอง ที่เขาสั่งให้ลูกน้องไปเรียกเดซี่มาก็เพราะว่าเขามีบางอย่างที่อยากจะคุยกับอีกคน.. “ค่ะคุณไมเนอร์” ไม่นานเดซี่ก็เข้าห้องมาหลังจากที่ไมเนอร์ให้ลูกน้องไปตามเธอมาพบ “ฉันอยากรู้ประวัติเธอคนนั้น” “ใครเหรอคะ” “คนที่มาแทนเธอ” เขาหมายถึงฝันดีสินะ เพราะมีแค่ฝันดีที่มาทำงานแทนเดซี่ในช่วงที่เธอลา “คุณไมเนอร์จะเอาไปทำไมเหรอคะ” “ฉันแค่อยากรู้” นั่นหมายความว่าทำตามที่เขาสั่งก็พอ “ได้ค่ะ” “ขอภายในวันนี้” “ค่ะ” จากนั้นเดซี่ก็ออกจากห้องไป ไมเนอร์นั่งนิ่งเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ ขณะนั้นเอง.. แอดด “แม่งโคตรสวย” ครูซเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้อง เขาเลือกที่จะไม่นั่งแต่ตรงไปที่กระจกพร้อมกับมองลงไปยังชั้นล่างแทน “อะไรของมึง” อยู่ ๆ ก็พูดขึ้นแล้วเดินไปดูอะไรก็ไม่รู้ “ตอนกูเดินเข้าร้านมา กูเห็นผู้หญิงสองคนแม่งโคตรสวย” “ไหนวะ” แล้วคิดว่าเสืออย่างเขาจะยอมอยู่นิ่งอย่างนั้นเหรอ ไมเนอร์ลุกพรวดพราดตามเพื่อนไปดูทันที ทว่า.. “เป็นไง สวยสัส ๆ” เพราะผู้หญิงที่เพื่อนเขาหมายถึงนั่นก็คือฝันดีและเพื่อนของเธอยังไงล่ะ “สวยตรงไหน” “สเปคมึงหนิ” “ไร้สาระ” “กูคิดอะไรออกละ” ครูซยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะลากเพื่อนให้ตามลงไป “มึงจะพากูไปไหนไอ้เหี้xครูซ” “เถอะหน่า” ตึกตึก.. กึก! “.../...” สองสาวที่กำลังนั่งคุยกันอยู่อย่างสนุกสนานเป็นต้องเงียบเสียงลงเมื่อมีคนเดินมาหยุดข้างโต๊ะที่พวกเธอนั่ง ฝันดีและใยไหมมองไปยังสองหนุ่งที่ยืนทำหน้านิ่งหนึ่งคน ยิ้มตาหยีอยู่หนึ่งคน “มีอะไรหรือเปล่าคะ” เป็นใยไหมที่ถาม ส่วนฝันดีเธอมองถัดไปที่อีกคน ไมเนอร์เบือนหน้าหนีไปมองอย่างอื่นทันที “ขอพวกฉันนั่งด้วยได้ไหมพอดีโต๊ะมันเต็ม” “ฮะ?” ทั้งสามอุทานออกมาพร้อมกันทันทีเมื่อครูซพูดจบประโยค ก่อนจะพากันหันมองไปรอบ ๆ ร้านที่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพียงประปรายเนื่องจากยังไม่ดึกมากคนเลยไม่เยอะ “มึงพูดอะไรก็ให้มันเนียน ๆ หน่อยไอ้เวร” ไมเนอร์กัดฟันกรอดกระซิบข้างหูเพื่อนให้ได้ยินกันแค่สองคน เขาอยากเอาหัวโขกโต๊ะแรง ๆ สักทีตอนที่เพื่อนเอ่ยคำนั้นออกมา ขายขี้หน้าชะมัด “กูรีบ” “เอากูมาขายขี้หน้าจริง ๆ” “สรุปขอนั่งด้วยได้ไหม” “เชิญค่ะ” เป็นใยไหมอีกเช่นเคยที่อนุญาตให้สองหนุ่มนั่ง ฝันดีหันขวับไปมองยัยเพื่อนตัวดีทันที “ขอบคุณ” ครูซเอ่ยขอบคุณพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งทว่ามีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ยอมนั่งลง ไมเนอร์ทำเป็นมองไปทั่วร้านเหมือนกำลังตรวจงาน “ยืนหาพ่อมึงเหรอ นั่งสิวะ” “เอ่อ..” “มันคือการคุยกันแบบเพื่อนรักอย่างพวกเราน่ะ” “อ่า..” ฝันดีทำหน้าพยายามเข้าใจ “ว่าแต่พวกเธอชื่ออะไรกันบ้าง” และก็ยังเป็นครูซที่ชวนสองสาวคุยไม่หยุด โดยข้างกายก็เป็นไมเนอร์ที่เอาแต่เงียบฟังพวกเขาคุยกัน “ฉันใยไหมค่ะ” “ฉัน..” “ฝันดี ยัยนี่ชื่อฝันดี” ยังไม่ทันที่ฝันดีจะได้แนะนำตัวเอง ใครบางคนก็แทรกขึ้นซะก่อน ทั้งสามหันไปมองที่เขาเป็นตาเดียวโดยเฉพาะเจ้าของชื่อ “มึงรู้ได้ยังไง” “เรื่องของกู” “สัส” “ค่ะ ฉันชื่อฝันดี” “จริงจัง?” “ค่ะ” “มึงรู้จักเธอทำไมไม่บอกกู” “ไม่รู้จัก” “ตอแหล” “มึงต้องการอะไรจากกูไอ้ครูซ” “ยอมรับสิว่ามึงกินแล้ว” “ปากมึงนี่น่าเอาตีนยัดไว้จริง ๆ” ต่อให้ได้หรือไม่ได้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดให้คนฟัง อีกอย่างเธอก็นั่งอยู่ตรงนี้ มันไม่ควรพูดเพราะถือว่าไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย แม้ว่าเธอจะไม่ได้ยินก็ตาม “ทำเป็นเข้มนะ” “เข้มพ่อมึงสิ” “กูฟ้องพ่อกูนะ” “ไปตายที่ไหนก็ไป” “นี่ พวกเธอรู้หรือเปล่าว่าบ้านมันมีสวนสัตว์ด้วยนะ” “ไม่รู้ค่ะ ไม่ใช่ญาติ” เป็นใยไหมที่ตอบกลับไปทำเอาฝันดีและไมเนอร์หัวเราะออกมาพร้อมกัน “เธอ..เคยวูบไหม?” “หยอกค่ะ” “อยากไปดูกวางบ้านมันไหม” ครูซยังคงหลอกล่อสาวให้เพื่อนไม่หยุด ฝันดีตรงสเปคเพื่อนเขาทุกอย่าง ใยไหมยังห่างมาก แต่ฝันดีคือใช่เลย “เขาเลี้ยงกวางด้วยเหรอ” “ตัวใหญ่เลยล่ะ” “จริงเหรอคุณ” ฝันดีหันไปถามอีกคน “....” ไมเนอร์ขยับตามองมาที่หญิงสาวนิ่ง ฝันดีก็จ้องเขากลับไปเช่นกัน กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสองกำลังนั่งจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใครกระทั่ง “สงสัยจะได้ไปดูกวางบ้านมันจริง ๆ”ภายในคอนโดหรูมีเพียงความมืดสนิทเท่านั้น ร่างสูงของใครบางคนนั่งจิบไวน์อยู่คนเดียวเงียบ ๆ ท่ามกลางความมืด กินบุหรี่ผสมกลิ่นไวน์คละคลุ้งอบอวลไปทั่วห้อง แววตาของเขานิ่งสงบและน่ากลัว ตั้งแต่กลับมาจากร้านอาหารไมเนอร์ก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ภาพที่เธอเดินออกไปกับผู้ชายคนอื่นยังติดอยู่ในหัว มันทำให้เขาหงุดหงิดในใจ ในเมื่อเธออยากไปงั้นก็ไปเลย เขาไม่จำเป็นต้องง้อผู้หญิงอย่างเธออีกต่อไปแล้วเขาจะคอยดูว่าเธอจะไปได้สักกี่น้ำกันเชียว“ไปเรียกเดซี่มาหากู” เขากดโทรหาลูกน้องพร้อมกับออกคำสั่งให้ไปตามหญิงสาวอีกคนมา อารมณ์เขาตอนนี้มันบอกว่าอยากปลดปล่อยเต็มทน เผื่อว่าตัวเองจะหายหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง และเดซี่เป็นคนเดียวที่รู้ดีว่าเวลาเขาหงุดหงิดต้องทำยังไง(ครับนาย)“ค่ะคุณไมเนอร์” ไม่นานเดซี่ก็มาถึง หญิงสาวก้าวไปทิ้งตัวลงนั่งบนตักแกร่งพร้อมกับเลื่อนมือขึ้นไปลูบแผงอก ไมเนอร์เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้เธอปรนเปรอเขาได้อย่างถนัด บุหรี่ในมือถูกยกขึ้นสูบเอาควันเข้าเต็มปอดก่อนที่เขาจะแหงนหน้าปล่อยควันขึ้นสู่อากาศ เดซี่รู้หน้าที่ตัวเองจึงเลื่อนตัวลงไปนั่งข้างล่างพร้อมกับปลดกระดุมกางเกงควักเอาแก่นกายที่ยังไม่แข็ง
หลังจากพี่กลับมาเราไปเที่ยวกันไหม” แผ่นดินตัดสินใจพูดสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุด เขาอยากไปเที่ยวกับเธอแค่สองคน เที่ยวกันอย่างมีความสุข“ไว้พี่กลับมาแล้วค่อยมาคุยกันอีกที” ฝันดีไม่อยากให้ความหวังเขามากเธอจึงเลือกที่จะพูดออกไปแบบนั้น หากเธอตกลงว่าจะรอ เมื่อถึงเวลาเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เธอไม่อยากเป็นคนผิดคำพูดกับใคร“พี่รอนะ รอฝันพร้อม”“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฝัน” แม้ว่าทั้งสองจะไม่พูดออกไปตามตรง แต่คำพูดของพวกเขาต่างฝ่ายต่างก็รู้ดี แผ่นดินรู้ว่าหญิงสาวพยายามรักษาน้ำใจและระยะห่าง แต่ไม่เป็นไร เธอถอยเขาก็แค่ขยับเข้าไป ขยับจนกว่าจะได้ใจเธอมา“ทานอาหารเถอะ” เมื่อเขาเห็นพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟเขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากให้หญิงสาวอึดอัดไปมากกว่านี้“หูวว น่ากินจังเลย”“น่ากินก็กินเยอะ ๆ”“มันจะอ้วนเอานะ^^”“อ้วนพี่ก็ชอบ” กลายเป็นฝันดีที่เงียบไป เธอรู้แหละว่าแผ่นดิน ชอบและกำลังจีบอยู่แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายนั้นจะรุกหนักขนาดนี้ บางทีเธอก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกันนะ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะทานอาหาร เหมือนว่าเธอต้องการอะไรสักอย่างเลยหันไปเรียกพนักงาน และสิ่งที่แผ่นดินกลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้ เขาห้
“วันนี้ไปทานข้าวเย็นด้วยกันไหม” “คือว่า…” “อย่าปฏิเสธพี่เลย เราปฏิเสธพี่บ่อยแล้ว” พอเขาพูดมาแบบนั้นเธอก็นิ่งไปทันที เพราะมันจริงอย่างที่เขาพูดมาทั้งหมด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แผ่นดินชวนเธอไปทานข้าวแต่มันหลายครั้งและเธอก็ปฏิเสธตลอด แต่เหมือนว่าครั้งนี้ เธอจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสิ “ก็ได้ค่ะ” สุดท้ายเธอก็ยอมไปกับเขา “ขอบคุณครับ!” แผ่นดินยิ้มขอบคุณเหมือนเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ เธอแค่ยอมไปทานข้าวกับเขาเองนะ จะดีใจอะไรขนาดนั้น “แล้วนี่คุณแผ่นดิน..” “ไม่ต้องเรียกคุณแล้ว เพราะต่อไปจะไม่มีคุณแผ่นดินอีกจะมีแค่พี่แผ่นดินเท่านั้น” เขาบอกพร้อมกับสบตาเธอแววตาจริงจัง เพราะต่อไปนี้เขาจะไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากผู้หญิงที่ชื่อฝันดี “แต่ว่านี่มันคือที่ทำงานนะคะ” เธอเบื่อจะเป็นขี้ปากคนแล้ว “ช่างมันสิ พี่ว่าพี่ชัดเจนแล้วนะ แล้วเราก็ไม่ได้โง่” เขารู้ว่าฝันดีรู้มาตลอดว่าเขานั้นชอบเธอ ตอนนี้เธออาจจะยังไม่ได้รักเขา แต่เขาจะพยายามทำให้เธอเห็นความรักที่เขามีต่อเธอ มันมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก “…” ฝันดีเงียบ “ขอโทษนะที่พี่ทำให้เราอึดอัด แต่พี่ก็อึดอัดเหมือนกันถ้าพี่ยังเป็นอยู่แบบนี้” “….” ฝันดียังคงเงียบ
ปึก! ปึก! ปึก!“อ๊า”ปึก! ปึก! ปึก!ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงที่ผมยังคงกระแทกตัวตนใส่เธอไม่หยุดพัก ผมแตกไปแล้วสองน้ำแต่เธอน่าจะหลายรอบได้จนตอนนี้สลบไปเป็นที่เรียบร้อย หลุบมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อมีเม็ดเหงื่อตามกรอบหน้า ร่างของเธอสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ผมมอบให้ และเหมือนว่าผมกำลังจะปลดปล่อยอีกครั้ง“ซี๊ดด~” พอเป็นเธอผมแทบคุ้มตัวเองไม่อยู่ทุกครั้งปึก! ปึก! ปึก!“เหี้xจะแตกอีกแล้ว” เร่งความเร็วเมื่อจะถึงจุดสุดยอด ผมไม่เคยป้องกันเลยสักครั้งเวลามีอะไรกับเธอ เพราะผมเชื่อใจว่าเธอจะไม่ไปนอนกับคนอื่นนอกจากผม ก้มมองยังจุดเชื่อมต่อของเราสองคน น้องสาวของเธอบวมและแดงมากสงสัยจะใช้งานหนักไปหน่อย แต่แล้วยังไง? แค่ผมเสร็จก็พอแล้วไหม ผมจัดการถอดถอนแก่นกายออกหลังจากแตกไปสามน้ำก่อนจะก้าวลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้เธอนอนอย่างนั้นแหละ หลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จออกมาก็ยังเห็นเธอนอนอยู่ที่เดิม ผมตัดสินใจเดินไปดึงผ้าขึ้นมาคลุมตัวเธอให้เหลือไว้แค่หัว ว่าจะออกไปทำงานสักหน่อยคงไม่แล้ว เริ่มเพลียแล้วขอพักสักหน่อยดีกว่า ผมอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นไปนอน ในขณะที่ผมจะดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอง ฝันดีก็พลิกตั
เลิกงาน“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินขึ้นมายังชั้นทำงานของประธานอย่างถือวิสาสะ หล่อนยืนกอดอกมองมาที่ฝันดีด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม และมันทำให้ฝันดีรู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก เธอจึงใช้สายตาแบบเดียวกันกับผู้หญิงคนนั้น ราวกับว่าเป็นกระจกที่สะท้อนกลับคืนไปให้เธอ“มีอะไรว่ามาสิ” ไม่จำเป็นต้องเดินไปคุยที่อื่น ในเมื่อตรงนี้มีกันอยู่แค่สองคน ก็คุยมันตรงนี้ไปเลย ที่น่าแปลกใจคือทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงกล้าขึ้นมายังชั้นทำงานของท่านประธาน ทั้งยังทำตัวไม่เกรงกลัวต่อกฎระเบียบของบริษัทอีก“เธอคบกับไมเนอร์เหรอ” หล่อนกอดอกเชิดหน้าถามอย่างเย่อหยิ่ง ทว่าชื่อที่เอ่ยมาทำฝันดีกระตุกยิ้มชอบใจ“ทำไมต้องเป็นฉัน” ในเมื่อผู้หญิงของเขาไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ทำไมต้องเจาะจงมาที่เธอล่ะ“เพราะฉันเจอนี่ มันอยู่ในห้องนอนไมเนอร์” และผู้หญิงที่ฝันดีกำลังพูดด้วยไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจีน.. เพื่อนร่วมงานของเธอนั่นเอง“งั้นฉันขอถามกลับคืน เธอเป็นอะไรกับเขา?” แต่แล้วคำถามที่เธอส่งไปให้เพื่อนร่วมงาน ทำเอาอีกคนไปต่อไม่ถูก ก็เพราะว่าหล่อนกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันยังไงล่ะ อีกอย่างเธอก็นอนกับเขาแค่ครั้งเดียว นั่นก็คือเมื่อเช้า จะ
กลับกรุงเทพ“อยากไปอยู่ที่อื่นไหม” ขณะที่รถกำลังแล่นไปตามถนน เสียงฟีนิกซ์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถ ที่อื่นในความหมายของฟีนิกซ์นั่นก็คือบริษัทในเครือของเขานั่นเอง เขาแค่อยากให้เธอไปอยู่ในที่ที่มันสบายใจมากกว่านี้“ทำไมเหรอคะ” ฝันดีไม่เข้าใจที่เขากำลังจะสื่อ ในเมื่อทำอยู่ที่นี่มันก็ดีอยู่แล้ว จะไปทำไม อีกอย่างเขาให้เธอเป็นถึงเลขา เธอก็ต้องอยู่กับเขาสิ จะให้ไปทำที่อื่นแบบนี้จะเรียกเลขาได้ยังไง“ตำแหน่งเลขาที่ฉันให้ไปไม่จำเป็นต้องอยู่กับฉันก็ได้” เขามีบริษัทอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งห่างจากที่นี่มากพอสมควร ไม่ได้บังคับให้เธอไปวันนี้พรุ่งนี้ แต่เขามีเวลาให้เธอตัดสินใจสามเดือน ถ้าเธอพร้อมเขาก็จะส่งเธอไปอยู่ที่นั่นทันที“ทำไมล่ะคะ ฝันไม่เข้าใจ”“ฉันให้เวลาเธอสามเดือนไปตัดสินใจมาว่าจะอยู่หรือไป”“…” เงียบ“ฉันไม่บังคับ เคารพการตัดสินใจของเธอ แต่ถ้าเธออยากไป เธอก็เตรียมตัวได้เลย ที่โน่นจะมีที่พักให้ เธอสามารถพาแม่ไปด้วยก็ได้”“อยู่ไกลไหมคะ”“ไกล” ถ้าคิดจะให้ไปแล้ว เขาคงไม่ให้อยู่ใกล้แน่นอนหญิงสาวเงียบไปอีกครั้ง เธอกำลังใช้ความคิด ถ้าเธออยู่ที่นี่ทุกอย่างมันก็สะดวกไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินห
“แก คืนนี้แผนกบัญชีเขาชวนไปกินเลี้ยงวันเกิดพี่ฝ้ายอะ ไปดีปะ”“ที่ไหนอะ” ฝันดีถามโดยที่สายตาก็จดจ่ออยู่หน้าจอมือถือ ทั้งสองพากันมานั่งดื่มกาแฟที่คาเฟ่ในบริษัท ตอนนี้เป็นเวลาพักเลยพากันมานั่งจิบกาแฟพูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก“ร้านเดิมที่เราไปเลื้อยกันนั่นแหละ เอาไง จะไปปะ? เอาจริงถ้าเราจะไปก็ไม่เป็นไ
เช้าวันต่อมาร่างสูงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงพลิกกายไปอีกฝั่งที่คิดว่ามีหญิงสาวนอนอยู่ข้างกาย เขายื่นมือหมายจะคว้าตัวเธอมากอด ทว่ากลับพบกับความว่างเปล่า ร่างสูงผงกหัวมองหาอีกคนด้วยใบหน้างัวเงีย“หายไปไหนวะ” ดันตัวลุกนั่งพิงหัวเตียง สภาพเขาในตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายไม่ได้สวมเสื้อผ้า มีเพียงผ้าห่
ขวับ! ทั้งไมเนอร์และฝันดีหันขวับไปมองยังที่มาของเสียงอย่างพร้อมเพรียง ร่างสูงของใครบางคนเดินยิ้มมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก ซึ่งเป็นคนที่เธอนั้นรู้จักเป็นอย่างดี ส่วนไมเนอร์นั้น...มันเป็นใคร?“คุณแผ่นดิน?” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนมาใหม่ด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าจะมาเจออีกคนที่นี่ แม้จะอดสงสัยไม่ได้แต่เธอก็ไม
วันต่อมา “นี่ค่ารถค่ะ” ฉันยื่นค่าโดยสารให้ลุงคนขับ “ไม่เป็นไรยัยหนู ลุงไม่คิดเงิน” ได้ไงอะ จุดที่ฉันลงรถมาถึงที่พักไม่ใช่ใกล้ ๆ เลยนะ ฉันเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน ฉันพยายามยัดเงินใส่มือคุณลุงทว่าลุงแกก็ยังปฏิเสธเหมือนเดิม “ไม่ได้นะคะ” ค่าน้ำมันค่าเสียเวลาอีก แบบนี้ฉันไม่โอเคหรอกนะถ้าจะให้ฉันนั่งมาฟรี







