เข้าสู่ระบบ"คุณชายรองตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่เจ้าค่ะ แต่ข้าได้สอบถามกับท่านหมอแล้วอีกไม่นานแขาจะหายดีเจ้าค่ะไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงอะไร ส่วนหลี่หยวนตอนนี้อาการเป็นปกติแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกข้าว่าอีกไม่นานจะมาคารวะขออภัยแก่ท่านผู้เฒ่าลั่วเจ้าค่ะ"
"อืม ย่อมเป็นข่าวดีทั้งสิ้น"
ลั่วหลี่เวยมองท่านผู้เฒ่าลั่วที่ยังคงมีสีหน้ากังวล แม้ชายชราจะไม่พูดออกมาแต่นางก็รู้ดีว่าสิ่งที่เขากังวลคือสิ่งใดหากนับตามเวลาตอนนี้ยาก็คงออกฤทธิ์แล้วเอาเถอะแค่นี้เขาก็น่าจะจำแล้ว
"ข้ามีวิธีทำให้คุณชายใหญ่กลับมาเจ้าค่ะ"
"วิธีหรือ นังหนูเว่ยเว่ยวิธีอะไรรีบบอกข้า"
ลั่วหลี่เวยยิ้มออกมาเรื่องที่กังวลเป็นเรื่องของลั่วกงเฉิงจริง ๆ สินะโชคดีที่นางให้คนคอยติดตามเขาไว้ จากที่ฟังรายงานล่าสุดลั่วกงเฉิงเก็บตัวอยู่ที่โรงเตี๊ยมเขาไม่กินไม่ดื่มสิ่งใด แม้แต่หอนางโลมที่ชอบไปก็ไม่แม้แต่จะเฉียดกายเข้าใกล้คงเป็นเพราะยาที่นางตั้งใจใส่ไปในขนมในวันนั้นออกฤทธิ์แล้วหากนับวันจริง ๆ ตอนนี้พิษที่อยู่ในร่างกายก็คงสลายออกไปหมดแล้ว
"ต่่อจากนี้ท่านผู้เฒ่าต้องป่วยหนักเจ้าค่ะ"
"ข้าป่วย??"
"เจ้าค่ะ ป่วยจนนอนติดเตียงท่านผู้เฒ่าทำแค่นี้พอเจ้าค่ะที่เหลือข้าจะจัดการเอง"
สองวันต่อมาข่าวอาการป่วยของท่านผู้เฒ่าลั่วกระจายไปทั่วเมือง ลั่วกงเฉิงคุณชายแห่งจวนลั่วในตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากซากศพเดินได้ เขาเดินเข้าไปในจวนด้วยท่าทางอิดโรยและเศร้าใครจะคิดว่าข้าลั่วกงเฉิงจะเสเพลจนติดโรคจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะเป็นห่วงท่านตาข้าคงไม่เอาร่างกายสกปรกของข้ามาเหยียบที่นี่
"พี่ใหญ่ เหตุใดท่านเป็นเช่นนี้"
ลั่วหลี่หยวนเอ่ยทักทายเมื่อเห็นพี่ใหญ่ที่เคยสง่างามน่าเกรงขามของเขามีสภาพโทรมจนแทบจำไม่ได้ เดิมทีวันนี้เขาได้ยินจากบ่าวรับใช้ว่าท่านตาป่วยหนักจึงตั้งใจจะมาดูอาการท่านตาไม่คิดว่าจะเจอพี่ใหญ่ก่อน
"พี่ใหญ่ ท่านเป็นอะไรหรือเปล่า"
"อย่าแตะต้องข้า!!!"
ลั่วกงเฉิงตะโกนออกมาเสียงดังก่อนจะถอยห่างออกมาจากลั่วหลี่หยวนผู้เป็นน้องชาย ไม่ได้ข้าเป็นโรคร้ายหากเขาติดโรคจากข้าจะทำเช่นไรข้ามันน่ารังเกียจ
"พี่ใหญ่"
เสียงที่คุ้นเคยดังจากด้านหลังก่อนจะมีมือหนึ่งสัมผัสที่ไหล่ของลั่วกงเฉิงเบา ๆ หันไปก็พบว่าเป็นลั่วหมิงกงน้องชายคนรองในตอนนี้กำลังใช้มือสัมผัสร่างกายของเขาด้วยรอยยิ้ม
"ออกไปร่างกายข้ามันสกปรก พวกเจ้าอย่าแตะต้องข้า!!"
ลั่วกงเฉิงพูดจบก็วิ่งตรงไปที่ประตูจวน ในใจเขาเอาแต่โทษตัวเองที่พาร่างกายสกปรกมาที่นี่หากทุกคนสัมผัสเขาแล้วติดโรคขึ้นมาจะทำเช่นไรสู้ข้าหนีหายไปจะดีกว่า อีกเพียงไ่กี่ก้าวก็จะถึงประตูจวนแล้วแต่เพราะหลายวันมานี้ลั่วกงเฉิงตรอมใจจนไม่กินไม่ดื่มสิ่งใดทำให้เรี่ยวแรงทั้งที่มีของเขาหายไป
"ลั่วกงเฉิง เจ้าจะไปไหน"
ลั่วหลี่เวยที่ไม่รู้มาตอนไหนนางปรากฏตัวอยู่หน้าจวน รอยยิ้มของนางเป็นสิ่งเดียวที่ลั่วกงเฉิงจำได้ก่อนที่ทุกอย่างที่เขาเห็นจะดับวูบไป
"พี่ใหญ่/พี่ใหญ่"
คุณชายลั่วทั้งสองตะโกนออกมาเสียงดังเมื่อเห็นลั่วกงเฉิงสลบลงไปนอนกับพื้น ลั่วหลี่เวยที่ยืนอยู่หน้าจวนเข้าไปพยุงคุณชายใหญ่ก่อนจะสังเกตว่าที่แขนของเขามีแผนมากมาย นางไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรราวกับรู้ว่าทุกอย่างจะเป็นเช่นนี้
"ลั่วหมิงเฉินเจ้ามาช่วยข้าพยุงคุณชายใหญ่เข้าไปด้านใน ส่วนเจ้าลั่วหลี่หยวนส่งคนไปตามหมอ"
ลั่วหลี่เวยพูดจบทุกคนก็ทำตามคำพูดของนาง คุณชายใหญ่ลั่วถูกประคองเข้าไปในห้องเขายังคงนอนไม่ได้สติใบหน้าของเขาตอนนี้ดูโทรมไร้คราบคุณชายใหญ่ที่สง่างาม ลั่วหมิงเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าที่แขนของพี่ใหญ่ทั้งสองข้าเต็มไปด้วยแผลมากมาย
"แผลนี่..หรือว่าพี่ใหญ่จะ...ติดโรคจากนางโลม"
ลั่วหลี่เวยไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดร่างกายและใบหน้าของลั่วกงเฉินเบา ๆ แม้จะรู้สึกผิดในใจอยู่บ้างแต่ลั่วกงเฉิงที่ดื้อรั้นหากไม่โดนเช่นนี้ก็คงคิดไม่ได้
"หลี่เวย พี่ใหญ่ข้าอาจติดโรคเจ้าไม่กลัวหรือสัมผัสเขาเช่นนี้"
ลั่วหมิงเฉินมองสตรีต้องหน้าที่ยังคงเช็ดตัวให้พี่ใหญ่ของเขาต่อ นางไม่ได้แสดงใบหน้ารังเกียจหรือหวาดกลัวแต่อย่างใดนั่นสร้างความแปลกใจให้ลั่วหมิงเฉินเป็นอย่างมาก หากเป็นผู้อื่นคงไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้อง
"ท่านหมอมาแล้ว"
ลั่วหลี่หยวนเอ่ยออกมาเสียงดัง เขาพาท่านหมอเข้าไปด้านในห้องด้วยท่าทางร้อนรนทันทีที่เห็นว่าแขนของพี่ใหญ่เต็มไปด้วยบาดแผลลั่วหลี่หยวนก็หน้าซีดเผือดหันไปสบตากับลั่วหมิงเฉินทันที
ลั่วกงเฉิงร่วมรักกับนางโลมมานับไม่ถ้วนเรื่องนี้พวกเขาย่อมรู้ดีว่าพี่ใหญ่เป็นเช่นไร แล้วแผลที่เกิดบนร่างกายนั้นคิดเป็นอื่นไม่ได้เลยจริง ๆ พี่ใหญ่เป็นคนฉลาดย่อมรู้เรื่องนี้ดี เหตุนี้หรือร้องห้ามไม่ให้พวกข้าแตะต้องร่างกาย
"ขอฮูหยินและคุณชายออกไปก่อนขอรับ ข้าจำเป็นต้องตรวจสอบร่างกายคุณชายใหญ่อย่างละเอียด"
ลั่วหลี่เวยพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากห้อง นางไม่ได้รู้สึกตกใจหรือแปลกใจอะไรกับอาการของลั่วกงเฉิงเพราะทั้งหมดนั้นล้วนเป็นฝีมือนาง ขนมฝูหลิงที่เขากินในวันนั้นนางตั้งใช้ผสมสมุนไพรหายากบางอย่างลงไปจากที่นางศึกษาอาการหลังจากกินเข้าไปจะคล้ายคลึงกับการเป็นโรคร้าย แต่หากผ่านไปเพียงหนึ่งอาทิตย์อาการต่าง ๆ ก็จะหายไปส่วนบาดแผลตามร่างกายแค่เพียงทายารักษาให้ดีก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว
"พี่เว่ยเว่ย พี่ใหญ่อาจจะติดโรค...."
"เห้อข้าพูดเอง ที่พวกข้าจะพูดคือเป็นไปได้ว่าพี่ใหญ่อาจจะติดโรคมาจากนางโลมหากหลังจากนี้เจ้าจะหย่าพวกข้าก็ไม่ว่าอะไร"
"คุณชายใหญ่ไม่เป็นอะไรหรอก อาจจะตายยากด้วยซ้ำ"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาเสียงเรียบเพราะนางคิดเช่นนั้นจริง ๆ มีคำกล่าวว่าคนชั่วย่อมตายช้ากว่าคนดีและข้าก็มั่นใจได้เลยว่าคุณชายใหญ่ที่คิดจะขืนใจข้าเป็นคนชั่วบริสุทธิ์เลย
คุณชายลั่วทั้งสองที่ได้ยินเช่นนี้ก็เข้าใจว่านางกำลังพูดปลอบใจทั้งสองสบตาพรางคิดในใจว่า สตรีที่ยืนอยู่ตอนนี้กำลังข่มความหวาดกลัวไว้ในใจสินะแม้จะกลัวถึงเพียงนั้นจึงคิดปลอบใจพวกข้า พี่ใหญ่อาจจะติดโรคร้ายมาแต่นางยังทำหน้าที่ฮูหยินโดยไม่รังเกียจเลยสักนิดนางช่าง....
ผ่านไปครู่หนึ่งท่านหมอก็เปิดประตูเดินออกมานอกห้อง คุณชายลั่วทั้งสองรีบเข้าไปถามอาการทันทีมีเพียงลั่วหลี่เวยที่ยืนกอดอกมองดูท่าทางแตกตื่นของคุณชายทั้งสอง
"คุณชายใหญ่เพียงแค่ถูกพิษและมีอาการอ่อนเพลียขอรับ"
"ถูกพิษ?? เช่นนั้นพี่ใหญ่จะตายหรือไม่แล้วบาดแผลบนตัว"
"เป็นพิษอ่อน ๆ ที่สลายไปเองขอรับตอนนี้พิษได้สลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลเกิดจากการโดนพิษข้าสำรวจแล้วมีเพียงที่แขนเท่านั้นหากรักษาแผลให้ดีก็หายเป็นปกติแล้วขอรับ"
"ไม่ใช่โรคร้ายที่ติดจากนางโลมสินะ"
"ขอรับ ข้าจะเขียนเทียบยาบำรุงและยารักษาแผลให้"
"ขอบคุณท่านหมอ"
คุณชายลั่วทั้งสองเอ่ยขอบคุณก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ โชคดีจริง ๆ ที่พี่ใหญ่ของข้าไม่เป็นอะไรพี่ใหญ่เองก็มีศัตรูรอบตัวการจะโดนพิษเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องง่าย โชคดีจริง ๆ ที่ครั้งนี้ไม่ถึงชีวิต
"พี่เว่ยเว่ย ท่านคลายกังวลได้แล้วนะขอรับ"
"เหอะ ข้ามันพูดคำหวานไม่เป็นแต่หากเจ้าดีใจที่พี่ใหญ่ไม่เป็นอะไรก็ยิ้มออกมาเถอะไม่ต้องอาย"
ลั่วหลี่เวยที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วนางไม่แสดงท่าทางกังวลเช่นนั้นตอนไหนกัน อะไรที่ทำให้คิดว่านางเป็นห่วงเจ้าสวะที่นอนในห้องกัน หากไม่ใช่เพราะท่านผู้เฒ่าข้าก็ไม่อยากยุ่งกับเขาด้วยซ้ำ
สายตาของพวกเจ้ามองผิดไปหรือไม่?
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







