เข้าสู่ระบบ"คนที่ทำร้ายคุณชายไม่ใช่คนของเราเจ้าค่ะ คนในบ่อนบอกว่าเงินที่คุณชายกู้ไปถูกนำมาใช้คืนทั้งหมดแล้วเจ้าค่ะ"
"แล้วเหตุลั่วหมิงเฉินถึงมีสภาพเช่นนั้น"
"คนที่บ่อนบอกแก่ข้าว่าคุณชายอาจจะไปกู้ยืมที่บ่อนอื่นมาเจ้าค่ะ"
ลั่วหลี่เวยพยักหน้าเบา ๆ หลังจากได้ฟังคำรายงานของชิงถง กลายเป็นว่าตอนนี้เป็นเรื่องใหญ่โตกว่าเดิมเสียอีกลั่วหมิงเฉินกลับไปกู้ยืมที่อื่นมา แล้วยังถูกทำร้ายมาจนเกือบพิการข้าจะแก้ไขเรื่องราวนี้อย่างไรดี...
"คุณหนูนั่น..."
ลั่วหลี่เวยหันหน้าไปทางประตูหน้าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้คิ้วทั้งสองของนางขมวดเข้าหากัน
"ลี่หมิงเฉิน?? นั่นจะออกไปไหน"
ลั่วหลี่เวยพูดกับตัวเองเบา ๆ เมื่อเห็นว่าลั่วหมิงเฉินกำลังพาร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของตัวเองเดินออกจากจวนไปด้วยท่าทางร้อนรน เพราะเห็นว่าคนตรงหน้าทำตัวน่าสงสัยลั่วหลี่เว่ยจึงตัดสินใจเดินตามออกไปห่าง ๆ โดยส่งชิงถงไปแจ้งแก่ท่านผู้เฒ่าลั่วว่านางตามลั่วหมิงเฉินออกมาด้านนอก
"โรงรับจำนำ??"
ลั่วหลี่เว่ยพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เมื่อเห็นว่าลั่วหมิงเฉินเดินเข้าไปด้านในใช้เวลาอยู่นานกว่าเขาจะออกมา ลั่วหลี่เว่ยเข้าใจว่าคนตรงหน้าขโมยของในจวนมาขายจึงคิดจะเข้าไปต่อว่าแต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่ามีชายหลายคนกำลังเดินเข้าไปหาลั่วหมิงเฉิน
ลั่วหมิงเฉินยื่นตั๋วเงินจำนวนมากให้ชายคนหนึ่ง พวกมันตรวจดูอยู่สักพักก็จะพูดบางอย่างออกมาและบังคับลั่วหมิงเฉินให้เดินตามพวกเขาไป ลั่วหลี่เว่ยไม่รู้ว่าตอนนี้นางควรจะทำเช่นไรแต่พอมองหน้าลั่วหมิงเฉินที่มีแต่ความกังวลก็รู้สึกเป็นห่วงในใจจึงตัดสินใจตามไป
ตุบ!!!
ลั่วหมิงเฉินถูกบังคับมาที่ซอยหนึ่งที่เงียบสนิทไม่มีผู้คนเดินผ่าน เขาถูกโยนให้ร่างกระแทกกับกำแพงอย่างแรงลั่วหมิงเฉินที่บาดเจ็บอยู่แล้วถูกกระทำเช่นนี้ก็แทบลุกไม่ไหว
"ข้าก็ชดใช้ไปหมดแล้วไง!!"
"หมิงเฉินที่เจ้าให้มามันแค่ดอกเบี้ยเท่านั้น ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าต้องคืนทั้งต้นทั้งดอกเบี้ย"
ชายวัยกลางคนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสมเพช เขาเดินเข้าไปก่อนจะใช้เท้าเหยียบลงที่ขาของลั่วหมิงเฉินอย่างแรงยิ่งเห็นท่าทางทรมานของคนตรงหน้าเขาก็ยิ่งพอใจ เมื่อก่อนเพราะเป็นมันเป็นคุณชายลั่วใช้อำนาจข่มข้าให้ข้ามอบแทบเท้าดูมันตอนนี้สิพอถูกขับออกจากตระกูลลั่วก็ไม่ต่างจากหมาจนตรอก
"เป็นเช่นไรพอได้อยู่แทบเท้าผู้อื่นบ้างรู้สึกยังไง"
ลั่วหมิงเฉินกำมือแน่น เงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ด้วยความแค้นทั้งที่ตั๋วเงินที่เขาให้ไปมันพอกับทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแต่พวกมันทำเช่นนี้เพราะตั้งใจจะโกง
"ให้ตายสิ ทั้งที่ตกต่ำถึงเพียงนี้ยังมองข้าด้วยสายตาอวดดี"
"พี่ใหญ่ทำเช่นไรกับมันดี"
"หึ ตัดมือมัน ส่วนดวงตาที่อวดดีของมันก็ควักออกมา"
ลั่วหมิงเฉินรู้ตัวว่าเขาสู้พวกมันไม่ได้ด้วยร่างกายที่เป็นเช่นนี้ เขาหลับตาลงถอดใจกับทุกสิ่งในตอนนี้แม้แต่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเองเขายังทำไม่ได้ คำพูดด่าทอของท่านตาดังก้องอยู่ในหัวของเขาลั่วหมิงเฉินแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง
สมเพชตัวเองชะมัด มาคิดได้ในตอนที่ทุกอย่างสายไปแล้ว...
ทุกอย่างที่ท่านตาพูดล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น ข้ามันผีพนันเข้าสิงจนสูญเสียทุกอย่างจริงจริง
ตุบ ตุบ ตุบ พลั๊ก พลั๊ก!!!
"ลั่วหมิงเฉิน เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม!!"
ลั่วหมิงเฉินรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง หากฟังดีดีนั่นเป็นเสียงที่เขารู้สึกคุ้นเคยจะเป็นไปได้เช่นไรนางไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ กลิ่นนี้....
"ลั่วหมิงเฉิน เห้อ ลืมตาสักทีข้าคิดว่ามาช่วยเจ้าไม่ทันแล้ว"
ลั่วหมิงเฉินมองสตรีตรงหน้าที่กำลังหอบหายใจราวกับเหนื่อยมากมาก เมื่อมองไปด้านหลังพบว่าคนคุมบ่อนทั้งห้าคนกำลังถูกบ่าวในจวนนับสิบคนของเขาจับตัวอยู่
"เกิดอะไรขึ้น เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงลั่วหลี่เวย"
"เดี๋ยว.....ขอ......ข้าพักก่อน"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาก่อนจะนั่งลงข้างข้างลั่วหมิงเฉิน นางหอบหายใจด้วยความเหนื่อยเพราะหลังจากที่รู้ว่าลั่วหมิงเฉินถูกพาตัวมาที่ไหนนางจึงตั้งใจจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือเพราะรู้ดีว่านางคนเดียวคงสู้พวกมันไม่ได้ พอวิ่งไปได้ไม่ไกลก็เจอชิงถงพาบ่าวชายนับสิบคนมาโชคดีที่ท่านผู้เฒ่าคาดการณ์ไว้มิเช่นนั้นนางอาจมาช่วยลั่วหมิงเฉินไม่ทัน
"พวกเจ้ามาที่นี่ได้ยังไง"
ลั่วหมิงเฉินที่ดูว่าอาจจะไม่ได้คำตอบจากคนข้างกายง่าย ๆ จึงหันไปถามสาวใช้คนสนิทของนาง ชิงถงที่รู้เหตุกาณ์ทั้งหมดเอ่ยเล่าเรื่องทุกอย่างให้คุณชายรองลั่วฟังโดยละเอียดและไม่ลืมเล่าในส่วนที่ลั่วหลี่เวยวิ่งมาช่วยเขาด้วยความเป็นห่วง
"คุณชายรองขอรับ ทำเช่นไรกับพวกชั่วนี่ดี"
"จับส่งทางการ ในเมื่อพวกมันกล้าที่จะโกงข้าก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา"
"ขอรับ"
ลั่วหมิงเฉินมองนักเลงคุมบ่อนที่ถูกพาตัวออกไปก่อนจะปรายตามองสตรีที่นั่งอยู่ข้างข้างจากที่ดูสภาพนางตอนนี้เรื่องที่ตั้งใจวิ่งเข้ามาช่วยข้าอย่างร้อนรนคงเป็นเรื่องจริงสินะทั้งที่ข้าทำกับนางมากมายถึงเพียงนั้น กลับยื่นมือเข้ามาช่วยข้า?
"จบเรื่องแล้วใช่ไหม เช่นนั้นก็กลับจวนกันเถอะ"
"เจ้ากลับไปเถอะ ข้าถูกตัดชื่อออกจากตระกูลลั่วแล้วนั่นไม่ใช่บ้านข้าอีกแล้ว"
"เหตุใดพวกเจ้าถึงหูเบาเพียงนี้ ข้าต้องบอกอีกกี่ครั้งว่าท่านผู้เฒ่าลั่วไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะขับพวกเจ้าออกจากตระกูล"
ลั่วหมิงเฉินที่ได้ฟังเช่นนั้นก็นิ่งชะงัก จริงสิทุกคนในจวนยังเรียกเขาว่าคุณชายรองและยังเคารพข้าเช่นเมื่อก่อนพวกเขาไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไปเลย นี่ข้า...
"ชิงถงเจ้าไปพยุงคุณชายรองกลับจวน"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เล็กน้อยก่อนจะยืนขึ้น ทั้งที่วันนี้นางตั้งใจแต่งตัวงดงามนางตั้งใจเลือกปิ่นที่เหมาะสมกับชุดนี้ แล้วดูสภาพนางตอนนี้สิแม้แต่ปิ่นที่นางตั้งใจปักวันนี้ก็หล่นหายตอนวิ่ง!!
"เจ้าเจ็บขาหรือ"
ลั่วหมิงเฉินเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าเดินราวกับคนขาเจ็บ เพราะเป็นห่วงเขาจนวิ่งมาแล้วขาแพลงสินะ
"ขึ้นหลังข้าสิ ข้าแบกเจ้ากลับจวนเอง"
ลั่วหลี่เวยชะงักฝีเท้า นางในตอนนี้อยากอาบน้ำล้างตัวอยากจะเดินกลับให้ถึงจวนเร็ว ๆ ขี่หลังหรือเกรงว่าจากสภาพลั่วหมิงเฉินตอนนี้คงพากันล้มไปด้วยกันอย่าว่าแต่จวนเลยออกจากซอยนี้จะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
"ไม่ต้องข้าเดินเองได้ คุณชายบาดเจ็บอยู่อย่าได้ฝืนตัวเองเลย"
"แต่ว่าเจ้าเองก็บาดเจ็บอยู่เหมือนกัน ข้าเป็นบุรุษและเป็นสามีย่อมต้องดูแลแบกเจ้าได้"
ลั่วหลี่เวยในตอนนี้ความอดทนได้หมดลงไปแล้ว ทั้งที่นางอยากรีบกลับไปให้ถึงจวนแต่ต้องมาโต้เถียงเป็นเด็กกับคนตรงหน้าเช่นนี้
ลั่วหมิงเฉิน เจ้าจะมาใจดีอยากทำหน้าที่สามีอะไรตอนนี้!!!
"หากท่านใจดีถึงขนาดนั้น เช่นนั้นรอหายดีก็แบกข้ารอบเมืองเลยดีหรือไม่"
"ย่อมได้"
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







