LOGINหลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด
‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หรือแม้แต่ข้าวปลาอาหารก็เป็นหลิวซือซือที่หามาให้ทั้งนั้น ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงแค่อดทนรอโอกาสที่จะกำจัดสตรีบ้าผู้นี้ออกไปจากบ้านหลังนี้เท่านั้น’
“ซือซือตกลงแล้วเจ้าจะพูดหรือไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นเช่นนี้”
“คือตอนที่ข้าป่วยและได้ไปรักษาที่อารามในตอนนั้นท่านเจ้าอาวาสเคยบอกข้าเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เจ้าค่ะ เดิมข้าก็ไม่ได้สนใจนักแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้ข้าฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าอาจจะเป็นจริงดังที่เจ้าอาวาสเคยเตือนไว้”
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปที่อารามกันอีกครั้งดีหรือไม่”
“โถ่ท่านพ่อป่านนี้ท่านเจ้าอาวาสคงไปท่องยุทธภพแล้วกระมัง ท่านก็รู้หลังจากข้าหายดีท่านเจ้าอาวาสก็ให้คนมาส่งข้าที่บ้านหลังจากนั้นก็มีคนแจ้งว่าเขาออกเดินทางไปที่เมืองอื่นแล้ว อารามแห่งนั้นก็เก่าแก่ชำรุดยิ่งนักไม่มีผู้ใดอยู่หรอกเจ้าค่ะ”
หลิวซือซือพูดเกลี้ยกล่อมให้บิดาหยุดความคิดที่จะไปหาเจ้าอาวาสเพราะตัวนางเองก็ไม่มั่นใจเช่นกันว่าเวลานี้ที่อารามแห่งนั้นจะมีผู้ใดอาศัยอยู่หรือไม่
‘เอาไว้เวลาว่างๆ คงต้องหาเวลาไปที่อารามแห่งนั้นเสียแล้ว'
"ท่านพ่อเลิกสนใจเรื่องนั้นก่อนเถอะเจ้าค่ะ เข้าไปสำรวจบ้านหลังใหม่กันจะดีกว่าแล้ว อีกอย่างช่วยพาฮูหยินและบุตรสาวของท่านไปที่ห้องของนางทีเถอะอย่าให้นางมาวุ่นวายกับข้านักเลย ท่านก็รู้ว่านางไม่ถูกกับข้านะ”
“โถ่ซือซือเจ้าก็รู้ว่านางเป็นคนเช่นใดให้อภัยนางไปเถอะ นางยังเด็กนัก”
“เวลานี้ข้าไม่ค่อยจะสนใจพวกนางสองแม่ลูกแล้วแต่หากว่านางยังมาระรานข้าไม่รู้จบท่านพ่อรู้ใช่หรือไม่ว่าข้าเป็นคนเช่นใด”
หลิวหลงเยี่ยนจ้องมองใบหน้าของบุตรสาวคนโตด้วยความไม่รู้จะจัดการกับคนในบ้านของตนเองอย่างไร แม้เขาจะรู้ดีว่าบุตรสาวคนโตผู้นี้ดื้อรั้นไม่ยอมใครและแน่นอนที่สุดเป็นคู่ปรับกับบุตรสาวคนเล็กของเขาเรื่อยมา แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยลงไม้ลงมือกันสักที
แต่เวลานี้นั้นดูเหมือนว่าหลิวซือซือจะไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เหมือนว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้นางเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแต่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
หากว่าหลิวผิงเอ๋อพูดสิ่งใดที่ทำให้นางโกรธขึ้นมาอีกครั้งๆ นี้ไม่แน่ว่าพวกเขาคงจะไม่มีที่ซุกหัวนอนอย่างที่นางพูดเอาไว้เป็นแน่
“เจ้าไปพักผ่อนเถอะข้าจะดูแลพวกนางให้เป็นอย่างดีไม่ให้ไปรบกวนเจ้าอย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นก็ฝากท่านพ่อด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะไปพักผ่อนแล้ว”
“ได้ขอบใจเจ้ามาก”
นางพยักหน้าให้เขาเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน หลิวหลงเยี่ยนมองตามแผ่นหลังบอบบางนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
‘นั่นก็ลูกสาวที่เลี้ยงมาเองตั้งแต่แบเบาะ ส่วนนั่นก็คนที่คอยดูแลเขาแทนภรรยาคนแรกที่ตายไปแล้วเขาควรทำอย่างไร’
หลิวซือซือเดินขึ้นมาชั้นสองของบ้านก่อนจะเดินตรงเข้ามาในห้องที่พ่อบ้านหลูจัดเตรียมเอาไว้ให้นางโดยเฉพาะ
ห้องนอนปีกฝั่งซ้ายของบ้านเป็นพื้นที่ที่จัดให้เฉพาะหลิวซือซืออาศัยอยู่เท่านั้นเป็นคำสั่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของนางว่าไม่ต้องการอยู่ร่วมกับสองแม่ลูกนั้นเพื่อลดการบาดหมางและทะเลาะกันนั่นเอง
หลิวหลงเยี่ยนเองก็รับรู้เรื่องนี้มาจากพ่อบ้านหลูเขาเห็นด้วยและไม่ได้ขัดข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใดอาจจะเพราะบ้านหลังนี้เป็นหลิวซือซือที่ซื้อมาพวกเขาจึงไม่อยากขัดใจนางนั่นเอง
เช้าของวันใหม่หลิวซือซือเอาแต่ทำงานอยู่ในไร่นางกว้านซื้อที่ดินบริเวณโดยรอบบ้านเพื่อปลูกข้าวสาลีเพิ่ม แล้วจ้างชาวบ้านบริเวณนั้นให้มาช่วยกำจัดหญ้าที่ขึ้นรกทึบโดยมีพ่อบ้านหลูและหงเย่คอยเป็นลูกมือช่วยเหลืองานในไร่ให้นางอีกแรง
หงเย่ผู้ที่แรกเริ่มดูจะเกลียดชังนางเป็นอย่างมากแต่เวลานี้ดูเหมือนเจ้าเด็กคนนี้จะยอมให้นางใช้งานได้อย่างไม่ขัดข้องใดๆ เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว
จากที่เขาเคยเรียกหลิวซือซือว่า 'เจ้า' มาโดยตลอด เวลานี้กลับยอมเรียกนางว่าคุณหนูแล้ว
“เจ้าเลิกเรียกข้าว่าคุณหนูเสียทีเถอะข้ารู้สึกขนลุก”
“แล้วท่านจะให้ข้าเรียกว่าอะไร เรียกเจ้าก็หาว่าข้าไร้มารยาท เรียกคุณหนูก็บอกว่าขนลุก"
"เรียกพี่ซือซือสิ”
“อะ อะไรนะ!”
“ทำไมเล่าก็เจ้าอายุน้อยกว่าข้าให้เจ้าเรียกข้าว่าพี่ซือซือก็ถูกแล้วนี่”
“นะ นั่น”
“ทำไมหรือว่าเจ้ายังเกลียดข้าอยู่เช่นนั้นหรือ”
“มะ ไม่ใช่เช่นนั้นเสียหน่อย”
“เช่นนั้นก็เรียกข้าว่าพี่ซือซือสิ”
หลิวซือซือจ้องมองเด็กชายด้วยรอยยิ้มเฝ้ารอคำกล่าวขานที่นางพยายามยัดเยียดให้เขาก่อนจะจ้องมองใบหน้าเล็กที่แก้มของเขาเริ่มแดงระเรื่อขึ้นทีละนิด
“พะ พี่ซือซือ”
“อย่างนั้นล่ะค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย เอาล่ะงานในไร่น่าจะใกล้เสร็จแล้ววันนี้พวกเราก็พักกันได้แล้ว”
“ขอ ขอรับ”
หลิวซือซือหันไปมองใบหน้าที่กำลังก้มหน้างุดหลบสายตาของนางอยู่นั้นก่อนจะอมยิ้มให้เขาเบาๆ แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่นั้นด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลายยิ่งนัก
พ่อบ้านหลูที่นั่งพักอยู่โคนต้นไม้อดที่จะอมยิ้มให้คุณหนูใหญ่ของเขาไม่ได้
‘นายหญิงเวลานี้คุณหนูเปลี่ยนไปแล้วนางเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถดูแลครอบครัวได้แล้ว ท่านคงไม่ต้องเป็นห่วงนางแล้วนะขอรับ’
เขาคิดในใจก่อนจะเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแม้จะไม่รู้ว่านายหญิงผู้เป็นเจ้านายคนเก่านั้นไปอยู่ภพภูมิใดแล้ว แต่เขาเชื่อว่าสตรีที่อ่อนโยนและมีเมตตาเช่นนางย่อมต้องอยู่บนสวรรค์อย่างแน่นอน
ในยามเย็นของวันนั้นพ่อบ้านหลูได้ควบรถม้ากลับเข้ามาในตัวบ้านพร้อมทั้งหิ้วของพะลุงพะลังเต็มสองมือลงมาด้วย
“คุณหนูข้าน้อยเตรียมเสบียงตามที่ท่านร้องขอเอาไว้แล้วขอรับ”
“ขอบคุณพ่อบ้านหลูมากเจ้าค่ะ”
“ซื้อไว้มากเพียงนี้ท่านจะเอาไปทำอันใดหรือขอรับในบ้านของเรามีอยู่ไม่กี่คนเอง”
“ที่ซื้อมายังไม่พอหรอกเจ้าคะยังต้องซื้ออีกมากเลย”
“อะไรนะขอรับ”
“เอาน่าท่านอย่าถามมากเลยทำตามที่ข้าบอกก็พอแล้ว”
เขาจ้องมองใบหน้าของสาวน้อยตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจนักแต่ก็ยอมพยักหน้ารับคำแต่โดยดีเพราะหากไม่มีนางเขาและหลานชายตัวน้อยคงต้องนอนตายอยู่ที่บ้านหลังเดิมนั่นเป็นแน่
เช้าวันรุ่งขึ้นหลิวซือซือนำข้าวของที่เตรียมเอาไว้ขึ้นไปบนรถม้าเพื่อจะเดินทางเข้าไปในตัวเมือง
นางได้ยินมาว่าอากาศที่หนาวเย็นจัดในหลายวันมานี้ทำให้ชาวเมืองล้มตายเป็นจำนวนมากดังนั้นนางต้องเร่งมือให้เร็วขึ้นกว่านี้แล้ว
“อากาศบ้าบออะไรเนี่ยช่างหนาวเย็นเสียจริง”
ปากบ่นพึมพำกับตนเองได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงของหลิวผิงเอ๋อเอ่ยถามนางอย่างไร้หางเสียงว่า
“นั่นเจ้าทำอะไร”
“เอาของกินของใช้ไปแจกให้ชาวบ้านอย่างไรเล่า”
“เจ้าร่ำรวยมากหรือถึงได้แจกจ่ายของพวกนี้ให้คนอื่นไปทั่ว”
หลิวซือซือหันไปจ้องมองหลิวผิงเอ๋อที่กำลังมองนางด้วยแววตาฉงนสงสัยหาใช่ความดูแคลนไม่
‘ดูๆ ไปแล้วนางคงถูกเย่หลันอบรมสั่งสอนไปไม่น้อยถึงได้ดูสงบลงไปมากเช่นนี้’
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลิวซือซือก็ละความสนใจจากนางแล้วขนของทั้งหมดเดินออกไปขึ้นรถม้าพร้อมกับพ่อบ้านหลูทันที
ระหว่างเดินทางหลิวซือซือก็มองเห็นสภาพที่น่าเวทนาของชาวบ้านจนนางรู้สึกสงสารจับใจ หากว่านางไม่มีของวิเศษคงจะไม่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้เป็นแน่
'น่าสงสารเสียจริง'
‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ
หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน
บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
“ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้
‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ
หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“
อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน
หลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งค
‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”
‘เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้นกันนะ’“แม่นางเข้ามาในร้านของข้าต้องการสมุนไพรชนิดใดงั้นหรือ”ชายแก่ที่ผมขาวโพลนไปทั่วหัวเดินถือไม้เท้าพยุงตนเองออกมาด้านนอกก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหานางอย่างเชื่องช้า“คือว่าที่ร้านของท่านรับซื้อสมุนไพรหรือไม่เจ้าคะ”“สมุนไพรงั้นหรือ น่าแปลกที่ผ่านมาคนที่มาขายสมุนไพรต่างก







