Share

ฟู่อี๋เหนียง

Auteur: l3oonm@
last update Date de publication: 2025-12-19 07:46:30

ไม่ว่าคนภายนอกจะมองเช่นใด บ้านใหญ่เช่นพวกตนก็หาได้สนใจไม่ สี่คนพ่อแม่ลูกต่างพูดคุยกันอย่างสบายใจ ไป๋ซื่อดูจะโล่งใจมากที่สุดที่ไม่ต้องทนมองสีหน้าของหูซื่อ และความร้ายกาจของหวงซื่อที่อยากจะแย่งชิงอำนาจดูแลจวน

กลับกันที่บ้านรอง ชุยหมิ่นกับหวงซื่อแค้นใจไม่หาย ยังไม่หยุดโวยวายกับหูซื่อ ทรัพย์สินที่บอกว่าแบ่งอย่างยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดูไม่พอใจ ถึงจะได้เงินมาถึงห้าพันตำลึงเงิน ร้านค้าอีกสามร้าน ที่ดินหนึ่งพันหมู่ (1หมู่=666.67ตารางเมตร) แต่เมื่อแทบกับจำนวนคนในบ้านรองจะไปพอได้อย่างไร

“ท่านแม่ เหตุใดท่านถึงยอมแยกบ้านง่ายๆ เล่า” ชุยหมิ่นโมโหจนขว้างปาถ้วยชาไปหลายใบแล้ว

“ไม่ยอมแล้วอย่างไร หรือเจ้าอยากติดคุก” หูซื่อถลึงตามองบุตรชาย

“แล้วต่อไปจะทำเช่นใดดี เส้นสายทางขุนนางของท่านพี่จะเป็นเช่นใด เงินทองที่ได้มาก็น้อยนิดนัก” หวงซื่อบิดผ้าเช็ดหน้าในมือจนจะขาดอยู่แล้ว

“เหอะ หากเจ้าเก่งจริงเหตุใดถึงไม่แย่งมาเพิ่มเล่า” หูซื่อมองสะใภ้อย่างหัวเสีย

“...” คำพูดของแม่สามีต่อให้ไม่น่าฟังนางก็ไม่กล้าเถียง ได้แต่ก้มหน้าลงอย่างแค้นใจ

จะแย่งมาเพิ่มได้อย่างไร เพียงแค่ไป๋ซื่อนำบัญชีกองกลางออกมาแจกแจงค่าใช้จ่ายที่บ้านรองใช้ไป ทั้งยังต้องใช้ลบร่องรอยที่ชุยหมิ่นสร้างไว้ หากยังรั้นขอเพิ่มมากกว่านี้ชุยเซียวคงไม่ให้สิ่งใดกับบ้านรองเลย

“ร้านค้าที่ได้มาสามร้าน เจ้าไปตรวจสอบให้ดี ดูว่าจะหาเงินเพิ่มได้อย่างไร เพียงเท่านี้คิดไม่ได้เลยหรือ หากไม่มีความสามารถจริงข้าคงต้องหาสตรีที่เก่งกาจมาทำหน้าที่ดูแลเรือนแทนเจ้า”

หูซื่อพูดออกมาอย่างไม่ไว้หน้าหวงซื่อแม้แต่น้อย แววตาของชุยหมิ่นเปล่งประกายออกมาอย่างยินดี ยามนี้หวงซื่ออายุสามสิบสามแล้ว จะไปสู้หญิงสาวแรกแย้มได้อย่างไร ต่อให้มีอนุอยู่เต็มเรือน แต่พวกที่มีความสามารถแท้จริงล้วนมองไม่เห็น ชุยหมิ่นเลือกหญิงสาวเข้าจวนก็เพียงแค่หน้าตาและความออดอ้อนของพวกนาง

“เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไรเล่าท่านแม่ ข้าล้วนจัดการได้เจ้าค่ะ” สีหน้าของหวงซื่อแม้จะพยายามยิ้มแล้วแต่ก็ดูน่าเกลียดอย่างยิ่ง ต่อให้นางแค้นสามีกับแม่สามีเพียงใดก็ไม่อาจปล่อยให้ตำแหน่งฮูหยินเอกหลุดมือไปได้ ยิ่งเห็นท่าทางสามีที่ยินดีออกหน้าออกตานางก็แทบจะกระอักเลือดออกมา ไม่คิดว่าเลือกไปเลือกมากับคว้าตัวไร้ค่ามาได้

บ้านรองยังไม่ทันจัดการสิ่งใดเข้าที่เข้าทาง บ้านใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว เสียงช่างก่อกำแพงบาดเข้าไปในรูหูของคนบ้านรอง ในยามแรกก็ยังคิดว่าเพียงแยกบ้านยังอยู่ในรั้วเดียวกัน แต่ที่ไหนได้ชุยเซียวถึงกับให้คนมาก่อกำแพงแบ่งแยกอย่างชัดเจน

ชุยเซียวบอกสหายในราชสำนักที่สนใจเรื่องในจวนของผู้อื่นว่า เป็นคำสั่งเสียของผู้เฒ่าชุยก่อนที่จะจากไปต้องการให้สองพี่น้องแยกบ้านอยู่แล้ว เพียงแต่ชุยหมิ่นเพิ่งจะเดินทางกลับมาเมืองหลวงถึงได้เริ่มจัดการ ในเมื่อเป็นคำสั่งเสียของผู้นำตระกูล ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ ทั้งคนพูดยังตายไปแล้ว จะมีผู้ใดไปค้นหาความจริง ได้แต่ยอมรับในคำพูดของชุยเซียวไปโดยดี

ชุยหมิ่นยามที่ต้องออกไปทำงาน เมื่อเห็นสีหน้าที่เห็นใจและดูแคลนของผู้อื่นเขาก็แทบไม่อยากแบกหน้าออกไปที่ใด คนที่เขาเคยใช้ชื่อเสียงของพี่ชายเอาไว้ก่อนหน้านี้ต่างก็มองเขาไม่นอบน้อมเช่นเดิม สหายที่กินดื่มพูดเห็นใจเพียงสองสามคำก็พากันเดินจากไป ไม่คิดว่าความโลภจะพาให้ตนมาอยู่จุดนี้ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นในความใจดำของชุยเซียว ที่ไม่ยอมช่วยเหลือเช่นเดิม

ผ่านมาได้ครึ่งเดือนหลังจากที่แยกบ้านเรียบร้อย สองพี่น้องยืนมองกำแพงที่เพิ่งก่อเสร็จเรียบร้อยด้วยสายตาที่ว่างเปล่า “อย่างน้อยก็ยังมีประตูข้างเพื่อให้ไปมาหาสู่กันได้” ชุยจิ้นพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แต่หากไม่มีประตูข้างเลย อารองคงได้ร้องเรียนเรื่องที่บิดาไม่กตัญญูต่อท่านย่าเป็นแน่

“เอ๊ะ!!! พี่ชายนั่น” ประตูข้างที่เชื่อมระหว่างสองบ้านเปิดเอาไว้ตลอด

จินหว่านเห็นร่างของหญิงสาววัยยี่สิบกว่าหนาวเดินเคียงคู่มากับหวงซื่อ นางจดจำได้ในทันทีว่าคือ ฟู่อี๋เหนียง ที่ต่อไปจะถูกท่านอารองของนางรับเข้ามาอยู่ในจวน นางเป็นญาติผู้น้องของหวงซื่อ แต่ดันโชคร้ายที่ออกเรือนไปได้ไม่กี่ปีสามีของนางก็สิ้นใจลง นางมีบุตรชายอยู่สองคนแต่เด็กทั้งสองต่างถูกตระกูลของสามีเลี้ยงดูเอาไว้ ส่วนนางที่ยังอยู่ในวัยสาวสะพรั่งอ้อนวอนให้บ้านเดิมช่วยเหลือเพื่อพากลับไปหาสามีใหม่ให้นาง

ฟู่อี๋เหนียง ต่อไปจะกลายมาเป็นอนุคนโปรดของชุยหมิ่น นางกับหวงซื่อที่เป็นเสมือนญาติห่างๆ กัน ต้องทะเลาะแย่งชิงความโปรดปรานจนบ้านรองวุ่นวายไปหมด

“เจ้ารู้จักหรือ” ระหว่างที่ชุยจิ้นหันมามองสีหน้าของน้องสาว หวงซื่อก็มองเห็นทั้งสองพอดี แล้วพาฟู่ซื่อเดินเข้ามาหาทั้งสองคน

จินหว่านกระซิบบอกชุยจิ้นเสียงเบาเรื่องราวของฟู่อี๋เหนียงที่นางรู้มา ยามนี้ชุยจิ้นไม่สงสัยคำพูดที่ออกมาจากปากน้องสาวอีกแล้ว ในเมื่อฟู่ซื่อไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับพวกตน เขาก็คร้านจะเก็บเรื่องของนางมาสนใจ แต่จะให้เดินหนีไปก็ดูไม่ดี จึงได้แต่รั้งรอให้ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้เพื่อเอ่ยทักทาย

“พี่ใหญ่กลับมาแล้วหรือยัง” หวงซื่อเอ่ยถามทั้งสองทันทีที่เห็นหน้า โดยไม่คิดจะแนะนำหญิงสาวข้างกายให้รู้จัก

ชุยจิ้นและจินหว่านต่างก็หนังตากระตุก นางจำได้ว่าเมื่อชาติที่แล้ว หวงซื่อไม่ได้พาฟู่ซื่อมาแนะนำตัวกับบ้านใหญ่ นางมาเพื่อเที่ยวเล่นในเมืองหลวงและหาสามีที่จะช่วยให้ชีวิตในภายภาคหน้าของนางดีขึ้น แต่แทนที่นางจะหาบุรุษตระกูลอื่น นางดันยอมปีนขึ้นเตียงของชุยหมิ่นลับหลังของหวงซื่อแทน

“ท่านพ่ออยู่ที่ห้องตำรา อาสะใภ้มีเรื่องใดหรือไม่” ชุยจิ้นเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย สายตาของเขาไม่แม้แต่จะเหลือบไปมองใบหน้าของฟู่ซื่อเลยสักนิด

“พอดีญาติผู้น้องของข้าเดินทางมาเที่ยวเล่นในเมืองหลวงหลายวัน จึงอยากจะพานางไปคารวะพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่สักหน่อย”

“อ้อ...แยกบ้านกันแล้วท่านอาสะใภ้รองไม่ต้องทำเช่นนี้ก็ได้ อย่างไรญาติผู้น้องของท่านก็พักอยู่ที่บ้านรอง” ชุยจิ้นเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้า เขาเองก็ไม่ต้องการให้สตรีทั้งสองเข้ามาวุ่นวายในจวนอีก

“จะได้อย่างไรเล่า อย่างน้อยบอกกล่าวเอาไว้เสียหน่อยก็ยังดี ไปเถิด” นางไม่สนใจท่าทีต่อต้านของสองพี่น้อง รีบดึงมือของฟู่ซื่อเดินไปที่เรือนหลักทันที

ชุยจิ้นจะเร่งฝีเท้าตามไปแต่ถูกมือคู่น้อยของจินหว่านดึงรั้งเอาไว้เสียก่อน “พี่ชาย ข้าว่า...อาสะใภ้รองนางมีความคิดที่ไม่ดีแน่ ญาติผู้น้องของนางมาเมืองหลวงเพื่อหาสามีใหม่เป็นที่พึ่ง นางพามาพบท่านพ่อ นางต้องมีแผนการอย่างแน่” ชุยจิ้นแววตาเยือกเย็นมองตามแผ่นหลังของทั้งสองไปทันที

“เจ้าไปอยู่กับท่านแม่ ทางท่านพ่อพี่จะจัดการเอง จับตาดูนางเอาไว้ให้ดี”

“เจ้าค่ะ” สองพี่น้องแยกย้ายกันไปจัดการเรื่องของตนเองทันที

หวงซื่อยังดีที่ไม่ข้ามหน้าไป๋ซื่อ นางพาฟู่ซื่อไปคารวะไป๋ซื่อที่เรือนหลักก่อน พร้อมทั้งบอกกล่าวเรื่องที่นางจะมาพักอยู่ที่บ้านรองหลายวันเพื่อให้ช่วยหาบุรุษที่เหมาะสมให้ หญิงหม้ายสามีตายจาก ต่อให้หาคนมาแต่งได้ก็เป็นได้เพียงอนุ เรื่องนี้หวงซื่อและฟู่ซื่อต่างก็เข้าใจดี ไป๋ซื่อเห็นสายตาที่กวาดมองไปทั่วเรือนเหมือนรอพบใครของฟู่ซื่อก็นึกรังเกียจอยู่ในใจ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนพิเศษ2

    ยามดึก ทั้งสองขึ้นไปบนระเบียงของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อมองโคมไฟทั้งเมืองเมืองหลวงด้านล่างเต็มไปด้วยแสงสีแดงระยิบระยับดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นฟ้า ซูจินหว่านยืนพิงราวไม้ มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม“สวยจังเลยเพคะ…”ทันใดนั้น เสื้อคลุมหนาก็ถูกคลุมลงบนไหล่นางแขนแข็งแรงโอบจากด้านหลังหลี่หรงหานกอดนางไว้แนบอกคางซบศีรษะเบา ๆ“หนาวหรือไม่”“ไม่หนาวแล้วเพคะ”ไม่นานเขากระซิบเสียงต่ำ“จินหว่าน”“เพคะ?”“ข้าไม่ชอบให้ใครมองเจ้า ไม่ชอบให้ใครยิ้มให้เจ้า ไม่ชอบให้เจ้าอยู่ไกลสายตา”“…ท่านอ๋อง”“ข้ารู้ว่าตัวเองงี่เง่า” เขาหัวเราะเบา ๆ “แต่ข้าหยุดไม่ได้”มือใหญ่ประสานมือนางแน่นขึ้น“ทั้งชีวิตข้าเสียของสำคัญมามากเกินไปแล้วข้าจะไม่เสียเจ้าอีกคน”หัวใจนางอ่อนยวบ ซูจินหว่านหันกลับไปกอดตอบซบหน้าลงบนอกเขา“เช่นนั้น…ก็จับมือข้าไว้ตลอดไปสิ”หลี่หรงหานยิ้มรอยยิ้มที่มีไว้ให้นางคนเดียว“ไม่ใช่แค่จับมือ” เขากระซิบข้างหู“ชีวิตนี้ ข้าจะกอดเจ้าไว้แบบนี้ ต่อให้ฟ้าถล่มก็ไม่ปล่อย”ดอกไม้ไฟระเบิดสว่างเต็มท้องฟ้า เสียงดังสนั่นแต่สำหรับท่านอ๋องหลี่หรงหานนั้น แม้โคมไฟพันดวงงดงามเพียงใดก็ยังไม่เท่าความงามของพระชายาซูจิหว่านของท่านอ๋

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนพิเศษ1

    ตอนพิเศษหลังพายุเลือดและการช่วงชิงอำนาจผ่านพ้นไปเมืองหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง จวนอ๋องเงียบกว่าที่เคยไม่มีฎีกากองสูงเท่าภูเขา ให้เขาต้องมาตรวจงานจนหามรุ่งหามค่ำมีเพียงเสียงลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านต้นเหมยกลีบดอกสีชมพูปลิวว่อนราวหิมะอ่อน ๆซูจินหว่านนั่งอยู่ในศาลาริมสระบัว ชายเสื้อแพรสีอ่อนถูกรวบขึ้นเล็กน้อย ขณะตั้งใจชงชาไอน้ำลอยกรุ่นกลิ่นหอมจาง ๆ ของใบชาชั้นดีคลอเคลียในอากาศ“พระชายา…”เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังจากด้านหลังยังไม่ทันหันกลับไป นางก็รู้ว่าเป็นใครหลี่หรงหาน บุรุษที่ครั้งหนึ่งทั้งใต้หล้าครั่นคร้ามท่านอ๋อง ผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใดแต่ตอนนี้กลับเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วสวมกอดนางจากด้านหลังเหมือนเด็กที่แอบอ้อนภรรยาของเขา “…ท่านอ๋อง” นางหัวเราะเบา ๆ “กลางวันแสก ๆ ยังจะทำตัวเหมือนโจรอีกหรือเพคะ”“ในสนามรบข้าคืออ๋อง” เขาซบคางบนไหล่นาง เสียงแผ่วลงอย่างเกียจคร้าน “แต่ในจวนนี้ ข้าเป็นเพียงสามีของเจ้าเท่านั้น”คำพูดง่าย ๆ กลับทำให้นางหน้าแดงยิ่งกว่าดอกเหมยมือใหญ่ของเขาจับมือนางที่กำลังถือถ้วยชาแล้วพาไปนั่งด้วยกันทั้งสองดื่มชาในถ้วยเดียวกันอย่างไม่ถือพิธีเงาสะท้อนในผ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ตอนจบ

    ขุนนางในเมืองหลวงไม่น้อยที่เข้าหาชุยเซียวด้วยรู้ดีว่า ต่อไปหลี่หรงหานย่อมต้องได้นั่งบัลลังก์ ชุยเซียวย่อมต้องขึ้นเป็นโหวฟู่ (บิดาของฮองเฮา) อย่างแน่นอนหลังจากหลี่หรงหานเดินทางขึ้นเหนือแล้ว ชุยเซียวถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ชุยจิ้นเองก็สอบจิ้นซื่อได้อันดับหนึ่งจนได้เป็นจอหงวน ตระกูลชุยนับว่าทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของราชสำนักทันทีแต่ชุยเซียวก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่ว่าจะกับขุนนางฝ่ายใดเขาก็ยังคงคบหาได้อย่างสนิทใจ ทั้งยังรักษาระยะห่างแต่พอดี ไม่เข้าร่วมพรรคพวกหรือหาพรรคพวกให้เว่ยอ๋องเสียนเฟยให้กำเนิดพระโอรสองค์ที่หกแก่ฮ่องเต้ ภายหลังถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาองค์ใหม่อย่างสมเกียรติ นับว่าเวลาที่รอคอยมานับยี่สิบปีในที่สุดฮ่องเต้ก็สามารถมอบตำแหน่งให้สตรีที่รักได้เสียทีขบวนเดินทางของหลี่หรงหาน กว่าจะเดินทางถึงชายแดนเหนือก็ใช้เวลาถึงห้าเดือน เหตุที่ยาวนานเพียงนี้ก็เป็นที่หลี่หรงหานพาจินหว่านเที่ยวเล่นแทบจะทุกหัวเมืองที่ผ่านตำหนักอ๋องที่โจวเป่ยให้คนเดินทางล่วงหน้ามาปรับปรุงเสียใหม่แล้ว พอเดินทางมาถึง จินหว่านนางจึงได้เห็นสวนดอกเหมยแดงที่กว้างใหญ่ภายในตำหนักดอกเหมยแดงส่งกลิ่นหอมไป

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว

    จินหว่านเมื่อรู้เรื่องก็แทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว ไม่รู้ว่ายามนี้บิดากับพี่ชายจะมีสีหน้าเช่นใดเมื่อถูกหลี่หรงหานเอาคืน จินหว่านได้แต่ปลอบใจไป๋ซื่อที่กระวนกระวายอยู่ภายในห้องของนางให้สงบใจ ไม่ต้องเร่งรีบไปกับหลี่หรงหานด้วย อย่างไรก็ยังไม่ถึงเวลาพอถึงเวลารับตัวเจ้าสาว หลี่หรงหานก็เร่งให้กรมพิธีการรีบร้องบอกขั้นตอนสำหรับพิธีจะได้ส่งตัวเจ้าสาวเร็วๆชุยเซียวกับไป๋ซื่อนั่งอยู่ตำแหน่งประธานเพื่อให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวกราบลาบิดามารดาเพื่อออกเรือน หูซื่อเองย่อมต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย ชุยหมิ่นหมดสิ้นวาสนาในเรื่องเส้นทางขุนนางแล้ว ได้แต่หวังว่าบุตรชายอนุอีกสองคนที่เหลือจะพอกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้ชุยหมิ่น หวงซื่อที่เข้าร่วมงานดูสงบเสงี่ยมขึ้นไม่น้อย จินหลันที่แต่งให้พ่อหม้ายหยวนไปก็กลับมาร่วมงานแต่งของจินหว่าน ใบหน้าของนางดูอิ่มเอมมิได้เศร้าหมองอย่างที่คิด เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า ใต้เท้าหยวนดูแลนางดีไม่น้อย บุตรชายสองคนของฮูหยินเอกที่ล่วงลับไปแล้วก็เป็นเด็กรู้ความไม่ทำให้นางลำบากใจ จินหว่านย่อมยินดีกับนางด้วยเช่นกันที่มีความสุขเกี้ยวแปดคนหามหลังใหญ่ รับตัวเจ้าสาวเดินทางไปที่ตำหนักอ๋อง ผู้ที่แบกเ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   คราวหลังอย่าให้ถูกจับได้อีก

    เมื่อก่อนนางคิดว่าหลี่หรงฝูรักนางอย่างที่เขาพูดจริงๆ แต่ภายหลังนางถึงได้รู้ว่าที่เขาเลือกนางเป็นพระชายารองก็ด้วยฐานะของบิดานาง แต่จะทำเช่นใดได้ ในเมื่อนางรักเขาไปแล้ว หากนางเชื่อในคำของสหายจะดีเพียงใด“เก็บเอาไว้ให้ดี” นางส่งกล่องไม้ให้เกาอวี้ม่านอีกกล่องถึงแม้จะบอกให้เกาอวี้ม่านเชื่อในคำพูดของมู่เฟยหยา แต่สหายของนางคนนี้ดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย นางไม่มีทางเชื่อทุกคนที่มู่เฟยหยาพูด ของทั้งสองกล่องคือตั๋วเงิน เพียงแต่ในกล่องของมู่เฟยหยามีมากถึงห้าพันตำลึงเงิน แม้จะไม่ได้มากเท่าที่มู่เฟยหยาเคยมี แต่เงินก้อนนี้นางย่อมมีหนทางทำให้งอกขึ้นมาได้อีกหลายเท่าทุกคำที่จินหว่านพูดคุยกับสตรีทั้งสองหลี่หรงฝูล้วนแต่ได้ยิน แต่สิ่งที่เขาต้องการในชาตินี้ล้วนไม่ได้มาครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นบัลลังก์หรือตัวนางจินหว่านมองส่งรถม้าที่สิ่งห่างออกไปจนสุดสายตา มือหนารวบเอวของนางเข้ามาสวมกอดจึงเรียกสติของนางกลับมาได้“อยากไปกับมันหรือ” น้ำเสียงที่แฝงเอาไว้อย่างไม่พอใจของหลี่หรงหานทำให้จินหว่านหัวเราะออกมา“ท่านจะเปิดร้านขายน้ำส้มสายชู (หึงหวง) หรือ” นางเอียงคอยิ้มอย่างหยอกล้อ“หึ กลับได้แล้ว” หลี่หรงหานอยู่กับนางตลอดเ

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เหตุใดไม่สังหารข้าทิ้ง

    ไม่ผิดจากที่ชุยเซียวเคยบอกเสนาบดีเกานัก ฮ่องเต้ไม่มีทางสังหารพระโอรสของตนหากไม่ทำผิดถึงขั้นก่อกบฏ เพียงปลดให้เป็นสามัญชนแล้วขับไล่ไปอยู่ที่ชายแดนเหนือ ขุนนางในเมืองหลวงย่อมรู้ดีว่าองค์ชายใหญ่ไม่มีทางฟื้นกลับมาได้อีกแล้ว ชายแดนเหนือเป็นเขตแดนที่ตระกูลซ่งของเสียนเฟยดูแลอยู่ หากมิโง่เขลาเกินไปย่อมรู้ได้ดีว่าฮ่องเต้ต้องการให้คนตระกูลซ่งควบคุมความประพฤติขององค์ชายใหญ่นี้ เพียงรักษาชีวิตเอาไว้ได้ แล้วไปเริ่มใหม่ ต่อให้กลายเป็นสามัญชนนางก็เชื่อว่าความรู้ที่นางมีอย่างไรก็ไม่มีทางอดตาย แต่เขาได้หาเชื่อในคำของนางไม่ในคืนเดียวกันนั้น ภายในเมืองหลวงถูกกองกำลังขององค์ชายใหญ่ที่เลี้ยงดูไว้ภายใต้ตระกูลสวี บุกเข้าวังหลวงเพื่อก่อกบฏหลี่หรงหานเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ราชครูสวีที่รู้เรื่องว่าหลานชายของตนลงมือโดยไม่ได้ขอความเห็นก็เป็นลมหมดสติไปทันที ตอนนี้แม้ตระกูลสวีจะถูกริบตำแหน่งราชครูคืน แต่อย่างน้อยฮ่องเต้ก็ยังเหลือชีวิตเอาไว้ให้เขา ต่อไปจะไม่กลับมายิ่งใหญ่ได้หรือแต่หลี่หรงฝูก็ปิดประตูความหวังที่แสนริบหรี่ของเขาลง เพียงแค่กองกำลังลับบุกเข้าเมืองหลวง ทหารก็ล้อมจวนตระกูลสวีและตำหนักฮอง

  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   เรื่องดีๆ มักเกิดกับบ้านใหญ่

    สตรีในเมืองหลวงไม่น้อยที่อิจฉาจินหว่าน แต่ไม่ใช่จินหร่วน นางรู้ดีว่าต่อไปองค์ชายสามจะกลายเป็นผู้พิการนั่งรถเข็นไปตลอด แต่ตอนที่นางกำลังคลอดบุตรคนที่สอง ไม่รู้ว่าข่าวที่ได้ยินมาผิดหรือไม่ หลี่หรงหานคิดก่อกบฏ ตัวนางเองก็ใกล้คลอดเต็มที ทั้งจ้าวตงหยุนก็หลงอนุจนแทบไม่ได้พบหน้าวันที่นางเจ็บท้องคลอด เขาก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   ไม่เป็นไปตามใจเสียเกือบหมด

    จินหว่านเห็นว่ามารดาเริ่มเห็นด้วยกับพูดของนางแล้ว จึงเอ่ยถามถึงเรื่องของหวงเยว่“ญาติผู้พี่เยว่นางอายุสิบห้าหนาวแล้วใช่หรือไม่ ท่านส่งจดหมายไปถามท่านป้าสะใภ้เสียหน่อยว่านางมีสัญญาหมั้นหมายแล้วหรือยัง หากว่ายังก็เรียกนางเข้าเมืองหลวงเพื่อช่วยหาสามีให้นางเถิด”“ไม่ต้องถามนางยังไม่มีสัญญาหมั้นหมายกับผ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   แผนการหญิงงามช่วยเหลือบุรุษ

    จินหว่านนางยังไม่ลดละความพยายามที่จะโน้มน้าวใจของเกาอวี้ม่าน“แล้ว...พระชายามู่นางเห็นด้วยหรือ เจ้าเคยเจอนางแล้วหรือยัง”“ข้ายังไม่เจอ เป็นองค์ชายใหญ่ที่รับปากข้า หากข้าแต่งเข้าตำหนักจะไม่ทำให้ข้าน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอันขาด”“เช่นนั้นก็ดี”“ตอนนี้พระชายามู่นางให้กำเนิดพระธิดาแล้ว ที่องค์ชายใหญ่บอกว่าร

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • ขอทุกข์เพียงชาติเดียวพอ   พบหน้าว่าที่คู่หมาย

    จินหว่านนอนไม่หลับอีกเลยจนฟ้าสว่าง เมื่อล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนางก็เดินไปรับมื้อเช้าที่เรือนหลัก ใบหน้างามดูไม่สดชื่นเช่นทุกวัน จนคนในครอบครัวอดมองอย่างเป็นห่วงไม่ได้“ไม่สบายหรือหว่านวาน ให้แม่ตามหมอมาดูอาการดีหรือไม่”“ไม่เจ้าค่ะ เมื่อคืนลูกนอนไม่ค่อยหลับ” นางยิ้มบางมองมารดา“เจ้ากั

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status