Share

บทที่ 1.3

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-24 16:39:13

เรื่องราวที่ได้รู้ช่วงที่นอนอยู่บนรถม้า ล้วนผ่านการบอกเล่าของเสี่ยวฟางที่สนทนากับเซี่ยเหอ หญิงสาวค่อยๆ ซึมซับและจดจำสิ่งที่ได้ยิน

เดิมทีตระกูลเซี่ยเป็นตระกูลหมอมาห้าอายุคน บิดาของหญิงสาวเคยช่วยชีวิตนายท่านตระกูลหวัง สองตระกูลจึงผูกพันผ่านการหมั้นหมายและคำสัญญา

หวังคุ่นเดิมทีก็มีคนรักอยู่แล้ว เพียงแต่ชาติตระกูลต่ำต้อยถูกรับเข้าจวนเป็นอนุคอยอุ่นเตียง อีกฝ่ายตั้งครรภ์และคลอดบุตรอายุหกขวบปี จากนั้นหวังคุ่นก็แต่งเซี่ยจื่อเตี๋ยเป็นฮูหยิน

...ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเด็กชายคนที่นางช่วยชีวิต ก็คือเขา หวังเหยียน

ฟังว่าอยู่ๆ อนุผู้นั้นของหวังคุ่นก็หนีหายทิ้งเอาไว้เพียงจดหมาย ผู้คนจึงเข้าใจว่าเป็นเพราะเซี่ยจื่อเตี๋ยที่เป็นต้นเหตุ หญิงสาวถูกรังเกียจ ถูกมองว่าเป็นฮูหยินที่อิจฉาริษยาแม้กระทั่งกับอนุ อยู่ในจวนท่ามกลางความเย็นชาห่างเหิน

ในวันที่เกิดเรื่องเสี่ยวฟางไม่อยู่ที่เรือน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทั้งคุณชายน้อยตระกูลหวังกับเซี่ยจื่อเตี๋ยจึงตกลงไปในสระบัว กระทั่งมีคนเห็นว่าหญิงสาวกำลังบีบคอหวังเหยียน เป็นเหตุให้ตระกูลหวังมีโอกาสได้หย่าขาดและขับไล่หญิงสาวออกมา

ที่สำคัญยังใช้ข้ออ้างมากมายเพื่อยึดทุกสิ่งไป ทั้งสินเดิม สินสอด รวมไปถึงทรัพย์สินที่เคยเป็นของเซี่ยจื่อเตี๋ย ไม่ยอมให้นางนำสิ่งใดติดตัวออกมาเลย...

เสี่ยวฟางสะอื้นบอกเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงอัดอั้นตันใจ เซี่ยจื่อเตี๋ยอยู่ในจวนตระกูลหวังด้วยความอึดอัด สามีไม่รัก แม่สามีไม่เอ็นดู หนำซ้ำยังโดนบ่าวไพร่เมินเฉย ทุกคนล้วนมองว่านางเป็นเพียงฮูหยินน้อยที่ไม่มีใครให้ความสำคัญ ไม่ว่ามีสิ่งใดล้วนโยนความผิดให้โดยไม่ลังเล หนำซ้ำยังข่มขู่เช้าเย็นว่าจะให้หวังคุ่นหย่าขาด จากนั้นส่งนางไปอยู่ที่เรือนนานอกกำแพงเมืองหลวง!!

รถม้าแล่นออกมาจากเมืองหลวง ข้ามวัน คืน กระทั่งสามวันสามคืนจึงหยุดลง จวนหลังหนึ่งไม่ได้ใหญ่โตนัก ถึงอย่างนั้นทันทีที่นางไปถึงทุกคนก็ออกมาต้อนรับ

ป้าสะใภ้ร่ำไห้มองนางด้วยความสงสารเห็นใจ บรรดาบ่าวไพร่ปฏิบัติกับนางอย่างระมัดระวัง เรือนของหญิงสาวเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ยา อาหาร กระทั่งเสื้อผ้าก็ล้วนเต็มไปด้วยของดีมีราคา แตกต่างจากตอนที่อยู่ในจวนตระกูลหวังโดยสิ้นเชิง!!

หนึ่งเดือน...กว่าที่เซี่ยจื่อเตี๋ยจะสามารถก้าวลงจากเตียง ร่างกายอ่อนแอนี้ทำให้เซี่ยเหอถึงกับดวงตาแดงก่ำคลอคลอง “นับว่าผ่านพ้นทุกอย่างไปได้แล้ว นับจากนี้ก็ให้ถือเสียว่าฟื้นคืนจากความตาย เจ้ามิใช่เซี่ยจื่อเตี๋ยคนเดิมอีก ลุงขอให้เจ้าอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ ให้เห็นว่าลุงเป็นบิดาอีกคนของเจ้า มีสิ่งใดลุงล้วนแบกรับให้เจ้าเอง”

ใช่...บัดนี้นางมิใช่เซี่ยจื่อเตี๋ยคนเดิมแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยได้สิ้นลมไปแล้วจริงๆ หลงเหลือเพียงหญิงสาวที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ ไม่หลงเหลือความทรงจำโหดร้าย ไม่มีความผูกพันใดๆ กับคนตระกูลหวังอีก...

เส้นผมยาวดำขลับถูกสางช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง เสี่ยวฟางสีหน้าและดวงตาสดใสกว่าทุกครั้ง นางสบตากับคุณหนูของตนด้วยรอยยิ้ม

“เอาแต่อุดอู้อ่านตำราแพทย์ของนายท่านมานานนับเดือน ในที่สุดคุณหนูก็ยอมลงจากเตียงแล้ว”

หญิงสาวหัวเราะ “มิใช่เจ้าตื่นเต้นกว่าข้าอีกหรือที่จะได้ไปเดินเล่นด้านนอก”

“เจ้าค่ะ ที่นี่งดงามมาก แม้ไม่ใช่เมืองใหญ่แต่บนท้องถนนก็นับว่าคึกคัก ถนนเมืองอวี่หยางสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นดอกจื่อเถิงสีม่วง ยามออกดอกคงงดงามมากเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นหรือ” นางมองตัวเองในคันฉ่อง เซี่ยจื่อเตี๋ยนับเป็นสตรีที่งดงามราวโฉมสะคราญผู้หนึ่ง อายุหรือก็เพิ่งย่างเข้าสิบเจ็ดสิบแปด แต่งเข้าตระกูลหวังเพียงปีเดียวก็ถูกขับไล่ออกมา ฟังว่าตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยตรากตรำลำบาก สองมือนี้จึงนุ่มนิ่มเรียวงาม

ตำราแพทย์มากมายของตระกูลเซี่ย ทำให้หญิงสาวเพลิดเพลินแม้ร่างกายอ่อนแอปวกเปียกนับเดือน ตอนนี้ถึงเวลาที่หญิงสาวจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่เพิ่งเก็บกลับมาได้นี้จื่อเตี๋ยจะใช้มันให้ดี ใช้ให้คุ้มค่า ให้สมกับที่สวรรค์เมตตาให้นางได้มีโอกาสที่สอง!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.6

    สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปในทันที ในที่สุดเสียงแหบแห้งของเขาก็เอ่ยคำ “เพียงใช้สายตามองและจับชีพจรคราเดียวกลับรับรู้ได้ถึงอาการโดยละเอียด ช่าง...ล้ำเลิศโดยแท้” เขายิ้มเยาะที่มุมปาก “ทว่าน่าเสียดายแม้รู้ก็ใช่ว่าจะสามารถรักษา”เงียบกริบ...นางลุกขึ้นยืนจากนั้นมองบุรุษอีกคนที่มองนางด้วยความหวัง “ข้าช่วยเพียงคนที่อยากมีชีวิตอยู่เท่านั้น”ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึก มองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ ทว่าเจ้าตัวที่เป็นคนไข้กลับหัวเราะ “ไม่มีผู้ใดอยากตายหากมีทางรอด” เขามีท่าทางสิ้นหวังจนนางรับรู้ได้“ผู้ที่บอกว่าไม่อยากตายเหตุใดจึงออกมาจากเมืองหลวงที่มีหมอฝีมือดีมากมาย” นางต่อคำกับเขาโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกเรามาจากเมืองหลวง!” หนึ่งในคนคุ้มกันปราดเข้ามาพร้อมท่าทางราวจะชักกระบี่ หญิงสาวมองเขาด้วยใบหน้าเย็นชา“ที่นี่เมืองอวี่หยาง ตะวันออกคือเมืองหลวง ตะวันตกคือเมืองหั่วซี ถนนด้านหลังพวกท่านมุ่งตรงมาจากเมืองหลวง ในเมื่อพวกท่านมาจากทางนั้นก็ต้องมาจากเมืองหลวง ผู้ใดมีสติปัญญาย่อมบอกได้ในทันที” นางมองเขาราวกับมองคนโง่งม อีกฝ่ายชะงักหน้าม้านไปทันทีชายหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมจิ้งจอกผู้นั้นเงยหน้า

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.5

    ศาลเจ้าร้างถูกแบ่งเป็นสองส่วนอย่างเอื้ออาทร กลุ่มคนที่มาใหม่มีท่าทีระแวดระวัง มีเพียงชายคนหนึ่งที่มีสีหน้ายิ้มแย้มเอ่ยถาม “คลอดกลางทางหรือ”“เจ้าค่ะ/ขอรับ ยังดีที่ไปรับท่านหมอมาทันเวลา”ชายผู้นั้นหันมามองนางกับเสี่ยวฟาง จากนั้นก็เดินกลับไปหาผู้เป็นนาย หญิงสาวมองเห็นเพียงรองเท้าปักสีน้ำเงินเข้ม ขอบของรองเท้าหุ้มแข็งมีด้านสีทองปักเป็นรูปกระเรียนสีเงิน เสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ คลุมทับและปกปิดใบหน้าของชายผู้นั้นชายใจดีคนแรกที่เอ่ยถามท่าทางคล้ายกุนซือ บุคลิกราวกับบัณฑิตแต่ก็สูงส่งกว่านั้นเขามองประเมินทุกอย่างรอบตัวอยู่ตลอดเวลา ใบหน้าสุขุมน่าเชื่อถืออีกทั้งยังน่าจะเป็นคนใจเย็นระดับหนึ่ง...เสียงไอดังแว่วมาเป็นระยะ คนคุ้มกันชุดดำแยกกันโอบล้อมเป็นวงกลม มีเสียงสนทนาดังขึ้นแผ่วเบา“มิสู้พวกเราแบ่งชาร้อนๆ ไปให้พวกเขา อย่างไรก็เป็นคนเดินทางเหมือนกัน” คุณชายตระกูลซวีที่ในใจยินดีที่ฮูหยินและบุตรปลอดภัย เขาเสนอแบ่งปันชาร้อนและหมั่นโถวให้คนอีกกลุ่มฝ่ายนั้นรับเอาไว้ด้วยความยินดี ทว่าหญิงสาวก็ยังมองเห็นว่าก่อนจะถูกส่งไปให้ผู้เป็นนายของกลุ่ม ก็ยังมีคนคุ้มกันผู้หนึ่งจิบชาและกินหมั่นโถวก่อน...สาย

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.4

    วิชาแพทย์ไม่ว่าจะแผนปัจจุบันหรือแผนโบราณ เป้าหมายก็ล้วนไม่ต่างกัน นั่นก็คือการช่วยชีวิตและบรรเทาความเจ็บป่วยให้ผู้คน เซี่ยจื่อเตี๋ยค่อยๆ เรียนรู้จากเซี่ยเหอพร้อมๆ กับการอ่านตำรับตำราต่างๆ ของบรรพบุรุษที่จดบันทึกเอาไว้ ความน่าสนใจของการฝังเข็ม ความมหัศจรรย์ของสมุนไพรที่แม้แต่สิ่งที่ปลูกเอาไว้หลังบ้านก็ยังมีและสามารถนำมาใช้ร้านหมอตระกูลเซี่ยแห่งเมืองอวี่หยาง เดิมทีชาวบ้านก็รู้จักและนับถือ บัดนี้มีนางเพิ่มเข้ามาเป็นท่านหมออีกคน แน่นอนว่าทุกคนย่อมสงสัยใคร่รู้หญิงสาวกับเซี่ยเหอแลกเปลี่ยนความรู้ ความสงสัย กระทั่งนำมาปรับใช้เพื่อรักษาคนเจ็บป่วย แรกๆ เซี่ยเหอสงสัยนาง ทว่านางคัดลอกตำราออกมาหลายเล่ม กล่าวอ้างว่าเคยอ่านตำราจากเมืองหลวง ใช้การรักษาแบบปัจจุบันในการโต้แย้งการรักษาตามแบบโบราณ บอกเขาในเรื่องจุดเด่น จุดด้อย กระทั่งกระบวนการของร่างกายมนุษย์ภาพวาดกลไกต่างๆ ของร่างกาย ทั้งหญิงและชาย ส่วนที่เหมือน ส่วนที่แตกต่าง กระทั่งในที่สุดเซี่ยเหอก็ค่อยๆ ยอมรับ แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังคงไม่อาจเข้าใจ ไม่อาจยอมให้นางกระทำ นั่นก็คือ...การผ่าตัดข่าวการศึกทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวน ชายแดนทางเหนือเกิดสงคราม

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.3

    เรื่องราวที่ได้รู้ช่วงที่นอนอยู่บนรถม้า ล้วนผ่านการบอกเล่าของเสี่ยวฟางที่สนทนากับเซี่ยเหอ หญิงสาวค่อยๆ ซึมซับและจดจำสิ่งที่ได้ยินเดิมทีตระกูลเซี่ยเป็นตระกูลหมอมาห้าอายุคน บิดาของหญิงสาวเคยช่วยชีวิตนายท่านตระกูลหวัง สองตระกูลจึงผูกพันผ่านการหมั้นหมายและคำสัญญาหวังคุ่นเดิมทีก็มีคนรักอยู่แล้ว เพียงแต่ชาติตระกูลต่ำต้อยถูกรับเข้าจวนเป็นอนุคอยอุ่นเตียง อีกฝ่ายตั้งครรภ์และคลอดบุตรอายุหกขวบปี จากนั้นหวังคุ่นก็แต่งเซี่ยจื่อเตี๋ยเป็นฮูหยิน...ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเด็กชายคนที่นางช่วยชีวิต ก็คือเขา หวังเหยียนฟังว่าอยู่ๆ อนุผู้นั้นของหวังคุ่นก็หนีหายทิ้งเอาไว้เพียงจดหมาย ผู้คนจึงเข้าใจว่าเป็นเพราะเซี่ยจื่อเตี๋ยที่เป็นต้นเหตุ หญิงสาวถูกรังเกียจ ถูกมองว่าเป็นฮูหยินที่อิจฉาริษยาแม้กระทั่งกับอนุ อยู่ในจวนท่ามกลางความเย็นชาห่างเหินในวันที่เกิดเรื่องเสี่ยวฟางไม่อยู่ที่เรือน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทั้งคุณชายน้อยตระกูลหวังกับเซี่ยจื่อเตี๋ยจึงตกลงไปในสระบัว กระทั่งมีคนเห็นว่าหญิงสาวกำลังบีบคอหวังเหยียน เป็นเหตุให้ตระกูลหวังมีโอกาสได้หย่าขาดและขับไล่หญิงสาวออกมาที่สำคัญยังใช้ข้ออ้างมากมายเพื่อยึดทุกสิ่งไป ทั้ง

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.2

    ในห้องเก็บฟืนอากาศหนาวเย็น หญิงสาวนอนขดด้วยสภาพน่าเวทนา เสื้อผ้าเปียกชุ่มไม่ได้ผลัดเปลี่ยน ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าของคนเฝ้าเพื่อไม่ให้มีใครเข้ามา หญิงสาวเป็นไข้ทั้งคืนเนื้อตัวร้อนรุ่มทว่ากลับหนาวสั่น น้ำไม่ได้ดื่ม ไม่มีอาหารถูกส่งเข้ามา แม้แต่ที่นั่งก็เป็นเพียงกองฟางส่งกลิ่นเหม็นอับเสียงพูดคุยด้านนอกทำให้รู้ว่านางเป็นที่รังเกียจของคนที่นี่ถึงเพียงใดสาวใช้นางหนึ่งกระซิบเรียกอยู่ตรงช่องลมริมผนัง “ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”นี่เป็นครั้งที่สองที่นางได้พบกับเสี่ยวฟาง อีกฝ่ายแอบมาหาเมื่อคืนตอนกำลังสะลึมสะลือ สอดชามที่มียาอุ่นๆ มาให้เพื่อให้หญิงสาวดื่มดับความหนาวเหน็บ ยังมีหมั่นโถวเย็นชืดทว่าก็พอประทังชีวิต อีกฝ่ายเรียกนางว่าฮูหยินน้อย แถมยังบอกให้นางอดทนท่านหมอเซี่ยกำลังจะมาแล้วจื่อเตี๋ยเป็นไข้สติยังไม่คงที่ ส่งเสียงพูดยังยากเพราะเจ็บคอและใบหน้าระบมลามไปทั้งอุ้งปาก ยาอุ่นๆ ถูกสอดเข้ามาอีกชาม นางรับมาด้วยมือสั่นเทาและจิบเข้าไปให้ได้มากที่สุด ไม่นานเสียงของเสี่ยวฟางก็เงียบไปถูกขังอยู่นานไม่รู้วัน...ไม่รู้เวลา หลับๆ ตื่นๆ อยู่เช่นนั้นกระทั่งในที่สุดประตูห้องเก็บฟืนก็ถูกเปิดออก ผู้ม

  • ข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น!!   บทที่ 1.1

    สายน้ำเย็นเยียบพรั่งพรู ความหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าไปถึงไขกระดูก ร่างกายแข็งชาเริ่มรวดร้าว หน้าอกอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน มือทั้งสองข้างที่พยายามแหวกว่ายเริ่มอ่อนแรง ชีวิตที่ดิ้นรนกำลังจะจบสิ้นชั่วอึดใจที่สติกำลังจะดับมอด จื่อเตี๋ยดันร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนกลับขึ้นไปบนฝั่ง ในใจอวยพรให้หนุ่มน้อยที่ตนเสี่ยงชีวิตกระโดดลงมาช่วยให้รอดชีวิตตกลงมาสองชีวิตอย่างน้อยก็รอดไปได้หนึ่ง... เพียงเท่านี้ก็ไม่ขออะไรอีกแล้วท่ามกลางพายุที่โหมกระโชก บนสะพานที่อัดแน่นไปด้วยรถที่เกิดอุบัติเหตุ หญิงสาวไม่ลังเลที่จะกระโดดลงมาช่วยเด็กที่กระเด็นตกลงไปในน้ำ ทว่าตอนที่กำลังพยายามช่วยกลับโดนเด็กที่ตกใจกอดรัด หญิงสาวพยายามเข้าหาอย่างถูกวิธี ทว่าคนกำลังตื่นตระหนกก็เรี่ยวแรงมากเหลือเกิน เมื่อดิ้นรนจนกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น ทันทีที่ทั้งสองเริ่มหมดแรงก็จมลงไปพร้อมๆ กันห้วงสุดท้ายของคุณหมอสาว จื่อเตี๋ยอมยิ้มกับตัวเองและพยายามคิดในแง่ที่ดี อย่างน้อยตัวหญิงสาวเองก็มีโอกาสได้ใช้ชีวิตมาแล้วช่วงหนึ่ง ตายไปตอนนี้ก็อาจจะมีคนพูดถึงในแง่ดี เพราะช่วยมาได้อีกหนึ่งชีวิต ให้เด็กคนนั้นมีโอกาสได้ใช้ชีวิตมากกว่านี้ ได้เข้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status