Share

ตอนที่ 12

Author: Selena
last update publish date: 2026-10-08 11:15:37

ไอร้อนจากน้ำอุ่นในอ่างไม้แกะสลักขนาดใหญ่ลอยเอื่อยขึ้นตลบอบอวลไปทั่วห้องบรรทม ผสมผสานกับกลิ่นหอมของกำยานมังกรอบอวลอยู่ในบรรยากาศยามดึก สายน้ำในอ่างสะท้อนแสงเทียนวูบวาบ สร้างบรรยากาศอันลึกลับและวาบหวาม

หลิงเชียว นอนเอนกายแช่น้ำอุ่นด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเผยแผ่อกแกร่งและมัดกล้ามสมส่วน พระองค์กำลังปล่อยให้ความล้าจากการรับมือเกมการเมืองในจวนเสนาบดีจางค่อยๆ ละลายไปกับสายน้ำ หลังจากที่เสนาบดีจางเชิญเขาไปชมบุปผาเพื่อหวังยัดเยียดบุตรีสักคนให้เป็นฮ่องเฮา... ซึ่งพระองค์ก็ตอบรับเกมนั้นด้วยการทำทีเป็นให้ความสนใจ 'คุณหนูสาม' บุตรีคนโปรดเพื่อปั่นหัวอีกฝ่าย

เสียงสายน้ำกระเซ็นแผ่วเบาพร้อมกับเงาร่างงามที่ค่อยๆ ก้าวลงมาในอ่างน้ำอย่างช้าๆ อาภรณ์เนื้อบางเบาที่แนบชิดไปกับเรือนร่างสะพรั่งเมื่อเปียกชุ่ม เผยให้เห็นเส้นสายเว้าโค้งอันเย้ายวนของ จางซินอี๋คุณหนูหกผู้ถูกละเลย แต่เบื้องหลังคือหมากตัวเด็ดที่ทรงพลังที่สุด

หลิงเชียวเงยหน้าขึ้นปรายสายตามองสตรีที่ใช้อำนาจป้ายหยกมังกรเดินเข้ามาถึงห้องบรรทมลับได้อย่างง่ายดาย รอยยิ้มเรียบเฉยปรากฏบนริมฝีปากหนา ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงดังเดิม ทำทีเป็นไม่ใส่ใจประดุจว่าการปรากฏตัวของนางในสภาพเช่นนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา

“ไปชมบุปผาที่จวนตระกูลจาง... สนุกหรือไม่เพคะ?”

น้ำเสียงหวานเอ่ยเย้าเย้าขึ้นเบาๆ ซินอี๋ขยับกายผ่านสายน้ำอุ่นเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าฮ่องเต้หนุ่ม ดวงตาสุกใสดื้อรั้นฉายแววรู้ทัน

“ฝ่าบาททรงคิดจะดึงอำนาจจากฝ่ายเสนาบดีด้วยการรับลูกสาวเขาเข้าวัง... แผนการล้ำลึกเช่นนี้ ข้ามองออกตั้งแต่ทรงตอบรับคำเชิญแล้ว”

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของหลิงเชียวดังขึ้นเบาๆ ความฉลาดและเฉียบแหลมของคุณหนูหกผู้นี้คือสิ่งที่เขาชอบใจเสมอ ชายหนฮ่องเต้หนุ่มยังคงหลับตาพิงขอบอ่าง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหยอกเย้า “แล้วเจ้าบุกรุกเข้าห้องบรรทมยามวิกาลเช่นนี้... ต้องการสิ่งใดกันแน่”

ซินอี๋ขยับกายเข้าไปชิดริมอ่างตรงหน้าพระองค์ มือเรียวขาวเนียนดุจหยกประคองยกขึ้น ลูบไล้ไปตามแผ่นอกแกร่งที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำอย่างยั่วยวน ลมหายใจอุ่นๆ ถอนรดเบาๆ ยามนางยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้พระพักตร์คมคาย

"หม่อมฉันเพียงอยากรู้ว่า... ฝ่าบาททรงเลือกได้หรือยังพะย่ะค่ะ ว่าทรงชอบดอกท้อดอกไหน"

หลิงเชียวจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ล้ำลึก ทรงลำแขนแกร่งโอบกระชับเอวบางของซินอี๋อย่างว่องไว รวบเอาร่างอรชรในชุดไหมเปียกน้ำแนบชิดเข้าหาแผ่นอก จนปลายจมูกโด่งของทั้งสองแตะชิดกัน ลมหายใจเป่ารดประสานกันในระยะประชิด ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงยียวนยั่วเย้า

“คุณหนูสามของเจ้า... กิริยามารยาทเรียบร้อย กิริยาอ่อนหวาน เหมาะสมจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวทีเดียว”

หลิงเชียวเอ่ยชื่นชมคุณหนูสามด้วยน้ำเสียงยียวน แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเพื่อลองเชิง

ซินอี๋ฟังคำชื่นชมพี่สาวตนเองแล้ว นัยน์ตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นกิริยาออดอ้อน ช้อนสายตามองแล้วเอ่ยเสียงนุ่มหวาน

"คนที่ฝ่าบาทเลือก... เปลี่ยนเป็นหม่อมฉัน ได้หรือไม่เพคะ"

หลิงเชียวเลิกคิ้ว ยกยิ้มรับอย่างมีเลศนัยและความเป็นบุรุษเจ้าชู้ระกวน "แล้วเจ้ามีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนกับข้าเล่า ซินอี๋"

เรียวนิ้วงดงามของคุณหนูหกลากผ่านโหนกแก้มลงมาถึงสันคางอย่างแผ่วเบา ยั่วเย้าปั่นป่วนอารมณ์ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจขึ้นมา

"ก่อนจะแลกเปลี่ยน... หม่อมฉันมีเรื่องหนึ่งอยากถาม แท้จริงแล้ว ในพระทัยของฝ่าบาท... ทรงมีผู้อื่นจับจองอยู่ก่อนแล้วใช่หรือไม่เพคะ"

หลิงเชียวนิ่งไปชั่วครู่ สายตาล้ำลึกจับจ้องดวงหน้านาง ก่อนจะเอ่ยรับออกมาตรงๆ ไร้การปิดบัง

"ใช่"

คำตอบสั้นๆ นั้นประดุจเข็มเล่มเล็กสลักลงกลางอก ซินอี๋รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาอย่างประหลาดโดยไม่ทราบสาเหตุ ทว่านางเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้อย่างมิดชิด มิให้รอดพ้นผ่านสีหน้า นางเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ในเมื่อทรงมีนางอยู่ในพระทัย... เหตุใดฝ่าบาทกับนางถึงมิได้เคียงคู่กันเล่า"

"เพราะข้าต้องเลือกระหว่างนาง... กับบัลลังก์แผ่นดินนี้"

หลิงเชียวเอ่ยตอบ นัยน์ตาทรงอำนาจฉายแววเด็ดเดี่ยว

"และข้า... ก็เลือกบัลลังก์"

ซินอี๋ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าบุรุษผู้นี้พร้อมจะละทิ้งความรักเพื่อแลกกับอำนาจสูงสุด แต่นางยังคงประคองสติ ไม่ยอมเสียอาการ ใบหน้าหวานค่อยๆ ขยับโลมเลียชิดแก้มของพระองค์ เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ที่บดบังไม่มิด

"เหตุใด... ฝ่าบาทถึงไม่เลือกนางเล่า"

พลันนั้น ความเจ็บปวดในอดีตเรื่อง 'ผิงอัน' ที่หลิงเชียวคิดว่าตนเองก้าวข้ามและลบล้างไปได้แล้ว กลับตลบย้อนคืนมาประหารพระทัยอย่างรุนแรง พระหัตถ์หนายื่นออกไปดึงเรียวแขนของซินอี๋ออกจากอกอย่างดุดัน นัยน์ตาหงส์คู่คมฉายแววเจ็บปวดล้ำลึกอย่างน่าใจหาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไปสิ้น

"เพราะนาง... มิได้รักข้า"

หลิงเชียวตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาดุจเกล็ดน้ำแข็ง

ซินอี๋ตกใจเล็กน้อยยามเห็นท่าทีที่เคยแพรวพราวและยั่วเย้าของฮ่องเต้หนุ่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหินห่างและเย็นชาลงในพริบตา แต่นางหาได้ถอยร่นไม่ ซินอี๋ค่อยๆ ถอนมือออก แล้วขยับกายเปลือยไหล่เนียนเข้าไปแนบชิดอกแกร่งยิ่งกว่าเดิม นางก้มลงกระซิบข้างพระกรรณด้วยน้ำเสียงเสน่หาเร่งรัด

"ถ้าเช่นนั้น... ฝ่าบาทก็ยิ่งต้องเลือกหม่อมฉัน แม้หม่อมฉันจะมิได้รักพระองค์... แต่หม่อมฉันก็มิได้รักผู้ใดในใต้หล้าเช่นกัน"

หลิงเชียวหันพระพักตร์กลับมาสบสายตากับนาง นัยน์ตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความยั่วยวนและความทะเยอทะยานของคุณหนูหก ดับไฟแห่งความโกรธขึ้งในพระทัยลงจนหมดสิ้น หลิงเชียวโน้มพระพักตร์ลงมาใกล้จนปลายริมฝีปากแตะชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันและกัน

"แล้วเจ้า... คู่ควรที่จะเป็นฮองเฮาของข้าแล้วหรือ?"

หลิงเชียวเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ

"คิดจะเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน... เจ้าต้องยินยอมมอบเรือนร่างและหัวใจให้ข้า และคืนนี้... ข้าก็เหงาเหลือเกิน"

ซินอี๋ลังเลไปชั่วครู่หนึ่ง... ทว่าคำพูดของเสี่ยวอี่พลันดังก้องขึ้นในหัว 'หากสิ่งที่ท่านต้องการ แม้แต่โอรสสวรรค์ยังประทานให้ไม่ได้ แล้วใครจะให้อีกได้อีก' และลึกๆ ในจิตวิญญาณ นางก็ตระหนักดีว่าตนเองถลำลึกและต้องการบุรุษผู้นี้มากเพียงใด

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ซินอี๋จึงยื่นมือไปดันแผ่นอกของฮ่องเต้ให้ถอยไปแนบชิดกับขอบอ่างหินอ่อน ก่อนที่ร่างอรชรจะเคลื่อนกายขึ้นไปนั่งทับบนตักแกร่งของพระองค์ในอ่างน้ำอุ่น

ซินอี๋ประคองใบหน้าคมคายของฮ่องเต้ไว้ด้วยสองมือ แล้วก้มลงบดเบียดริมฝีปากจูบพระองค์อย่างดูดดื่มและเร่าร้อน

สัมผัสเรียวลิ้นหวานละมุนที่แทรกซึมเข้ามาอย่างเป็นฝ่ายรุก ทำให้อารมณ์ปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ของหลิงเชียวปะทุขึ้นอย่างรุนแรง พระหัตถ์หนาช้อนเรือนร่างอรชรที่เปียกปอนขึ้นมาตอบรับจูบนั้นอย่างหิวโหย เสียงน้ำในอ่างกระฉอกไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหวอันเร่าร้อน ทั้งสองแลกเปลี่ยนลมหายใจและรสสัมผัสอันหวานซาบซ่าน ร่างกายแนบชิดจนไร้ช่องว่างให้อากาศผ่าน สายน้ำอุ่นรอบกายไม่อาจดับไฟเสน่หาที่กำลังแผดเผาทั้งคู่ได้

หลิงเชียวถอนริมฝีปากออกเล็กน้อย ซุกพระพักตร์ลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนของนาง ลากลิ้นผ่านผิวกายหอมกรุ่นจนซินอี๋หลุดเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ฮ่องเต้หนุ่มยกยิ้มเจ้าชู้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นทว่าทรงอำนาจ

"เจ้าเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เองนะซินอี๋... ครั้งนี้ ข้าตัดใจปล่อยเจ้าไปมิลง ดั่งเช่นคืนวานอีกแล้ว!"

หลิงเชียวทอดพระเนตรดวงหน้างดงามที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำและหยาดยาดเสน่หา นัยน์ตาหงส์คู่คมร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟขนาดยักษ์แผดเผาอยู่ภายใน พระองค์เองก็ไม่อาจหาคำตอบให้แก่พระทัยตนเองได้เลยว่า เหตุใดเล่า... ท่ามกลางสตรีมากมายทั่วทั้งแผ่นดินที่พร้อมจะถวายตัวให้ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณหนูหกผู้นี้ ความปรารถนาอันล้ำลึกที่เคยถูกกดทับไว้กลับปะทุออกมาอย่างไม่อาจควบคุม

อาจเพราะความเหงาจับขั้วหัวใจในวังหลวงอันกว้างใหญ่ หรืออาจเป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่ไร้ชื่อเรียก... ความรู้สึกที่เริ่มหยั่งรากลึกยามได้สบตากับสตรีที่มีความทระนงและสติปัญญาไม่แพ้พระองค์ผู้นี้

หลิงเชียวพลิกวรกายอย่างว่องไว ตะกองกอดร่างบางของคุณหนูหกให้หมุนไปแนบชิดติดขอบบ่อหินอ่อน พระหัตถ์หนาข้างหนึ่งประคองช้อนท้ายทอยของนางไว้แน่น ขณะที่อีกข้างโอบรวบเอวบางกิ่วให้แผ่นหลังเนียนกริบแนบสนิทกับแผ่นอกแกร่งที่เปียกชุ่ม

พระองค์โน้มพระพักตร์ลงประทับริมฝีปากบดเบียดลงมาอีกครา คราวนี้มิใช่เพียงการหยั่งเชิง ทว่าเป็นการจูบที่เรียกร้อง ดูดดื่ม และลึกซึ้งจนร่างบางในอ้อมพระหัตถ์แทบละลาย เรียวลิ้นร้อนรุกรานตักตักความหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มอย่างหิวโหย บดกรามขยับจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดเสียงหวานฉ่ำกลบเสียงหยดน้ำในอ่าง

ซินอี๋เผยอริมฝีปากตอบรับสัมผัสอันทรงพลังนั้นอย่างเต็มใจ แม้ในห้วงลึกของความคิดจะรู้ดีว่าในพระทัยของบุรุษผู้นี้มีเงาของ 'สตรีผู้อื่น' จับจองอยู่ก่อนแล้ว ทว่านางกลับมิคิดขัดขืนแม้แต่น้อย ร่างกายและจิตวิญญาณของนางยินยอมพร้อมใจที่จะมอบเรือนร่างนี้ให้แก่เขา นางยกแขนเรียวเกลากระชับรอบคอหนา บดเบียดสะโพกมนเข้าหาอกแกร่ง ตอบสนองรสจูบอันร้อนแรงอย่างไม่ยอมแพ้

"อืม..."

เสียงครางหวานแผ่วเบาลอดผ่านลำคอเมื่อหลิงเชียวถอนริมฝีปากออกเล็กน้อย ก่อนจะซุกพระพักตร์ลงลากลิ้นอุ่นร้อนผ่านกรอบหน้า ลงมาตามสันบวมของลำคอขาวระหง พระโอษฐ์ขบเม้มเนื้อนิ่มตรงซอกคอเบาๆ จนเกิดรอยรักสีสด สะท้อนแสงเทียนสลัว มือหนาซุกซ่อนอยู่ใต้สายน้ำ ลูบไล้ผ่านเอวคอดขึ้นมาสัมผัสทรวงอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าไหมเปียกน้ำซึ่งแนบเนื้อจนเผยให้เห็นทรวดทรงชัดเจน

หลิงเชียวปลดอาภรณ์บางเบาที่เกะกะสายตาออกอย่างนุ่มนวล ทิ้งให้ผ้าไหมผืนนั้นลอยเคว้งคว้างไปตามสายน้ำ ยามนี้เรือนร่างเปลือยเปล่าอันงดงามประดุจรูปสลักหยกของคุณหนูหกปรากฏแก่สายตาฮ่องเต้หนุ่ม สายน้ำอุ่นโอบอุ้มร่างของทั้งสองไว้ ทว่าอุณหภูมิรอบกายกลับยิ่งร้อนระอุขึ้นทุกวินาที

พระองค์ดึงร่างบางขึ้นมาประจันหน้า นัยน์ตาคมคายฉายแววลึกซึ้งและปรารถนาอย่างถึงที่สุด หลิงเชียวประคองใบหน้างดงามไว้ด้วยสองพระหัตถ์ ก้มลงมอบจูบอันอ่อนหวานทว่าหนักแน่นอีกครา จูบที่ซึมซับเอาความรู้สึกอันซับซ้อนของทั้งสองไว้ ทั้งความต้องการอำนาจ ความเหงา และความปรารถนาในตัวตนของกันและกัน

ซินอี๋พิงแผ่นหลังเข้ากับขอบบ่อ แอ่นอกรับสัมผัสอันวาบหวามยามเรียวลิ้นของพระองค์ลากต่ำลงมาผ่านทรวงอกชูชัน แรงอารมณ์เสน่หาและสายน้ำที่ไหวระริกปั่นป่วนให้นางต้องเกร็งนิ้วมือแนบแน่นกับไหล่หนาของพระองค์

"ซินอี๋..."

หลิงเชียวเอ่ยเสียงพร่าต่ำข้างหูของนาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนียน "ยามนี้... เจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว"

ซินอี๋ช้อนสายตามองพระพักตร์คมคาย นัยน์ตาฉายแววยั่วเย้าปนหวานซาบซ่าน นางเอ่ยตอบเสียงสั่นพร่า

"หม่อมฉันเป็นของฝ่าบาท... ตั้งแต่ต้นแล้วเพคะ"

สิ้นคำตอบรับ หลิงเชียวก็ไม่ทรงปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเปล่าประโยชน์ พระองค์สอดพระหัตถ์เข้าใต้สะโพกมน ยกเอวบางขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแทรกกายเข้าหาความหวานฉ่ำท่ามกลางสายน้ำอุ่น ซินอี๋สะท้านเฮือกหลับตาแน่น ยามสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่และร้อนระอุที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงน้ำในอ่างกระฉอกไหวเป็นระลอกคลื่นตามจังหวะรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้ง คืนอันยาวนานในห้องบรรทมจึงถูกครอบงำด้วยไฟเสน่หาที่ผูกพันคนทั้งสองไว้ด้วยพันธนาการแห่งกายและหัวใจอย่างยากจะถอนตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 14

    ไอความร้อนอบอวลภายในตำหนักฮองเฮา หลิงเชียวก้าวพระบาทผ่านธรณีประตูเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มพราวเสน่หา พระองค์เพิ่งได้รับรายงานจากสายลับคนสนิทว่า ฮองเฮาองค์ใหม่เสด็จกลับไปจัดการจวนเสนาบดีจางเสียจนคนทั้งตระกูลแตกตื่นตื่นตระหนก หวาดกลัวในอำนาจอันเด็ดขาดของนางกันยกใหญ่ มงกุฎหงส์ที่พระองค์ทรงประทานให้ ซินอี๋นำมันมาสวมใส่และทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมอย่างไร้ที่ติ จนอดมิได้ที่จะเสด็จมาเอ่ยชมด้วยพระองค์เองหลิงเชียวโบกพระหัตถ์เบาๆ เป็นสัญญาณเชิงสั่งให้เหล่าสาวใช้และขันทีในห้องบรรทมถอยออกไปให้หมด ก่อนจะก้าวพระบาทอย่างเงียบเชียบตรงเข้าไปหาซินอี๋ที่กำลังยื่นอยู่หน้าคันฉ่องหยก เพื่อปลดเครื่องทรงและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไหมบางเบาพระหัตถ์หนายื่นออกไปโอบกอดร่างอรชรจากทางด้านหลัง รวบเอวบางกิ่วเข้ามาแนบชิดอกแกร่ง ก่อนจะโน้มพระพักตร์ลงประทับจูบอันนุ่มนวลหนักแน่นลงบนไหล่เนียนเปลือยเปล่าของนาง กลิ่นหอมประทินผิวกรุ่นรวยระรินบำเรออารมณ์"ฮองเฮาของข้า..."หลิงเชียวเอ่ยกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความพึงพระทัย"ข่าวคราวจากจวนเสนาบดีจางในวันนี้ ช่างทำให้ข้าเบิกบานใจยิ่งนัก... เจ้าใช้อำน

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 13

    แสงอรุณยามเช้าทอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก เข้ามากระทบเรือนร่างของสองชายหญิงที่นอนตระกองกอดกันอยู่บนพระตั่งบรรทม คราบร่องรอยแห่งความเร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำอุ่นในคืนยามดึกยังคงหลงเหลือเปรอะเปื้อนผิวกาย หลิงเชียวลืมตาขึ้นมองร่างอรชรของคุณหนูหกที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมพระหัตถ์ นัยน์ตาหงส์คู่คมฉายแววล้ำลึก ทรงกระชับวงแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ถอนพระวรกายลุกขึ้นประทับนั่งข้างเตียงกงกงคนสนิทที่รออยู่เบื้องนอกก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อมพร้อมอ่างน้ำ ล้างพระพักตร์ หลิงเชียวมองไปที่ซินอี๋ที่เริ่มขยับตัวด้วยความงัวเงีย พระองค์ทรงยกหัตถ์ขึ้นปรามมิให้ผู้ใดส่งเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยสั่งงานด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ เด็ดขาด และราบเรียบ"ขันทีรับพระราชโองการ..."กงกงรีบคุกเข่าลงแทบพระบาทด้วยความระมัดระวัง"ถ่ายทอดคำสั่งของข้าออกไป... วันนี้ ในประชุมเช้า ให้สำนักราชเลขาธิการร่างพระราชโองการสถาปนา 'จางซินอี๋' บุตรีคนสุดท้องของเสนาบดีจาง ขึ้นเป็น ฮองเฮา แห่งแคว้นเว่ย"ซินอี๋ที่ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มไหมยกขึ้นปกปิดเรือนร่างเปลือยเปล่า นัยน์ตาคู่สวยสบมองพระพักตร์คมคายที่ยามนี้หันกลับมาระบายยิ้มบางๆ ให้แก่น

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 12

    ไอร้อนจากน้ำอุ่นในอ่างไม้แกะสลักขนาดใหญ่ลอยเอื่อยขึ้นตลบอบอวลไปทั่วห้องบรรทม ผสมผสานกับกลิ่นหอมของกำยานมังกรอบอวลอยู่ในบรรยากาศยามดึก สายน้ำในอ่างสะท้อนแสงเทียนวูบวาบ สร้างบรรยากาศอันลึกลับและวาบหวามหลิงเชียว นอนเอนกายแช่น้ำอุ่นด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเผยแผ่อกแกร่งและมัดกล้ามสมส่วน พระองค์กำลังปล่อยให้ความล้าจากการรับมือเกมการเมืองในจวนเสนาบดีจางค่อยๆ ละลายไปกับสายน้ำ หลังจากที่เสนาบดีจางเชิญเขาไปชมบุปผาเพื่อหวังยัดเยียดบุตรีสักคนให้เป็นฮ่องเฮา... ซึ่งพระองค์ก็ตอบรับเกมนั้นด้วยการทำทีเป็นให้ความสนใจ 'คุณหนูสาม' บุตรีคนโปรดเพื่อปั่นหัวอีกฝ่ายเสียงสายน้ำกระเซ็นแผ่วเบาพร้อมกับเงาร่างงามที่ค่อยๆ ก้าวลงมาในอ่างน้ำอย่างช้าๆ อาภรณ์เนื้อบางเบาที่แนบชิดไปกับเรือนร่างสะพรั่งเมื่อเปียกชุ่ม เผยให้เห็นเส้นสายเว้าโค้งอันเย้ายวนของ จางซินอี๋คุณหนูหกผู้ถูกละเลย แต่เบื้องหลังคือหมากตัวเด็ดที่ทรงพลังที่สุดหลิงเชียวเงยหน้าขึ้นปรายสายตามองสตรีที่ใช้อำนาจป้ายหยกมังกรเดินเข้ามาถึงห้องบรรทมลับได้อย่างง่ายดาย รอยยิ้มเรียบเฉยปรากฏบนริมฝีปากหนา ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงดังเดิม ทำทีเป็นไม่

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 11

    บรรยายภายในสวนหลวงอันกว้างใหญ่ร่มรื่น สายลมหนาวพัดพาใบไม้ร่วงหล่นเดินสะพรั่ง ราชสำนักเบื้องหลังกำลังตึงเครียด แต่ยามนี้ เสนาบดีจางจงหยวนได้ส่งฎีกาขอเข้าเฝ้าและทูลเชิญฮ่องเต้ดวลหมากรุกกลางสวนหลวง หลิงเชียวแม้จะทรงคลางแคลงพระทัยในจุดประสงค์ของตาแก่จิ้งจอกเจ้าเล่าผู้นี้ ว่ากำลังวางอุบายใดอยู่อีก ทว่าก็ทรงรับคำท้าและอนุญาตให้เข้าเฝ้าอย่างสงบนิ่งกระดานหมากรุกหยกขาวดำถูกตั้งวางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนตรงใจกลางศาลาพักผ่อนทั้งสองฝ่ายค่อยๆ เดินหมากทีละตัวอย่างใจเย็น เสียงหมากหยกกระทบกระดานดังกังวานใสเสนาะหูท่ามกลางความเงียบสงบ หลิงเชียวเดินหมากด้วยความเฉียบขาด รุกต้อนตามพิชัยสงคราม ขณะที่เสนาบดีจางจงหยวนก็เดินหมากอย่างรัดกุม คอยตั้งรับและซ่อนกลอุบายไว้อย่างแยบยลระหว่างที่กำลังจรดด้ามหมากรุก เสนาบดีจางก็แย้มยิ้มบางๆ เอ่ยเปิดประเด็นขึ้นเรียบๆ"กระหม่อมได้ยินข่าวลือมาว่า... เมื่อไม่กี่วันก่อน มีกลุ่มคนโฉดบุกรุกเข้าไปในคลังเก็บอาวุธนอกเมืองหลวง มิทราบว่าฝ่าบาททรงได้ยินข่าวนี้บ้างหรือไม่พะย่ะค่ะ"หลิงเชียวนิ่งเฉย มิได้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย พระองค์วางหมากสีดำลงบนกระดานอย่างแผ่วเบาแล้วเอ่ยบ่ายเบ

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 10

    ไออุ่นจากถ้วยชาพร่างพรายพร้อมกับกลิ่นหอมหวานลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องหับอันเงียบสงบ หลิงเชียวเอื้อนพระหัตถ์หยิบถ้วยชากุยฮวา ชาดอกที่ทรงโปรดปรานขึ้นมาจรดริมพระโอษฐ์ สูดกลิ่นหอมนุ่มนวลก่อนจะจิบเบาๆ พระองค์เบือนพระพักตร์ออกไปทอดพระเนตรบรรยากาศเบื้องนอก สายลมพัดพาลูกคลื่นความหนาวเย็นกัดกินกิ่งไม้ใบหญ้า อากาศเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างที่คุณหนูหกกล่าวไว้มิผิดเพี้ยนกวนเฟิงที่ยืนอารักขาอยู่ข้างเคียง พักสายตามองพระพักตร์นิ่งขรึมนั้น เมื่อเห็นสายตาขององค์เหนือหัวที่ทอดมองออกไปไร้จุดหมาย ก็อดมิได้ที่จะขยับกายเข้ามานั่งลงตรงข้ามพระองค์ ชายหนุ่มประสานมือพลางเอ่ยถ้อยคำจากความจริงใจออกมา ด้วยเข้าใจไปว่าเจ้านายของตนกำลังจมอยู่ในความทรงจำอันเจ็บปวดจากความรักครั้งเก่าอีกครา"ฝ่าบาท... ทรงตัดพระทัยเสียเถอะพะย่ะค่ะ คุณหนูสามผู้นั้น ยามนี้นางแต่งงานมีครอบครัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การที่พระองค์ยังคงจมปรักอยู่กับอดีตเช่นนี้ มิได้ช่วยให้อันใดดีขึ้นมาเลยนะพะย่ะค่ะ"หลิงเชียวชะงักถ้วยชาในพระหัตถ์ ละสายตากลับมาสบตากวนเฟิง นัยน์ตาหงส์คู่คมแผ่วแสงลงพลางถอนพระทัยลึกอยู่ในอก... แปลกประหลาดนัก หลายวันที่ผ่านมานี้ พ

  • ขอฝ่าบาท…โปรดไว้ชีวิต   ตอนที่ 9

    หลายวันที่ซินอี๋ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังและแขนเริ่มค่อยๆ สมานตัวดีขึ้นตามลำดับ ทว่าพิษไข้จากการอักเสบกลับย้อนรอยเข้าเล่นงานร่างบางอย่างหนักหน่วงยามล่วงเข้าสู่กลางดึก ร่างนวลบนเตียงใหญ่เริ่มสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ พิษไข้ทรมานจนนางทรวดทรงสั่นเกร็งอยู่ภายใต้ผืนผ้าห่ม นางกำนันประจำห้องบรรทมต่างตกใจลุกลี้ลุกลน รีบขนผ้าห่มนวมผืนหนามาคลุมทับร่างนางนับสิบผืน ทว่าซินอี๋ก็ยังคงนั่งกอดอกหนาวสั่น ใบหน้าเนียนหวานซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริกไร้สีเลือดหมอหลวงชราที่ถูกปลุกมารับตรวจได้แต่ประสานมือรายงานด้วยสีหน้าหนักใจ"เรียนฝ่าบาท... อาการของคุณหนูหกเป็นเพียงพิษไข้สะสมจากบาดแผลเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ ยาพิษมิได้ซึมเข้าสู่กระแสเลือด ยามนี้ทำได้เพียงให้อดทนรอเวลา พรุ่งนี้เมื่อพิษไข้ถูกขับออก ไข้ก็จะลดลงไปเองพ่ะย่ะค่ะ"เมื่อเห็นว่าเหล่าหมอหลวงและนางกำนันต่างทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ารอเวลา หลิงเชียวที่ประทับมองร่างสั่นเทาอยู่ข้างเตียงก็ขมวดคิ้วแน่น ภายในอกร้อนรุ่มอย่างประหลาด พระองค์ไม่อาจทนทอดพระเนตรมองนางทรมานเช่นนี้ได้อีกต่อไปฮ่องเต้หนุ่มไม่รอช้า ตัดสินใจช้อนร่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status