INICIAR SESIÓNเดี๋ยวนะ! คือแม่รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าลูกเพื่อนตัวเองเป็นผู้ชาย?
จะล่าแบ้มากค่า
“ยังจะนั่งอะไรตรงนั้น”
“อ่า คือว่าไอไม่รู้ว่าห้องตัวเองอยู่ตรงไหน”
“เธอเห็นประตูห้องมีกี่บาน?”
ปากคอเราะร้ายชะมัด ถ้าฉันไม่ติดว่าตัวเองมีมารยาทคงสำรวจตั้งนานแล้ว และถ้าไม่ติดว่าเป็นคนใจเย็นป่านนี้บนหน้าหล่อ ๆ ของเขามีรอยหมัดไปนานแล้ว ฉันเดินไปเปิดประตูบานหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นห้องนอน ซึ่งฉันเดาผิด มันคือห้องน้ำ!
“นึกว่าจะฉลาด” ด่าแรงมากพ่อรูปหล่อ เพราะหน้าตาดีซะหรอกเลยไม่โกรธ แต่ว่า…
“ปากร้ายชะมัด” ฉันแพ้เสียงในหัวตัวเองอะ เขาเพ่งดวงตาคมกริบมองมาที่ฉันเรียบนิ่ง มือล้วงกระเป๋ากางเกงยืนเก๊กหน้าห้องหนึ่ง กับทรงผมไม่เซตยังคงหมาด ๆ พร้อมเปิดประตูผายมือให้ฉันดูว่าห้องที่ฉันควรอยู่คือ ห้องนี้
“ขอบคุณที่เปิดประตูให้นะคะ”
“เสร็จแล้ว ออกมาคุยกันหน่อย”
ทำท่าเหมือนเกลียดขี้หน้ากันเป็นชาติ น้ำเสียงวางอำนาจนั้นแสดงให้ใครดูกัน แต่ฉันจะซ่าเกินไปไม่ได้ พึ่งมาเอง เกิดสร้างความเดือดร้อนขึ้นมาเดี๋ยวได้วางมวยโดนไล่ตะเพิดกลับบ้านแน่
ฉันเบ้ปากใส่ไล่หลังเข้า สังเกตว่าห้องในคอนโดนี้ แบ่งสัดส่วนชัดเจน มีพื้นที่ส่วนตัวแบบไม่รบกวนกันด้วย สิ่งแรกที่ได้เข้ามาในห้องนอน คือเปิดหน้าต่างรับลมเข้ามา บรรยากาศทิวทัศน์ดีตามที่คิดไว้ในตอนแรก
เตียงนอนขนาดห้าฟุตถูกจัดเรียบร้อย มือเรียวแตะบนโต๊ะ สำรวจว่ามีฝุ่นรึเปล่า ทุกอย่างกลับสะอาดสะอ้านเหมือนพึ่งทำใหม่ ๆ ตู้เสื้อผ้าติดผนังทำให้ดูไม่รก มีพื้นที่ว่างใช้สอยได้ เช่นนั่งกินขนมดูหนังได้ ฉันเปิดกระเป๋าจัดเสื้อเข้าตู้ จัดของใช้ที่เหลือไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนห้องน้ำอยู่ข้างนอกห้อง
ฉันออกมาข้างนอกหลังจัดของเรียบร้อย เจอกับเจ้าของห้องนั่งบนโซฟาอย่างเก๊กขรึม
“นั่งสิ หรือต้องประคอง?”
ฉันเดินมานั่งโซฟาตัวที่อยู่ถัดจากตัวยาวด้านขวามือของรูมเมตคนหล่อ กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาทำฉันสูดเข้าจมูก มันชวนผ่อนคลายและคลั่งน้อย ๆ นอกจากผิวขาวแล้วสะอาดตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเห็นได้ชัด เขาเป็นคนมีเสน่ห์ที่ดึงดูดให้สายตาฉันอย่างห้ามไม่อยู่ จะว่าฉันบ้าผู้ชายก็ยอม เพราะพี่คือเรฟจากตัวละครในนิยายวายที่ฉันชอบอ่าน
“จะจ้องอีกนานไหม”
“อ๋อ อืม” เมื่อถูกจับได้ ฉันเงยหน้าตอบละลักละล่ำ ยกแขนเกาคอแก้เก้อเขินกับการกระทำชวนอาย เขาเปลี่ยนจากนั่งตัวตรงเป็นพิงหลังกับโซฟา มือกอดอกเงยหน้ามองฉันเหมือนครูกำลังจับผิดเด็กนักเรียน
หล่อเหมือนเทพบุตรนี่ ไม่ให้เชยชมก็ยากหน่อย
“นั่งตั้งนานไม่คิดแนะนำตัว?”
อ่า ตานี่กะเล่นงานฉันทุกช่วงเลยรึไง ตอนเจอกันทำหน้านิ่งทักไม่ตอบ ฉันหรี่ตา เม้มปากบ่นอยู่ในใจ พร้อมแนะนำตัวให้คนตรงหน้ารู้จัก “ชื่อ ไอรีน ค่ะ เรียนปี1 คณะวิศวะ”
หลังจากที่ฉันพูดจบ เขามองหน้าฉันราวกับไม่เชื่อว่าเรียนวิศวะ คงเห็นว่าฉันตัวเล็กสินะ อีกอย่างเรียนสายนี้แล้วยังไง อยากเป็นสาวเท่ห์บ้างอะ
“สาขาไหน?”
“โยธาค่ะ” ตอบกลับอย่างมั่นใจ อันที่จริง พ่อให้เข้าสาขาคอมพิวเตอร์ แต่ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ท่านเลยไม่บังคับ ตามใจว่าจะเรียนด้านไหน แค่คิดว่าอีกไม่กี่วันได้ใส่ชุดนิสิตเข้าคณะที่รายล้อมด้วยหนุ่มหล่อ ใจไอรีนแทบละลายแล้ว
“นอกจากอยู่คอนโดเดียวกัน เธอยังเรียนตามฉันอีกเหรอ”
ฉันหุบยิ้มลงจากที่กำลังภาคภูมิใจ เขาพูดว่าฉันตามเขางั้นเหรอ หรือว่าเขาเองก็เรียนคณะเดียวกันกับฉัน เฮ้ย! แบบนี้ก็เข้าทางเลยดิ
“ใครจะบ้าตาม ไอสอบเข้าด้วยสติปัญญาของตัวเอง” นิ้วเล็กจิ้มตรงขมับอย่างมั่นอกมั่นใจ ฉันชอบเลข ชอบคำนวณ
“ฮึ ตัวเล็กเท่าหมากระเป๋า จับไม้ทีไหวรึเปล่า”
“ดูถูกกันนี่”
เหมือนโดนดูถูกแรงตัวเล็กพริกขี้หนูของฉัน แล้วไม้ทีที่เขาพูดถึงนั้น น้ำหนักก็เบาแทบไม่ได้ครึ่งหนึ่งกระเป๋าสะพายของฉันเลย นี่ถ้าไม่ติดว่าหน้าหล่อ ไม่งั้นซัดหมัดใส่แก้มนั่นให้
“เธอจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน”
“จนเรียนจบมั้งคะ คุณป้าไม่ได้แจ้งให้พี่ทราบเหรอ”
แอบสงสัยว่าทำไมเขาถึงถามคำถามแบบนี้ ย้ายมาอยู่แล้วต้องจนเรียนจบสิ จะให้ย้ายซ้ำไปมาเสียเวลาพอดี นอกจากคอนโดนี้ที่อยู่ใกล้มหาลัย นอกนั้นเป็นหอพักธรรมดาราคาไม่แรง คุณภาพตามราคา
“ใครให้เธอเรียกฉันว่า พี่?”
อ้าว หมอนี่ชักเล่นใหญ่ละ ดูหน้าก็รู้ว่าเขารุ่นพี่กว่าฉันหลายปี “มีใครเคยบอกไหมว่า พี่โคตรกวนเก่ง”
“เธอคนแรก”
“ถ้าไม่ให้ไอเรียกพี่ ว่า พี่ แล้วให้เรียกอะไร”
อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะตอบว่ายังไง ดูจากสีหน้าเรียบนิ่งนั้นแล้ว เดาได้เลยว่า ตัวเขาไม่ได้เตรียมคำตอบที่ดีนัก เพียงแค่ลูกคนเดียวเอาแต่ใจ
“เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า”
เขาตั้งใจเมินคำถามฉันเหรอ? เบ้ปากเล็กน้อยพยายามตั้งใจฟังเรื่องที่เขากำลังพูด
เชื่อไหมว่า คำทิ้งท้ายจากปากขุนเขา ทำเอาไอรีนนิ่งไปสักพักใหญ่ ใครจะคิดว่าเขาที่แน่นอนว่าเข้าห้องไปแล้ว กลับแจ้นตัวมากระซิบคำชวนขนลุกข้างหูเธอ จิ้นเขาบ่อย ๆ ระวัง จะโดนจิ้ม! หมายความว่ายังไง เขาจะจิ้มเธอเหรอ? จิ้มแบบไหน?เมื่อคิดตามคำพูด ภาพเลิฟซีนชายหญิงเข้ามาในหัวทันที ไอรีนรีบสะบัดหัว สลัดความคิดอกุศลที่มันกำลังจะครอบงำจิตใจเธอ นึกแล้วทำกายร้อนรุ่ม มวนท้องเหมือนมีสิ่งมีชีวิตบินอยู่เขาพูดแบบนั้นเพื่อขู่เธอเท่านั้นแหละ ก็ในเมื่อเธอจิ้นเขากับเพื่อนมันมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น“บ้าไปแล้วแน่ ๆ หมายถึงฉันที่บ้า” คิดอะไรอยู่ในหัว เขาเป็นเกย์จิ้มเธอไม่ได้หรอก พยายามคิดบวกเข้าไว้ แต่อีกใจหนึ่งกลับคิดอกุศล เลิกคิด ๆเขียนคิ้วเกือบไม่ตรงกันละเนี่ย เนื่องจากต้องไปนัดเลี้ยงสายรหัส ซึ่งตอนนี้เธอกำลังจัดการตัวเองอยู่ไอรีนแต่งตัวน่ารักเสือยืดคอกลมไหล่ตกสีขาว สวมทับเอี้ยมกระโปรงยีนส์ ความยาวเสื้อเอี้ยมอยู่เหนือเข่า ดูไม่โป๊มาก เวลานั่งเลิกขึ้นไม่เยอะ แต่งหน้าเหมือนเช่นทุกวัน สะพายกระเป๋าผ้าเป็นอันเรียบร้อย ดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือแล้วควรจะลงข้างล่างได้ละหญิงสาวยืนรอเพื่อนมารับหน้าคอนโด มือถือโทรศัพท
ไอรีนนั่งกดโทรศัพท์ตอบกลับข้อความสุดท้ายก่อนจะปิดลง ใช้ส้อมจิ้มแก้วมังกร ที่เธอปอกไว้ใส่ปากอย่างสดใส ได้เพิ่มความสดชื่นด้วยผลไม้แบบนี้ร่างกายโคตรฟินเลย อาการเพลียหรือเมื่อยจากกิจกรรมก่อนหน้านี้หายแล้วซึ่งเย็นนี้สายรหัสไอรีนมีนัดเลี้ยงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต้นไม้พี่รหัสเธอทักตั้งแต่เช้าเพื่อแจ้งให้ทราบ ส่งโลเคชั่นให้ด้วยเผื่อมาไม่ถูก และยังบอกอีกว่าถ้าไม่รู้จะไปกับอะไรจะมารับ ไอรีนปฏิเสธบอกว่าไปกับเพื่อนดูก็รู้ว่าพี่รหัสคนนี้กำลังสนใจเธอ ไม่งั้นคงไม่ชวนคุยสารพัดเรื่องให้เธอตอบ ยิ่งเป็นคนมีมารยาทด้วยสิ ถามมาตอบกลับ แต่ค้างไว้สามข้อความที่ต้นไม้ส่งมา มันไม่เกี่ยวกับเรื่องในมหาลัยแล้วละ ขออนุญาตดองแชทก่อน!ไอรีนไม่ใช่คนเลือกมาก ใครทักมาตอบกลับหมดหรือถ้าไม่ชอบจะดองแชทเอาไว้ จนบางทีลบออกจากข้อความก็มี อย่าท้าทายระบบไอรีน เว้นแต่คนที่เธอชอบจะตอบกลับอย่างไว แบบเห็นไข่ปลาสามจุดกำลังเคลื่อนไหวเธอไม่ออกจากห้องแชทละ“พี่ขุน” เงยหน้าเรียกชายหนุ่มร่างสูงพึ่งออกจากห้องนอน เขาใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น ผมไม่เซตดูรก ๆ แต่มันกลับหล่อมากเลย“…?” วันนี้ไม่มีปากพูดรึไง ตวัดตามองอย่างเดียว“เย็นนี้ไอมี
กิจกรรมตามพี่รหัสได้เริ่มต้นขึ้นอย่างตื่นเต้น ซึ่งเป็นวันที่ฉันกับปาล์มรอเวลานี้แหละ อยากรู้ว่าใครโชคดีได้ฉัน แล้วล่าลายเซ็นที่ผ่านมาทำเอาขาลากเลย เสียงแหบเพราะตะโกนและร้องเพลงสารพัดอย่างที่รุ่นพี่สั่ง“คำใบ้ที่ออกคืออะไรเอ่ย”ตอนนี้กระดาษคำใบ้สื่อถึงพี่รหัสของตัวเองอยู่ในมือแล้ว รุ่นพี่ยังไม่สั่งว่าให้เปิด ยืนลุ้นจนมือเย็นเฉียบเลย เวหาแบมือให้ฉันดูว่าเต็มไปด้วยเหงื่อ อีกทั้งมันทาบฝ่ามือบนแขนฉัน เช็ดเหงื่อด้วยหน้าตาเฉยมากคนเรา“มันไม่ใช่เหงื่อ ดูดิไม่ติดแขนแกเลย”“งั้นตื่นเต้นสินะ มือฉันก็เย็น” มือแตะหลังมือเวหา มันรีบสะบัดออกเพราะเย็นกว่าของมันอีก ไม่รู้จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นแค่หาพี่รหัสเอง แน่นอนว่าเป็นผู้ชายสักพักรุ่นพี่ให้เราเปิดดูคำใบ้ที่ได้ เราสามคนเปิดพร้อมกัน ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นจนเห็นลายอะไรบางอย่าง หรี่ตาเล็กลงลุ้นมากว่าจะเขียนอะไรพิเรนรึเปล่า แทบกรี๊ดกับสิ่งที่ได้“แว่น?” ปาล์มโชว์คำใบ้ตัวเองที่เขียนสั้น ๆ ว่าแว่น ซึ่งไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรต่อเลยนอกจากคำนั้นจริง ๆ ทว่าสายตาฉันดันเห็นข้อความเล็กมุมขวาล่างกระดาษ ต้องกับขมวดคิ้วแล้วส่องใกล้“ตรงนี้ยังมีคำอยู่ แกลองส่องใกล้ ๆ อ่า
ฉันตื่นมาในสภาพเสื้อนักศึกษาจากเมื่อวาน แล้วนอนบนโซฟาจนเมื่อยตัวหมดไม่รู้ว่าตัวเองนอนตรงนี้ได้ไงถึงเช้า ลุกขึ้นนั่งปรือตามองในห้องแล้วสะดุดตากับทีวีจอใหญ่กำลังเล่นเพลงอยู่ ถึงว่าหูฉันมันพังรึเปล่าได้ยินเพลงแต่เช้าก่อนจะอึ้งว่าทำไมมันเปิดเอง? ฉันควานหารีโมทไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน หยัดกายขึ้นยืนแทบล้ม โซซัดโซเซเหมือนคนอ่อนแรงขา พอเห็นว่าไอควบคุมทีวีอยู่ตรงไหนรีบหยิบมาปิดเจ้าของห้องอยู่ไหนละเนี่ย คงไม่บ่นฉันหรอกใช่ไหม เชื่อไหมว่าเวลาเขาไม่อยู่ฉันจะแอบเปิดดูหนังผ่านทีวีจอใหญ่นี้ เพราะมันดูหน้าพระเอกแบบเต็ม ๆ ฟินจิกหมอนขาดก็ตรงที่เห็นปากกับปากจูบกันนี่แหละฉันรู้ว่าเขาไม่ได้งก แค่ไม่เข้าใจทำไมถึงไม่ยอมให้เปิดซีรีส์ดู แต่มีบางวันที่เขากลับมาแล้วบังเอิญเห็นฉันเปิดเพลง พี่ขุนไม่ว่าอะไร เหลือบมองจอแล้วเข้าห้องตัวเองเกือบลืมว่ามีเรียนเช้า รีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนดีกว่า ไปช้าเดี๋ยวเพื่อนบ่นอีก ฉันกลับเข้าห้องตัวเองหลังจากห่างกันทั้งคืน คิดถึงเตียงนุ่ม ๆ กลิ่นหอมจากก้านไม้หอมกลิ่นโปรด ล้มตัวนอนปุ๊บตาก็จะปิดอีกแล้ว“ไม่ได้นะ แกต้องอาบน้ำ ใช่”ดีดตัวขึ้นมาแล้วคว้าผ้าขนหนูแล้วรีบเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว
ขึ้นรถไม่ทันไร ไอรีนชิงหลับซะก่อน มือไม้วางสะเปะสะปะไม่เป็นที่ทาง อาจจะเพราะว่าง่วงหนักก็เป็นไปได้ ไหนจะเรียนและโดนบังคับให้เต้นอีก กระโปรงนักศึกษาก็สั้น ยังดีที่เจ้าหล่อนสวมกางเกงซับในไม่งั้นคงเห็นอะไรต่อมิอะไรถึงคอนโดขุนเขาช้อนตัวอุ้มไอรีนขึ้นห้อง เจ้าตัวคงเหนื่อยมากขนาดโดนย้ายตัวยังไม่ยอมตื่น หลับพริ้มไปในอ้อมกอดกำยำของร่างสูง ขนาดตัวบางเบาราวกับคนไม่ค่อยกินข้าว เขาอุ้มสบายตัวปลิวสแกนนิ้วเข้าห้องเสร็จ วางคนตัวเล็กบนโซฟา จัดท่านอนให้เธอสบายตัวแล้วพาร่างกายแข็งแกร่งอาบน้ำชำระตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ออกมาดูไอรีนพร้อมกับผ้าห่มเจ้าตัวเปลี่ยนนอนตะแคงหน้าหันไปทางพนักพิงโซฟา ขาเรียวขาวยกขึ้นข้างหนึ่งจนกระโปรงเลิกขึ้น เผยให้เห็นกางเกงซับใน ขุนเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามมองข้ามสิ่งดึงความสนใจนั้น เปิดผ้าห่มแล้วคลุมร่างบอบบางที่หลับไม่รู้เรื่องข้าวปลาไม่ทันกิน ตื่นคงบ่นหิว ช่างเถอะ! โตแล้วหัดดูแลตัวเองซะบ้างขุนเขาเตรียมจะก้าวออกจากตรงนั้น เสียงข้อความจากโทรศัพท์ไอรีนดังขึ้นต่อเนื่อง แจ้งเตือนระรัวเข้ามาไม่ขาดสักนาทีเดียว ชายหนุ่มถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดู เป็นเพื่อนผู้ชายที่ชอบวอแ
“รู้จักกันเหรอ?” องศาเอ่ยถามเพื่อนสนิทกับรุ่นน้องเฟรชชี่สลับกัน รุ่นน้องตรงหน้าดูตะลึงอึ้งมากกับสิ่งที่เห็น เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้มีคนเห็น ปกติเล่นกันแบบนี้ที่ไหน แค่จะแซวเพื่อนสาวเล่นแค่นั้นเอง อีกอย่างมันโคตรขนลุกเลย“รู้จักชื่อฉันแล้วเหรอ?”“จริง ๆ อยากรู้ตอนอยู่ในห้อง แต่พี่ขุนเขาไม่ยอมปริปากเลย ทำไมคะ กลัวดอกพิกุลจะร่วงเหรอ” ไอรีนกอดอกยักคิ้วยิ้มแย้ม จากที่เจอเหตุสลดตอนนี้เปลี่ยนอารมณ์แล้ว ต่อให้ในใจยังอึ้งค้างอยู่ แต่ต้องตามสถานการณ์“ในห้อง หมายความว่ายังไง กูงงหมดแล้ว”“หมายถึงอยู่ห้องเดียวกันไง ไอ้ควาย” ออมอยู่แผนกซ้ำเติม ปากร้ายสุดจัดกับองศา เหมือนเป็นคู่เวรคู่กรรมมาแต่ชาติปางก่อน มือสวยดึงแขนแกร่งเพื่อนชายทำหน้าอึ้งงงงวยมายืนด้วยกัน“ทำไมกูไม่รู้เรื่องเลยวะ”“เออ พี่องศาอย่าเข้าใจผิดนะคะ ไอกับพี่ขุนเขาแค่แชร์คอนโดกันอยู่ค่ะ อีกอย่างนอนคนละห้องไม่ได้นอนห้องเดียวกัน สบายใจได้”ไอรีนรีบอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ คลี่คลายความกลัวมีคนเข้าใจผิด เธอพยักหน้าระรัวสื่อว่ามันเป็นความจริง ไม่อยากให้มีเรื่องตามหลัง กลัวล่าลายเซ็นจะยุ่งยากแล้วเธอไม่ผ่านได้ยินไอรีนพูดแก้ตัวอย่างไวแล้วเกิดอาก







