مشاركة

เรื่องมาหาถึงที่

last update تاريخ النشر: 2026-07-22 14:42:32

เมื่อได้รับฟังคำชี้แจงจากผู้ช่วยท่านเจ้าเมืองจนเข้าใจ เหล่าผู้ถูกเนรเทศทั้งห้าครัวเรือนจึงแยกย้ายไปตามสภาพการณ์

ผู้ใดไม่มีตำลึงซื้อจวนหลังใหม่ ให้เดินตามคนของทางการไปยังที่พัก ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดร้านค้า ส่วนผู้ใดประสงค์จะซื้อจวนหลังใหม่ ให้ไปพบกับท่านรองเจ้าเมือง ที่ห้องทำงานส่วนตัวภายในศาลาว่าการของเมือง

ทางด้านท่านเจ้าเมืองหนุ่ม หลังจากออกมาพบปะพูดคุยเพียงไม่กี่ประโยค เขาก็เดินกลับเข้าไปในศาลาว่าการทันที ไม่แม้แต่จะปรายตามองสตรีที่เขายืนย่ำค้ำหัวเลยสักนิด

ท่วงท่าองอาจแฝงไปด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามฐานันดรศักดิ์ เปิดเผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าคนมองกลับรู้สึกขัดตายิ่งนัก เพราะเข้าใจว่าบุรุษผู้เป็นใหญ่ในเมืองนี้ มีท่าทีเย่อหยิ่งเฉพาะต่อหน้าผู้ถูกเนรเทศ

‘หยิ่งชะมัด รูปงามเสียเปล่า!’

หลังจากนั้นถังเย่วเหยาจึงเลิกให้ความสนใจเจ้าเมืองหนุ่ม หันมาสนใจแบบของจวนที่ตนจะให้บิดาไปเลือกซื้อจากท่านรองเจ้าเมือง

“ท่านพ่อท่านแม่ อยากได้จวนขนาดกลางหรือขนาดใหญ่เจ้าคะ”

“พ่อว่าเอาขนาดกลางคงเหมาะสมกว่า อย่าลืมว่าพวกเราเป็นผู้ถูกเนรเทศ”

บุรุษสูงใหญ่เดินประคองฮูหยินของตนด้วยท่าทีรักใคร่ มืออีกข้างจูงมือบุตรชายให้ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน

คล้อยหลังเหล่าองครักษ์เสื้อแพร ถังเว่ยหานจึงกลับมาเดินอย่างมั่นคงเป็นปกติ ไร้ท่าทีอ่อนแรงเฉกเช่นก่อนหน้า

“ใช่เหยาเหยา แม่เห็นด้วยกับพ่อของเจ้า อีกอย่างแม่ตั้งใจจะทำความสะอาด และทำอาหารด้วยตนเอง หากซื้อจวนหลังใหญ่คงทำไม่ไหว”

“ท่านแม่จะทำความสะอาดเอง!”

ลำพังทำอาหารให้เพียงพอต่อสี่คนรับประทานยังพอเข้าใจได้ แต่นางนึกภาพมารดาก้มลงกวาดถูพื้นเรือนไม่ออกเลย ข้อมือเล็ก ๆ นั่นทำไหวแน่หรือ

“เอ่อ…แม่ทำได้ แค่ต้องค่อย ๆ ทำไปทีละเรือน ทำไปทำมาประเดี๋ยวก็สะอาด ไม่ได้ยากเกินความตั้งใจกระมัง”

ถังฮูหยินตอบรับพลางหลบสายตาสามีและบุตรสาว นางเห็นมุมปากของสามีอมยิ้มไม่ต่างจากบุตรสาว คุณหนูจากตระกูลขุนนางขั้นหนึ่งเคยทำความสะอาดเรือนเองเสียที่ไหนเล่า

“ท่านเจ้าเมืองก็บอกแล้วว่าซื้อได้ทุกอย่าง หากมีผู้ใดซักถามพวกท่านแค่บอกไปว่าเครื่องประดับติดกายของข้ามีหลายชิ้น อีกทั้งยังขายได้ตำลึงมากพอใช้จ่ายไปทั้งชีวิต”

เจ้าตัวกล่าวพลางยื่นถุงตำลึงขนาดใหญ่ให้บิดาถือครอง ในนั้นนอกจากตำลึงยังเต็มไปด้วยตั๋วฝากเงินเกินหนึ่งแสนตำลึงทอง ซึ่งได้จากการขายสมบัติบางส่วนระหว่างเดินทาง

โชคยังดีที่สมบัติจากจวนผู้คุ้มภัยส่วนใหญ่ เป็นทองคำที่ยังไม่ประทับตราผู้ถือครอง นางจึงขายได้โดยไม่ต้องระวังมากนัก

“แม่เพิ่งรู้ว่าเจ้าชอบพกเครื่องประดับติดกายในยามค่ำคืน” เรื่องนี้มารดารู้สึกสงสัยมาโดยตลอด เพราะรู้ถึงนิสัยเรียบง่ายของบุตรสาวดีกว่าใคร แต่พึ่งมีโอกาสซักถามให้กระจ่าง

“ข้าพึ่งกลับจากท่องเที่ยวอย่างไรเล่าเจ้าคะ จึงยังเห่อข้าวของที่ได้มาจากการประมูลบ้าง จากขุมทรัพย์ใต้สุสานบ้าง เลยเอามานอนกอดให้ชื่นใจ วันเกิดเรื่องข้าตกใจมากเลยยัดเข้าส่วนลับของสตรี โชคดีที่ฝ่าบาทไม่ให้ทหารค้นตัว”

“พระองค์คงเห็นว่าพวกเจ้าเป็นสตรีเลยไม่ให้บุรุษล่วงล้ำ ส่วนบุรุษถูกตรวจค้นทุกซอกทุกมุม อาห้าวยังถูกค้นตัว”

ถังเว่ยหานแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ในคำกล่าวยังคงเคารพองค์จักรพรรดิไม่มีแปรเปลี่ยน

“นับว่าพระองค์ยังมีเมตตานะเจ้าคะ” หากเป็นแดนมารต่อให้เป็นบุรุษหรือสตรีต้องรับโทษไม่ต่างกัน

“พวกเรามีบุตรสาวนำโชคเลยไม่เดือดร้อน พ่อขอบใจเจ้าแทนทุกคนนะเหยาเหยา”

“ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน” ดวงตากลมโตหยีเล็กลงเพราะเจ้าตัวกำลังยิ้มกว้าง

“แล้วเรื่องซื้อจวนเจ้าจะเข้าไปเจรจากับพ่อหรือไม่”

“ไม่เจ้าค่ะ ข้าให้สิทธิ์ท่านพ่อ อยากเลือกจวนแบบไหนเลือกได้ตามใจชอบเลยนะเจ้าคะ เสร็จจากนี้เราจะไปซื้อรถม้ามาไว้ใช้งาน และหาบ่าวไพร่มาช่วยทำงานสักสามสี่คน ข้ากับท่านแม่และอาห้าวจะนั่งรอตรงศาลารอพัก หากเข้าไปทั้งหมดเกรงว่าท่านรองเจ้าเมืองจะไม่สะดวก”

“ตกลง” บิดาลูบศีรษะของบุตรสาวอย่างซึ้งในน้ำใจ

สามคนแม่ลูกนั่งรอหัวหน้าครอบครัวอย่างสงบเสงี่ยมตรงศาลารอพัก ซึ่งบริเวณนี้ยังคงมีผู้มาติดต่อราชการอยู่เรื่อย ๆ นั่งรออยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงแหลมบาดแก้วหูของสตรีผู้หนึ่งดังอยู่ไม่ไกล

“อุ้ยตาย! พวกถูกเนรเทศหรือยังไง จึงได้มานั่งรอขอส่วนบุญอยู่ตรงนี้ ชิ้ว ชิ้ว! ไปเสียให้ไกลจากตรงนี้ พวกข้าพลเมืองชั้นหนึ่งเหม็นเหงื่อพวกนักโทษจะแย่”

สตรีผิวสีเข้มผู้สวมเครื่องแต่งกายรูปแบบสาวใช้ เอ่ยขับไล่ตามคำสั่งของเจ้านายสาว

ขนาดสวมผ้าคลุมใบหน้ามิดชิด ยังมองเห็นรัศมีความงดงามของสตรีผู้ถูกเนรเทศทั้งสองคน ผิวพรรณขาวนวลเนียนเหมือนไม่เคยโดนแดดเผากายเลยสักนิด

หลิวม่านหงบุตรีคนโตตระกูลหลิว ตระกูลพลเมืองชั้นหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่เมืองเสวียนมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ เอ่ยสั่งการสาวใช้คนสนิทให้ไล่คนแปลกหน้าไปให้พ้นจากบริเวณนี้

ด้วยเกรงว่าท่านเจ้าเมืองรูปงามจะมาพบเห็น และสนใจสตรีผู้มาเยือนมากกว่าตน ทุกวันนี้เขายังไม่เคยสนใจนางเลยสักครั้ง หากมีคู่แข่งมาเพิ่มไม่แย่เลยหรือ!

ถังเย่วเหยารู้แน่ชัดว่าคนกลุ่มนี้ กำลังกล่าวถึงพวกนางสามคนแม่ลูก จึงหันหน้าไปพูดคุยกับมารดาด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าปกติ

“คนที่นี่สงสัยโดนแดดเผาจนวิปลาสนะเจ้าคะท่านแม่ เห็นผิวขาวกว่าไม่ได้รีบมีปัญหาเชียว หากเห็นหน้าพวกเราไม่ลงไปนอนชักดิ้นชักงอเลยหรือ”

คนงามผู้มั่นใจในรูปโฉมตนเองเต็มเปี่ยม กล่าวโต้กลับอย่างไม่แยแสสิ่งใด

งามก็บอกว่างาม ที่ปิดบังใบหน้าหาใช่อัปลักษณ์สักหน่อย!

“นี่เจ้า ข้าอุตส่าห์พูดดีด้วย เหตุใดจึงกล่าววาจาสามหาวกับคุณหนูของข้า” 

สาวใช้ผู้นั้นเดินปรี่เข้ามาใกล้ศาลามากกว่าเดิม สองมือยกขึ้นเตรียมพร้อมรังแกผู้มาเยือนเต็มที่ เพราะทำอยู่บ่อยครั้งเลยเข้าใจว่าการตบตีสตรีงดงามคือหน้าที่ของตนไปเสียแล้ว

“พูดดี! แบบเมื่อกี้เรียกพูดดีแล้วหรือ เช่นนั้นจงเก็บคำกล่าวเหล่านี้ไว้ใช้กับคนในตระกูลพวกเจ้าเถิด เห็นทีพวกข้าจะรับคำพูดดี ๆ เช่นนี้ไม่ไหวหรอก”

“พวกนักโทษเดนตาย ดีเท่าไหร่ที่พวกข้าแวะมาพูดคุยด้วย”

หลิวม่านหงทนฟังวาจาโต้กลับไม่ไหว จึงเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างกายสาวใช้ของนาง และด่ากราดสตรีผิวขาวอย่างไม่ไว้หน้า

“เหอะ ทีหลังเดินผ่านไปเสียเถิดอย่าได้แวะอีกเลย พวกข้าเกรงใจจะแย่” 

ถังเย่วเหยาหาใช่คนเงียบขรึมให้ผู้อื่นมาหยามหมิ่น ในทางกลับกันนางยังมีนิสัยจองหองไม่แพ้ผู้ใด หากมารดาไม่ดึงแขนไว้คงมีคนเลือกตกยางออกเป็นแน่

“พวกหนูโสโครกสกปรก ออกไปจากที่นี่เลยนะ!”

เสียงคนขี้อิจฉาเริ่มดังมากกว่าเดิม จนผู้คนจ้องมองมาด้วยความสนใจ อีกทั้งยังคาดเดาเหตุการณ์ต่อจากนี้ได้กันทุกคน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าก็แค่ผู้ถูกเนรเทศ   ความสุขของข้าผู้ถูกเนรเทศ (จบบริบูรณ์)

    สองเดือนต่อจากนั้นตระกูลหานจากเมืองหลวง ได้ถูกท่านเจ้าเมืองเสวียนเนรเทศต่อไปยังเมืองป๋าย สามคนพ่อแม่ลูกไม่ได้ถูกผู้ใดกลั่นแกล้งทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เกิดจากการกระทำโดยยั้งคิดหานเจาเจา ถูกตีตราให้เป็นนักโทษในเหมืองแร่ ต้องทำงานในเหมืองทุกวันยกเว้นนายจ้างให้หยุดพัก รับสภาพลูกจ้างเต็มตัวส่วนบิดามารดาของนางมีอาการเจ็บป่วย จึงได้พักผ่อนในความดูแลของเจ้าเมืองป๋ายไม่ต่างจากผู้ถูกเนรเทศคนอื่น ๆ เจ็บป่วยมีหมอดูแลไปตามสมควรสาเหตุที่ตระกูลหานถูกเนรเทศซ้ำซ้อน เพราะบุตรีคิดวางยาปลุกกำหนัดท่านเจ้าเมืองเสวียน!ท่านเจ้าเมืองผู้ถือเนื้อถือตัว ไม่ยอมความเด็ดขาดและไม่ยอมลดโทษใด ๆ ทั้งนั้นหานเจาเจามีโอกาสลงมือแต่กระทำไม่สำเร็จ เพราะท่านเจ้าเมืองระวังตัวดียิ่งกว่าผู้ใด หากว่าภรรยาดูแลเขาดีมากแล้ว เหล่าองครักษ์ย่อมดูแลดีไม่ต่างกันทุกครั้งที่ออกไปรับประทานอาหารนอกจวน ทั้งอาหาร น้ำดื่ม น้ำชา ล้วนถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด ไร้ช่องโหว่ให้คนร้ายในเงามืดเล่นงานห้าเดือนผ่านไป“แอ้ แอ้”เสียงร้องเรียกหามารดา ของทารกชายหญิงคู่แฝดวัยเพียงสามเดือนกว่า“หยูหยู หลงหลง อยู่กับท่านตาท่านยายก่อน บิดามารดาขอ

  • ข้าก็แค่ผู้ถูกเนรเทศ   ทีใครทีมัน ตอนปลาย

    ในวันแต่งงานของคนทั้งคู่ ท่านเจ้าเมืองขี่ม้าศึกไปรับเกี้ยวเจ้าสาวด้วยตนเอง วันนั้นเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นหลายอย่าง แต่เป็นความวุ่นวายที่มีความสุขยิ่งนักเปาะ! แปะ! เปาะ! แปะ!เช้าวันนั้นได้เกิดเสียงแห่งสวรรค์ ตกลงกระทบหลังคาแต่ละจวนชาวเมืองเสวียนรีบออกมามุงดูเสียงนั้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น พวกเขาต่างภาวนาให้เกิดขึ้นจริง‘ใช่เสียงฝนแน่หรือ’‘พวกเจ้าหูฝาดไปหรือไม่’‘ข้ามั่นใจว่าใช่เสียงฝน เสียงนี้ข้าเคยได้ยินเมื่อยี่สิบปีก่อน’ท่ามกลางแสงแดดระอุกลับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก พื้นดินซึ่งแต่เดิมแห้งแตกระแหงรีบดูดกลืนน้ำจืดลงดิน คล้ายกับหิวกระหายไม่ต่างจากมนุษย์ ชาวเมืองเสวียนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างออกมาวิ่งเล่นรับน้ำฝนกันอย่างมีความสุข โอ่งเก็บน้ำ ถังรองน้ำ หม้อ ไห จาน ถ้วย ของใช้ภายในครัว ถูกนำมารองน้ำฝนกันอย่างตื่นเต้นท่านเจ้าเมืองแย้มยิ้มเต็มใบหน้า หางตาของเขามีน้ำซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของบุรุษ ผู้ซึ่งแบกรับภาระหนักมานานหลายปี มีฮูหยินคนงามคอยเคียงข้างไม่ห่างกาย“พวกเราทำสำเร็จแล้วนะเจ้าคะ อีกไม่นานเมืองของเราคงกลับมาอุดมสมบูรณ์”นิ้วเรียวกรีดซับน้ำตาให้สามีอย่างเอ็นดู

  • ข้าก็แค่ผู้ถูกเนรเทศ   ทีใครทีมัน ตอนต้น

    ตู้ม! ตู้ม!เสียงระเบิดพลังปราณดังสนั่นบึงน้ำขนาดใหญ่ ทำให้เกิดรอยแยกใจกลางบึงกว้าง มนุษย์ผู้มีพลังปราณสีม่วงเข้ม กระโดดลงไปโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้นกลิ่นอายมารดำใต้บึงใหญ่ ซึ่งยามนี้สายน้ำแยกออกกว้างจนมองเห็นโคลนตม ทำให้สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างรู้งานทันใดนั้นลำแสงสีม่วงบริสุทธิ์ จึงเริ่มขุดค้นหาดวงจิตอันทรงพลัง ทว่ายามนี้กลับอ่อนแอยิ่งนัก น้ำเต้ากักมารถูกเปิดฝาอ้ารอคอยการกักเก็บ“อ้าก!!!!”เสียงร้องดังโหยหวนอย่างเจ็บปวด เกิดจากลำแสงสีม่วงเข้มบริสุทธิ์ตามตำราลับ กำลังเกี่ยวรัดกอบกุมกลุ่มควันสีดำสนิทตรงกลางกลุ่มควันก้อนนั้น มีดวงตาสีแดงคู่หนึ่งฝังอยู่ พวกเขาหลีกเลี่ยงการมองดวงตาคู่นั้นโดยตรง จะได้ไม่ถูกราชามารดำครอบงำโจวซีเฉินอ๋อง คือบุรุษผู้ตรงตามตำราปราบมารทุกประการ ทั้งชาติกำเนิดอันสูงส่ง พลังปราณสีม่วงเข้มบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของมารขาวอักขระ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันโดยไม่มีผู้ใดรู้ล่วงหน้ามาก่อน“ฟู่หย่งไต้ เตรียมรับให้ดี”“ส่งมาเลยท่านเจ้าเมือง”สองบุรุษทำงานเข้าคู่กันเป็นอย่างดี ถังเย่วเหยาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายนางชื่นชมบุรุษทั้งสองยิ่ง

  • ข้าก็แค่ผู้ถูกเนรเทศ   เปิดดวงตาสวรรค์ ตอนปลาย

    คราแรกมังกรหนุ่มแปลกใจมาก เขาได้กลิ่นอายของผู้เป็นนายมาเยือนถึงที่ แต่กลับพบเพียงสตรีรูปโฉมงดงามอ้อนแอ้น ทว่าเมื่อนึกดูดี ๆ จึงจดจำได้ว่าท่านเทพบิดร มีบุตรีอายุน้อยเป็นมารขาวอักขระ“ข้ามาขอน้ำเต้ากักมาร ตำราลับ และน้ำตาของท่านไปรักษาคนตาบอด”ถังเย่วเหยาลอยตัวลงต่ำ แล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามังกรเจ้าของถ้ำ พร้อมทั้งรีบบอกความต้องการของตนบุรุษร่างกึ่งมังกรผู้นี้ คือสัตว์เทพของท่านเทพบิดร นางเพิ่งรู้เมื่อตอนเปิดดวงตาสวรรค์!มังกรตนนี้อยู่เฝ้าสมบัติในประตูมิติมานานหลายร้อยปี แทนที่จะอยู่ในห้วงจิตเทพเฉกเช่นสัตว์เทพตนอื่น ๆ เพราะเขาไม่ชอบใช้ชีวิตบนแดนสวรรค์ ชอบเฝ้าถ้ำและรอคอยกลั่นแกล้งมนุษย์แสนละโมบเทพบิดรผู้มีสัตว์เทพนับร้อยเลยไม่อยากขัดใจ ท่านเทพปล่อยให้มังกรขี้หวงเฝ้าของรักได้ตามใจชอบ“ท่านเทพบิดร รู้หรือไม่ว่าท่านลงมาแดนมนุษย์”“ท่านพ่อนั่นแหละส่งข้ามา เรียกว่าเนรเทศก็ไม่ต่าง”“น่าแปลก เพราะปกติท่านเทพบิดรไม่เคยมอบพลังให้บุตรยามส่งลงมาดัดนิสัย เอ่อ…ยามเนรเทศ เอ่อ…ส่งลงมาเรียนรู้แดนมนุษย์ ขออภัยที่ข้ากล่าวผิดไปบ้าง”เอ่ยว่ากล่าวผิดแต่กลับยิ้มตรงมุมปาก สตรีตรงหน้าช่างน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย“ท

  • ข้าก็แค่ผู้ถูกเนรเทศ   เปิดดวงตาสวรรค์ ตอนต้น

    เบื้องหน้าของกลุ่มนักเดินทางในยามนี้คือถ้ำขนาดใหญ่ ปากถ้ำเปิดกว้างสูงเด่นตระหง่าน มองเข้าไปข้างในรู้สึกได้ถึงรังสีอันตรายบางอย่าง ซึ่งลึกลับน่าหวั่นเกรงยิ่งกว่าผู้เฝ้าครองผลพิรุณ“ถ้ำแห่งนี้มีบางอย่างที่สำคัญ”ฟู่หย่งไต้ไม่ได้คิดไปเอง เพราะมีดสั้นสำหรับเปิดฝาน้ำเต้ากักมารกำลังสั่นไหวอยู่ใต้อาภรณ์“ในถ้ำนี้มีมังกร ถ้ำมังกรยังอยู่เช่นเดิมไม่ต่างจากวันวาน แต่รังสีอันตรายมากกว่าตอนนั้นยิ่งนัก”ถึงแม้จะจดจำเส้นทางไม่ได้ เพราะในประตูมิติปรับเปลี่ยนสภาพอากาศอยู่ตลอด แต่พอเห็นปากถ้ำลักษณะเปิดกว้างลึกถึงเพดาน โจวซีเฉินจึงจดจำได้ทันที“ผ่านมานานหลายปี มังกรตนนั้นอาจบรรลุพลังปราณขั้นสูงสุดแล้วเจ้าค่ะ”ถังเย่วเหยาออกความเห็นบ้าง ต่อให้รู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย ทว่าจำเป็นต้องเดินหน้าให้สุดทางหลังจากผูกม้าในที่ลับตาคน ทั้งห้าชีวิตจึงก้าวเดินเข้าไปใกล้ปากถ้ำ ทุกคนคิดไม่ต่างกันคือเดินหน้าต่อไป จนกว่าจะมองเห็นแสงสว่างตรงปลายทางเมื่อเข้าใกล้อุโมงค์หินช่วงปากถ้ำ ไอหมอกประหลาดสีขาวหม่น ได้พ่นออกมาปกคลุมไปทั่วบริเวณ หมอกสีหม่นกลืนหายทุกชีวิตประดุจมัจจุราชไร้เงาทั้งห้าคนเลือนหายไปกับสายหมอก ทันใดนั้นปากถ

  • ข้าก็แค่ผู้ถูกเนรเทศ   ผลพิรุณ ตอนปลาย

    ‘สหายข้าเองนามไป๋เซ่อ บอกนางไปว่าเสวียนจูขอผลพิรุณสักสี่ผล’‘บอกอย่างไร ในห้วงจิตหรือพูดออกเสียง’‘ใช้ปราณมารขาวของเจ้า เข้าไปพูดคุยกับนางในห้วงจิต’เมื่อรู้วิธีพูดคุยกับสัตว์อสูรซึ่งไม่ได้อยู่ในพันธะสัญญาของตน ถังเย่วเหยาจึงตะโกนบอกกล่าวให้เหล่าบุรุษรับรู้“พี่ซีเฉินอยู่กันนิ่ง ๆ ก่อนนะเจ้าคะ ข้าต้องการพูดคุยกับอสรพิษตนนี้”“ว่าอย่างไรนะ”โจวซีเฉินถามกลับอย่างไม่เชื่อหูตนเอง แต่เมื่อเห็นสายตาแน่วแน่เขาจึงเงียบรอฟัง“เชื่อใจข้าเถิดเจ้าค่ะ”“ทุกคนห้ามทำอะไรทั้งนั้น รอฟังคำสั่งอย่างเดียว”เสียงเข้มของท่านเจ้าเมือง ตะโกนสั่งการบุรุษอีกสามคน ต่อให้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่เขาเลือกเชื่อนาง“เข้าใจแล้ว”ฟู่หย่งไต้ขานรับก่อนใคร เขาอยากรู้เช่นกันว่าถังเย่วเหยาจะเจรจาอย่างไรกับอสรพิษตัวนี้ในตำราของตระกูลฟู่ เขียนเอาไว้ว่าเคยมีผู้กระทำเช่นกัน ทว่าผู้นั้นไม่ใช่มนุษย์ถังเย่วเหยาปล่อยพลังปราณสีดำของมารขาวอักขระ ให้เข้าไปในห้วงจิตของอสรพิษตัวใหญ่ นางเรียนรู้วิธีนี้มาจากมารดาในแดนมารจึงกระทำได้โดยง่ายการกระทำนี้ไม่มีผู้ใดสัมผัสได้ถึงพลังปราณ มีเพียงสัตว์อสูรกึ่งเซียนตรงหน้า ซึ่งยามนี้รับรู้แล้วว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status