LOGINโป๊ยเซียนหนอเหตุใดเจ้าต้องมาอยู่ในร่างองค์ชายฉายาร่านสวาทที่หลับนอนกับองครักษ์เเละทหารมากมาย ซ้ำยังเป็นตัวร้ายที่ถูกพระเอกเเละเหล่าฮาเร็มนางเอกเกลียดอีก ชีวิตเจ้ามันอาภัพ ***เรื่องนี้ไม่ได้เป็นฮาเร็ม(ไม่แน่ใจ) นะคะ เเค่หนุ่มติดพันเยอะ!
View Moreกว่าจะถึงด้านล่างขาของข้าก็สั่นจนแทบก้าวเดินไม่ออก จิวเมี่ยวก็ไม่ไหวเช่นกัน แต่ไม่มีใครสนใจสองนายบ่าวที่แทบตายสองคนนี้เลยสักนิด ความรู้สึกตอนนี้คือพวกเราสองคนนั้นเกะกะ และไร้ตัวตนสุดๆพอขึ้นบนรถม้าได้ก็ต้องถอนหายใจยาวและเอนหลังทันที คิดถึงเตียงนักกะจะไปนอนสบายในตำหนักแต่ไม่รู้ว่าฮ่องเต้คิดเล่นพิเรนอะไร ถึงให้พวกเราปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาและแวะที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อเดินเที่ยวชมตลาดข้ากับจิวเมี่ยวฝืนสังขารและค่อยๆ เดินดูของกันสองคน ส่วนคนอื่นก็เดินเกาะกลุ่มกันไป“จิวเมี่ยวเจ้าชอบหรือเปล่า” ข้ามองเครื่องประดับหลากสีที่น่าจะเอาไว้ติดผม คิดว่าของพวกนี้จิวเมี่ยวน่าจะชอบ“สวยเพคะ” นางก็หยิบจับอย่างพอใจ“ดูเครื่องประดับหรือเจ้าคะ” เจียวจิงเดินมาหาข้า“อะ..อืม”นางมองแล้วยิ้ม “สวยงามนัก จิวเมี่ยวต้องเหมาะกับเจ้าอย่างแน่นอน”“องค์…ท่านเจียวจิงชมข้าน้อยเกินไปแล้ว”“เจ้าอย่าถ่อมตัวเลย เจ้าเหมาะนัก เอ่อ…อีกอย่างท่านซูเม่ยข้าอาจจะพูดเหลวไหลแต่ท่านก็เหมาะไม่แพ้กัน”“ข้าเป็นชาย จะเหมาะได้อย่างไร” ข้าขมวดคิ้ว“ขะ..ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าช่างเสียมารยาทนัก”“ไม่เป็นไร…จิวเมี่ยวถ้าเจ้าชอบ ข้าจะซื้อให้”“แ
เช้าต่อมาข้าและคนอื่นจากแคว้นใต้อาณัติได้เดินทางพร้อมฮ่องเต้เพื่อไปไหว้พระบนภูเขา ซึ่งเป็นวัดที่ฮ่องเต้หย่งเล่อนับถือ ข้านั่งมองทิวทัศน์ด้านนอกจากในรถม้า พลางชื่นชมรอบข้างอย่างยินดี สายลมอ่อนๆ ชวนให้น่าหลับใหลยิ่งนัก“ที่นี่ต้นไม้ ต้นหญ้าล้วนเขียวชอุ่มนัก”จิวเมี่ยวพยักหน้า “นั่นสิเพคะ….หม่อมฉันรู้สึกว่าสวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมต่อแคว้นซื่อเลยจริงๆ”ข้าถอนหายใจ นางคงรักแคว้นซื่อมากจริงๆ แต่ว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่นางจะได้กลับแคว้นบ้านเกิดในเมื่อฮ่องเต้ยังต้องการกดหัวแคว้นทั้งสี่อยู่แบบนี้ แต่ถ้ากดหัวไม่อยู่เมื่อใดพวกเราที่เป็นตัวประกันก็ตายเมื่อนั้นข้าจึงทำได้เพียงพูดปลอบ “เจ้าอย่าได้เศร้าเลย…ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราสองคนไหว้พระขอพรเพื่อขอให้แคว้นซื่อเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ดีไหม”นางยิ้มทันที “เพคะ”เดินทางมาได้สักพักจึงมาถึงที่หมาย แต่ว่าพอเห็นบันไดที่ใช้เดินขึ้นภูเขาไปยังวัดแล้วข้าก็เริ่มถอดใจ มันสูงมากจริงๆ เหมือนวัดไทยที่มีบันไดสูงๆ จากตีนเขาไปจนถึงยอดเขาทุกคนเริ่มก้าวเดิน ข้าก็ต้องจำใจเดินตามไป เหล่าฮาเร็มบางคนก็อยู่ไม่ห่างจากเจียวจิงเลย ประคบประหงมกันดีจริงๆ ส่วนข้านั้นนอกจากจิว
“หึ อย่างเจ้าจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้” เฟิงอวิ๋นพูดพลางหัวเราะเยาะข้าถอนหายใจท่าทางเจ้าพวกนี้จะไม่ยอมเชื่อข้าง่ายๆ“แล้วจะให้ข้าทำยังไงพวกท่านถึงจะยอมเชื่อ”“ไม่มี” เหวินอี้เป็นคนตอบ น้ำเสียงที่เย็นชาทำให้ข้าลุกยืนอย่างหงุดหงิดทันทีแม้โลกความจริงข้าจะด่าคนอื่นในใจและจินตนาการว่าต่อยคนอื่นในหัว แต่ว่านี่คือในนิยายข้ามีความกล้ามากกว่าหลายเท่านัก อยากยกเท้าถีบเรียงคนจริงๆ เป็นแค่กระดาษมีชีวิตแท้ๆ“ในเมื่อพวกท่านไม่เข้าใจ ข้าจะไปหาเจียวจิง นางจะต้องเข้าใจข้าแน่ๆ”ข้าลุกเดินไปหานางแต่ขณะที่ข้ากำลังจะถึงตัว แขนก็ถูกกระชากและถูกผลักให้ออกห่าง เหล่าองค์ชายทั้งสามต่างมายืนขวางข้าและปกป้องนางที่นั่งมองอย่างงงๆ ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนนางเป็นดอกไม้งาม ข้าคือแมลงร้าย ส่วนเจ้าพวกนี้คือยาฆ่าแมลง!เอาเถอะ ไม่แปลกก็ข้านั้นเป็นตัวร้าย พวกเขาก็คงกังวลเป็นธรรมดา ดังนั้นข้าจะไม่โกรธ ยังยิ้มแย้ม ไม่แสดงออกว่าไม่พอใจหรือร้ายกาจ ทั้งที่ใจจริงเริ่มจะไม่ไหวแล้ว“ข้าก็แค่อยากเข้าไปพูดคุยกับเจียวจิงสักหน่อยเท่านั้น ถ้าพวกท่านไม่พอใจข้าก็จะกลับไปนั่งที่เดิมก็ได้” เจียวจิงรีบเชิญให้ข้านั่ง แต่มีหรือที่เหล่าฮาเร็ม
แอบเห็นพวกเหวินอี้ขมวดคิ้ว ท่าทางข้าจะเดาผิด ซูเม่ยเจ้าอายุเท่าใดกันนะข้าก็ดันลืมเสียด้วยสิเจียวจิงนางยิ้มให้ข้า ข้าก็ยิ้มตอบเพราะเรื่องเมื่อครู่นางไม่ผิด ข้าจะยังคงดีกับนาง ถ้าข้าไม่สติแตกเสียก่อนข้ายิ้มให้องค์ชายเหวินอี้และองค์ชายหยางชุนจากแคว้นอีและซานตามลำดับ แม้นิสัยทั้งสองจะไม่เหมือนกัน หนึ่งคนเยือกเย็นนิ่งเฉย หนึ่งคนเจ้าชู้ใจร้อน แต่ที่เหมือนกันคือไม่มีใครยิ้มตอบให้ข้าสักคน ทำให้ยิ้มของข้าครั้งนี้เป็นหมันหลังจากพูดคุยกับฮ่องเต้พอเป็นพิธี ทุกคนต่างเดินออกจากท้องพระโรงเพื่อกลับตำหนัก และจะมาเจอกันอีกครั้งที่งานเลี้ยงต้อนรับตอนเย็น ขณะเดินออกมาด้านนอกเจียวจิงได้พูดคุยกับข้าอย่างเป็นมิตร แต่จู่ๆ ข้าก็ถูกใครบางคนผลักจากด้านหลังจนล้มลง“โอ๊ย”เข่าข้ากระแทกกับพื้นอย่างจัง จิวเมี่ยวที่ยืนรออยู่ด้านนอกรีบเข้ามาช่วยพยุง เมื่อเงยหน้ามองจึงรู้ว่าเป็นหยางชุนที่ผลักข้า“ท่านผลักข้าทำไม!”“อ้าวมีคนด้วยรึ นึกว่าของชั้นต่ำขวางอยู่”ข้าเงื้อมือขึ้นสูงกำหมัดแน่นหวังต่อย“แน่ใจว่าเจ้าจะทำร้ายข้าในเขตท้องพระโรงเช่นนี้” พูดจาว่ากวนแล้วแต่หน้าตายียวนกว่ามือที่เงื้อสั่นเทา ลังเลอยู่นานสุดท้ายจึงลด