ขอโทษครับ แฟนผมเป็นท่านประธาน(ปลาก้างไม่ชอบเด็ก) Mpreg

ขอโทษครับ แฟนผมเป็นท่านประธาน(ปลาก้างไม่ชอบเด็ก) Mpreg

last updateHuling Na-update : 2026-06-17
By:  เดลิลOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
39Mga Kabanata
1.4Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ปากบอก ไม่ถูกชะตากับเด็ก แต่พอน้องมันตรงสเปค พี่ว่ามีแฟนเด็กก็ดีนะ (ก็เด็กมันน่ารัก)

view more

Kabanata 1

ตอนที่ 1 ตกท่อไม่มี แต่ตกหลุมรักไม่แน่

เช้าแรกของการเริ่มทำงานในชั่วโมงเร่งรีบที่ทุกวินาทีมีค่า พนักงานออฟฟิศกินเงินเดือนสับขาก้าวฉับ ๆ เดินมาต่อแถวยาวเหยียดอยู่บริเวณหน้าลิฟต์โดยสารขนาดใหญ่ ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือเล่นไม่สนใจสายตาใคร ภายใต้อาคารสำนักงานสูงสี่สิบห้าชั้นใจกลางกรุงเทพมหานคร

สิระ นักศึกษาจบใหม่แบบหมาด ๆ ชนิดที่เรียกได้ว่าผลสอบเพิ่งประกาศออกมาเมื่อวาน และได้ใบประกาศรับรองแน่ชัดว่าขณะนี้เขามีดีกรีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแน่ ๆ ขยับมายืนแหงนคอตั้งมองป้ายสเตนเลสสีเงินสลับทอง ซึ่งมีเอาไว้บอกว่า ไอ้ตึกสูงนี่มันมีบริษัทไหนอยู่ชั้นใดบ้างเขาไล่อ่านจนตาลายไปหมด

“บริษัทเอสเจเค ชั้น...โห ทำไมบริษัทนี้มันมีหลายชั้นจังหว่า” สิระขยับกัดฟันขาวลงมายังริมฝีปากล่าง ทำท่าครุ่นคิดสงสัย นิ้วชี้ยาวข้างหนึ่งยกขึ้นมาเกาหูแก้เก้อท่ามกลางคนหมู่มาก ทั้งที่ไม่มีใครมองผู้คนต่างเร่งรีบไปทำธุระของตัวเองแต่สิระก็อดประหม่าไม่ได้จริง ๆ

 เขาล้วงหยิบนามบัตรที่ขอบยุ่ยเหมือนผ่านการใช้งานมานับไม่ถ้วน ทั้งที่จริงเพิ่งได้มาเมื่อวาน ตะแคงคออ่านตัวอักษรขยุกขยิกบนกระดาษเล็ก ๆ นั่นซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองจะไม่ไปผิดชั้น ก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟต์เมื่อถึงคิว เขากดปุ่มลิฟต์ไปยังชั้นที่ระบุไว้ พอเดินออกมาก็ต้องตาโตกับกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า

“โห คนมาสมัครเยอะขนาดนี้เชียว ไหวมั้ยวะเนี่ยกู” สิระบ่นอุบเดินหน้างอห่อไหล่มานั่งลงยังเก้าอี้ซึ่งมีไว้สำหรับคนที่มารอสมัครงาน

“ใครมาสมัครงาน รบกวนกรอกเอกสารใบสมัครงานให้เรียบร้อยนะคะ อย่าลืมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนนะคะว่ารู้ข่าวการเปิดรับสมัครจากช่องทางไหน” พนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลหน้าดุดังขึ้นแบบห้วน ๆ เหมือนอาจารย์ฝ่ายทะเบียนมหาวิทยาลัยที่ไม่มีใครอยากเจอ

“ช่องทางไหน?” สิระนั่งใช้ปลายปากกาเกาหัวแกรก ๆ เพราะตัวเลือกที่มีในใบสมัครงาน ไม่มีช่องทางที่ตัวเองได้มาเลยนะสิ 

“ป้ายประกาศหน้าบริษัท เว็บไซต์สมัครงาน เว็บไซต์ทางบริษัท ช่องทางอื่นโปรดระบุ...”

สิระอ่านทวนซ้ำอีกครั้ง จากนั้นหยิบนามบัตรที่ได้รับมานั่งพลิกซ้ายพลิกขวา ปลายปากกาจิ้มลงตรงช่องว่างบนเอกสารอย่างลังเลว่าจะเขียนข้อความชื่อคนที่แนะนำให้มาสมัครงานที่นี่ดีหรือเปล่า?

“เวลาเขียนใบสมัครงาน ให้บอกว่า ปราการแนะนำมา...” เขานึกไปถึงคนที่บอกตอนยื่นนามบัตรนี้ให้

“เด็กจบใหม่เหรอ” ผู้หญิงคนหนึ่งสวยจนสิระตะลึงนั่งตัวตั้งหลังตรงเป๊ะปรายหางตามองลงมายังเอกสารใบรับรองวุฒิการศึกษาซึ่งเขาถ่ายสำเนาวางเอาไว้บนโต๊ะ

“ครับ”

“มาสมัครตำแหน่งอะไรล่ะ” เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ชะโงกหน้ามาดูอย่างใส่ใจเต็มที่

“เอ่อ ผู้ช่วยเลขานุการครับ” เสียงอ้อมแอ้มเอ่ยอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักก่อนจะยกกระดาษใบสมัครงานนั้นขึ้นมาชูให้เธอดู

“หือ ตำแหน่งนี้เขาไม่รับเด็กจบใหม่นี่ กรอกตำแหน่งผิดหรือเปล่าน้อง” ผู้หญิงอีกคนใส่ชุดสูทเต็มยศเหมือนพนักงานขายประกัน นั่งยืดคอยาวเข้ามาใส่ใจอีกคน

การได้รับความสนใจอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่สิระต้องการเลยแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่ก้าวขาพ้นประตูลิฟต์มาหย่อนตูดนั่งตรงนี้ เขาเองรับรู้ได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า แต่ละคนที่มานั่งร่วมห้องรับรองเดียวกันนี้คงมีประสบการณ์การทำงานสูงมากแน่ ๆ ไม่ใช่เด็กหัวเหม่งเพิ่งรับปริญญาอย่างเขา

“ไม่ผิดนะครับ ผมมาสมัครตำแหน่งนี้จริง ๆ” เสียงแผ่วตอบกลับไป ชักเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า ตัวเองถูกหลอกมาหรือเปล่า?

ถามว่าทำไมถึงคิดแบบนั้นก็คงต้องย้อนไปเมื่อวานนี้

ขณะที่สิระกับน้องชายกำลังเดินกลับบ้าน บังเอิญเจอผู้ชายคนหนึ่งซุ่มซ่ามทำกระเป๋าสตางค์ตกท่อระบายน้ำ 

สิระมองลอดลงไปเห็นตัวกระเป๋าติดค้างอยู่ตรงซี่เหล็ก ไม่ทันตกลงไปในน้ำขุ่นด้านล่าง แต่ปัญหาคือฝาท่อทั้งหนัก ทั้งแน่น จะงัดยังไงก็ไม่ขยับ

ส่วนจะเอามือล้วงลงไปลงก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่เพราะมือใหญ่กันทั้งคู่ อยู่ใกล้ก็เหมือนไกลได้แต่ยืนมองตากันปริบ ๆ 

สิระจึงยืมมือน้องชายวัยสามขวบ ห้อยหัวยื่นแขนป้อมล้วงเข้าไปในช่องระบายพร้อมกับเสียง อาฮึบ ๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินนั้นขึ้นมาคืนให้เจ้าของได้สำเร็จ

แต่ในขณะที่ยื่นให้เจ้าตัว คนซุ่มซ่ามก็ยังซุ่มซ่ามอยู่วันยังค่ำดันทำร่วงลงบ่อโคลนข้าง ๆ จนน้ำกระเซ็นกระเด็นเปื้อนเสื้อกางเกงไปอีก

นั่นเองจึงเป็นที่มาของการได้นามบัตรเปื่อย เปื้อนน้ำครำผสมน้ำโคลนจากแอ่งน้ำ ขอบคุณที่กลิ่นน้ำครำจางไปแล้ว

เมื่อถึงคิวสัมภาษณ์ของตนเอง สิระเข้ามานั่งอยู่ต่อหน้าผู้หญิง ผู้ชาย ใส่สูทผูกไทท่าทางขึงขังสี่คน แต่ละคนนั่งขมวดคิ้วนิ่วหน้าให้กับเอกสารใบสมัครงานที่บางเพียงสองแผ่น แตกต่างจากพนักงานคนอื่นที่ยื่นเอกสารใบสมัครพร้อมใบรับรองการผ่านงานหรือประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย

“ชื่อสิระ เพิ่งจบใหม่ยังไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อนเลย มีแฟนหรือยัง?”

“ฮะ! อะ...อะไรนะครับ” สิระคิดว่าตนเองหูเพี้ยนเลยเผลออุทานเสียงหลงถามกลับไปอีกครั้ง

“ผมถามว่า มีแฟนหรือยัง” ผู้ชายคนที่ถามก้มหน้ามองกระดาษเอสี่ในมือ พลางเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยท่าทีจริงจังในคำถาม

“เอ่อ...ไม่มีครับ”

“แน่นะ?”

“แน่ครับ!” สิระตอบเสียงดังขึ้นกว่าที่ตั้งใจ แก้มเริ่มร้อนผ่าวเพราะสายตาทั้งสี่คู่จับจ้องมาทำเอาประหม่าไปหมด 

“อย่างนั้นที่บ้านพักอยู่กับใครบ้างครับ” ชายคนเดิมพยักหน้าเล็กน้อยก่อนพลิกหน้ากระดาษ ก่อนจะเอ่ยคำถามที่สอง

“อยู่กับยาย แล้วก็น้องชายครับ”

“ชอบสีอะไร ปกติวันหยุดชอบไปเที่ยวไหนบ้าง ชอบทะเล หรือว่าภูเขา...”

“หา...”

เกิดมาในชีวิตยังไม่เคยไปสมัครงานที่ไหน หรือว่านี่เป็นคำถามพื้นฐานทั่วไป เวลาคนไปสมัครงานต้องตอบอย่างนั้นหรือ?

ทั้งที่เมื่อคืนนี้สิระตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เตรียมฝึกซ้อม คำตอบเชิงวิชาการ ถึงหน้าที่ความรับผิดชอบตามตำแหน่งงาน แม้กระทั่งเข้าไปค้นหาข้อมูลว่าหน้าที่ ‘ผู้ช่วยเลขานุการ’  ต้องทำอะไรบ้าง แต่คนพวกนี้ไม่ยักถามเขาสักข้อ

  

“พี่แซนมาแย้ว”

ซุน น้องชายวัยสามขวบตะโกนเรียกเสียงดังก่อนที่ก้อนกระปุ๊กลุกจะวิ่งดุ๊กดิ๊กออกมาจากสนามเด็กเล่นขาสั้น ๆ วิ่งถี่ยิบเหมือนลูกเป็ดน้อย มือเล็ก ๆ อ้าออกสุดแขนตรงเข้าหาพี่ชายด้วยใบหน้ายิ้มแป้น ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวดีใจขนาดไหนเมื่อเห็นพี่ชาย

“ไงครับ วันนี้มาโรงเรียนสนุกหรือเปล่า” สิระยื่นมือไปรับกระเป๋าสะพายลายการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ตัวโปรดของน้องชายมาช่วยถือขณะที่เจ้าตัวดีกอดขาอยู่

“ซาหนุกมากเยย” 

เจ้าของแก้มอ้วนแหงนคอขึ้นมาบอกทันที ใบหน้าเจ้าตัวเล็กเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่ผุดออกมาแต่ดวงตากระจ่างใสไม่ได้บอกถึงความเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด

“ดีมาก แล้ววันนี้ซุนร้องไห้อีกหรือเปล่า?” พี่ชายที่แสนดีวางฝ่ามือลงไปลูบเส้นผมนุ่มโยกไปโยกมาอย่างรักใคร่

“ไม่ย้องแย้ว! อยู่...โลงเย็น ซาหนุกแย้ว”

เด็กชายวัยกำลังหัดพูด เรียนรู้พัฒนาการการออกเสียงตามอย่างผู้ใหญ่ซึ่งอาจจะมีชัดบ้าง ไม่ชัดบ้างหรือบางคำอาจถูกเปลี่ยนจนความหมายแปรเปลี่ยนไปคนละทิศคนละทางจนคนฟังอาจจะสะดุ้ง อย่างเช่นสิระในตอนนี้

“โรง-เรียน ครับซุน พูดให้ชัด ๆ โรง เรียน” คนพี่รีบแก้ไขเอ่ยเน้นทีละคำให้คนน้องพูดตาม

“โลง-เย็น” 

น้องชายเกร็งปากกระจิริดเปล่งเสียงตามสิระสอนแต่พยายามเท่าไหร่ก็ยังไม่ชัด

“โรงเรียนครับ เรามาโรงเรียน โลงเย็นจะเข้าไปทำไมเล่า ไปกลับบ้านกัน” สิระหัวเราะพลางแก้คำให้ แต่อย่าถามว่าเจ้าเด็กนั้นพูดถูกมั้ย....

“โลงเย็น ของเยาน่าอยู่ คุมคูจำดีทุกโคน เจ๊ก เจ๊ก ก็จำจุ๊ จำจน…”

เสียงเจื้อยแจ้วร้องเพลงของเด็กชายดังต่อเนื่อง ท่อนแรกพอจับความได้ แต่หลัง ๆ สิระเริ่มฟังไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวร้องว่าอะไร รู้แค่ว่ามันคงไม่ใช่เนื้อร้องที่ถูกต้องแน่นอน

สิระหัวจะปวดแต่ริมฝีปากกับคลี่ยิ้มตามไม่หุบ

“พี่แซน วันนี้เราจะไปกินไอติมกันอะเปล่า?” เด็กน้อยแหงนคอถามมองตาพี่ชายส่งสายตาวิ๊ง ๆ เต็มไปด้วยความหวัง

“ถ้าซุนสัญญาว่าจะไม่ซน พี่จะพาไป”

“อือ...จุนเด็กดีมาก จุนไม่ดื้อหยอก” แก้มอ้วนส่ายไปมาทำท่าทางปฏิเสธอย่างไม่น่าไว้ใจ

“งั้นวันนี้พี่พาซุนไปกินไอติมก็ได้ ถือซะว่าเลี้ยงฉลองที่พี่ได้งานใหม่” สิระก้มลงไปยักคิ้วให้น้องชาย ใบหน้าเปล่งประกายฉายความสุขส่งต่อออกไปให้กับเจ้าของดวงตากลมใสซื่อที่ยืนแหงนคอขึ้นมารับฟังข่าวดีเพียงแค่นั้นดวงตากลมกระจ่างใสก็วาววับ

“เย้ ๆ พี่แซน ฉะหยองเหยอ ฉะหยอง เย้ ๆ ไป ๆ ” เด็กน้อยยังขยับปากพูดไม่ชัดแต่ความดีใจนั้นชัดมาก

“ฉลอง เอาใหม่ดูปากพี่ แล้วพูดตามดี ๆ ฉะ หลอง” ปลายนิ้วชี้ของสิระชี้กลับมายังริมฝีปากตัวเอง จากนั้นค่อย ๆ เปล่งเสียงช้า ๆ เป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง

“ฉะ หยอง” นิ้วสั้นป้อมจิ้มตามหากแต่เสียงเล็กที่เปล่งออกมานั้นไม่ได้มีความหมายใกล้เคียงกันแม้แต่น้อย

“ฉลอง”

“ฉะ หยอง”

“เฮ้อ เออ...ฉะหยองก็ฉะหยอง” สิระยอมแพ้ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มอ่อน ไม่ได้ใส่ใจที่เห็นว่าการที่น้องชายวัยสามขวบยังออกเสียงไม่ชัดนั้นเป็นเรื่องใหญ่อะไร น้องชายของเขาย่อมพัฒนาไปตามวัย

ไม่นานทั้งคู่ก็มานั่งอยู่ในร้านไอศกรีมเจ้าประจำที่ไม่ใช่ร้านดัง เป็นเพียงร้านเล็ก ๆ ซ้ำดูแล้วคงเปิดได้ไม่นานเพราะมีลูกค้าแวะเวียนมากินไม่มาก โต๊ะในร้านว่างมากเสียจนไม่รู้จะเลือกนั่งตรงนี้ไหนดี

เนื่องจากชุมชนแห่งนี้ไม่ใช่พื้นที่เศรษฐกิจ ผู้คนที่อาศัยส่วนมาก ล้วนแต่คนต่างจังหวัดพลัดถิ่นมาทำงานในเมืองใหญ่ แน่นอนว่าครอบครัวของสิระเป็นหนึ่งในจำนวนคนเหล่านั้น

สองพี่น้องเดินจูงมือกันเข้ามาหยุดอยู่หน้าตู้ไอศกรีมทำท่าคิดหนักว่าวันนี้จะสั่งไอศกรีมรสชาติไหน ไอ้ที่คิดซะมากมายไม่ใช่เพราะว่าร้านนี้มีให้เลือกเยอะแยะ หากแต่ในตู้แช่มันเหลือไอศกรีมติดก้นถังอยู่แค่สี่รส แล้วพี่น้องคู่นี้ก็สั่งมันสลับวนไปวนมาอยู่อย่างนี้ทุกวัน

“อืม วันนี้กินรสอะไรดีนะ” เล็บแข็งเคาะลงไปบนฝาเลื่อนแบบกระจกใส สีหน้าครุ่นคิด

“สตอเบอยี่กับสีเปรี้ยว ๆ มั้ยล่ะ” เจ้าซุนเอ่ยเสียงใส พลางเขย่งปลายเท้า ขาสั้น ๆ เกร็งจนตึง พยายามยืดคอให้สูงที่สุดเพื่อชะโงกหน้าลงไปมองถังไอศกรีมที่เกือบโล่งเปล่า

“โอเคครับ ของผมกับน้องชายเอาสตอเบอร์รี่หนึ่ง มะนาวหนึ่งครับ” สิระหันไปสั่งกับพนักงานร้านไอศกรีมที่ยืนยิ้มรอ

สิระที่กำลังสั่งพนักงาน เสียงเจ้าตัวแสบก็ดังอย่างตื่นเต้นพลางดึงชายกางเกงกระตุกยิก ๆ

“พี่แซน ปลาก้างมา ๆ”

“หือ อะไรนะ” สิระก้มมองน้อง เจ้าซุนรีบชี้มือป้อม ๆ ไปทางประตูร้าน 

“ปลาก้างมาไงพี่! ปลาก้างมา!”

สิระละสายตามาจากถังแช่ไอศกรีมเจอเข้ากับเจ้าของนามบัตรนำโชคที่ช่วยให้ตนได้งานใหม่ในวันนี้เปิดประตูเข้ามาภายในร้านไอศกรีมพอดิบพอดี 

ดวงตาสิระเปล่งประกายดีใจไม่ต่างจากน้องชาย

“คุณปราการ มากินไอติมร้านนี้เหมือนกันหรือครับ หรือว่าวันนี้ทำอะไรตกท่ออีก?” เสียงเด็กหนุ่มเอยอย่างหยอกเย้า

แต่ทว่า...

“ตกท่อไม่มี แต่ตกหลุมรักไม่แน่”

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
39 Kabanata
ตอนที่ 1 ตกท่อไม่มี แต่ตกหลุมรักไม่แน่
เช้าแรกของการเริ่มทำงานในชั่วโมงเร่งรีบที่ทุกวินาทีมีค่า พนักงานออฟฟิศกินเงินเดือนสับขาก้าวฉับ ๆ เดินมาต่อแถวยาวเหยียดอยู่บริเวณหน้าลิฟต์โดยสารขนาดใหญ่ ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือเล่นไม่สนใจสายตาใคร ภายใต้อาคารสำนักงานสูงสี่สิบห้าชั้นใจกลางกรุงเทพมหานครสิระ นักศึกษาจบใหม่แบบหมาด ๆ ชนิดที่เรียกได้ว่าผลสอบเพิ่งประกาศออกมาเมื่อวาน และได้ใบประกาศรับรองแน่ชัดว่าขณะนี้เขามีดีกรีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแน่ ๆ ขยับมายืนแหงนคอตั้งมองป้ายสเตนเลสสีเงินสลับทอง ซึ่งมีเอาไว้บอกว่า ไอ้ตึกสูงนี่มันมีบริษัทไหนอยู่ชั้นใดบ้างเขาไล่อ่านจนตาลายไปหมด“บริษัทเอสเจเค ชั้น...โห ทำไมบริษัทนี้มันมีหลายชั้นจังหว่า” สิระขยับกัดฟันขาวลงมายังริมฝีปากล่าง ทำท่าครุ่นคิดสงสัย นิ้วชี้ยาวข้างหนึ่งยกขึ้นมาเกาหูแก้เก้อท่ามกลางคนหมู่มาก ทั้งที่ไม่มีใครมองผู้คนต่างเร่งรีบไปทำธุระของตัวเองแต่สิระก็อดประหม่าไม่ได้จริง ๆ เขาล้วงหยิบนามบัตรที่ขอบยุ่ยเหมือนผ่านการใช้งานมานับไม่ถ้วน ทั้งที่จริงเพิ่งได้มาเมื่อวาน ตะแคงคออ่านตัวอักษรขยุกขยิกบนกระดาษเล็ก ๆ นั่นซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองจะไม่ไปผิดชั้น ก่อนจะเดิน
Magbasa pa
ตอนที่ 2 วันแรกของการทำงาน
“ปลาก้าง ทำเป๋าตกอีกแล้วเหยอ?”เด็กน้อยที่เมื่อวานใช้มือเล็ก ๆ ล้วงเข้าไปในท่อช่วยหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาให้หนุ่มไฮโซสุดซุ่มซ่ามแหงนคอขึ้นไปถามพลางมองมือใหญ่ไปด้วยเพราะจำได้ว่าเมื่อวานก่อนนั้นตัวเองกับพี่ชายเจอ ‘ปลาก้าง’ ในสภาพทั้งมือทั้งแขนเปื้อนเปรอะเลอะเต็มไปด้วยน้ำครำเจ้าของชื่อ‘ปลาก้าง’ หัวเราะกับคำทักทายของเด็กน้อยแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ “เปล่าครับ วันนี้ฉันไม่ได้ทำอะไรตกท่อทั้งนั้น” พูดกับเจ้าตัวเล็กก่อนจะหันมาทางคนพี่ “ได้ข่าวว่าเธอได้งานแล้ว เลยอยากมาแสดงความยินดี” “อ๋อ เรื่องนั้นเอง ขอบคุณมากนะครับ เพราะคุณแนะนำผมเลยได้งาน เอาอย่างนี้สิวันนี้ผมเลี้ยงไอติมคุณ...ถ้วยหนึ่ง” เด็กหนุ่มใจดียิ้มสดใสจากนั้นตบฝ่ามือลงไปยังบานกระจกเลื่อนของตู้แช่ไอศกรีม“ไม่ถูกสิ ฉันต่างหากที่ต้องเลี้ยงเธอ” เจ้าของฉายาไฮโซซุ่มซ่ามยกยิ้มมุมปากเอ่ยแย้ง สิระกะพริบตาถี่ ๆ ด้วยความงุนงง “เลี้ยงผม? เลี้ยงทำไมละครับ”“เพราะเมื่อวานถ้าเธอกับน้องชายไม่ช่วยหยิบกระเป๋าในท่อขึ้นมาให้ ฉันคงลำบากมาก”“เพราะว่าปลาก้างจะไม่มีเงินกินไอติม ใช่มั้ยล่ะ” เจ้าเด็กเจื้อยแจ้วพูดเรื่อยเปื่อยไปตามความเข้าใจของเด็กสามขวบ“ใช่
Magbasa pa
ตอนที่ 3 ท่านประธานไม่ชอบเด็ก
“ซุน พี่มาแล้ว” เสียงเจ้าของร่างสูงโปร่งดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาบริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลเจ้าตัวน้อยหันขวับเมื่อได้ยินเสียงพี่ชายพอเห็นหน้าคนที่รอ ปากเล็ก ๆ ก็คว่ำเบะทำท่าเหมือนจะร้องไห้ “ฮื้อ...ทำไมพี่แซนลืมจุนทิ้งไว้ในโลงเย็น”สิระหัวเราะออกมาพลางอ้าแขนออกกว้างรอรับน้องชายเข้ามากอดแน่นพร้อมพูดทวนความจำให้เด็กขี้ลืม “พี่ไม่ได้ลืมซุนสักหน่อยแต่พี่ต้องไปทำงาน เมื่อเช้าเราตกลงกันแล้วนี่ว่าพี่จะมารับซุนช้า ลืมแล้วเหรอ” เจ้าเด็กน้อยมุดเข้ามาในอ้อมกอดพี่ชายน้ำเสียงอู้อี้เจือบ่อน้ำตารื้น “จุนไม่อยากให้พี่แซนไปทำงานแย้ว”สิระลูบผมยุ่ง ๆ ของน้องชายพลางพูดปลอบ “ไม่ทำงานไม่ได้หรอกครับไม่อย่างนั้นพี่จะไม่มีเงินมาซื้อขนมให้ซุนกินนะ”“จุนจะไม่มีขนมกินเหยอ” ดวงตากลมใสฉ่ำน้ำเงยถาม“ใช่ พี่ต้องไปทำงานหาเงินมาซื้อขนมพาซุนไปกินไอติมไง” สิระตอบยิ้ม ๆ“จุนขอตังยายก็ได้ไง”“ไม่เอาแล้ว ต่อไปนี้เราจะไม่ขอเงินยายแล้วนะซุนเพราะว่าพี่มีงานทำแล้ว” สิระก้มลงดึงมือน้อยนุ่มนิ่มมากุมไว้แน่นสบตากลมใสของน้องชายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ต่อไปนี้ถ้าซุนอยากกินขนมซุนมาขอเงินพี่แทนนะ โอเคมั้ย” เขารู้ดีว่าที่ผ่านมาตัวเอง
Magbasa pa
ตอนที่ 4 งานใหม่น่าเบื่อมาก
“ปลาก้าง เนี่ยนะไม่ชอบเด็ก”สิระเหลือกตาขึ้นไปมองเพดานสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ นึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่คนทั้งสองได้พบกันปราการไม่มีท่าทางเดียดฉันท์ตัวเองกับน้องชายแม้แต่นิดเดียว แถมเมื่อครั้งก่อนไปนั่งกินไอศกรีมด้วยกันก็ปราการไม่ใช่หรือไงที่อุ้มเอาน้องชายของเขาไปยืนเลือกท็อปปิ้งไอศกรีม‘นั่นมันท่าทางไม่ชอบเด็กที่ไหนกัน’ “แล้วงานผมมีแค่นี้เองหรือครับ” สิระนั่งพลิกหน้ากระดาษไปมาเหล่หางตาไปทางกองเอกสารสูงท่วมหัวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเลขาหน้าห้องท่านประธาน“ท่านประธานฝากงานเอาไว้ให้น้องแซนเท่านี้ค่ะ”“ท่านประธานฝากไว้?” สิระทวนคำก่อนทำตาโตชี้ไปที่กองงานตรงหน้ารุ่นพี่ “แล้วงานพวกนั้นล่ะครับ?”“อ๋อ...นี่มันงานของพี่เองไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง” อรสาตอบพลางพลิกแฟ้มเอกสารทีละหน้าเริ่มทำหน้าที่อย่างคล่องแคล่วแต่สิระกลับนั่งไม่ติดเก้าอี้ “ให้ผมช่วยเถอะนะครับ ให้นั่งเฉย ๆ แบบนี้มันรู้สึกแปลก ๆ” น้องใหม่ลุกจากเก้าอี้เดินไปยืนทำตาปริบ ๆ ของงานจากรุ่นพี่ทำ“แซน!”ท่านประธานรูปหล่อเดินตรงมาจากโถงทางเดินดึงความสนใจจากพนักงานทั้งหลายให้เงยหน้าขึ้นมาจากงานประจำ จากนั้นทำความเคารพท่า
Magbasa pa
ตอนที่ 5 สวัสดิการพนักงาน
"นี่!"ปราการกวาดสายตามองตามความเปียกของเนื้อผ้าที่เวลานี้มันลู่แนบไปกับแผงอกราบของสิระ ตาขวางมองกลับไปยังกลุ่มสาวสวยที่จ้องไปยังคนตัวเปียกเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง มือเร็วถอดเสื้อสูทตัวใหญ่ของตัวเอง จากนั้นตวัดมันไปสวมทับลงบนไหล่แคบของผู้ช่วยเลขานุการอย่างไม่สนใจสายตาของพนักงานต่างแผนกกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำหอมราคาแพงและออร่าเจ้านายใหญ่โอบล้อมจนสิระยิ่งทำตัวไม่ถูก“กินยังไงให้น้ำหกเลอะเทอะอย่างนี้ ระวังหน่อยสิเสื้อเปียกแบบนี้เดี๋ยวก็หนาวตายหรอก”“เอ่อ ขอโทษครับ” เจ้าของเสื้อเชิ้ตเก่าเนื้อบางรีบยกมือขึ้นมาไหว้ใบหูแดงก่ำพร้อมกล่าวขอบคุณทันทีโชคดีที่ประตูลิฟต์ซึ่งเมื่อครู่นั้นถูกพนักงานกลุ่มหนึ่งเปิดค้างเอาไว้กำลังจะปิดลง ปราการจึงก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในลิฟต์ขยิบตาเรียกเป็นเชิงสั่งให้สิระรีบตามเข้าไปด้วยสิระเลยเดินจ้ำตามหลังเข้าไปในลิฟต์ไม่มองหน้า เมื่อภายในลิฟต์เหลือกันอยู่เพียงแค่สองคน พนักงานใหม่แหงนคอมองกลับขึ้นไปสบตา มือจับชายเสื้อสูทกลิ่นหอมที่มอบความอบอุ่นให้นั้น ลังเลว่าควรจะถอดคืนเจ้าของดีหรือเปล่า“ทำไม มีอะไรเหรอ” ปราการเห็นอาการยึกยักนั้นแล้วเดาได้ในทันที“คุณเอาเสื้อข
Magbasa pa
ตอนที่ 7 พนักงานใหม่กับการประชุม
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือดวงสมพงษ์ ทำให้ในวันนี้สิระยังคงเดินมาเจอเข้ากับกรพินทร์ในช่วงเวลาก่อนเข้างานบริเวณหน้าลิฟต์ชั้นหนึ่งเหมือนเมื่อวานเป๊ะ“ว่าไงจ๊ะน้องแซนเดินมาเหงื่อซกเชียว คงจะเหนื่อยมาสินะ น่าสงสารจัง”คำทักทายฟังคล้ายแสดงความห่วงใยหากทว่าคนฟังกลับไม่ได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจเลยสักนิด ตรงกันข้าม กลับรู้สึกตะหงิดใจอย่างไรบอกไม่ถูกส่วนเหตุผลที่สิระรู้สึกอย่างนั้นอาจเป็นเพราะมุมปากที่มันโค้งหยักขยับลง รอยยิ้มที่ไม่ไปถึงดวงตากับสายตาที่กวาดมองสำรวจ ‘สภาพ’  พนักงานน้องใหม่ตั้งแต่ปลายรองเท้าผ้าใบเก่าไปจนถึงเส้นผมชื้นเหงื่อ“วันนี้รถติดน่ะครับ รถเมล์ที่ผมนั่งมาเขาจอดบ่อยด้วยเลยรีบวิ่งมาเพราะกลัวไม่ทันสแกนหน้าเข้าทำงาน” คำตอบซื่ออย่างคนไม่มีนิสัยเสแสร้งเปลี่ยนแววตาพนักงานบริษัทหลายคนที่ใช้มองมายังเด็กหนุ่มคนนี้ กรพินทร์เพียงพยักหน้าก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรออก “เออ จริงสิ เมื่อเช้าพี่แวะซื้อแซนด์วิช ช่วยคนพิการมาหลายชิ้นเลยน้องแซนเอาไปกินสิ อ่ะ...”ขนมปังทำเป็นแซนด์วิชทรงสามเหลี่ยมในกล่องพลาสติกใสดูน่ากินถูกยื่นมาให้
Magbasa pa
ตอนที่ 6 สวัสดิการระดับวีไอพี
“ปลาก้างอันนี้สวยอะเปล่า” เสียงเล็กใสเอ่ยถามตาเป็นประกายพลางชี้ไปยังกล่องของเล่นหุ่นยนต์ที่ตั้งอยู่บนเชลฟ์สูงด้วยท่าทางประหม่า“หุ่นยนต์เหรอ สวยสิ เท่มากเลย”ปราการหยิบหุ่นยนต์บังคับกล่องนั้นออกมาก่อนจะหันมายื่นให้กับเจ้าตัวเล็กที่กำลังมองตาละห้อยแต่สองมือน้อยกลับไม่ยอมยื่นออกไปรับ สองมือเล็กบิดเข้าหากันซ้ำยังเหลือบสายตามองไปยังพี่ชาย“จุน ดูเฉย ๆ จุนไม่ฉื้อหยอก” เสียงเล็กพึมพำคล้ายจะสะกดกลั้นความอยากเอาไว้มือน้อยประกบจับกันแน่นคล้ายกำลังพยายามหักห้ามใจไม่ให้ยื่นไปรับกล่องของเล่นมาจากพี่คนรวยเพราะจำได้ว่าพี่ชายกำชับนักหนาว่าห้ามรับของจากคนอื่น โดยเฉพาะของเล่นราคาแพงหากอยากได้จริง ๆ ต้องรอให้พี่แซนซื้อให้เท่านั้น“ทำไม ซุนไม่อยากได้เหรออันนี้ปลาก้างจะซื้อให้” ปราการย่อตัวลงนั่งเสียงทุ้มอ่อนโยนพร้อมมือใหญ่ที่เอื้อมไปแตะแขนเล็กป้อมก่อนจะวางกล่องของเล่นเข้าไปในอ้อมกอดนุ่มนิ่มอย่างเอ็นดู“ปลาก้างซื้อให้จุนเหยอ?”  ดวงตากลมโตใสแจ๋วเงยขึ้นมองอย่างซื่อ ๆ ราวกับไม่กล้าเชื่อว่าของเล่นราคาแพงจะเป็นของตัวเองจริง ๆ“ใช่ครับ ปลาก้างซื้อให
Magbasa pa
ตอนที่ 8 ผู้ใหญ่ก็ขาดความอบอุ่นได้เหมือนกันนะ
“กินตอนนี้เหรอครับ” พนักงานน้องใหม่เอี้ยวหน้าเหลือบสายตาหันกลับไปมองเหล่าบรรดาผู้จัดการเต็มห้องที่กำลังมองมายังตนเองเป็นตาเดียว“กินได้ ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”“ไม่เอาผมไม่กล้า” ปากบางขมุบขมิบตอบเสียงอ่อย ปราการหันไปมองสายตาของคนอื่น ๆ จึงพอเข้าใจความรู้สึกอึดอัดของผู้ช่วย จากนั้นท่านประธานที่ร้อยวันพันปีไม่เคยกินขนมกลับยกขนมชิ้นในมือกัดเข้าไปคำหนึ่งพลางพยักขึ้นลงเบา ๆ กับขนมรสชาตินุ่มละมุนที่ตนเองก็เพิ่งเคยกินครั้งแรกเหมือนกันเพราะไม่ค่อยชอบของหวานสักเท่าไหร่“อร่อยมั้ย” เจ้าของดวงตาโตเอียงคอถามเสียงเบา “อืม” ปราการตอบสั้น ๆ พลางยื่นขนมอีกครึ่งที่เหลือมาจ่อรอตรงริมฝีปากอิ่ม“ผมเหรอ?” สิระถามตาโตใจเต้นแรงเผลอกัดริมฝีปากของตัวเอง“ใช่ ช่วยกินหน่อย”“ไหนว่าอร่อยแล้วเอามาให้ผมทำไม” เพราะนึกเสียดายสิระจึงอ้าปากงับเอาขนมส่วนที่เหลือมาเคี้ยวตุ้ย คนในห้องประชุมที่มองภาพนั้นอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ไม่ใช่เพราะอยากกิน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ต่างคนต่างคิดกันไปต่าง ๆ นานาหลังจบการประชุมอันเคร่งเครียดใ
Magbasa pa
ตอนที่ 9 มือฉัน...อุ่นมั้ย
“หมายความว่ายังไงกันครับ” สิระหันข้างไปสบตากับเจ้าของวลีแปร่งหูต่อให้ใสซื่ออย่างไรแต่สิระไม่ใช่คนโง่เสียทีเดียว ทั้งพฤติกรรมความอ่อนโยนใจดีที่ปราการเอื้อเฟื้อต่อตนเองเสมอมานับตั้งแต่พบกัน หากมองเป็นการตอบแทนที่สิระและน้องชายเคยช่วยเหลือเรื่องกระเป๋าสตางค์นั้นก็นับว่าปราการตอบแทนน้ำใจมามากจนเกินไปแล้วนอกจากหางานให้ทำ เสื้อผ้า อาหาร การดูแลเอาใจใส่อย่างนี้จะให้สิระแกล้งตีหน้าซื่อทำเหมือนตัวเองไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปอีกเห็นทีคงจะดูความรู้สึกช้าไปหน่อย“เธอไม่รู้ความหมายจริง ๆ เหรอฉันคิดว่าตัวเองแสดงออกชัดเจนพอสมควรแล้วนะ” เจ้าของคิ้วเข้มหันมาด้านข้างกระดกคิ้วข้างหนึ่งยกสูงขึ้นเป็นการถามกลับ“ถึงผมจะไม่ฉลาดมากนักเพราะตอนเด็ก ๆ ยายให้กินแต่ปลาร้าไม่ใช่ปลาทะเลแต่ผมก็ไม่โง่จนถึงกับมองไม่อกหรอกนะครับว่าสิ่งที่คุณแสดงออกมานั้นมันสามารถแปลความหมายไปทางไหนได้บ้าง เพียงแต่...”“เพียงแต่อะไร” น้ำเสียงทุ้มขรึมถามกลับ“เพียงแต่ผมคิดว่าเรื่องนี้มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ อีกอย่างเราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ผมยังไม่อยากคิดอะไรให้มันไกลเกินไป ผมชินกับกา
Magbasa pa
ตอนที่ 10 นอนด้วยกัน
เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงสามสิบนาทีรถยนต์คันใหญ่แล่นปราดเข้ามาจอดตรงหน้าห้องเช่า ประตูเปิดออกเผยร่างสูงของเจ้านายใจดีเขาก้าวลงมาพร้อมยื่นแขนอุ้มเจ้าตัวน้อยที่กำลังตัวร้อนจัดร้องไห้งอแงสะอึกสะอื้นไม่หยุด ส่วนสิระรีบวิ่งตามมาทั้งสะพายกระเป๋า ทั้งถือถุงของพะรุงพะรังจากนั้นรถก็เลี้ยวออกจากซอยแคบ เพียงไม่นานก็เห็นป้ายโรงพยาบาลส่องแสงชัดเจนอยู่เบื้องหน้าแต่ทว่าคนมองกลับวิตก“เอ่อ คุณปราการครับ นี่มันโรงพยาบาลเอกชนนี่ครับ” สิระแหงนคอขึ้นไปมองป้ายชื่อโรงพยาบาลใหญ่แม้มันจะอยู่ใกล้ที่พักแต่หากแต่สิทธิ์ในการรักษาของน้องชายแบบที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนั้นอยู่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งซึ่งไกลออกไปมาก ถึงจะเป็นห่วงน้องชายมากแต่สิระยังมีข้อจำกัดในเรื่องของค่าใช้จ่าย อีกทั้งประวัติการรักษาเพราะที่ผ่านมาน้องซุนเข้าไปใช้บริการตามสิทธิบัตรทองในโรงพยาบาลรัฐเพียงแห่งเดียวเท่านั้นเพราะรู้ว่าโรงพยาบาลเอกชนนั้นค่ารักษาแพงขนาดไหนเขาเลยไม่เคยย่างกรายเข้าไปเลยสักครั้ง“โรงพยาบาลนี้แหละ” เจ้านายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปจอดเทียบยังด้านหน้าแผนกฉุกเฉินไม่ปล่อยโอกาสให้แย้งในขณะที่สิระยัง
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status