Masukในห้องเก็บฟืนอากาศหนาวเย็น หญิงสาวนอนขดด้วยสภาพน่าเวทนา เสื้อผ้าเปียกชุ่มไม่ได้ผลัดเปลี่ยน ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าของคนเฝ้าเพื่อไม่ให้มีใครเข้ามา หญิงสาวเป็นไข้ทั้งคืนเนื้อตัวร้อนรุ่มทว่ากลับหนาวสั่น น้ำไม่ได้ดื่ม ไม่มีอาหารถูกส่งเข้ามา แม้แต่ที่นั่งก็เป็นเพียงกองฟางส่งกลิ่นเหม็นอับ
เสียงพูดคุยด้านนอกทำให้รู้ว่านางเป็นที่รังเกียจของคนที่นี่ถึงเพียงใด
สาวใช้นางหนึ่งกระซิบเรียกอยู่ตรงช่องลมริมผนัง “ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
นี่เป็นครั้งที่สองที่นางได้พบกับเสี่ยวฟาง อีกฝ่ายแอบมาหาเมื่อคืนตอนกำลังสะลึมสะลือ สอดชามที่มียาอุ่นๆ มาให้เพื่อให้หญิงสาวดื่มดับความหนาวเหน็บ ยังมีหมั่นโถวเย็นชืดทว่าก็พอประทังชีวิต อีกฝ่ายเรียกนางว่าฮูหยินน้อย แถมยังบอกให้นางอดทนท่านหมอเซี่ยกำลังจะมาแล้ว
จื่อเตี๋ยเป็นไข้สติยังไม่คงที่ ส่งเสียงพูดยังยากเพราะเจ็บคอและใบหน้าระบมลามไปทั้งอุ้งปาก ยาอุ่นๆ ถูกสอดเข้ามาอีกชาม นางรับมาด้วยมือสั่นเทาและจิบเข้าไปให้ได้มากที่สุด ไม่นานเสียงของเสี่ยวฟางก็เงียบไป
ถูกขังอยู่นานไม่รู้วัน...ไม่รู้เวลา หลับๆ ตื่นๆ อยู่เช่นนั้นกระทั่งในที่สุดประตูห้องเก็บฟืนก็ถูกเปิดออก ผู้มาก็คือเด็กคนนั้นที่หญิงสาวเคยช่วยลากขึ้นมาจากน้ำ
“เจ้าทำเช่นนั้นทำไม ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าช่วยข้าด้วยเหตุใด เซี่ยจื่อเตี๋ยข้าเกลียดเจ้า! เจ้าทำให้มารดาของข้าไปจากจวน ทำให้ข้าต้องกำพร้ามารดา ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า!”
หญิงสาวพยายามลืมตามองเขา ร่างกายระบมรวดร้าว พิษไข้ทำให้แม้แต่ปลายนิ้วก็ไม่อาจขยับ ที่ทำได้คือหลับตาลงอีกครั้งกอดตัวเองด้วยความหนาวเหน็บงุนงง
ด้านหลังมีเสียงความเคลื่อนไหว คนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมามุงดูห้องเก็บฟืน บุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาหาจากนั้นมองนาง “เสี่ยวเตี๋ยพวกเราไปจากที่นี่กันดีหรือไม่ ลุงมารับเจ้าแล้ว”
นี่เป็นคนที่สองที่ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเวทนาพูดกับนาง จื่อเตี๋ยลืมตามองเขา “ลุง?”
“ใช่แล้ว ข้าเซี่ยเหอ เป็นลุงของเจ้า พวกเราไปจากที่นี่กันดีหรือไม่”
นางมองไปรอบๆ จากนั้นตัดสินใจยื่นมือออกไป “ไปจากที่นี่” นางเพ้อราวกับคนที่ไม่มีสติ ทว่าเซี่ยเหอก็สอดแขนอุ้มนางขึ้น ตอนกำลังก้าวออกมาเขาไม่มองผู้ใดทั้งสิ้น กระทั่งมองเห็นบุรุษหล่อเหลาผู้หนึ่งก้าวเข้ามาขวาง
“ในเมื่อเขียนใบหย่าแล้ว ก็ให้ทุกอย่างจบสิ้น ทั้งบุญคุณ ความแค้น เจ้า ข้า ตระกูลเซี่ยและตระกูลหวัง ล้วนไม่เกี่ยวข้องต่อกันอีก!”
“ท่านลุง ข้า...”
“ข้าไม่ใช่ลุงของเจ้า! ทุกอย่างข้าล้วนยกให้เจ้า สินเดิม สินสอด สิ่งที่เป็นของเสี่ยวเตี๋ย สิ่งที่พวกเจ้าตระกูลหวังอยากได้อยากครอบครอง ข้าขอเพียงเสี่ยวเตี๋ยและหนังสือหย่าขาดของเจ้า!”
“เขียนหนังสือหย่าให้พวกเขาแล้วไล่ไป!!” เสียงทรงพลังของสตรีชรานางหนึ่งดังขึ้น
“ท่านย่า...”
“สตรีชั่วร้ายอำมหิตเช่นนี้ ถูกหย่าและไล่ไปก็สมควรแล้ว ตระกูลหวังไม่มีฮูหยินน้อยที่นิสัยเหี้ยมโหดอย่างนาง นับจากนี้พวกเราสองตระกูลตัดขาดไม่เกี่ยวข้อง!”
“เสี่ยวฟาง” เซี่ยเหอส่งเสียงเรียกสาวใช้ของหญิงสาว “ไปเตรียมหมึกพู่กันมาให้คุณชายหวัง”
“เจ้าค่ะ”
นานมาก...เหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ ทว่ายังดีที่หวังคุ่นยังมีความเป็นคน อดีตสามีของเซี่ยจื่อเตี๋ยยอมให้เสี่ยวฟางพานางกลับห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดตัว จากนั้นจึงถูกพาออกมานั่งยังห้องโถง
หญิงสาวไม่ได้รับอนุญาตให้นำสิ่งใดติดตัวออกมา มีเพียงเสื้อผ้าที่สวมหนึ่งชุดและเครื่องประดับไม่กี่ชิ้น
เสื้อคลุมหนานุ่มอบอุ่นถูกพันรอบตัวนาง กลิ่นหอมของสมุนไพรทำให้รู้ว่านี่เป็นเสื้อคลุมของเซี่ยเหอ เพราะนี่เป็นกลิ่นเดียวกับกลิ่นตอนที่เขาอุ้มนางขึ้น เซี่ยจื่อเตี๋ยหลับตาพิงพนักเก้าอี้ ด้านหลังมีเสี่ยวฟางคอยช่วยประคอง
การหย่าขาดจบลงโดยง่าย เพียงกระดาษสองใบที่มีอักษรตัดขาดและประทับลายนิ้วมือท่ามกลางคนตระกูลหวัง เซี่ยเหออุ้มหญิงสาวขึ้นอีกครั้ง ก้าวเดินออกมาโดยไม่หันกลับไปมองเบื้องหลังอีก
“พวกเราไปกันเถิด”
เสี่ยวฟางเองก็วิ่งตามหลังมาทว่ามีคนขวางนางเอาไว้ “ข้าไม่ใช่ทาส ไม่ใช่สาวใช้ของตระกูลหวัง ทั้งไม่มีหนังสือขายตัว ข้าอยู่ก็เพราะอยากอยู่ คุณหนูพาข้าเข้ามาอย่างถูกต้องเพราะข้าเต็มใจ” เสี่ยวฟางเอ่ยเสียงเย็น “พวกท่านถือสิทธิ์ใดรั้งข้าเอาไว้!”
“ปล่อยนางไป!” นั่นเป็นเสียงของหวังคุ่นอดีตสามีของเซี่ยจื่อเตี๋ย เขาเดินออกมาด้านนอกมองตามหญิงสาวที่เอาแต่นอนนิ่งไม่ขยับ “ปิดประตูจวน”
แล้ว...เซี่ยเหอก็พานางนั่งรถม้าออกมาจากจวนตระกูลหวัง เช่นกันกับที่เซี่ยจื่อเตี๋ยที่หมดสติไป ช่วงเวลาที่สะลึมสะลือหญิงสาวก็ยังโล่งใจที่ตัวเองยังมีชีวิต ข้างหูมีเสียงสนทนา เสียงถอนหายใจ เสียงพรรณนาถึงชะตาชีวิตที่ผกผัน
เซี่ยจื่อเตี๋ย...
ใช่แล้ว ความตายแท้ที่จริงมิใช่จุดสิ้นสุดของทุกอย่าง บัดนี้จื่อเตี๋ยกลับลืมตาขึ้นมาในร่างของ...เซี่ยซื่อ เซี่ยจื่อเตี๋ย สตรีที่เพิ่งถูกสามีหย่าขาดและไล่ออกมาจากจวน!!!
ชินหวางฝู่กำลังวุ่นวายตระเตรียมการ เซี่ยจื่อเตี๋ยกำลังช่วยเสียนจื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็นระหว่างที่เขาเดินทางไปชายแดน นางเน้นหนักไปกับสมุนไพรห้ามเลือด ผงยาแก้ปวด ยาสมานแผล กระทั่งยาแก้ไข้นางก็ยังเตรียมเอาไว้ให้เขาเสียนจื่อมองนางที่เอาแต่คร่ำเครียดเตรียมของ แม้แต่เวลาจะนั่งสนทนากันก็แทบไม่มี เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เสี่ยวเตี๋ยข้าอยากกินน้ำแกงสาลี่หวานของเจ้า”นางจึงเลิกคิ้วหันมามองเขา “อยากกินตอนนี้?”“ใช่”นางมองไปรอบๆ เพราะยังเตรียมของได้ไม่ครบ “เช่นนั้นข้าไปทำให้ท่านครู่เดียว”เขายิ้มออกมา “ข้าไปช่วยเจ้า”ในห้องครัวเล็กชายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการทำน้ำแกงสาลี่หวาน “เจ้าไม่กังวลเลยหรือ”“กังวลเรื่องใด”“เรื่องที่ข้าไปออกรบ”นางเลิกคิ้วหันไปมองเขา “เหตุใดต้องกังวล ท่านเพิ่งไปครั้งแรกหรือก็เปล่า รีบไปรีบกลับมาก็สิ้นเรื่อง ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจไม่มีใครเหมาะที่จะนำทัพเท่ากับท่านอีกแล้ว”เขาขมวดคิ้ว “ก็ควรดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า แต่ว่า...ส่งคนรักไปชายแดนเหตุใดเจ้าไม่มีท่าทางกังวลเลย” เขาถอนหายใจพึมพำเสียงเบาคนเดียวหลังจากเตรียมของให้เขาเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับจวน เสียนจื่อนั่
หยวนเผิงหน้าซีด “ทะ...ท่านก็คือ... ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านคือ...” เขาพึมพำหญิงสาวอมยิ้มมองเสียนจื่อที่กำลังจะเดินกลับมา ในมือของชายหนุ่มมีมันเผาหนึ่งหัว...ในที่สุดก็เลือกได้เสียที นางลุกขึ้นกล่าว “ใช่แล้วข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น เซี่ยจื่อเตี๋ย”หยวนเผิงประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยไม่ได้... ข้าน้อยขออภัยที่ล่วงเกิน!!”“มิได้ๆ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” นางเดินผ่านหยวนเผิงไปหาเสียนจื่อ“บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นเจ้ารู้จัก??” เขาเลิกคิ้วถามนางนางเงยหน้าขึ้นมองเสียนจื่อ “หล่อเหลา??” นางหันกลับไปมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่ “อ้อ...ก็พอดูได้” แต่ว่า...เมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนข้างๆ นางกลับยิ้มกว้าง นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าบุรุษหล่อเหลา “ท่านเลือกได้แล้วหรือ”เสียนจื่อยิ้มกว้าง “ได้แล้ว เจ้ารีบชิมดูว่าหวานหรือไม่” เขาบรรจงแกะมันเผานั้นส่งให้นางถึงปากสือเหยาที่เป็นเจ้าของเพิงน้ำชาอมยิ้ม ...มันเผาที่ท่านอ๋องยืนเลือกอยู่นานสองนาน แท้ที่จริงเขาไม่ได้เลือกให้ตัวเอง ทว่ากลับเดินไปเลือกให้ใต้เท้าหมอหญิงต่างหาก!!ปีที่สองที่โรงหมอแห่งราชสำนักทำการเปิด ศิษย์มากมายยังคงมาเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีหมอหลายคนเข้ามาช่
ทางหนึ่งรับเขาเป็นศิษย์ ทางหนึ่งมอบหมายให้เขาเปิดร้านหมอตระกูลหวังดังเดิม แม้แซ่หวังทว่าคนตระกูลหวังกลับไม่อาจสอดไม้สอดมือกับทรัพย์สินที่หญิงสาวยกให้หวังเหยียน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากกินแต่ก็ได้แต่นั่งมอง นี่เป็นการแก้แค้นคนใจแคบอย่างคนตระกูลหวังได้เป็นอย่างดี!!เพิงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงหมอแห่งราชสำนัก เสียนจื่อรินชาส่งให้หญิงสาวทันทีที่นางเดินเข้ามานั่ง ผู้คนหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาสนอกสนใจข่าวลือมากมายหนาหู ชื่อเสียงแม้กู้คืนกลับมาได้ ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เคยแต่งงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องมีราวจนหย่าขาดกับสามีคนก่อนตอนนี้ยังมีเรื่องพัวพันคลุมเครือกับจื่อเสียนชินหวาง ให้อย่างไรฐานะของนางก็ไม่มีใครมองว่าเหมาะสมกับเขาไม่ว่าจะไปที่ใดข้างกายนางก็จะมีเขาเสมอ ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาเองก็จะวนเวียนอยู่เคียงข้าง นานวันเข้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะประกาศข่าวดี ขุนนางที่รอวันคัดค้านถูมือรอ ขุนนางที่รอคอยชมความครื้นเครงเบิกตาเพื่อชมดูความวุ่นวายถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดโรงหมอแห่งราชสำนักเปิดได้ครบปี ข่าวดีที่ทุกคนรอวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ถูกประกาศมีครั้งหนึ่งเสนาบดีกรมคลังทนไม่ไหว ค
“ข้าทำเอง” นางแย่งมาจากมือใหญ่ใช้เช็ดจมูก นางยังไม่หน้าหนาพอถึงขั้นให้เขาเช็ดน้ำมูกให้นะ!! “มิใช่ดึกมากแล้วหรือ”เขามองไปด้านนอกที่มืดสนิทและเงียบงัน “เกรงว่าคงล่วงเข้ายามอิ๋น[1]แล้วกระมัง”หญิงสาวลืมตาเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว?”“ของผู้ใดเล่า ข้า?”นางถลึงตามองเขา “ก็ใช่น่ะสิ เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับรั้งอยู่ในจวนของสตรีที่เคยถูกสามีหย่า ชื่อเสียงหลังจากวันนี้ท่านจะเอาไปไว้ที่ใด?”เขาหัวเราะ “ข้าต้องสนใจไปไยว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะคิดอย่างไรกับข้า ข้าสนเพียงเจ้าจะคิดเช่นไรไม่ดีกว่าหรือ”นางสบตาคมเข้มของเขานิ่ง เขาเองก็ไม่ยอมหลบมือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มของนางทีหนึ่ง “แต่หากเจ้าถือสา ชื่อเสียงของข้านี้ให้อย่างไรก็ต้องรบกวนเจ้ารับผิดชอบ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะไม่ทอดทิ้งข้า”“ท่าทางคล้ายเจ้าสาวกำลังจะถูกทอดทิ้งของท่านนี่มันอย่างไรกัน เป็นถึงจื่อเสียนชินหวางผู้ใดจะกล้าทำลายชื่อเสียงท่าน อีกอย่างท่านเป็นบุรุษ!”เขาหัวเราะกอดนางแน่นขึ้น “ท่าทางจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ข้าสมควรกลับออกไปแล้วจริงๆ แต่...เจ้าดื่มยาก่อนข้าจึงจะกลับไป” เขาขยับลุกวางนางพิงหัวเตียง ประตูห้องถูกแง
“อืม” นางหลับตาลงจริงๆ รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก “ท่านพูดอะไรหน่อยสิ หาไม่คงหลับก่อนโจ๊กกับยามาถึง เรื่องข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง”เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “คิดว่าเจ้าคงอยากรู้ หวังเหยียนไปยังจวนว่าการ ตีกลองร้อนทุกข์ให้เจ้า ยอมรับโทษโบยยี่สิบไม้จากการทำให้ชื่อเสียงของเจ้าด่างพร้อย กลับจวนยังถูกคนตระกูลหวังโบยลงโทษซ้ำอีกสิบไม้”นางชะงักจากนั้นถอนหายใจออกมา “เขาเป็นคนไม่เลว แม้หลงผิดไปแต่ก็เพราะถูกคนตระกูลหวังปิดหูปิดตา ตอนนั้นเขายังเด็กตอนนี้โตแล้วกลับเข้าอกเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น”แม้เป็นทายาททั้งยังเป็นบุตรชาย ทว่าก็เป็นเพียงบุตรนอกสสมรส เป็นบุตรชายที่เกิดจากอนุ ตอนนี้หวังคุ่นแต่งงานใหม่แล้ว มีฮูหยินเอก ไม่นานเขาก็จะมีทายาทสายตรงเชิดหน้าชูตาหวังเหยียนเล่าจะกลายเป็นอะไรในตระกูลหวัง ยิ่งเขาออกตัวแก้ต่างให้นาง หักหน้าคนตระกูลหวังเช่นนี้ เกรงว่าในอนาคตก็คงไม่มีใครในตระกูลสนับสนุนแล้ว“เขาเป็นอย่างไรบ้าง”“สาวใช้ออกมาตามหมอแล้ว อาการยังนับว่าน่ากังวล ทว่าอย่างไรก็เป็นคนตระกูลหวัง แม้ไม่ได้รับการดูแลดีเหมือนเมื่อก่อน แต่คงนับว่าปลอดภัยดีได้กระมัง”นางพยักหน้าถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เบี่ยงหน้าซุกเข้าไ
“ตระกูลหวังช่างดีดลูกคิดรางแก้วเก่งเหลือเกิน ไม่เพียงไม่อยากเสียหน้า แต่ยังคิดจะดึงคนที่เคยทำลายกลับเข้าจวน ฐานะขุนนางขั้นห้าของใต้เท้าหมอหญิงนี่ช่าง...น่าดึงดูด” ร่างสูงก้าวเข้ามา ด้านหลังยังขุนนางมากมายติดตามมาด้วย“แม้แต่คนที่เคยรังเกียจไม่อยากอยู่ร่วมโลก ยังสามารถอ่อนน้อมไม่ถือสาเรื่องในอดีต เข้าใจผิดนานนับปี เกลียดชังนานนับชาติ ทว่ากล่าวประโยคเดียวหนังสือหย่าก็เป็นโมฆะแล้ว ช่างทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจเสียจริง”นอกจากเสียนจื่อผู้ใดจะกล่าวประโยคเชือดเฉือนเช่นนี้ให้ฟังดูสุภาพนุ่มนวลได้อีก“ชื่อเสียงของสตรีผู้หนึ่ง กลับแก้ไขได้ด้วยประโยคที่กล่าวว่า...เป็นเรื่องเข้าใจผิด” ชายหนุ่มหัวเราะ “ข้ารู้จักกับใต้เท้าหมอหญิงมาก็นับว่าสักพัก ไม่เคยรู้ว่านางเป็นคนใจกว้างถึงเพียงนี้”“หม่อมฉันมิได้หมายความเช่นนั้น ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบแก้ “ที่หม่อมฉันหมายถึงก็คือ...ตระกูลหวังจะต้องชดเชยให้เท้าหมอหญิงแน่นอน”“อย่างเช่น...จะคืนสินเดิมให้?” เสียนจื่อไม่ยอมปล่อย“เพคะแน่นอน เรื่องนั้นตระกูลหวังย่อมรีบจัดการคืนสินเดิมให้ใต้เท้าหมอหญิง”“อย่างเช่น...สินสอดที่นางควรได้?”“นั่นก็ด้วยเพค
เซี่ยจื่อเตี๋ยเดินแหวกเข้าไปกลางวง “ถอยออกไป!” นางสั่งจากนั้นมือแตะหาชีพจร หญิงสาวประคองใบหน้าของหวังเจียวเจียวขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าในปากไม่มีสิ่งใดอยู่ จากนั้นก้มลงประคองให้อีกฝ่ายอ้าปากแล้ว...เป่าลมเข้าไป“นางทำอะไร!!”“เป็นสตรีด้วยกันแท้ๆ จุมพิตสตรีด้วยกันด้วยเหตุใด!!”หลังจากนั้นหญิงสาวก็วางมือ
“ข้า...หวังเหยียน คิดว่าท่านจากเมืองหลวงไปไม่กี่ปีคงจะจำข้าได้ เห็นท่านยังคงสบายดี ข้าผู้นี้ก็ดีใจยิ่งนัก เห็นท่านได้เป็นหมอหลวงหญิง ทั้งยังมีตำแหน่งขุนนางข้า...ยินดีกับท่านด้วย”“อ้อ..เอ่อ เกรงใจไปแล้ว” นางกล่าวด้วยความงุนงง ก่อนจากกันอีกฝ่ายยังจงเกลียดจงชัง อีกทั้งทันทีที่กลับมาถึงเมืองหลวง นางก็
เสียนจื่อไม่ได้ถาม กลับเล่นหมากกระดานนั้นกับนางเงียบๆ ทว่าเสียงหนึ่งกลับดังขึ้นขัด “ข้าต้องการเก้าอี้เช่นกันกับเขา สามารถไปไหนมาไหนได้”เซี่ยจื่อเตี๋ยหันกลับไปหลังวางหมาก “ได้สิ จ่ายเงินมาสองพันตำลึง”เสียนจื่อกลั้นหัวเราะวางหมากดำลงกระดาน“สะ...สองพันตำลึง เซี่ยจื่อเตี๋ยเจ้าเป็นหมอมิใช่หรือ หมอที่
ดึกมากแล้วตอนที่เสียนจื่อรู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก เขาคอแห้งดังนั้นจึงควานมือหาน้ำดื่ม นึกไม่ถึงริมหน้าต่างกลับมีเงาคนขยับลุก มองในความมืดก็เห็นเซี่ยจื่อเตี๋ยงัวเงียเดินเข้ามา นางยังคงสวมชุดสีเหลืองบนตัวมีคราบโคลนหลงเหลือ “ดื่มน้ำหรือ”“ท่านหมอเซี่ย?”“อืมข้าเอง” นางรินน้ำส่งให้เขาจากนั้นเดินกลับไปทิ้







