เข้าสู่ระบบทว่าหลังจากที่ถ่ายทอดพลังทั้งหมดให้แก่หลิวฟางซวง ชายชราก็สามารถปล่อยวางความรู้สึกผิดหวังที่สมมานานหลายหมื่นปีได้สำเร็จถึงหลิวฟางซวงจะเป็นเศษเสี้ยวพลังและวิญญาณของคนผู้นั้น แต่นางก็มิใช่เฉินว่านเซิงนางมองมู่หรงอู่ด้วยสายตาของผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก มิใช่สายตาของสตรีที่มองบุรุษผู้หนึ่งด้วยความเสน่หา สองศิษย์อาจารย์ผลัดกันเดินหมากโดยมีเฉียนอวี่เป็นผู้นับคะแนน กว่าเหอเหยาจวงจะดึงตนเองออกมาจากห้วงอดีตอันไกลโพ้น เขาก็พบว่ากระดานหมากนี้ใกล้จะจบลงเสียแล้ว เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ชายชรารู้สึกว่าปลายนิ้วของตนเองเริ่มอ่อนแรง ภาพเบื้องหน้าเริ่มจางลงเรื่อยๆ จนแทบกลายเป็นสีขาวโพลน ในที่สุด... เขาก็จะได้พบกับเฉินว่านเซิงเสียที กริ๊ก! หมากสีขาวจากมือเหี่ยวย่นตกลงสู่พื้น ชายชราหลับตาลงอย่างเชื่องช้า มุมปากยกยิ้มนิดๆ ใบหน้าผ่องใสแลดูสงบประหนึ่งว่าเขาเพียงแค่นอนหลับไปเท่านั้น สองพี่น้องฝาแฝดรีบปาดความเปียกชื้นที่หางตาทิ้ง คุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับทำความเคารพขั้นสูงสุด “...น้อมส่งท่านอาจารย์” แม้จ
第二十二章ท่านอากับความรู้สึกที่มิอาจหลบหนี ครั้นการจัดตั้งตำแหน่งหน้าที่ครบถ้วนเรียบร้อย การประชุมบนเผ่าสวรรค์ก็เป็นอันสิ้นสุด ทว่าน่าแปลกนักที่ครานี้ปรามจารย์แห่งสำนักไร้นามกลับไม่มาร่วมด้วย มีหลายคนสงสัย แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าปริปากถาม คาดว่าในเมื่อหลิวฟางซวงปรากฏกายขึ้นแล้ว ผู้ที่ปิดบังฐานะที่แท้จริงของนางอย่างเหอเหยาจวงคงกลัวความผิดจนไม่ยอมมาสู้หน้า ...หากความจริงมันมิใช่อย่างนั้นแม้แต่น้อย ครั้นเฉียนอวี่เก็บกวาดภายในห้องศาสตราวุธเสร็จเรียบร้อย นางก็ทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์โดยการไปเรียกตัวผู้ที่ถูกกักบริเวณให้ออกมาพบ เฉียนเสวี่ยทั้งประหลาดใจทั้งกังวล จิ้งจอกหนุ่มรีบมุ่งหน้าไปยังห้องโถงด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในอก ในเมื่อท่านอาจารย์ถ่ายทอดพลังปราณให้หลิวฟางซวงจนหมดสิ้น เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเวลาของเขา... ความคิดของชายหนุ่มสะดุดลงเมื่อเขาและน้องสาวฝาแฝดเดินทางมาถึงสถานที่อันคุ้นเคย กลิ่นอายสูงส่งที่มักจะเป็นสัญญาณบอกกล่าวพวกเขาถึงตัวตนของเหอเหยาจวงกลับว่างเปล่า ร่างที่ปกติมักจะนั
สงครามครั้งก่อนเผ่ามารตั้งเป้าหมายในการยึดครองแดนมนุษย์ก่อนแล้วค่อยกระจายขึ้นบนและลงล่าง มาคราวนี้พวกมันระมัดระวังมากกว่าเดิม พวกเขาเองก็ไม่สามารถยึดวิธีตั้งแผนรับมือเหมือนก่อนได้อีก“อี้ปั๋ว เรื่องนี้เจ้าจะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้” เทพมังกรแห่งคาบสมุทรซีไห่กล่าวเสียงขรึม “เผ่าเทพมังกรผู้ปกครองคาบสมุทรมิได้มีเพียงเจ้าคนเดียว”เทพมังกรอี้ปั๋วตวัดสายตาไปมองผู้กล่าวอย่างเย็นชา “จากการโจมตีเมื่อคราก่อน ก็มีเพียงทะเลตงไห่ที่ต้องรับมือตามลำพัง คาบสมุทรอีกสามแห่งมิเห็นจะแยแส”“นั่น...!” ศิษย์เอกอันดับหนึ่งแห่งสำนักไร้นามที่เพิ่งมาถึงมาทันได้เห็นอี้ปั๋วจ้องเขม็งไปยังเทพมังกรผู้ปกครองคาบสมุทรแห่งอื่นพอดี บรรยากาศร้อนๆ หนาวๆ ส่งผลให้แม่ทัพหนุ่มที่ค่อนข้างบอบช้ำจากศึกที่ผ่านมาลอบกลืนน้ำลาย ช่างน่าปวดหัวแทนท่านลุงของเขาโดยแท้...ทันใดนั้นเอง บานประตูที่เพิ่งปิดลงก็ถูกแรงดันมหาศาลจากภายนอกพัดตึงจนเกิดเสียงดังลั่นเซี่ยโหยวฮว้าเพิ่งเดินทางมาถึงได้ไม่นานจึงยืนอยู่บริเวณใกล้บานประตูมากที่สุด ครั้นสามารถเห็นผู้มาใหม่ได้อย่างชัดเจนก็เบิกตากว้าง“น้องสาม!”เทพธิดาสาวผู้ก้าวผ่านธรณีป
“หลังจากจอมมารถอยทัพ ท่านพ่อก็ตามท่านเทพเอ้อหลางขึ้นไปประชุมบนสวรรค์” ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ “ข้าเองก็ต้องไปรายงานเช่นเดียวกัน” “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าเป็นห่วงท่านอาจารย์กับศิษย์น้อง เมื่อท่านเสร็จสิ้นธุระแล้ว รบกวนท่านไปที่หุบเขาไกลภพได้หรือไม่” ยิ่งหลี่ลู่พูดคุยกับชายหนุ่มมากเท่าไร อาการที่เขาเก็บซ่อนไว้ก็เริ่มแสดงออมามากขึ้น ช่วงที่เขาสูญเสียดวงตา กิเลนหนุ่มยังถูกโจมตีด้วยฝ่ามือและพลังวัตรอันแข็งแกร่งจากเผ่ามารไปหลายต่อหลายครั้ง ความจริงแล้วเขาบาดเจ็บภายในสาหัส แต่เพื่อมิให้คนในเผ่าต้องเป็นกังวลและเสียขวัญ ชายหนุ่มจึงต้องข่มความรู้สึกเจ็บไว้จนใบหน้าซีดขาว เซี่ยโหยวฮว้าเติบโตมาพร้อมกับหลี่ลู่ มีหรือที่เขาจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่“ข้าเองก็ตั้งใจจะทำเช่นนั้น”ร่างในเสื้อเกราะกล่าวเสร็จก็เรียกกระปุกยาออกมาจากความว่างเปล่าแล้วยื่นส่งให้คนที่ทำหน้ามึน “นี่เป็นยาที่ข้านำมาจากแดนเทพ หากเจ้าไม่อยากหมดสติไปตรงนี้ก็รีบกินเสีย”หลี่ลู่ขมวดคิ้ว แต่ก็รีบส่งเม็ดโอสถเข้าปากอย่างไม่เกี่ยงงอน “นี่ข้าติดหนี้คงขี้งกหรอกหรือนี่”เซี่ยโหยวฮ
“อาวุธที่ว่านี้จำเป็นต่อการรับพลังจากท่านหรือไม่” “เจ้าสามวางใจเถิด ข้าจะไม่ดึงอาวุธออกมาจากร่างของเขา” เหอเหยาจวงทราบดีว่าการนำอาวุธออกจากร่างของมู่หรงอู่นั่นหมายถึงการเป็นอมตะของอีกฝ่ายจะสิ้นสุด ร่างของชายหนุ่มผู้นี้จะแหลกสลายกลายเป็นผุยผง เพราะเขาควรเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อหลายหมื่นปีก่อน หลิวฟางซวงได้ฟังเช่นนั้นก็มีสีหน้าโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด ชายชราจึงเริ่มอธิบายต่อ “เนื่องจากพลังของเจ้ากับข้ามีธาตุบางส่วนที่แตกต่างกัน การถ่ายทอดพลังทั้งหมดให้แก่เจ้าอาจมีเหตุทำให้การโคจรพลังติดขัด ลมปราณแตกซ่าน แหวนหมื่นดาราจะช่วยปรับสมดุลให้ได้” “แล้วมู่หรงอู่จะได้รับอันตรายหรือไม่” “หากจิตใจของเขาสงบ เขาก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่ถ้าหากภาชนะไม่เสถียร ทั้งเจ้าและข้า... รวมถึงตัวเขาเองอาจได้รับอันตราย” “เช่นนั้น...” เทพธิดาสาวตั้งใจเสนอให้มู่หรงอู่ไปรอด้านนอก แต่ความไวของนางก็ยังพ่ายแพ้แก่บุรุษหน้าหวานที่ร้องขึ้น “ข้าเต็มใจจะช่วยเหลือพวกท่าน” มู่หรงอู่กล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่นจริงจัง “มู่หรงอู่
第二十一章ท่านอากับอาวุธศักดิ์สิทธิ์“สงบใจลงบ้างหรือยัง”ผู้ซึ่งเป็นทั้งเจ้าสำนักและอาจารย์เอ่ยถามหลังจากเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยเดินผ่านประตูเข้ามาในห้องเก็บศาสตราวุธ...บานประตูซึ่งก่อนหน้านี้นางเคยหันหลังเดินจากไปแล้วครั้งหนึ่งหลิวฟางซวงก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้ามาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าชายชราที่นั่งถัดสมาธิอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยศาสตราวุธอันทรงพลังมากมาย“ศิษย์ช่างอกตัญญูยิ่งนักที่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องเป็นห่วง” น้ำเสียงของนางดูหนักแน่นกว่าเก่า “ที่ผ่านมาแม้ศิษย์จะมีหน้าที่อันใหญ่หลวงแต่กลับทำตัวเหลวไหล หากท่านก็ยังเมตตาและไม่เคยต่อว่า ความผิดพลาดและความไม่เอาไหนที่ผ่านมานั้น ท่านอาจารย์ได้โปรดให้อภัยศิษย์ที่ไม่ได้เรื่องผู้นี้ด้วย”“หากศิษย์ผิดและสำนักตนได้ ก็คงไม่มีอาจารย์คนใดมิให้อภัยแก่ศิษย์ผู้นั้น” สายตาของปรามจารย์แห่งยุคทอดมองนางอย่างเมตตาและเข้าใจ “เจ้าสาม อาจารย์นั้นก็เปรียบเสมือนบิดามารดา สิ่งที่ทำให้เจ้าไม่มีความสุข ข้าก็ไม่อยากให้เข้าฝืนทำ หน้าที่นี้ถูกยัดเยียดให้ หากเจ้าไม่เต็มใจทำจริงๆ ก็ไร้ความหมาย”พลังวารีพิสุทธิ์เกิดจากพลังของจิตใจ หากหลิวฟางซวงมิได้มีความมุ่งมั่นอยากทำจ
หลิวฟางซวงเห็นสภาพดังกล่าวก็เลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่ง…ผู้ใดสั่งสอนให้เดินแก้ผ้ามาเยี่ยงนี้!มู่หรงอู่วิ่งไปหลบอยู่หลังร่างอรชรด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ การต่อสู้อันดุเดือดยังสร้างความขนลุกขนพองให้เขาไม่สร่างซาการกระทำของเด็กมนุษย์ผิดกับหลิวฟางซวงที่กะพริบตาปริบๆ มองร่างที่กำลังย่ำเดินตรงมาหานางด้วยส
第一章ท่านอาเป็นสตรีผู้เกียจคร้าน การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มส่งผลให้ผู้ตื่นนอนมีสีหน้าสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้ายามเย็นแต่งแต้มด้วยฝูงวิหคโผบินกลับรังเสมือนภาพวาด หวนให้นึกถึงความสุขสงบของบ้านที่จากมา หลิวฟางซวงยืดแขนบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้า ดวงหน้างามพริ้มดั่งหญิงสาววัยสิบแ
คิดพลางสะบัดมือเพื่อจุดเทียนไขในห้องให้สว่าง ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วเรียกของสองสามสิ่งขึ้นมากองบนโต๊ะหินเบื้องหน้ามู่หรงอู่ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพร้อมชะเง้อคอมอง “ท่านอาซวงจะทำอันใด”“เย็บผ้า”ผู้ฟังกะพริบตาปริบๆ ปกติเขาเห็นท่านอาเสกโน่นเสกนี่มาโดยตลอด วันนี้ต้องมีวาระโอกาสพิเศษแน่ท่านอาซวง
ผู้ฟังนิ่งไปพักหนึ่ง มองใบหน้าของทั้งสองสลับกันไปมา เริ่มคาดเดาอะไรได้บางส่วน “พวกเจ้าทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้?”หงหยางจูยักคิ้วพลางป้องปากคล้ายกระซิบกับหญิงสาว “เจ้ามังกรหวงภาพพจน์อย่างกับอะไรดี...”“แล้วเหตุใดจึงกลับกันมาในสภาพเช่นนี้ได้” นางหมายถึงการเดินตัวเปล่ากลับมาที่นี่ทั้งที่เป็นช่วงชุนเทียน







