로그인มีรักย่อมมีทุกข์ หากอยากมีสุขต้องได้ผู้ชายทั้งเรื่อง! จากประสบการณ์เป็นนางร้ายมาหลายชาติ การมอบใจให้ ‘พระเอก’ มีแต่ขาดทุน! เช่นนั้นแล้วจงอย่ายึดมั่นกับบุรุษใด รักได้เพียงตัวเองเท่านั้น ชาติก่อนพระเอกเมินแล้วอย่างไร นางก็เกี้ยวตัวร้ายเศรษฐีมาเป็นสามีแทนสิคะ ชาติต่อมาอ่อยพระรองให้หลงหัวปักหัวปำ ชาตินี้เลือกผู้ใดดี พระเอก พระรอง ตัวร้าย เล่นบทซ้ำแต่เปลี่ยนช่วงท้ายมาหลายคราวช่างน่าเบื่อ เกิดมางดงามไยต้องโง่งมหลงบุรุษจนชีวิตพัง… เขียนบทให้นางทะลุมาเป็นนางร้ายมั่นใจหรือว่าควบคุมไหว นักเขียนโง่ นางร้ายเช่นนางจะจับนางเอกลูกรักมาทรมานเล่นหลังจากเอาชีวิตนางมาดันตนเองสู่ที่สูง ‘นางเอก’เสแสร้งแล้วอย่างไร…เพราะสุดท้าย ‘นางร้าย’ได้ใจบุรุษทั้งเรื่อง
더 보기แนะนำตัวละคร
จ้าวลี่อิง
นางร้ายที่ใช้ชีวิตวนเวียนในนิยายไม่จบสิ้น หุหุ จะจบได้อย่างไรในเมื่อนางไม่เคยเล่นตามบาทเลยสักครั้งเดียว นางคือหลานสาวท่านอาจารย์ของฮ่องเต้ แม้ไม่มียศตำแหน่งใด ทว่าผู้คนทั่วไปต่างก็ยำเกรงในอำนาจ
ชาติแรกโดนพระเอกเทก็หนีไปเกี้ยวตัวร้ายเศรษฐีมาเป็นสามีแทนน่ะสิ
ชาติที่สองอ่อยพระรองให้หลงหัวปักหัวปำ สามีคนนี้ของนางนิสัยน่าเอ็นดูยิ่งนัก
ชาตินี้เลือกผู้ใดดี พระเอก พระรอง ตัวร้าย เล่นบทซ้ำแต่เปลี่ยนช่วงท้ายมาหลายคราวช่างน่าเบื่อ อยากรู้นักหากนางลองแย่งพระเอกมาเลี้ยงดูเล่นจะเป็นอย่างไร
เฉินซีห่าว
บุรุษรูปงามแสนเย็นชาเป็นถึงราชครู ฉลาดหลักแหลม มากด้วยเล่ห์เหลี่ยม ไม่เคยมีผู้ใดคาดเดาจิตใจได้ ฐานะมั่นคงร่ำรวยและรักความสงบเป็นที่สุด
“เจ้าไม่พอใจข้าอย่างนั้นหรือ” เฉินซีห่าว
เจียซุนเหริน
เศรษฐีผู้มีอำนาจคอยหนุนกองกำลังทหาร โหดเหี้ยม ไร้ความปรานี ทว่ากลับพ่ายแพ้ให้กับสตรีเช่นจ้าวลี่อิง หากต้องเลวเพื่อฉุดรั้งนาง เจียซุนเหรินก็ยอมทำ!
“บ่าวหน้าโง่คนใดกล้าขัดใจเจ้าตอบข้ามา!” เจียซุนเหริน
หลินจื่อเยว่
คุณชายตระกูลหลิน บุตรชายคนเล็กของท่านแม่ทัพหลินจื่อหลง จิตใจอ่อนโยนเมตตา ชอบการนั่งสนทนากับจ้าวลี่อิงเป็นที่สุด
“นางว่าอย่างไร ข้าก็ว่าตามนั้น” หลินจื่อเยว่
มีรักย่อมมีทุกข์ หากอยากมีสุขต้องได้ผู้ชายทั้งเรื่อง! จากประสบการณ์เป็นนางร้ายมาหลายชาติ การมอบใจให้ ‘พระเอก’ มีแต่ขาดทุน! เช่นนั้นแล้วจงอย่ายึดมั่นกับบุรุษใด
รักได้เพียงตัวเองเท่านั้น!
จ้าวลี่อิง นางร้ายที่ใช้ชีวิตวนเวียนในนิยายไม่จบสิ้น หุหุ จะจบได้อย่างไรในเมื่อนางไม่เคยเล่นตามบาทเลยสักครั้งเดียว
นางเป็นถึงหลานสาวท่านอาจารย์ของฮ่องเต้ แม้แต่เฉินซีห่าวเองก็เป็นลูกศิษย์ท่านเช่นกัน แม้ไม่มียศตำแหน่งใด ทว่าผู้คนทั่วไปต่างก็ยำเกรงในอำนาจไม่เป็นรองผู้ใด
ในอดีตนางเป็นอย่างไรน่ะเหรอ หึ นางเป็นสตรีร้ายกาจที่หลงบุรุษผู้หนึ่งมากเกินไป
ยามหลงใหลในรัก สตรีแสนงดงามก็กลายร่างเป็นปีศาจได้โดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อยืนเทียบเคียงกับแม่ดอกบัวขาวแสนงาม นางยิ่งดูร้ายกาจเพิ่มขึ้น
พิษรักในอดีตนางยังคงจดจำได้ติดตราตรึงใจ…
“ท่านพี่ซีห่าวทำเช่นนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ!” เสียงแหลมสูงตวาดบุรุษที่ตนนั้นเทียวไปมาหาสู่ด้วยความโกรธ
สาเหตุก็มาจากข่าวลือว่ามีคนพบเฉินซีห่าวกับลู่จูหนิงกำลังสานสัมพันธ์กัน แล้วทีกับนางเล่าไยเฉยชานัก สตรีผู้นั้นมีสิ่งใดสู้นางได้บ้าง ความงดงามหรือก็เป็นสอง ยิ่งไม่ต้องนับเรื่องสมอง ลู่จูหนิงผู้นั้นเทียบนางไม่ได้ด้วยซ้ำ
ทว่าตอนนี้กลับกำลังยืนปล่อยโคมไฟกับเฉินซีห่าวหน้าชื่นมื่น ทั้งที่นางขอร้องเขาแล้วแท้ ๆ ให้มาเที่ยวด้วยกัน เฉินซีห่าวอ้างแต่ไม่ว่าง
“ข้าทำสิ่งใด” เฉินซีห่าวมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตานิ่งเฉยราวกับไม่รู้ถึงความผิดตน
“ท่านกับนางหยามเกียรติของข้า ผู้คนรู้กันทั่วว่าหมั้นหมายกันแต่เยาว์วัย พวกท่านลอบนัดพบกันไม่ต่างจากชู้!” นางอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอน ตื่นก่อนไก่มานั่งเตรียมอาหารไปส่งให้เขาในวังหลวง
“ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นนะเจ้าคะ ฮึก ท่านกำลังเข้าใจตัวข้าผิด ข้าเพียงบังเอิญผ่านมาพบท่านราชครูเท่านั้น” ลู่จูหนิงน้ำตาอาบแก้มก้มหน้ารีบอธิบาย ใบหน้าใสซื่อเรียกสายตาดุของจ้าวลี่อิงให้หันมอง
สตรีผู้นี้คราแรกกล่าวว่าเป็นน้องสาวของสหายที่เคยเรียนสำนักเดียวกับเฉินซีห่าว อายุเลยวัยปักปิ่นมามากไม่เคยข้องเกี่ยวกับบุรุษใด
“บังเอิญกับจงใจพาตัวเองมาให้เห็นบ่อย ๆ นั้นต่างกันมากนัก สตรีอย่างเจ้ามีหรือข้าจะดูไม่ออก ทอดสะพานด้วยวิธีนี้ข้าดูออก!”
มองปราดเดียวก็รู้ว่าคิดเห็นเช่นไร
“ยะ อย่าทำอะไรข้าเลยนะเจ้าคะ ฮึก ท่านกล่าวเช่นนี้ข้าจะถูกมองอย่างไร ฮึก” ลู่จูหนิงน้ำตาไหลพรากยืนตัวสั่นด้วยความอับอาย ร่างเล็กถอยหลังหนีจนล้มลงกับพื้น เฉินซีห่าวเห็นแล้วได้แต่ถอนหายใจยื่นมือไปให้หญิงสาวจับพยุงกายลุกขึ้น
ทว่าเมื่อยืนจนมั่นคงลู่จูหนิงก็ยังคงจับมือนั้นไว้ไม่ปล่อย สายตาซื่อครู่หนึ่งส่งมาเย้ยหยันจ้าวลี่อิง
“หยุดเอ่ยวาจาไร้สาระ บังเอิญก็คือบังเอิญ เจ้าว่างหรืออย่างไรถึงได้เที่ยวระรานผู้อื่น เจ้าควรรักษามารยาทบ้าง แม้เป็นคู่หมั้นแต่อย่าลืมว่าเรายังมิได้กราบไหว้ฟ้าดิน” ราชครูยังหนุ่มจ้องหน้าดรุณีร้ายกาจ ตนควรปรามคู่หมั้นบ้างแล้ว
นับวันนางยิ่งไม่รู้จักรักษากิริยามารยาท วาจาร้ายกาจไม่รู้จักรักษาใจคนฟัง เขาเพียงบังเอิญพบน้องสาวของสหายเก่าเท่านั้น ลู่จูหนานกับเขาเคยผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน การทักทายน้องสาวเช่นลู่จูหนิงผิดตรงไหนกัน
“แต่ทีกับข้าท่านอ้างว่าไม่ว่าง! การปล่อยโคมกับสตรีมิรู้จริงหรือแกล้ง มีแต่คนมีใจตรงกันเท่านั้นที่ทำกัน ข้าผิดที่เสียมารยาทนั้นไม่เถียง แต่หากอยากรักกันอย่างเปิดเผยไยไม่ถอนหมั้นก่อน”
จ้าวลี่อิงน้ำตาคลอเบ้า นางพยายามสุดความสามารถไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอของตน
นางพอทราบว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ได้มีใจ ความหมางเมินเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี แต่นางกลับยังคงพยายามไม่รู้จักท้อ
เห็นทีความการพยายามผิดที่ ผ่านไปร้อยปีรักนี้กลับไม่งอกเงย
“อย่าได้เอาแต่ใจตนเองจ้าวลี่อิง ข้าจะรักหรือไม่ เจ้าหาใช่คนที่มาบังคับ แล้วสิ่งที่เจ้ากำลังเป็นอยู่ตอนนี้คิดว่าดีพอให้ข้ารักอย่างนั้นหรือ”
เรือนกายสูงใหญ่ขยับมายืนตรงหน้าคู่หมั้นตัวน้อยที่กำลังแผลงฤทธิ์ใส่
“ท่านราชครูอย่าได้เอ่ยเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ คุณหนูจ้าวอย่าได้เอ่ยวาจาลบหลู่เกียรติท่านราชครูเช่นนั้น ทุกอย่างเป็นข้าที่ผิดเอง”
สตรีที่ถูกลืมเลือนเอ่ยพร้อมกับดึงแขนท่านราชครูไว้คล้ายกับกำลังห้ามปรามไม่ให้เอาเรื่องจ้าวลี่อิง อีกทั้งยังสั่งสอนจ้าวลี่อิงกลาย ๆ
เหอะ กิริยาเช่นนี้คนที่เป็นถึงท่านราชครูดูไม่ออกจริงหรือ เล่ห์เหลี่ยมสตรีในวังเขารู้ทันหมด
“คนที่ทำลายเกียรติคือเจ้าที่กอดแขนจับมือคู่หมั้นข้าไม่ปล่อยต่างหาก ในอนาคตหากคิดว่าทำเพราะความบริสุทธิ์ใจ ไว้เจ้ามีคู่หมั้นข้าจะทำเช่นเดียวกันบ้าง” มารยานักสตรีผู้นี้
เฉินซีห่าวได้สติก็มองมือที่จับแขนของตน ลู่จูหนิงรีบคลายออกทันที
“จ้าวลี่อิง!!” ท่านราชครูหนุ่มตวาดอย่างเหลืออด จ้าวลี่อิงร้ายกาจเกินไปแล้ว
“เหอะ ท่านต่างหากที่ดีไม่พอสำหรับข้า บุรุษกับสตรีจับมือถือแขนกันนับเป็นน้อง ข้าจ้าวลี่อิงผู้นี้จะจดจำเอาไว้ เฉินซีห่าวท่านเมินเฉยข้าไม่ว่า แต่การทำตัวสนิทสนมกับสตรีอื่นที่มารดาท่านมิได้คลอดออกมา ข้าคงทำใจไม่ได้ วาสนาท่านกับข้าในชาตินี้ไปต่อกันไม่ได้เสียแล้ว”
สตรีเช่นนางรับไม่ได้ที่สุดคือการนอกกายนอกใจ หากเขามีพี่น้องแล้วสนิทสนมถึงเพียงนี้ คู่หมั้นเช่นจ้าวลี่อิงจะถอยเอง
หาบุรุษมันจะยากตรงไหนกัน!
แดนอสูร ภาพชีวิตคู่ของมนุษย์คู่หนึ่งปรากฏขึ้นมาในมโนจิตของจอมมารผู้ปกครองแดนอสูรใต้พิภพ เฉินซีห่าวแค่นหัวเราะเมื่อเห็นภาพคนทั้งสองใช้ชีวิตด้วยกันจนแก่เฒ่า ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งพยายามหลีกหนีเพียงใด สุดท้ายก็ได้ครองคู่กันมาสามภพ ยอมกระทั่งสลับวิญญาณแม้ตนจะสูญเสียอายุขัยก็ยอม แต่ที่น่าขบขันกว่านั้นคือ บุรุษที่ดูลุ่มหลงสตรีขั้นหนักนั้นกลับเป็นจอมมารเช่นเขาที่แบ่งจิตไปตามพระชายาตน แม้เสี้ยวจิตนั้นจดจำเรื่องในแดนอสูรไม่ได้ ทว่ากลับหลงรักสตรีคนเดิมซ้ำ ๆ อยู่แดนอสูรเป็นอย่างไร การลงไปยังโลกมนุษย์ก็เช่นเดิม เหตุนั้นเกิดจากสวรรค์อยากสานไมตรีกับแดนอสูรจึงส่งสตรีเทพมาบรรณาการ ทว่าจ้าวลี่กลับไม่เห็นด้วยทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนวันหนึ่งเทพอี้หลินถูกจ้าวลี่อิงทำร้ายเพราะถูกยั่วโทสะ จอมมารเช่นเขาที่กลัวเกิดปัญหากับเทพสวรรค์จึงสั่งกักขังบริเวณพระชายา นางโกรธมากจึงหนีไปเกิดเป็นมนุษย์ ทิ้งเพียงกายอสูรไว้พร้อมกับจดหมายตัดขาด พร้อมกับของวิเศษหยั่งรู้ที่นางใช้เวทมนตร์ควบคุมไว้ เพราะเช่นนี้ทุกครั้งนางจึงย้อนอดีตหลายครั้งหลายหน นางจะกลับมาก็ต่อเมื่อรู้สึกอภัยให้จอมมารจากใจจ
สายลมพัดผ่านหน้าต่างกระทบสองร่างที่กำลังเคร่งเครียด เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องย้อนเวลานั้นว่ามหัศจรรย์ เรื่องที่ราชครูเฉินกำลังจะบอกนั้นยิ่งกว่า เพราะตลอดสองชีวิตของนางชัดเจนว่าอยู่กับผู้อื่น “ยามเมื่อต้นดอกเหมยแผ่กิ่งก้านดอกบานสะพรั่ง เจ้าเคยบอกว่าจะรักข้า อีกคราวในฤดูเหมันต์ เจ้าก็เคยรับปากว่าจะรักข้ามากกว่าผู้ใดและรักตลอดไป ยังจำได้หรือไม่” ราชครูสบตากับใบหน้างามที่กำลังงงในสิ่งที่เขาเอ่ย เป็นเจ้าที่ให้คำมั่นใยคราวนี้มาแปรผัน “ท่านพูดไร้สาระอันใด ข้าไม่รู้เรื่อง” เป็นไปไม่ได้ ราชครูเฉินจะเป็นคนที่เคยอยู่กับนางได้อย่างไร “ลองพิจารณาให้ดีเถิด คนที่เจ้าอยู่ด้วยคือผู้ใด นึกให้ดีว่าหลังแต่งงานกับก่อนหน้านั้น สามีของเจ้านิสัยใจคอเป็นอย่างไร” สตรีตรงหน้าหาใช่คนโง่เขลา หลายคราวนางคงแอบนึกเอะใจอยู่บ้าง เพียงแต่เขาปกปิดไว้อย่างแนบเนียนเสมอมา “เป็นไปได้อย่างไร สองชาติก่อนข้าอยู่กับเจียซุนเหรินและหลินจื่อเย่ ไม่ใช่ท่านสักครั้ง” ใบหน้าท่าทางการกระทำล้วนตรงข้ามกับเฉินซีห่าว สามีของนางล้วนเอาอกเอาใจ เอ่ยปากขอสิ่งใดไม
การมาของท่านราชครูส่งผลให้จ้าวลี่อิงคิดหนัก ทั้งที่ตัดสินใจแล้วก็เถอะ นางไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายชาตินี้จะทำอย่างไรหากนางปฏิเสธเขาอีกคราว ทุกครั้งก็เป็นเขาที่คอยตามนางไม่เลิกจนจากไป คงต้องลองดูกันว่าเฉินซีห่าวจะทำให้นางพอใจได้แค่ไหน หากเขายอมถอนหมั้นก็แล้วกันไป แต่หากสามารถทำให้นางหลงรักได้อีกสักครา ค่อยว่ากัน ชีวิตนี้ขออยู่อย่างสงบไม่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมมาก นางคร้านจะเสแสร้ง “เข้าจวนเถิด ลมแรงเช่นนี้อย่าออกมาเลย” ราชครูเฉินรีบถอดอาภรณ์ของตนมาคลุมให้กับนาง กิริยานี้ทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก “รบกวนท่านพี่เกินไปแล้ว” นางกระชับอาภรณ์ของเขาคลุมกาย ทั้งคำพูดและการกระทำหลายอย่างของเขาแปลก ทว่ากลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด “เชิญท่านนั่งก่อนเจ้าค่ะ” นางชั่งน้ำหนักในใจก่อนเอ่ย อย่างไรเสียชีวิตนั้นไม่แน่นอน อนาคตเป็นอย่างไรนางไม่อาจคาดเดา “สีหน้าเจ้าเคร่งเครียดมีเรื่องใดให้กังวลหรือ” มือใหญ่ยื่นไปหมายจะแตะบนหน้าผากนาง ทว่าจ้าวลี่อิงรีบเบี่ยงกายหลบ “ท่านมาก็ดี ข้าอยากพูดเรื่องการถอนหมั้นของเรา” นางกล่าวพร้อมทั้
เมื่อเจียซุนเหรินกลับไปจ้าวลี่อิงถึงได้โล่งอก ในสถานการณ์นี้เธอไม่ต้องการให้มีการทะเลาะเบาะแว้งกันในเวลานี้ เจียซุนเหรินใจร้อนกว่าผู้ใด หากปล่อยไว้ย่อมเกิดเรื่องใหญ่ ชาตินี้นางไม่คิดสานสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับอีกฝ่าย การทำเช่นนี้ย่อมเป็นผลดีต่อตัวเขามากที่สุด หากนางคอยให้ความหวัง คนเจ็บก็รังจะมีแต่เจียซุนเหรินเท่านั้น นางอยากให้เขาเป็นสหายหาใช่อื่นใด เฉินซีห่าวมองคู่หมายที่แสดงสีหน้ากังวลด้วยใจไม่สงบ จ้าวลี่อิงคิดถึงเจ้านั่นเหรอ ไยแสดงสีหน้าเช่นนี้ออกมา นางไม่ควรใส่ใจผู้อื่นมากกว่าคู่หมั้นตน “ท่านเป็นอย่างไรเจ้าคะ เจ็บตรงที่ใดบ้าง” นางสำรวจบุรุษรูปร่างองอาจผ่านทางสายตา ทว่าก็ไม่พบเห็นความเจ็บปวดใดจากคนตัวโต “ข้าเพียงไม่ทันระวัง เจ้าไม่ต้องห่วง” ชายหนุ่มเชิดหน้าหลังตรงไม่สบตากับเจ้าของจวน ด้วยกำลังน้อยใจในการกระทำเล็กน้อยของจ้าวลี่อิง นางแอบห่วงใยเจียซุนเหริน! “เช่นนั้นกินอาหารกันเถิดเจ้าค่ะ หวังว่าท่านพี่จะชอบ” นางส่งยิ้มให้บุรุษที่นั่งหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับงง ๆ เป็นไปได้ว่ายังอารมณ์เสียจากเหตุการณ์ก่อนหน้า “เจ้าว่าสิ่
ชาตินี้เลือกผู้ใดดี พระเอก พระรอง ตัวร้าย เล่นบทซ้ำแต่เปลี่ยนช่วงท้ายมาหลายคราวช่างน่าเบื่อ อยากรู้นักหากนางลองแย่งพระเอกมาเลี้ยงดูเล่นจะเป็นอย่างไร มิรู้นางทำกรรมอันใดต้องวนเวียนอยู่เช่นนี้ไม่รู้จบ ถามเจ้าแหวนก็ไม่รู้ความเสียทั้งหมด บอกเพียงนางต้องผ่านห้วงเวลาแห่งรักนี้ไปให้ได้จึ
ชาติที่สองอ่อยพระรองให้หลงหัวปักหัวปำ สามีคนนี้ของนางนิสัยน่าเอ็นดูยิ่งนัก หลินจื่อเยว่ คุณชายตระกูลหลิน บุตรชายคนเล็กของท่านแม่ทัพหลินจื่อหลง จิตใจอ่อนโยนเมตตา นางกับเขาเดิมทีรู้จักกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ด้วยอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน หลินจื่อเยว่เรียนสำนักเดียวกับนาง กล่าวได้ถูกคื
ถอนหมั้นได้นางก็ไม่รอช้าสานสัมพันธ์กับเจียซุนเหริน บุรุษตัวร้ายที่น่าสงสารที่สุด เขาเป็นเพียงคนที่ขาดความรักความอบอุ่นเท่านั้น นิสัยใจคอโหดเหี้ยมไร้ความเมตตา แต่ใช่ว่าจะฆ่าคนไปทั่ว เจียซุนเหรินจะลงมือฆ่าเฉพาะคนทรยศเท่านั้น พื้นฐานเขาไม่ใช่คนไร้เหตุผล มิเช่นนั้นคงไม่ช่วยหนุนกองกำลั
กลับถึงเรือนได้นางจำได้ว่าตนเองร้องไห้เป็นเผาเต่า จนท่านปู่มอบแหวนมิติให้เป็นการปลอบใจและนั่นทำให้นางได้รู้ว่าชีวิตตนเองเหมือนนางร้ายในหนังสือโง่เง่าเล่มหนึ่งเท่านั้น ท่านปู่กล่าวว่ามันคือแหวนที่ติดตัวนางมาตั้งแต่เกิด แหวนนี้ไม่เพียงรู้อนาคตเจ้าของแต่มีทุกอย่างบนโลกที่ต้องการ นางเพียงสุ่มห





