Masuk'ที่ผ่านมานางร้ายกาจเพียงนั้น วันนี้กลับพูดออกมาเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลยหรือว่านางจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ น่ะหรือ?'
ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้านักเลงในกลุ่มนั้นอ้าปากค้างจ้องมองหลิวซอซือคล้ายกับไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนได้ยิน
อี้ซวนยอมรับว่าเมื่อก่อนเคยชอบนางมากเพราะใบหน้าสวยหวานแต่ดูดุดันของนางนั้นมีเสน่ห์อยู่ไม่ใช่น้อยแต่เพราะปากที่ร้ายกาจจึงทำให้เขาชิงชังอย่างมากเช่นกัน
ทุกคนในเมืองต่างก็รู้ว่านางมีน้องสาวต่างมารดาที่ดูงดงามและน่ารักไม่น้อยไปกว่าตัวของนางเอง อาจจะเพราะเหตุนี้ที่ทำให้นางรู้สึกอิจฉาและทำร้ายหลิวผิงเอ๋อไปหลายต่อหลายครั้ง บรรดาบุรุษในเมืองเฉิงตูจึงเกลียดชังนางกันแทบทุกคน
แต่มาวันนี้นางกลับกล่าวขอโทษพวกเขาเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องที่ผ่านมา จะไม่ให้เขาแปลกใจได้อย่างไร
'หรือที่ได้ยินเมื่อครู่นั้นแค่หูฝาดไปงั้นหรือ'
“เจ้าผีเข้าหรืออย่างไร”
“ใช่”
“ห๋า”
“ข้าล้อเล่นน่ะเอาล่ะที่ผ่านมาไม่ว่าข้าจะร้ายกาจมากเพียงใดและหากพวกเจ้าจะไม่ให้อภัยจริงๆ ข้านั้นก็ไม่อาจบังคับได้แต่ว่าอย่าได้ขวางทางทำมาหากินของข้าเลยนะ”
“เอ่อ”
พวกของอี้ซวนที่ได้ยินนางเอ่ยออกมาก็ถึงกับชะงักพูดไม่ออกขึ้นมาเสียดื้อๆ ก็คงมีเพียงบุรุษแปลกหน้าเท่านั้นที่เอาแต่จ้องมองนางด้วยแววตาชื่นชมก่อนจะก้าวเดินเข้ามาใกล้ๆ นางมากขึ้น
“แม่นางวาจาของเจ้าช่างคมคายยิ่งนักนักรบย่อมมีบาดแผลทำการค้าย่อมมีศัตรูไม่ต่างกัน นี่ก็เป็นเพียงอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเจ้าจัดการได้ดีเสียจริง"
"เอ่อ จริงๆ แล้วข้าแค่..."
ไม่ทันพูดจบชายหนุ่มก็เอ่ยสวนขึ้นมาว่า
"กำไลพวกนี้ราคาเท่าใดงั้นหรือ”
“กำไลหรือ อะ อันละห้าร้อยอีแปะ”
“เช่นนั้นข้าเหมา”
“เหมา? เจ้ามีเงินมากมายเพียงนั้นเลยหรือ กำไลหยกเขียวนี้มีทั้งหมดห้าอันเลยนะ ห้าอันๆ ละห้าร้อยอีแปะก็สองพันห้าร้อยอีแปะเจ้าจ่ายไหวหรือ”
“นั่นน่ะสิ เจ้าเองก็ดู…เอ่อ”
อี้ซวนที่เดิมเอาแต่นิ่งเงียบยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองไปมาก็อดพูดจาถากถางเขาไม่ได้ อี้ซวนจ้องมองชายหนุ่มด้ายข้างตั้งแต่หัวจรดเท้าแม้ว่าการแต่งกายจะดูธรรมดาเหมือนชาวบ้านทั่วๆ ไป แต่ว่าเนื้อผ้าของเขากลับดูสะอาดตาทั้งยังเนียนกริบสีผ้าก็ดูสดใสถึงเพียงนี้
‘ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่หรือ’
“ข้าก็เพียงมาซื้อของตามคำสั่งของเจ้านายก็เท่านั้นเอง ของพวกนี้ใช่ว่าข้าจะซื้อไปใช้เองที่ไหนกันข้าไม่มีเงินมากมายถึงเพียงนั้น"
“อย่างนั้นเองหรอกหรือ”
หลิวซือซือมองคนตรงหน้าสลับกันไปมานางไม่เข้าใจถึงการกระทำของบรรดาบุรุษวัยไล่เลี่ยกันจากนางเลยสักเพียงนิด หัวหน้านักเลงนามว่าอี้ซวนผู้นี้หันมาจ้องมองนางอีกครั้ง
วันนี้ที่ตั้งใจเข้ามาหานางไม่ได้มาเพื่อเกี้ยวนางแต่อย่างใดแต่พวกเขายังรู้สึกเจ็บแค้นใจที่ถูกนางต่อว่าจากเมื่อก่อนไม่น้อย
ในเมื่อนางยอมขอโทษและดูเหมือนจะไม่มีกิริยาเย่อหยิ่งจองหองนั้นแล้วเขาจึงยอมสงบปากสงบคำลงไม่ได้ต่อว่านางไปอีก
แต่น่าแปลกที่เขากับเห็นสตรีผู้ร้ายกาจที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้กลายเป็นสาวน้อยน่ารักไปในพริบตา
อี้ซวนขยี้ตาของเขาอีกครั้งก่อนจะตบไปที่ใบหน้าของตนเองแรงๆ เพื่อเรียกสติ
‘ไปเรียกนางมารเช่นนางว่านางฟ้าได้อย่างไรกัน ข้าคงบ้าไปแล้ว’
“เจ้าเป็นอะไรหรือ”
เสียงหวานใสถามเขาออกมาทั้งยังขยับเข้ามาใกล้จนเวลานี้ร่างกายของคนทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น
“จะ...เจ้าน่ะถอยออกไปหน่อยเถอะจะเดินเข้ามาใกล้ข้าทำไมกัน”
“กลัวข้าทำไม”
‘ยังจะกล้าถามอีก!’
‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ
หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน
บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
“ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้
‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ
หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“
อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน
หลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หร
หลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งค
‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”







