LOGINหลังกลับจากในเมืองหลิวซือซือก็มอบหมายให้พ่อบ้านหลูไปติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเช่าซื้อบ้านว่างหลังใหญ่ท้ายหมู่บ้านหลังนั้น หากจำนวนเงินมีมากพอนางตั้งใจจะซื้อขาดตามที่ตั้งใจเอาไว้
พ่อบ้านหลูจัดการตามที่นางสั่งการพร้อมทั้งส่งคนเข้าไปทำความสะอาดและเตรียมข้าวของบางส่วนที่พอจะย้ายเข้าไปอยู่อาศัยได้อย่างสะดวก
พื้นที่ว่างบริเวณโดยรอบบ้านหลังนั้นก็กว้างขวางมากพอที่จะปลูกพืชผักสวนครัวได้แต่ไม่น่าจะเพียงพอต่อการปลูกข้าวสาลีตามที่ใจของนางหวังเอาไว้
“ซือซือเจ้าช่วยพูดอีกที เจ้าจะทำอะไรนะ”
“พวกเราจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่กันอีกไม่นานอาจจะเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าจะดีกว่า ดังนั้นท่านพ่อไม่ต้องเสียเงินซ่อมบ้านหลังนี้อีกหรอกนะเจ้าคะ”
หลิวหลงเยี่ยนที่ได้ยินบุตรสาวคนโตเอ่ยออกมานั้นก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที
'นางจะมาพูดเล่นๆ ให้เขาดีใจไปทำไมกันนะ แต่จะว่าไปหน้าตาที่ดูจริงจังของนางในเวลานี้ไม่น่าจะใช่พูดเล่นแล้วกระมัง'
ในขณะที่จะเอ่ยถามนางเพื่อความแน่ใจอีกครั้งก็ได้ยินเสียงของบุตรสาวคนเล็กเอ่ยแทรกขึ้นมา
“พูดเป็นเล่นจะซื้อบ้านใหม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ อีกทั้งบ้านของเราไม่มีเงินมากพอ เพียงแค่จะหาเช้ากินค่ำยังลำบากแล้ว เจ้าจะไปเอา เอ่อ…”
ปากที่ไวกว่าความคิดทำให้หลิวผิงเอ๋อลืมไปเสียสนิทว่าบิดาก็นั่งอยู่ตรงนี้จนลืมเปลี่ยนคำเรียกแทนตัวนางไป
“พะ พี่หญิงจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อบ้านใหม่กันเล่าเจ้าคะ” เสียงของน้องสาวต่างมารดาเอ่ยถามออกมา
คำพูดถากถางของนางทำเอาหลิวซือซือต้องหันไปมองนางด้วยแววตาเยือกเย็น
“ก็ที่ข้าอย่างไรล่ะ”
“พูดเป็นเล่นนี่ท่านฝันกลางวันอยู่ใช่หรือไม่ บ้านของพวกเรายากจนเช่นนี้จะไปมีเงินมากมายอย่างนั้นได้อย่างไร อีกอย่างที่ผ่านมาท่านเองก็เกียจคร้านไม่ทำการทำงานอะไรสักอย่างจะไปมีเงินซื้อได้อย่างไร หรือว่า!”
“หรือว่าอะไรหรือผิงเอ๋อ”
“นาง นางไปปล้นใครเขามาอย่างแน่นอน”
หลิวซือซือกรอกตามองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย ในหัวของนางคิดเรื่องดีๆ แบบใครเขาเป็นบ้างหรือไม่นะ
“ก็ใช่หรือไม่เล่าท่านพ่อข้าว่านางคงนอนมากไปคิดได้อย่างไรจะซื้อบ้านใหม่ เฮอะ!”
“นี่หลิวผิงเอ๋อหากว่าปากของเจ้าว่างมากก็ช่วยหาอะไรยัดเข้าไปหน่อยก็ดีนะ”
“นี่เจ้า!”
“หืม ทำไมหรือว่าเจ้าอยากมีปัญหากับข้างั้นหรือ”
“เจ้ามันคนนิสัยไม่ดี”
“แล้วเจ้ามีปัญหาอะไร”
“ท่านพ่อนางด่าข้า”
หลิวหลงเยี่ยนที่นั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองที่กำลังถกเถียงกันไปมานั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปมองบุตรสาวคนโตด้วยความจนใจ
“ซือซือเจ้าจะพูดกับน้องดีๆ หน่อยไม่ได้หรืออย่างไรกันเล่า”
หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองผู้เป็นพ่อก่อนจะถอนหายใจออกมาเช่นกัน
‘ให้ตายสิน่าเบื่อเสียจริง เหตุใดท่านพ่อของนางถึงได้หูเบาเช่นนี้มิน่าเล่าหลิวซือซือคนเก่าถึงได้มีแต่ความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ มันเป็นแบบนี้นี่เอง’
นางเบ้ปากให้กับความน่าไม่อายของหลิวผิงเอ๋อและไม่ตอบโต้บิดาต่อแต่อย่างใดก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของนางท่ามกลางความสงสัยของสองแม่ลูกที่หันมองหน้ากัน
‘หลิวซือซือกินยามาผิดหรืออย่างไร ปกติไม่ใช่ว่าต้องถกเถียงเอาชนะให้จนได้หรอกหรือ แล้วเหตุใดถึงได้เดินหนีออกไปด้วยความรำคานเช่นนั้นกัน แปลกคนเสียจริง’
เวลาผ่านไปห้าวันพ่อบ้านหลูก็มาแจ้งกับนางว่าบ้านหลังใหม่นั้นทำความสะอาดเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แม้อากาศจะยังคงหนาวเย็นไม่ลดลงเลยแม้เพียงนิดแต่นางก็รีบรุดหน้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะส่งพ่อบ้านหลูไปรับบิดาและสองแม่ลูกคู่นั้นมาที่บ้านหลังใหม่ในเวลาถัดไป
พร้อมกับข้าวของที่พวกเขาเก็บลงใส่หีบด้วยความรีบร้อนแลดูวุ่นวายกันพอสมควร
“หนาวจังท่านแม่พวกเราจะไปที่ไหนกัน”
“ไม่รู้สิซือซือบอกว่ามีสิ่งที่พวกเราต้องไปดูให้ได้”
“ให้ตายสิอากาศหนาวเย็นเช่นนี้นางยังอยากให้พวกเราออกมา นางตั้งใจจะให้พวกเราหนาวตายเช่นนั้นหรือ”
“ไม่เอาน่าผิงเอ๋ออย่างไรแล้วนางก็คือพี่สาวของเจ้าๆ เองก็อย่าถือสานางมากนักเลยหากท่านพ่อได้ยินจะโกรธเจ้าได้นะ”
หลิวผิงเอ๋อหันไปมองมารดาแม้อยากจะพูดออกไปบ้างแต่นางก็เลือกที่จะเงียบเอาไว้
“พ่อบ้านหลูถึงหรือยัง”
“ถึงแล้วขอรับ”
“ที่นี่หรือ นางหาได้จริงๆ น่ะหรือ”
เมื่อทั้งสามลงจากรถม้าก็เงยหน้าขึ้นมองบ้านหลังใหญ่พร้อมๆ กันกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
หลิวซือซือที่เดินออกมารับคนทั้งหมดก็ได้แต่ขมวดคิ้วก่อนหน้านี้ก็เคยอยู่บ้านหลังใหญ่มาก่อนไม่ใช่หรือ จะตกใจไปทำไมกัน
“นี่ไม่ใช่ว่าท่านแอบอ้างเอาบ้านของใครเขามาหรอกนะ”
“เหตุใดข้าต้องแอบอ้างและที่สำคัญมันคือเงินที่ข้าหาซื้อมาได้ด้วยตัวของข้าเองใช่ว่าไปปล้นไปชิงของๆ ใครมา”
“บ้านหลังใหญ่เพียงนี้ใช่ว่าจะซื้อมาได้ง่ายๆ ท่านบอกว่าเดี๋ยวนี้นะว่าได้มันมาได้อย่างไร”
“เอ๊ะ! เจ้านี่อย่างไรนะข้าบอกว่าข้าซื้อด้วยเงินของข้าเอง หากว่าเจ้าติดใจเรื่องนี้นักล่ะก็เช่นนั้นก็เชิญกลับไปนอนคุกฝุ่นที่บ้านเก่าหลังนั้นเถอะแต่ระวังเอาไว้ด้วยล่ะสักวันหลังคาจะหล่นลงมาทับหัวเจ้า”
“ดะ ได้อย่างไรกันท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าอยู่ที่ไหนข้าก็อยู่ที่นั่น”
“เช่นนั้นก็หุบปากเจ้าไปเสีย”
“นี่เจ้า!”
“ข้าบอกว่าให้หุบปาก! เจ้าคิดดูให้ดีๆ พวกเจ้าเป็นเพียงแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดาที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับข้าเลยแม้เพียงนิด หากว่าพูดสิ่งใดออกมาแล้วทำให้ข้าขุ่นข้องหมองใจน่ากลัวว่าพวกเจ้านั่นแหละที่จะเป็นคนออกไปจากบ้านหลังนี้ บ้านที่ข้าเป็นคนหามาด้วยตนเอง”
“หรืออันที่จริงแล้วก็คือเวลานี้ข้าคือเจ้าของบ้านหลังนี้และมีสิทธิ์ที่จะให้ใครหรือไม่ให้ใครอยู่ในบ้านหากท่านยังละลานถ้าไม่รู้จบสิ้นพวกเจ้านั่นแหละจะไม่มีที่ซุกหัวนอน”
ปากของหลิวผิงเอ๋อสั่นระริกเพราะดูเหมือนนางจะเถียงหลิวซือซือไม่ทันแต่หลิวซือซือนั้นกลับไม่สะทกสะท้านหรือเหนื่อยจากการทะเลาะกับนางแต่อย่างใด
เมื่อพ่นวาจาด่านางไปแล้วก็หันไปหาบิดาและแม่เลี้ยงที่กำลังจ้องมองมาที่นาง
“เอาล่ะๆ อย่าทะเลาะกันอีกเลยอากาศข้างนอกหนาวยิ่งนักไม่สู้พวกเราเข้าไปด้านในไม่ดีกว่าหรือ”
หลิวหลงเยี่ยนเอ่ยออกมาทั้งปากยังสั่นระริกไม่หาย อากาศช่วงนี้หนาวเย็นจับใจจริงๆ
“เช่นพวกท่านเข้าไปด้านในเถอะขอรับ ข้าทำความสะอาดและจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นจนเรียบร้อยแล้ว”
“มิน่าเล่าข้าไม่เห็นเจ้ามาตลอดห้าวันนี้ที่แท้ก็มาอยู่ที่นี่เอง”
หลิวหลงเยี่ยนเอ่ยออกมาทั้งยังมองไปที่คนทั้งคู่ที่ไม่รู้ไปตกลงกันเรื่องจัดการบ้านหลังนี้ตั้งแต่เมื่อใด
ไม่มีคำกล่าวใดๆ ออกมาจากปากของทั้งสอง เขาละสายตาก่อนจะหันไปมองสองภรรยาที่เวลานี้เอาแต่ยืนจับจ้องหลิวซือซือไม่วางตา
“พวกท่านเลิกสงสัยเกี่ยวกับตัวของข้าได้แล้วไม่ชอบข้าที่เป็นแบบนี้หรอกหรือ หรือว่าชอบข้าคนเดิมกัน”
ทั้งสองรีบส่ายหัวกันทันทีต่อให้เวลานี้นางจะปากร้ายขึ้นกว่าแต่ก่อนแต่การกระทำกลับดีขึ้นไม่น้อย อะไรที่พวกเขายอมได้จึงยอมปล่อยให้นางทำตามตนเองไป
“แล้วเจ้าล่ะเป็นอะไรหรือว่าสมองมีปัญหาไปให้ท่านหมอตรวจดูดีหรือไม่ ความขี้อิจฉาของเจ้านั้นมีมากมายเกินกว่าจะเยียวยาได้แล้วกระมัง”
“เจ้ากล้าว่าข้าเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านพ่อท่านได้ยินใช่หรือไม่นางด่าข้า”
“ผิงเอ๋อเจ้าหยุดพูดเสียทีเถอะ ไม่เช่นนั้นหากพี่สาวของเจ้าไล่เจ้าออกจากบ้านไปพ่อเองก็ไม่อาจช่วยอะไรเจ้าได้”
“ท่านพ่อ!”
“ผิงเอ๋อเจ้าหยุดพูดแล้วตามแม่มาเดี๋ยวนี้”
“แต่ว่าท่านแม่”
“ยังอีก”
“เจ้าค่ะ”
‘นางไว้ใจเขามากเกินไปหรือไม่นะ’หลิวซือซือว่าจ้างชาวบ้านในบริเวณโดยรอบของเมืองเข้ามาทำงานในฟาร์มผักแห่งใหม่นี้แผ่นดินที่เคยแห้งแล้งไม่ว่าจะปลูกพืชผักใดๆ ก็ไร้หนทางได้เก็บเกี่ยวนั้น นางก็สามารถพลิกฟื้นให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งพืชผักผลไม้มากมายหลากหลายชนิดที่ไม่ค่อยจะมีใครปลูกได้ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด มะเขือเทศลูกใหญ่ทั้งยังมีฟาร์มข้าวสาลีที่เวลานี้เริ่มสุกงอมได้ที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว“ซือซือ”เสียงเรียกของผู้เป็นสามีดังแว่วมาแต่ไกลเขาวิ่งมาหานางด้วยความรวดเร็วสีหน้าและแววตาของเขาแลดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย‘เป็นอะไรของเขา’“แดดแรงเช่นนี้เจ้าออกมาทำไมเล่า”“ข้ามาดูแลคนงานเผื่อ
หลังจากหลิวซือซือแต่งงานออกไปไม่นานก็ได้ยินมาว่าหลิวผิงเอ๋อนั้นถูกฮูหยินนายอำเภอทุบตีทำร้ายเกือบปางตายเพราะหลิวผิงเอ๋อแอบคบชู้กับสามีของนางนั่นเองใบหน้าที่เคยสวยหวานถูกตบตีจนแก้มนุ่มนิ่มที่เคยมีเลือดฝาดนั้นแตกไปหมด ดวงตาบวบปูดร่างกายถูกทุบตีจนเดินไม่ได้ อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้หลิวผิงเอ๋อต้องนอนซมอยู่บนเตียงไปหลายวัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ นางแท้งลูก!“ท่านพ่อ”“ซือซือเจ้ามาแล้ว ละ…แล้วนั่น”“สามีของข้า ลูกเขยของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“ห๋า ก็ไหนบอกว่า”“ท่านพ่อตาขออภัยที่ข้าไม่ได้บอกท่านแท้จริงแล้วเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุตรชายสกุลโหวนั้นล้วนเป็นข้าที่ปล่อยข่าวลือเหล่านั้นออกไปทั้งสิ้น”“อะ อะไรนะ!”“ข้าเพียงแค่อยากเลือกเจ้าสาวผู้ที่จะต้องมาอยู่เคียงข้างกัน
บ้านสกุลโหวหลิวซือซือยืนมองป้ายประจำตระกูลที่ติดเอาไว้ที่เสาหน้าบ้านตัวอักษรที่บรรจงเขียนอย่างพลิ้วไหวดูงดงามมากพอๆ กับป้ายประจำตระกูลที่ถูกแกะสลักจากไม้เนื้อดีดูมีความสง่าน่าเกรงขามไม่น้อยแรกเริ่มเดิมทีนางก็ไม่คิดที่จะแต่งงานแทนน้องสาวต่างไส้ที่น่ารังเกียจผู้นั้นเลยแม้เพียงนิดแต่เมื่อคิดได้ว่านี่คงเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ออกไปจากบ้านหลังนั้นจึงได้ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะนางได้ยินมาอยู่บ้างว่าบุตรชายสกุลโหวนั้นรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ไม่น้อยแต่ก็ไม่อาจคืนคำพูดที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ได้แต่ที่ทำให้นางตกตะลึงในเวลานี้ก็คือ….“แม่นางเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ”หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองป้ายด้านหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
“ผิงเอ๋อเจ้าว่าอะไรนะ”“ข้าเห็นพี่หญิงเอาแต่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับซือหยางคนงานที่มาทำงานในไร่ของเราน่ะเจ้าค่ะ""ท่านพ่อหากปล่อยไว้แบบนี้อาจจะทำให้บ้านของเราเสียหายได้นะเจ้าคะ สัญญาแต่งงานของสกุลหลิวกับสกุลโหวอาจสั่นคลอนได้ของหมั้นที่ทางฝั่งนั้นส่งมาก็อาจถูกริบคืนแว่วว่าท่านพ่อใช้มันไปบางส่วนแล้วไม่ใช่หรือ”หลิวผิงเอ๋อพยายามเป่าหูผู้เป็นบิดาและมารดาเพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะขับไล่หลิวซือซือออกไปจากบ้านให้เร็วขึ้นและของทุกอย่างที่เป็นของหลิวซือซือย่อมตกเป็นของนางใบหน้าที่ร้ายกาจของผู้เป็นบุตรสาวอยู่ในการจับจ้องมองของมารดาตลอดเย่หลันถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานนับกี่ปีหลิวผิงเอ๋อก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลย นางที่เอาแต่สนใจความสุขสบายของบุตรสาวจนลืมนึกไปว่าควรที่จะสั่งสอนนางให้ดีกว่านี้
‘สักวันเถอะข้าต้องได้ดีกว่าเจ้าอย่างแน่นอน หลิวซือซือ’เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้วที่หลิวผิงเอ๋อไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนทั้งยังไม่ยอมออกมาช่วยงานในไร่เลยสักครั้ง หลิวซือซือครั้นอยากจะเข้าไปดึงนางให้ลุกจากเตียงนอนก็ดูเหมือนว่าท่านพ่อจะพยายามห้ามนางเอาไว้“ท่านพ่อเหตุใดท่านจึงตามใจนางเช่นนี้กันเล่าเจ้าคะ”“โถ่ซือซือ ผิงเอ๋อเองก็ยังเด็กเจ้าจะอะไรกับนางนักหนา”“เด็กแบบไหนถึงได้เที่ยวไปนอนกับคนอื่นไปทั่ว”“ซือซือ!”“หรือไม่จริง หากท่านยังตามใจนางเช่นนี้สักวันเถอะนางจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกท่านไม่รู้จบ”“นั่นมันก็เรื่องของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่คิดว่าเขาจะพูดเ
หลิวซือซือสั่งการให้สาวใช้ของนางจัดการงานที่บ้าน ส่วนนางและพ่อบ้านหลูก็เดินทางไปในตัวเมืองด้วยความรวดเร็วเมื่อทั้งสองมาถึงกลางตลาดก็ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายลั่นไปทั่วท้องถนนเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นหลิวผิงเอ๋อที่กำลังนั่งจมปุกอยู่กลางถนนโดยมีสตรีนางหนึ่งที่ยืนจังก้าท้าวเอวพร้อมทั้งชี้นิ้วตรงมาที่นาง ปากสีแดงสดเอาแต่ร่ายคำด่าออกมาไม่มีหยุด เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งก็หยุดการกระทำนั้นไปทันที หลิวซือซือจ้องมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นก่อนจะเอ่ยปากถามไปว่า“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ”“เจ้าควรจะดูแลน้องสาวของเจ้าให้ดีกว่านี้สิซือซือ รู้หรือไม่ว่านางมาวอแวกับสามีของข้า”“อะไรนะ”“ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนกันแล้ววันนี้มีคนมาบอกข้าว่าเห็นนางกับสามีของข้าออกมาจากโรงเตี๊ยมนี่ ข้าจึงตามมาดูแล้วก็เป็นอย่างที่คนเขาพูดจริงๆ”“
อากาศหนาวที่หนาวเย็นจับใจทำให้ชาวบ้านแทบจะทุกหลังคาเรือนไม่มีผู้ใดออกมาทำมาหากินในตอนค่ำเลยสักคน ผู้คนดูจะอดอยากมากขึ้นเรื่อยๆหลิวซือซือที่นั่งอยู่บนรถม้าโดยมีพ่อบ้านหลูเป็นสารถีขับรถม้าให้ก็เลิกผ้าม่านขึ้นมองเห็นความทุกข์เวทน
หลิวผิงเอ๋อได้เพียงแค่ยืนย่ำเท้ากับพื้นเท่านั้นไม่กล้าที่จะพูดสิ่งใดออกไปเพราะความจริงแล้วสิ่งที่หลิวซือซือพูดออกมานั้นก็ไม่ได้ผิดแผกไปแต่อย่างใด‘ใช่แล้วเวลานี้นางไม่มีความสามารถใดๆ ในการที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้หร
‘นะ นักเลงที่นางว่ามันคือพวกเขาไม่ใช่หรือ’“อะแฮ่ม คือว่าพวกข้าเป็นบุรุษใยต้องกลัวคนพวกนั้นกัน ว่าแต่เจ้าเถอะมาทำอะไรที่นี่”"ข้าหรือ”
‘เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้นกันนะ’“แม่นางเข้ามาในร้านของข้าต้องการสมุนไพรชนิดใดงั้นหรือ”ชายแก่ที่ผมขาวโพลนไปทั่วหัวเดินถือไม้เท้าพยุงตนเองออกมาด้านนอกก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหานางอย่างเชื่องช้า“คือว่าที่ร้านของท่านรับซื้อสมุนไพรหรือไม่เจ้าคะ”“สมุนไพรงั้นหรือ น่าแปลกที่ผ่านมาคนที่มาขายสมุนไพรต่างก







