Share

ข้าคือตัวร้ายในนิยาย
ข้าคือตัวร้ายในนิยาย
Penulis: Tastsu

ตอนที่1

Penulis: Tastsu
last update Tanggal publikasi: 2026-10-23 22:40:11

อาจจะเร็วไปที่จะบอกแต่ว่าตอนนี้ข้าเข้ามาอยู่ในนิยายเสียแล้ว เพราะอะไรน่ะหรือ เดิมทีข้านามโป๊ยเซียนกำลังหัวเสียกับนิยายของนักเขียนคนหนึ่งที่กำลังโด่งดังจนข้าหมันไส้ หลังอ่านจนจบก็ยังไม่เข้าใจว่ามันสนุกตรงไหนก็แค่นิยายจีนห่วยๆ ที่คนไทยแต่ง ขณะอยู่บนรถแท็กซี่เพื่อจะไปดูหนังหน้าเจ้านักเขียนที่งานแจกลายเซ็น รถแท็กซี่เจ้ากรรมก็ดันเกิดอุบัติเหตุและเมื่อข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองหลุดเข้ามาในนิยายเล่มนั้นเสียแล้ว

ทำไมข้าถึงคิดว่าตัวเองอยู่ในนิยายน่ะหรือ หึ ข้าไม่ได้มโนหรือบ้าไปเพราะตอนแรกที่ฟื้นขึ้นมายังคิดว่าอยู่ในโรงพยาบาลเลิศหรู พยาบาลแต่งตัวเวอร์วัง แต่เมื่อนางรับใช้เรียกข้าว่าองค์ชายซู่เม่ยข้าก็เริ่มตงิด พอเท้าแตะพื้นเดินไปยังกระจกก็ต้องเบิกตากว้างกับใบหน้าและร่างกายตัวเอง เพราะใบหน้านี้ไม่ใช่ใบหน้าของข้าแต่เป็นใบหน้าของซูเม่ยตัวละครในนิยายต่างหาก! ข้าจำได้ดีเพราะตอนอยู่บนรถข้ามองภาพตัวละครนี้เป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป

แต่ไม่คาดคิดว่าตัวละครซูเม่ยจะมีรูปโฉมงดงามกว่าที่เห็นในภาพวาดเสียอีก เรียกว่าไม่ต้องถามกระจกวิเศษก็รู้ได้ทันทีว่าใครงามเลิศที่สุดในปฐพี ดวงตาเรียวและไฝใต้ตาทำให้ตัวละครนี้ดูเซ็กซี่เกินห้ามใจ ริมฝีปากบางแต่น่าหลงใหล ผิวทั่วเรือนร่างนั้นขาวเนียน ร่างกายโค้งมนเย้ายวน

เฮ้อ…นี่มันผู้ชายแน่หรือ เจ้าคนเขียนนั่นประสาทดีหรือเปล่าถึงได้ให้ตัวละครผู้ชายนี้มีรูปโฉมงดงามยิ่งกว่าผู้หญิง ยังไม่พอแค่ให้ร่างกายผิดแปลกยังไม่สาแก่ใจเพราะเจ้านั่นมันดันให้ตัวละครนี้เป็นองค์ชายวิปริตที่ชอบมีอะไรกับชายหนุ่ม จนมีฉายาว่าองค์ชายร่านสวาท และยังไม่จบ! เพราะซูเม่ยดันเป็นตัวร้ายในนิยายอีกต่างหาก! เจ้าคนเขียนมันเกลียดอะไรซูเม่ยนักหนากัน!

แต่ปัญหาที่มากกว่านั้นคือทำไมข้าถึงกลายเป็นซูเม่ยไปได้!

“องค์ชาย ฝ่าบาทให้เข้าเฝ้าเพคะ”

ระหว่างที่ข้ากำลังนอนตะแคงเหยียดกายคิดหนัก ข้ารับใช้นามจิวเมี่ยวก็เข้ามาในห้อง ข้าเหลือบตามองนางที่ยืนนิ่งสงบแต่ตัวสั่นเทาคล้ายกำลังหวาดกลัวว่าข้าจะจับนางไปฆ่า

ข้าลุกยืนแล้วย่างก้าวออกไปจากตำหนักเพื่อไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แคว้นซื่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่แคว้นที่อยู่ใต้อาณัติของแคว้นหลิง

แคว้นหลิงนั้นเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุดและมีอำนาจมากที่สุด ถ้าให้ข้าเดาไม่ผิดฉากนี้จะเป็นฉากที่ซูเม่ยกำลังถูกพระบิดาเรียกให้เข้าเฝ้าเพื่อบอกว่า

“ข้าจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นทูตเพื่อไปยังแคว้นหลิง”

ทำไมข้าไม่หลุดไปในนิยายที่เรียกว่านิยายชีวิตตัวเองนะจะได้คาดเดาชีวิตถูก แต่กลับหลุดมาในนิยายที่ข้าไม่อยากอยู่

ข้าถอนหายใจหากข้าไป นิยายก็จะดำเนินต่อไปและข้าผู้เป็นตัวร้ายก็มีจุดจบไม่สวยเสียด้วยคงจะให้เป็นไปตามเนื้อเรื่องไม่ได้

“เสด็จพ่อข้าไม่สบาย หนักตัวเหลือเกินคงไม่สามารถเดินทางไปยังแคว้นหลิงได้”

ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ มองข้าแล้วถอนหายใจ หากข้าจำไม่ผิดฮ่องเต้แคว้นซื่ออ่อนแอที่สุดในบรรดาสี่แคว้น นิสัยเหมือนพ่อที่กลัวว่าเมียและลูกจะหนีออกจากบ้านต้องคอยประคบประหงมเอาใจ

“ซูเม่ย จากที่ข้าเห็น เจ้าก็ไม่ได้ป่วยไข้ไม่ใช่หรือ”

ข้าใช้หลังมืออังหน้าผากตัวเองแสร้งคล้ายจะเป็นลม “ข้าป่วยจริงๆ”

“เฮ้อ….” ฮ่องเต้เดินมาหาข้าแล้วถอนหายใจอีกหลายครั้งก่อนจะยิ้มเหมือนนึกบางอย่างได้

“เจ้าเคยบอกข้าว่า ชอบองค์ชายเฟิงอวิ๋นของแคว้นหลิงไม่ใช่หรือ นี่เป็นโอกาสที่เจ้าจะได้เข้าใกล้ อีกอย่างเจ้ารู้หรือไม่ว่าองค์หญิงเจียวจิงของแคว้นเอ้อก็เป็นทูตด้วย เจ้าจะปล่อยไว้แบบนี้หรือ เจ้าควรถือโอกาสนี้ขัดขวางความรักของทั้งสองคน”

ชื่อที่หลุดออกจากปากของฮ่องเต้ทำให้ข้าขมวดคิ้ว นี่มันชื่อพระเอกนางเอกของเรื่องไม่ใช่รึ จะให้ข้าไปขัดขวางงั้นหรือ เหอะ ยกภูเขาด้วยมือเปล่ายังง่ายกว่าอีก

“เสด็จพ่อทูตนั้นคงหมายถึงตัวประกันมากกว่ากระมัง” ทันทีที่ข้ากล่าวจบสีหน้าฮ่องเต้พลันซีดเผือดก่อนจะกล่าวตะกุกตะกักว่า

“จะ…เจ้ารู้ได้อย่างไร ในสาสน์ของแคว้นที่ส่งมามีแค่ข้าที่ได้อ่าน”

“ข้า…เอ่อ…ก็คาดเดาไปเรื่อยและดูเหมือนจะจริง”

ข้ามองฮ่องเต้ร่างอ้วนที่หน้าซีดเผือดกว่าเดิมเหมือนผู้ร้ายที่กำลังถูกข้าสอบสวน ข้าเดินวนรอบกายกล่าวเหมือนบัณฑิตแต่ที่แท้จริงคือข้าอ่านนิยายเรื่องนี้แล้วต่างหาก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่11

    กว่าจะถึงด้านล่างขาของข้าก็สั่นจนแทบก้าวเดินไม่ออก จิวเมี่ยวก็ไม่ไหวเช่นกัน แต่ไม่มีใครสนใจสองนายบ่าวที่แทบตายสองคนนี้เลยสักนิด ความรู้สึกตอนนี้คือพวกเราสองคนนั้นเกะกะ และไร้ตัวตนสุดๆพอขึ้นบนรถม้าได้ก็ต้องถอนหายใจยาวและเอนหลังทันที คิดถึงเตียงนักกะจะไปนอนสบายในตำหนักแต่ไม่รู้ว่าฮ่องเต้คิดเล่นพิเรนอะไร ถึงให้พวกเราปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาและแวะที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อเดินเที่ยวชมตลาดข้ากับจิวเมี่ยวฝืนสังขารและค่อยๆ เดินดูของกันสองคน ส่วนคนอื่นก็เดินเกาะกลุ่มกันไป“จิวเมี่ยวเจ้าชอบหรือเปล่า” ข้ามองเครื่องประดับหลากสีที่น่าจะเอาไว้ติดผม คิดว่าของพวกนี้จิวเมี่ยวน่าจะชอบ“สวยเพคะ” นางก็หยิบจับอย่างพอใจ“ดูเครื่องประดับหรือเจ้าคะ” เจียวจิงเดินมาหาข้า“อะ..อืม”นางมองแล้วยิ้ม “สวยงามนัก จิวเมี่ยวต้องเหมาะกับเจ้าอย่างแน่นอน”“องค์…ท่านเจียวจิงชมข้าน้อยเกินไปแล้ว”“เจ้าอย่าถ่อมตัวเลย เจ้าเหมาะนัก เอ่อ…อีกอย่างท่านซูเม่ยข้าอาจจะพูดเหลวไหลแต่ท่านก็เหมาะไม่แพ้กัน”“ข้าเป็นชาย จะเหมาะได้อย่างไร” ข้าขมวดคิ้ว“ขะ..ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าช่างเสียมารยาทนัก”“ไม่เป็นไร…จิวเมี่ยวถ้าเจ้าชอบ ข้าจะซื้อให้”“แ

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่10

    เช้าต่อมาข้าและคนอื่นจากแคว้นใต้อาณัติได้เดินทางพร้อมฮ่องเต้เพื่อไปไหว้พระบนภูเขา ซึ่งเป็นวัดที่ฮ่องเต้หย่งเล่อนับถือ ข้านั่งมองทิวทัศน์ด้านนอกจากในรถม้า พลางชื่นชมรอบข้างอย่างยินดี สายลมอ่อนๆ ชวนให้น่าหลับใหลยิ่งนัก“ที่นี่ต้นไม้ ต้นหญ้าล้วนเขียวชอุ่มนัก”จิวเมี่ยวพยักหน้า “นั่นสิเพคะ….หม่อมฉันรู้สึกว่าสวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมต่อแคว้นซื่อเลยจริงๆ”ข้าถอนหายใจ นางคงรักแคว้นซื่อมากจริงๆ แต่ว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่นางจะได้กลับแคว้นบ้านเกิดในเมื่อฮ่องเต้ยังต้องการกดหัวแคว้นทั้งสี่อยู่แบบนี้ แต่ถ้ากดหัวไม่อยู่เมื่อใดพวกเราที่เป็นตัวประกันก็ตายเมื่อนั้นข้าจึงทำได้เพียงพูดปลอบ “เจ้าอย่าได้เศร้าเลย…ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราสองคนไหว้พระขอพรเพื่อขอให้แคว้นซื่อเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ดีไหม”นางยิ้มทันที “เพคะ”เดินทางมาได้สักพักจึงมาถึงที่หมาย แต่ว่าพอเห็นบันไดที่ใช้เดินขึ้นภูเขาไปยังวัดแล้วข้าก็เริ่มถอดใจ มันสูงมากจริงๆ เหมือนวัดไทยที่มีบันไดสูงๆ จากตีนเขาไปจนถึงยอดเขาทุกคนเริ่มก้าวเดิน ข้าก็ต้องจำใจเดินตามไป เหล่าฮาเร็มบางคนก็อยู่ไม่ห่างจากเจียวจิงเลย ประคบประหงมกันดีจริงๆ ส่วนข้านั้นนอกจากจิว

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่9

    “หึ อย่างเจ้าจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้” เฟิงอวิ๋นพูดพลางหัวเราะเยาะข้าถอนหายใจท่าทางเจ้าพวกนี้จะไม่ยอมเชื่อข้าง่ายๆ“แล้วจะให้ข้าทำยังไงพวกท่านถึงจะยอมเชื่อ”“ไม่มี” เหวินอี้เป็นคนตอบ น้ำเสียงที่เย็นชาทำให้ข้าลุกยืนอย่างหงุดหงิดทันทีแม้โลกความจริงข้าจะด่าคนอื่นในใจและจินตนาการว่าต่อยคนอื่นในหัว แต่ว่านี่คือในนิยายข้ามีความกล้ามากกว่าหลายเท่านัก อยากยกเท้าถีบเรียงคนจริงๆ เป็นแค่กระดาษมีชีวิตแท้ๆ“ในเมื่อพวกท่านไม่เข้าใจ ข้าจะไปหาเจียวจิง นางจะต้องเข้าใจข้าแน่ๆ”ข้าลุกเดินไปหานางแต่ขณะที่ข้ากำลังจะถึงตัว แขนก็ถูกกระชากและถูกผลักให้ออกห่าง เหล่าองค์ชายทั้งสามต่างมายืนขวางข้าและปกป้องนางที่นั่งมองอย่างงงๆ ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนนางเป็นดอกไม้งาม ข้าคือแมลงร้าย ส่วนเจ้าพวกนี้คือยาฆ่าแมลง!เอาเถอะ ไม่แปลกก็ข้านั้นเป็นตัวร้าย พวกเขาก็คงกังวลเป็นธรรมดา ดังนั้นข้าจะไม่โกรธ ยังยิ้มแย้ม ไม่แสดงออกว่าไม่พอใจหรือร้ายกาจ ทั้งที่ใจจริงเริ่มจะไม่ไหวแล้ว“ข้าก็แค่อยากเข้าไปพูดคุยกับเจียวจิงสักหน่อยเท่านั้น ถ้าพวกท่านไม่พอใจข้าก็จะกลับไปนั่งที่เดิมก็ได้” เจียวจิงรีบเชิญให้ข้านั่ง แต่มีหรือที่เหล่าฮาเร็ม

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่8

    แอบเห็นพวกเหวินอี้ขมวดคิ้ว ท่าทางข้าจะเดาผิด ซูเม่ยเจ้าอายุเท่าใดกันนะข้าก็ดันลืมเสียด้วยสิเจียวจิงนางยิ้มให้ข้า ข้าก็ยิ้มตอบเพราะเรื่องเมื่อครู่นางไม่ผิด ข้าจะยังคงดีกับนาง ถ้าข้าไม่สติแตกเสียก่อนข้ายิ้มให้องค์ชายเหวินอี้และองค์ชายหยางชุนจากแคว้นอีและซานตามลำดับ แม้นิสัยทั้งสองจะไม่เหมือนกัน หนึ่งคนเยือกเย็นนิ่งเฉย หนึ่งคนเจ้าชู้ใจร้อน แต่ที่เหมือนกันคือไม่มีใครยิ้มตอบให้ข้าสักคน ทำให้ยิ้มของข้าครั้งนี้เป็นหมันหลังจากพูดคุยกับฮ่องเต้พอเป็นพิธี ทุกคนต่างเดินออกจากท้องพระโรงเพื่อกลับตำหนัก และจะมาเจอกันอีกครั้งที่งานเลี้ยงต้อนรับตอนเย็น ขณะเดินออกมาด้านนอกเจียวจิงได้พูดคุยกับข้าอย่างเป็นมิตร แต่จู่ๆ ข้าก็ถูกใครบางคนผลักจากด้านหลังจนล้มลง“โอ๊ย”เข่าข้ากระแทกกับพื้นอย่างจัง จิวเมี่ยวที่ยืนรออยู่ด้านนอกรีบเข้ามาช่วยพยุง เมื่อเงยหน้ามองจึงรู้ว่าเป็นหยางชุนที่ผลักข้า“ท่านผลักข้าทำไม!”“อ้าวมีคนด้วยรึ นึกว่าของชั้นต่ำขวางอยู่”ข้าเงื้อมือขึ้นสูงกำหมัดแน่นหวังต่อย“แน่ใจว่าเจ้าจะทำร้ายข้าในเขตท้องพระโรงเช่นนี้” พูดจาว่ากวนแล้วแต่หน้าตายียวนกว่ามือที่เงื้อสั่นเทา ลังเลอยู่นานสุดท้ายจึงลด

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่7

    “กรี๊ดดดดด”หญิงชราล้มลงอีกครั้ง ความชุลมุนบังเกิดข้าบีบแขนนางแล้วตะคอกใส่“สารภาพสิว่าเจ้าเป็นหัวขโมย! สารภาพมา!”ปึก!“องค์ชาย!”ข้านั้นถูกกระชากแล้วผลักจนล้มลงอย่างแรงอีกครั้ง ปลายดาบของเฟิงอวิ๋นจ่อที่คอข้า“หยุด! หากเจ้ายังไม่หยุดข้าจะสั่งให้ทหารนำตัวเจ้าไปขัง!”ข้ามองไปรอบๆ ตอนนี้ข้ากลายเป็นคนเลวในสายตาคนอื่นไปหมดสิ้นแล้ว เฟิงอวิ๋นแทบอยากจะฆ่าข้า เหวินอี้มองข้าอย่างเย็นชาจนแทบกลายเป็นเศษดินมากกว่าเดิมข้าหันไปมองเจียวจิงแล้วยิ้มให้“เจียวจิงเจ้าเชื่อข้าใช่ไหม ข้าเป็นเพื่อนเจ้านะ”นางหลบสายตา“เจ้ากลับแคว้นเจ้าไปซะ ที่นี่ไม่ยินดีต้อนรับคนอย่างเจ้า!”“จะยินดีหรือไม่ ไม่สำคัญในเมื่อตอนนี้ข้าเป็นทูตจากแคว้นซื่อ ถ้าท่านจะไล่ข้ากลับไปฮ่องเต้คงจะไม่พอพระทัย” ข้ายกยิ้มเหมือนผู้ชนะส่วนเขาฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ“เอาดาบออกไปจากคอข้าซะ!”เฟิงอวิ๋นยังคงนิ่ง เรามองตากันไม่ลดละไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งเจียวจิงเอ่ยขอร้องเขาถึงยอมเก็บดาบอย่างไม่เต็มใจ ยายแก่ถูกเจียวจิงพยุงพาไปหาหมอ แน่นอนว่าเฟิงอวิ๋นย่อมตามนางไปข้ามองเหวินอี้เพื่อขอให้เขาเข้าใจ“เจ้าเดินไปวังหลวงเองเถอะ”เขาพูดเพียงเท่านั้นแล้วเดินกล

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่6

    เจียวจิงนางนั้นสวยก็จริงแต่ซูเม่ยงามกว่านางมากนัก จนข้าต้องตั้งคำถามกลับว่าคนเขียนต้องการสื่ออะไรกันแน่“เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า”“ไม่เพคะ หม่อมฉันเพียงมาช่วยท่านยายที่ล้มลงกลางทางเท่านั้น”“ดีแล้ว”เหวินอี้ยิ้มให้ทันที ทั้งที่เมื่อครู่ยามอยู่กับข้ายังทำหน้าเรียบเฉยอยู่เลย ข้าแอบไม่พอใจเพียงข้าเป็นตัวร้ายถึงกับยิ้มให้ไม่ได้เชียวหรือเจียวจิงเมื่อเห็นข้านางตกใจพอสมควรแล้วรีบก้มหัวให้“องค์ชายซูเม่ย”ข้าก็ก้มหัวตอบข้าจะไม่เป็นตัวร้าย ข้าจะเป็นคนดี ดังนั้นข้าจะทำดีกับนาง ข้าจะได้มีความสุขไม่ต้องลำบากลำบนถูกคนอื่นรังเกียจ“ถอยห่างจากเจียวจิงซะ”เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมปรากฏบุรุษผู้หนึ่งที่เดินมา ร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพสวรรค์มาจุติคือสิ่งที่เจ้านักเขียนนั่นบรรยายพระเอกของเรื่องนี้เขาโอบตัวนางเข้าอ้อมกอด ทั้งยังมองข้าด้วยสายตารังเกียจ แต่นางนั้นกลับขัดขืนเล็กน้อยและละจากอ้อมกอดอย่างเขินอายเหมือนหญิงสาวที่ต้องการรักษาพรมจรรย์ ทำตามจารีตประเพณีที่ดีงาม“ให้ข้าถอยไปรึ ทำไมต้องให้ข้าถอยไป”“ต้องรอให้เจ้าทำร้ายเจียวจิงก่อนรึ”แววตาและท่าทางที่ไม่เป็นมิตร บ่งบอกความเป็นศัตรูขององค์ช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status