Share

บทที่ 1.2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-24 16:38:52

ในห้องเก็บฟืนอากาศหนาวเย็น หญิงสาวนอนขดด้วยสภาพน่าเวทนา เสื้อผ้าเปียกชุ่มไม่ได้ผลัดเปลี่ยน ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าของคนเฝ้าเพื่อไม่ให้มีใครเข้ามา หญิงสาวเป็นไข้ทั้งคืนเนื้อตัวร้อนรุ่มทว่ากลับหนาวสั่น น้ำไม่ได้ดื่ม ไม่มีอาหารถูกส่งเข้ามา แม้แต่ที่นั่งก็เป็นเพียงกองฟางส่งกลิ่นเหม็นอับ

เสียงพูดคุยด้านนอกทำให้รู้ว่านางเป็นที่รังเกียจของคนที่นี่ถึงเพียงใด

สาวใช้นางหนึ่งกระซิบเรียกอยู่ตรงช่องลมริมผนัง “ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

นี่เป็นครั้งที่สองที่นางได้พบกับเสี่ยวฟาง อีกฝ่ายแอบมาหาเมื่อคืนตอนกำลังสะลึมสะลือ สอดชามที่มียาอุ่นๆ มาให้เพื่อให้หญิงสาวดื่มดับความหนาวเหน็บ ยังมีหมั่นโถวเย็นชืดทว่าก็พอประทังชีวิต อีกฝ่ายเรียกนางว่าฮูหยินน้อย แถมยังบอกให้นางอดทนท่านหมอเซี่ยกำลังจะมาแล้ว

จื่อเตี๋ยเป็นไข้สติยังไม่คงที่ ส่งเสียงพูดยังยากเพราะเจ็บคอและใบหน้าระบมลามไปทั้งอุ้งปาก ยาอุ่นๆ ถูกสอดเข้ามาอีกชาม นางรับมาด้วยมือสั่นเทาและจิบเข้าไปให้ได้มากที่สุด ไม่นานเสียงของเสี่ยวฟางก็เงียบไป

ถูกขังอยู่นานไม่รู้วัน...ไม่รู้เวลา หลับๆ ตื่นๆ อยู่เช่นนั้นกระทั่งในที่สุดประตูห้องเก็บฟืนก็ถูกเปิดออก ผู้มาก็คือเด็กคนนั้นที่หญิงสาวเคยช่วยลากขึ้นมาจากน้ำ

“เจ้าทำเช่นนั้นทำไม ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าช่วยข้าด้วยเหตุใด เซี่ยจื่อเตี๋ยข้าเกลียดเจ้า! เจ้าทำให้มารดาของข้าไปจากจวน ทำให้ข้าต้องกำพร้ามารดา ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า!”

หญิงสาวพยายามลืมตามองเขา ร่างกายระบมรวดร้าว พิษไข้ทำให้แม้แต่ปลายนิ้วก็ไม่อาจขยับ ที่ทำได้คือหลับตาลงอีกครั้งกอดตัวเองด้วยความหนาวเหน็บงุนงง

ด้านหลังมีเสียงความเคลื่อนไหว คนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมามุงดูห้องเก็บฟืน บุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาหาจากนั้นมองนาง “เสี่ยวเตี๋ยพวกเราไปจากที่นี่กันดีหรือไม่ ลุงมารับเจ้าแล้ว”

นี่เป็นคนที่สองที่ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเวทนาพูดกับนาง จื่อเตี๋ยลืมตามองเขา “ลุง?”

“ใช่แล้ว ข้าเซี่ยเหอ เป็นลุงของเจ้า พวกเราไปจากที่นี่กันดีหรือไม่”

นางมองไปรอบๆ จากนั้นตัดสินใจยื่นมือออกไป “ไปจากที่นี่” นางเพ้อราวกับคนที่ไม่มีสติ ทว่าเซี่ยเหอก็สอดแขนอุ้มนางขึ้น ตอนกำลังก้าวออกมาเขาไม่มองผู้ใดทั้งสิ้น กระทั่งมองเห็นบุรุษหล่อเหลาผู้หนึ่งก้าวเข้ามาขวาง

“ในเมื่อเขียนใบหย่าแล้ว ก็ให้ทุกอย่างจบสิ้น ทั้งบุญคุณ ความแค้น เจ้า ข้า ตระกูลเซี่ยและตระกูลหวัง ล้วนไม่เกี่ยวข้องต่อกันอีก!”

“ท่านลุง ข้า...”

“ข้าไม่ใช่ลุงของเจ้า! ทุกอย่างข้าล้วนยกให้เจ้า สินเดิม สินสอด สิ่งที่เป็นของเสี่ยวเตี๋ย สิ่งที่พวกเจ้าตระกูลหวังอยากได้อยากครอบครอง ข้าขอเพียงเสี่ยวเตี๋ยและหนังสือหย่าขาดของเจ้า!”

“เขียนหนังสือหย่าให้พวกเขาแล้วไล่ไป!!” เสียงทรงพลังของสตรีชรานางหนึ่งดังขึ้น

“ท่านย่า...”

“สตรีชั่วร้ายอำมหิตเช่นนี้ ถูกหย่าและไล่ไปก็สมควรแล้ว ตระกูลหวังไม่มีฮูหยินน้อยที่นิสัยเหี้ยมโหดอย่างนาง นับจากนี้พวกเราสองตระกูลตัดขาดไม่เกี่ยวข้อง!”

“เสี่ยวฟาง” เซี่ยเหอส่งเสียงเรียกสาวใช้ของหญิงสาว “ไปเตรียมหมึกพู่กันมาให้คุณชายหวัง”

“เจ้าค่ะ”

นานมาก...เหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ ทว่ายังดีที่หวังคุ่นยังมีความเป็นคน อดีตสามีของเซี่ยจื่อเตี๋ยยอมให้เสี่ยวฟางพานางกลับห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดตัว จากนั้นจึงถูกพาออกมานั่งยังห้องโถง

หญิงสาวไม่ได้รับอนุญาตให้นำสิ่งใดติดตัวออกมา มีเพียงเสื้อผ้าที่สวมหนึ่งชุดและเครื่องประดับไม่กี่ชิ้น

เสื้อคลุมหนานุ่มอบอุ่นถูกพันรอบตัวนาง กลิ่นหอมของสมุนไพรทำให้รู้ว่านี่เป็นเสื้อคลุมของเซี่ยเหอ เพราะนี่เป็นกลิ่นเดียวกับกลิ่นตอนที่เขาอุ้มนางขึ้น เซี่ยจื่อเตี๋ยหลับตาพิงพนักเก้าอี้ ด้านหลังมีเสี่ยวฟางคอยช่วยประคอง

การหย่าขาดจบลงโดยง่าย เพียงกระดาษสองใบที่มีอักษรตัดขาดและประทับลายนิ้วมือท่ามกลางคนตระกูลหวัง เซี่ยเหออุ้มหญิงสาวขึ้นอีกครั้ง ก้าวเดินออกมาโดยไม่หันกลับไปมองเบื้องหลังอีก

“พวกเราไปกันเถิด”

เสี่ยวฟางเองก็วิ่งตามหลังมาทว่ามีคนขวางนางเอาไว้ “ข้าไม่ใช่ทาส ไม่ใช่สาวใช้ของตระกูลหวัง ทั้งไม่มีหนังสือขายตัว ข้าอยู่ก็เพราะอยากอยู่ คุณหนูพาข้าเข้ามาอย่างถูกต้องเพราะข้าเต็มใจ” เสี่ยวฟางเอ่ยเสียงเย็น “พวกท่านถือสิทธิ์ใดรั้งข้าเอาไว้!”

“ปล่อยนางไป!” นั่นเป็นเสียงของหวังคุ่นอดีตสามีของเซี่ยจื่อเตี๋ย เขาเดินออกมาด้านนอกมองตามหญิงสาวที่เอาแต่นอนนิ่งไม่ขยับ “ปิดประตูจวน”

แล้ว...เซี่ยเหอก็พานางนั่งรถม้าออกมาจากจวนตระกูลหวัง เช่นกันกับที่เซี่ยจื่อเตี๋ยที่หมดสติไป ช่วงเวลาที่สะลึมสะลือหญิงสาวก็ยังโล่งใจที่ตัวเองยังมีชีวิต ข้างหูมีเสียงสนทนา เสียงถอนหายใจ เสียงพรรณนาถึงชะตาชีวิตที่ผกผัน

เซี่ยจื่อเตี๋ย...

ใช่แล้ว ความตายแท้ที่จริงมิใช่จุดสิ้นสุดของทุกอย่าง บัดนี้จื่อเตี๋ยกลับลืมตาขึ้นมาในร่างของ...เซี่ยซื่อ เซี่ยจื่อเตี๋ย สตรีที่เพิ่งถูกสามีหย่าขาดและไล่ออกมาจากจวน!!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.6

    สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปในทันที ในที่สุดเสียงแหบแห้งของเขาก็เอ่ยคำ “เพียงใช้สายตามองและจับชีพจรคราเดียวกลับรับรู้ได้ถึงอาการโดยละเอียด ช่าง...ล้ำเลิศโดยแท้” เขายิ้มเยาะที่มุมปาก “ทว่าน่าเสียดายแม้รู้ก็ใช่ว่าจะสามารถรักษา”เงียบกริบ...นางลุกขึ้นยืนจากนั้นมองบุรุษอีกคนที่มองนางด้วยความหวัง “ข้าช่วยเพียงคนที่อยากมีชีวิตอยู่เท่านั้น”ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึก มองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ ทว่าเจ้าตัวที่เป็นคนไข้กลับหัวเราะ “ไม่มีผู้ใดอยากตายหากมีทางรอด” เขามีท่าทางสิ้นหวังจนนางรับรู้ได้“ผู้ที่บอกว่าไม่อยากตายเหตุใดจึงออกมาจากเมืองหลวงที่มีหมอฝีมือดีมากมาย” นางต่อคำกับเขาโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกเรามาจากเมืองหลวง!” หนึ่งในคนคุ้มกันปราดเข้ามาพร้อมท่าทางราวจะชักกระบี่ หญิงสาวมองเขาด้วยใบหน้าเย็นชา“ที่นี่เมืองอวี่หยาง ตะวันออกคือเมืองหลวง ตะวันตกคือเมืองหั่วซี ถนนด้านหลังพวกท่านมุ่งตรงมาจากเมืองหลวง ในเมื่อพวกท่านมาจากทางนั้นก็ต้องมาจากเมืองหลวง ผู้ใดมีสติปัญญาย่อมบอกได้ในทันที” นางมองเขาราวกับมองคนโง่งม อีกฝ่ายชะงักหน้าม้านไปทันทีชายหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมจิ้งจอกผู้นั้นเงยหน้า

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.5

    ศาลเจ้าร้างถูกแบ่งเป็นสองส่วนอย่างเอื้ออาทร กลุ่มคนที่มาใหม่มีท่าทีระแวดระวัง มีเพียงชายคนหนึ่งที่มีสีหน้ายิ้มแย้มเอ่ยถาม “คลอดกลางทางหรือ”“เจ้าค่ะ/ขอรับ ยังดีที่ไปรับท่านหมอมาทันเวลา”ชายผู้นั้นหันมามองนางกับเสี่ยวฟาง จากนั้นก็เดินกลับไปหาผู้เป็นนาย หญิงสาวมองเห็นเพียงรองเท้าปักสีน้ำเงินเข้ม ขอบของรองเท้าหุ้มแข็งมีด้านสีทองปักเป็นรูปกระเรียนสีเงิน เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ คลุมทับและปกปิดใบหน้าของชายผู้นั้นชายใจดีคนแรกที่เอ่ยถามท่าทางคล้ายกุนซือ บุคลิกราวกับบัณฑิตแต่ก็สูงส่งกว่านั้นเขามองประเมินทุกอย่างรอบตัวอยู่ตลอดเวลา ใบหน้าสุขุมน่าเชื่อถืออีกทั้งยังน่าจะเป็นคนใจเย็นระดับหนึ่ง...เสียงไอดังแว่วมาเป็นระยะ คนคุ้มกันชุดดำแยกกันโอบล้อมเป็นวงกลม มีเสียงสนทนาดังขึ้นแผ่วเบา“มิสู้พวกเราแบ่งชาร้อนๆ ไปให้พวกเขา อย่างไรก็เป็นคนเดินทางเหมือนกัน” คุณชายตระกูลซวีที่ในใจยินดีที่ฮูหยินและบุตรปลอดภัย เขาเสนอแบ่งปันชาร้อนและหมั่นโถวให้คนอีกกลุ่มฝ่ายนั้นรับเอาไว้ด้วยความยินดี ทว่าหญิงสาวก็ยังมองเห็นว่าก่อนจะถูกส่งไปให้ผู้เป็นนายของกลุ่ม ก็ยังมีคนคุ้มกันผู้หนึ่งจิบชาและกินหมั่นโถวก่อน...สาย

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.4

    วิชาแพทย์ไม่ว่าจะแผนปัจจุบันหรือแผนโบราณ เป้าหมายก็ล้วนไม่ต่างกัน นั่นก็คือการช่วยชีวิตและบรรเทาความเจ็บป่วยให้ผู้คน เซี่ยจื่อเตี๋ยค่อยๆ เรียนรู้จากเซี่ยเหอพร้อมๆ กับการอ่านตำรับตำราต่างๆ ของบรรพบุรุษที่จดบันทึกเอาไว้ ความน่าสนใจของการฝังเข็ม ความมหัศจรรย์ของสมุนไพรที่แม้แต่สิ่งที่ปลูกเอาไว้หลังบ้านก็ยังมีและสามารถนำมาใช้ร้านหมอตระกูลเซี่ยแห่งเมืองอวี่หยาง เดิมทีชาวบ้านก็รู้จักและนับถือ บัดนี้มีนางเพิ่มเข้ามาเป็นท่านหมออีกคน แน่นอนว่าทุกคนย่อมสงสัยใคร่รู้หญิงสาวกับเซี่ยเหอแลกเปลี่ยนความรู้ ความสงสัย กระทั่งนำมาปรับใช้เพื่อรักษาคนเจ็บป่วย แรกๆ เซี่ยเหอสงสัยนาง ทว่านางคัดลอกตำราออกมาหลายเล่ม กล่าวอ้างว่าเคยอ่านตำราจากเมืองหลวง ใช้การรักษาแบบปัจจุบันในการโต้แย้งการรักษาตามแบบโบราณ บอกเขาในเรื่องจุดเด่น จุดด้อย กระทั่งกระบวนการของร่างกายมนุษย์ภาพวาดกลไกต่างๆ ของร่างกาย ทั้งหญิงและชาย ส่วนที่เหมือน ส่วนที่แตกต่าง กระทั่งในที่สุดเซี่ยเหอก็ค่อยๆ ยอมรับ แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังคงไม่อาจเข้าใจ ไม่อาจยอมให้นางกระทำ นั่นก็คือ...การผ่าตัดข่าวการศึกทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวน ชายแดนทางเหนือเกิดสงคราม

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.3

    เรื่องราวที่ได้รู้ช่วงที่นอนอยู่บนรถม้า ล้วนผ่านการบอกเล่าของเสี่ยวฟางที่สนทนากับเซี่ยเหอ หญิงสาวค่อยๆ ซึมซับและจดจำสิ่งที่ได้ยินเดิมทีตระกูลเซี่ยเป็นตระกูลหมอมาห้าอายุคน บิดาของหญิงสาวเคยช่วยชีวิตนายท่านตระกูลหวัง สองตระกูลจึงผูกพันผ่านการหมั้นหมายและคำสัญญาหวังคุ่นเดิมทีก็มีคนรักอยู่แล้ว เพียงแต่ชาติตระกูลต่ำต้อยถูกรับเข้าจวนเป็นอนุคอยอุ่นเตียง อีกฝ่ายตั้งครรภ์และคลอดบุตรอายุหกขวบปี จากนั้นหวังคุ่นก็แต่งเซี่ยจื่อเตี๋ยเป็นฮูหยิน...ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเด็กชายคนที่นางช่วยชีวิต ก็คือเขา หวังเหยียนฟังว่าอยู่ๆ อนุผู้นั้นของหวังคุ่นก็หนีหายทิ้งเอาไว้เพียงจดหมาย ผู้คนจึงเข้าใจว่าเป็นเพราะเซี่ยจื่อเตี๋ยที่เป็นต้นเหตุ หญิงสาวถูกรังเกียจ ถูกมองว่าเป็นฮูหยินที่อิจฉาริษยาแม้กระทั่งกับอนุ อยู่ในจวนท่ามกลางความเย็นชาห่างเหินในวันที่เกิดเรื่องเสี่ยวฟางไม่อยู่ที่เรือน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทั้งคุณชายน้อยตระกูลหวังกับเซี่ยจื่อเตี๋ยจึงตกลงไปในสระบัว กระทั่งมีคนเห็นว่าหญิงสาวกำลังบีบคอหวังเหยียน เป็นเหตุให้ตระกูลหวังมีโอกาสได้หย่าขาดและขับไล่หญิงสาวออกมาที่สำคัญยังใช้ข้ออ้างมากมายเพื่อยึดทุกสิ่งไป ทั้ง

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.2

    ในห้องเก็บฟืนอากาศหนาวเย็น หญิงสาวนอนขดด้วยสภาพน่าเวทนา เสื้อผ้าเปียกชุ่มไม่ได้ผลัดเปลี่ยน ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าของคนเฝ้าเพื่อไม่ให้มีใครเข้ามา หญิงสาวเป็นไข้ทั้งคืนเนื้อตัวร้อนรุ่มทว่ากลับหนาวสั่น น้ำไม่ได้ดื่ม ไม่มีอาหารถูกส่งเข้ามา แม้แต่ที่นั่งก็เป็นเพียงกองฟางส่งกลิ่นเหม็นอับเสียงพูดคุยด้านนอกทำให้รู้ว่านางเป็นที่รังเกียจของคนที่นี่ถึงเพียงใดสาวใช้นางหนึ่งกระซิบเรียกอยู่ตรงช่องลมริมผนัง “ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”นี่เป็นครั้งที่สองที่นางได้พบกับเสี่ยวฟาง อีกฝ่ายแอบมาหาเมื่อคืนตอนกำลังสะลึมสะลือ สอดชามที่มียาอุ่นๆ มาให้เพื่อให้หญิงสาวดื่มดับความหนาวเหน็บ ยังมีหมั่นโถวเย็นชืดทว่าก็พอประทังชีวิต อีกฝ่ายเรียกนางว่าฮูหยินน้อย แถมยังบอกให้นางอดทนท่านหมอเซี่ยกำลังจะมาแล้วจื่อเตี๋ยเป็นไข้สติยังไม่คงที่ ส่งเสียงพูดยังยากเพราะเจ็บคอและใบหน้าระบมลามไปทั้งอุ้งปาก ยาอุ่นๆ ถูกสอดเข้ามาอีกชาม นางรับมาด้วยมือสั่นเทาและจิบเข้าไปให้ได้มากที่สุด ไม่นานเสียงของเสี่ยวฟางก็เงียบไปถูกขังอยู่นานไม่รู้วัน...ไม่รู้เวลา หลับๆ ตื่นๆ อยู่เช่นนั้นกระทั่งในที่สุดประตูห้องเก็บฟืนก็ถูกเปิดออก ผู้ม

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.1

    สายน้ำเย็นเยียบพรั่งพรู ความหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าไปถึงไขกระดูก ร่างกายแข็งชาเริ่มรวดร้าว หน้าอกอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน มือทั้งสองข้างที่พยายามแหวกว่ายเริ่มอ่อนแรง ชีวิตที่ดิ้นรนกำลังจะจบสิ้นชั่วอึดใจที่สติกำลังจะดับมอด จื่อเตี๋ยดันร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนกลับขึ้นไปบนฝั่ง ในใจอวยพรให้หนุ่มน้อยที่ตนเสี่ยงชีวิตกระโดดลงมาช่วยให้รอดชีวิตตกลงมาสองชีวิตอย่างน้อยก็รอดไปได้หนึ่ง... เพียงเท่านี้ก็ไม่ขออะไรอีกแล้วท่ามกลางพายุที่โหมกระโชก บนสะพานที่อัดแน่นไปด้วยรถที่เกิดอุบัติเหตุ หญิงสาวไม่ลังเลที่จะกระโดดลงมาช่วยเด็กที่กระเด็นตกลงไปในน้ำ ทว่าตอนที่กำลังพยายามช่วยกลับโดนเด็กที่ตกใจกอดรัด หญิงสาวพยายามเข้าหาอย่างถูกวิธี ทว่าคนกำลังตื่นตระหนกก็เรี่ยวแรงมากเหลือเกิน เมื่อดิ้นรนจนกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น ทันทีที่ทั้งสองเริ่มหมดแรงก็จมลงไปพร้อมๆ กันห้วงสุดท้ายของคุณหมอสาว จื่อเตี๋ยอมยิ้มกับตัวเองและพยายามคิดในแง่ที่ดี อย่างน้อยตัวหญิงสาวเองก็มีโอกาสได้ใช้ชีวิตมาแล้วช่วงหนึ่ง ตายไปตอนนี้ก็อาจจะมีคนพูดถึงในแง่ดี เพราะช่วยมาได้อีกหนึ่งชีวิต ให้เด็กคนนั้นมีโอกาสได้ใช้ชีวิตมากกว่านี้ ได้เข้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status