Share

บทที่ 4 หายไปไหนแล้ว

Penulis: Jiulin
last update Tanggal publikasi: 2026-04-25 10:41:03

“ข้าเห็นเจ้าตบหน้าตนเองก็นึกว่ามีตัวอะไรมาเกาะแค่เพียงจะช่วยดูก็เท่านั้น คิดว่าข้าจะไปทำอะไรเจ้าได้กัน”

นางพูดจบก็ละความสนใจจากเขาก่อนจะหันไปจ้องมองบุรุษหนุ่มผู้นั้นอีกครั้ง

“ท่านจะซื้อกำไลหยกจากข้าจริงๆ น่ะหรือ”

“ใช่แล้ว”

“เช่นนั้นข้าคิดราคาท่านสองพันอีแปะเท่านั้น”

“ได้อย่างไรกันของซื้อของขายนะ เจ้าเอาแต่ลดราคาเช่นนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้กำไรเสียทีเล่าข้าจะจ่ายให้เจ้าเต็มจำนวน ไม่สิข้าให้เจ้าหนึ่งตำลึงสำหรับของล้ำค่าพวกนี้เลย”

ในขณะที่หลิวซือซือยังคงงุนงงและตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด บุรุษตรงหน้าก็จัดแจงยัดเงินใส่มือของนางแล้วหยิบเอากำไลหยกไปถือเอาไว้เหมือนกลัวใครจะช่วงชิงไปอย่างไรอย่างนั้น

'บ้าไปแล้วกำไลแค่ไม่กี่ชิ้นยอมจ่ายถึงหนึ่งตำลึงเลยหรือ'

อี้ซวนที่ยืนอยู่ด้านข้างของนางก็เอาแต่จ้องมองชายตรงหน้าก่อนจะหรี่ตาลงแล้วเอ่ยไปว่า

“นี่ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าเป็นพวกเดียวกันกับนางแต่เวลานี้คงไม่ใช่แล้วกระมัง เจ้านั่นล่ะไปได้เงินมากมายมาจากไหนกันกำไลแค่ไม่กี่ชิ้นยอมจ่ายถึงหนึ่งตำลึงเจ้ามันบ้าไปแล้ว”

“ใช่ ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”

หลิวซือซือหมายจะยื่นเงินคืนไปให้เขาแต่ชายผู้นั้นกลับถอยหลังก่อนจะแย้มยิ้มให้นาง

"แม่นางเจ้าอย่าได้กังวลไปเงินนี้หาใช่ของข้าไม่"

"อ้าว!/อ้าว!"

ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของกลุ่มคนที่ยืนตรงหน้า บุรุษผู้นั้นก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า

"ข้านั้นเป็นบ่าวในจวนนายอำเภอนามว่า ซือหยาง ก็เพียงแค่ถูกสั่งการให้หาซื้อเครื่องประดับสำหรับสตรีกลับไปให้ฮูหยินที่จวนก็เท่านั้นเองขอรับ"

"อ่อ เป็นเช่นนี้นี่เอง"

เสียงผ่อนลมหายใจของใครหลายคนทำเอาซือหยาง บุรุษหนุ่มหน้าตาทะเล้นในสายตาของหลิวซือซือนั้นอดที่จะขำขันในใจไม่ได้ เขาไล่สายตามองกลุ่มคนตรงหน้าโดยเฉพาะสตรีผู้เป็นเจ้าของใบหน้ารูปไข่ที่ไร้เครื่องประทินโฉมแต่ยังคงงดงามนั้นไม่วางตา

"แม่นางข้านั้นติดตามนายท่านกับฮูหยินไปหลายๆ เมืองมานับไม่ถ้วน เคยเห็นเครื่องประดับมากมายนักแต่กำไลพวกนี้แตกต่างจากที่ข้าเคยเห็นมาข้าให้ท่านหนึ่งตำลึงยังน้อยไปเสียอีก"

“จริงหรือ”

เขายิ้มก่อนจะเอ่ยต่อไปอีกว่า

“นายท่านของข้าคงรอนานแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อนนะขอรับ”

“เดี๋ยวสิ!”

ซือหยางรีบเดินแกมวิ่งไปยังตรอกเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากแผงขายของๆ หลิวซือซือก่อนจะเดินหายวับเข้าไปในซอยนั้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความงุนงงของหลิวซือซือและพวกของอี้ซวนเป็นอย่างมาก

นางหันไปมองอี้ซวนก่อนจะสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเขานั้นเริ่มมีรอยแดงปรากฎขึ้นมาให้เห็นแล้ว

‘นี่เขาตบหน้าของตนเองแรงถึงเพียงนั้นเลยหรือนี่’

“นี่อี้ซวน”

“อะไร”

“ข้าให้”

“อะไรหรือ”

“ขี้ผึ้งสำหรับรักษาแผลฟกช้ำใช้ดีเลยนะข้าเอาติดตัวไว้ตลอดเลย”

“เอ่อแต่ว่าข้า”

“รับไปเถอะนี่ก็สายมากแล้วข้าต้องรีบกลับบ้าน”

นางยัดขวดยาภายในบรรจุขี้ผึ้งที่มีสรรพคุณในการสมานแผลที่ได้มาจากระบบวิเศษใส่ในมือของอี้ซวน

เพราะมัวแต่ตื่นตกใจที่อยู่ๆ นางแม่มดเช่นนางก็มาจับมือถือแขนเขาโดยไม่มีทีท่ารังเกียจเมื่อได้สติขึ้นมาก็เห็นนางเดินจากไปไกลมากแล้ว

นักเลงประจำตัวเมืองเฉิงตูเช่นเขาเป็นที่รังเกียจของชาวบ้านไม่น้อย ในทุกๆ วันเขาจะออกไปหาเรื่องชาวบ้านขี้เมาหรือพวกที่ชอบทำร้ายคนอื่นแล้วริบเอาเงินมาซื้อของแจกจ่ายแก่คนข้างถนน

วันนี้ในตอนที่กำลังทะเลาะกับหลิวซือซืออยู่นั้นเขาก็แอบฉวยเอาแหวนของนางมาโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

แหวนไม้ที่ดูๆ ไปแล้วก็ไม่เห็นจะงดงามหรือมีค่าอะไรเลยแต่เหตุใดนางถึงพกติดตัวเอาไว้เช่นนั้นกัน

ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดน่าเกรงขามที่สุดในบรรดาชายฉกรรจ์ของตัวเมืองกำลังลูบคลำที่อกเสื้อของตนเอง แต่แล้วก็ต้องตกใจขึ้นทันใดเมื่อพยายามค้นหาแหวนวงนั้นกลับไม่พบมันเสียอย่างนั้น!

‘หายไปไหน? หรือว่าหล่นลงแถวนี้งั้นหรือ’

เขาเดินหาไปจนทั่วบริเวณที่นางกางแผงขายของนั้นเดินวนไปวนมาหลายรอบ จนบรรดาลูกน้องของเขาถึงกับมองตามด้วยความงุนงงไม่น้อย

“ลูกพี่หาอะไรอยู่หรือ”

“แหวน แหวนไม้อย่างไรเล่าช่วยกันหาเร็วเข้า”

“แหวนไม้อะไรกันแล้วลูกพี่ไปเอามาจากไหน”

“ก็ข้า…”

“หืม “

“มันเรื่องของข้าแต่พวกเจ้าช่วยข้าหาเร็วเข้า ข้าว่ามันต้องหล่นแถวๆ นี้ล่ะ”

เขาค้นหาทุกซอกทุกมุมแม้แต่ก้อนหินเล็กๆ ก็ยังพลิกขึ้นมาหา

'ลูกพี่คงบ้าไปแล้ว'

“ไม่มี เป็นไปได้อย่างไรข้าหยิบมันติดมือมาจริงๆ นี่นา”

เขายกมือหนาหยาบกร้านนั้นขึ้นมามองก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

“ไม่มีหรอกขอรับลูกพี่ เอ่อลูกพี่ข้าขอถามท่านๆ ให้อภัยนางแล้วจริงๆ น่ะหรือ”

“พูดมากน่า”

“แต่ว่า”

“หุบปากแล้วกลับบ้านกันได้แล้ว”

“จะกลับเลยหรือขอรับ พวกเรายังไม่ได้”

“หรือพวกเจ้าจะอยู่ให้ทางการมากินหัวอีกงั้นหรือ”

เขาเอ่ยออกมาเสียงอันดังก่อนจ้ำอ้าวทิ้งลูกสมุนให้ยืนมองหน้ากันไปมาด้วยความงุนงงที่เห็นว่าลูกพี่ของพวกเขาเปลี่ยนไป

ตรงหัวมุมถนนมีร่างของใครคนหนึ่งก้าวเดินออกมาจากเงามืดนั้น ในมือก็ถือของบางอย่างเอาไว้

“ฮึ”

เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะจ้องมองคนกลุ่มนั้นภายใต้สายตาเจ้าเล่ห์แฝงแววเย็นยะเยือกคู่นั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 20 ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกลนัก

    ‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 19 ทวงคืนสัญญา

    หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 18 งานแต่งของซือซือ

    บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 17 ถึงเวลาแล้ว

    “ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 16 คนนอก

    ‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 15 ตัวสร้างปัญหา

    หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 13 นางสติดีอยู่หรือไม่

    อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 12 แผนการช่วยเหลือ

    หลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หร

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 11 บ้านใหม่

    หลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งค

  • ข้าจะพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่ง   บทที่ 10 นักเลงที่ว่าก็คือพวกข้านั่นเอง

    ‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status