Mag-log in[ ติ๊ง! คะแนนสะสมปัจจุบัน: 65 คะแนน ]
[ คำแนะนำ: ความปลอดภัยคือพื้นฐานของการเติบโต ชาวบ้านเริ่มเกิดความอิจฉา โฮสต์ควรสร้างความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์เพื่อเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร ]
[ ภารกิจใหม่: 'สร้างเครือข่ายการผลิต' จงจ้างงานคนในหมู่บ้านเพื่อผลิตสินค้าเบื้องต้น ]
[ รางวัล: แบบแปลนโรงเรือนผลิตเครื่องหอม และสูตรทำแชมพูสมุนไพร ]
ซีเมยครุ่นคิดตามคำแนะนำของระบบ 'จริงด้วย ถ้าเรารวยคนเดียวในหมู่บ้านที่ยากจน เราจะกลายเป็นเป้าโจมตี แต่ถ้าเราทำให้ทุกคนมีกินมีใช้ไปพร้อมกับเรา พวกเขาจะกลายเป็นกำแพงคุ้มกันเราเอง'
ขณะที่เธอกำลังวางแผนอยู่นั้น เธอก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาจากความมืดหลังพุ่มไม้ห่างจากบ้านไปไม่ไกล ซีเมยหรี่ตามองแต่ไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนก เธอแสร้งทำเป็นเดินกลับเข้าบ้านอย่างใจเย็น ที่หลังพุ่มไม้นั้น คือลูกน้องของชายหนุ่มชุดดำในเมืองหลวงที่แอบตามมานั่นเองเขามองดูความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบ้านตระกูลหลี่ด้วยความประหลาดใจ
"นางไม่ใช่แค่สาวชาวนาธรรมดาแน่ๆ... ข้าต้องรีบกลับไปรายงานท่านแม่ทัพ" ชายผู้นั้นพึมพำก่อนจะหายลับไปในความมืด เช้าวันรุ่งขึ้น ซีเมยประกาศเรียกชาวบ้านมารวมตัวกันที่หน้าบ้านของเธอ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความโลภ
"ทุกคนเจ้าคะ!" ซีเมยตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง "ข้า เฉียวซีเมย รู้ดีว่าทุกคนในหมู่บ้านลี่เหอต้องลำบากมานาน วันนี้ข้ามีงานจะให้ทุกคนทำ ใครอยากมีข้าวสารขาวกินเหมือนบ้านหลี่ ใครอยากมีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ ให้มารับงานจากข้า!" ป้าหวังที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดเบ้ปาก "งานอะไรของแก? จะให้พวกเราไปทำสบู่บ้าๆ นั่นเหรอ? แกจะหลอกใช้พวกเราล่ะสิ!"
"ไม่ใช่เจ้าค่ะป้าหวัง ข้าต้องการคนไปเก็บสมุนไพรและดอกไม้ป่าตามรายชื่อนี้ ใครหามาได้หนึ่งตะกร้า ข้าให้ 5 อีแปะ! และถ้าใครตั้งใจทำงาน ข้าจะมีโบนัสให้ตอนสิ้นเดือนด้วย!"
5 อีแปะต่อหนึ่งตะกร้า! นั่นมันมากกว่าการเข้าไปแบกฟืนในเมืองทั้งวันเสียอีก ชาวบ้านเริ่มส่งเสียงอื้ออึง บางคนรีบวิ่งกลับไปเอาตะกร้าที่บ้านทันที ซีเมยยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มลึกลับ เธอไม่ได้แค่จ้างคน แต่เธอกำลังเริ่มสร้าง "อาณาจักร" ของเธอขึ้นมา และนี่คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้หมู่บ้านลี่เหอกลายเป็นศูนย์กลางการค้าเครื่องหอมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอนาคต แต่เธอยังไม่รู้เลยว่า... "ท่านแม่ทัพ" ผู้ลึกลับคนนั้น กำลังวางแผนจะเข้ามาแทรกแซงชีวิตของเธอในเร็วๆ นี้!
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าในหมู่บ้านลี่เหอบัดนี้ไม่ได้เงียบเหงาเหมือนเก่า เสียงจอบเสียมกระทบดินและเสียงพูดคุยของชาวบ้านที่ออกไปเก็บสมุนไพรตามคำสั่งของ เฉียวซีเมย ดังระงมไปทั่วชายป่า บ้านตระกูลหลี่ที่เคยซบเซาบัดนี้กลายเป็นศูนย์กลางของพลังงานบางอย่างที่ชาวบ้านไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ซีเมยยืนอยู่หน้าลานบ้านดินที่ถูกปัดกวาดจนสะอาดสะอ้าน ในมือของเธอมีสมุดบันทึกเล่มเล็ก (ที่เธอใช้คะแนนแลกมา) เพื่อจดรายละเอียดการส่งของ
ทว่า ความสงบสุขชั่วคราวนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของม้าชั้นดีที่ก้าวย่างอย่างมั่นคง รถม้าคันโตที่บุด้วยผ้าไหมสีเข้มดูเคร่งขรึมหยุดลงที่หน้าบ้านตระกูลหลี่ ชาวบ้านที่กำลังขนตะกร้าสมุนไพรมาส่งต่างพากันหยุดไม่กล้าเข้าไปใกล้ แววตาที่เคยมุ่งมั่นเปลี่ยนเป็นความยำเกรงเมื่อเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงจากรถม้า
เขาไม่ได้สวมชุดเกราะดั่งแม่ทัพในสนามรบ หากแต่สวมอาภรณ์สีดำขลับปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินดูเรียบหรู ใบหน้าคมเข้มดุจรูปสลัก ดวงตาคมกริบเย็นชาดุจน้ำแข็งใต้สระฤดูหนาว เพียงแค่เขายืนเฉยๆ บรรยากาศรอบกายก็กดดันจนชาวบ้านบางคนถึงกับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
เขาคือ เว่ยเฉิง แม่ทัพผู้เกรียงไกรที่ปลอมตัวมาในฐานะ "นายท่านเว่ย" พ่อค้าผู้มั่งคั่งจากเมืองหลวง ซีเมยหรี่ตามองผู้มาเยือน สัญชาตญาณนักขายที่ลับคมมานานบอกเธอทันทีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา ท่าทางการเดินที่มั่นคงและการวางมือไว้ใกล้ตำแหน่งที่ควรจะมีกระบี่ข้างกายย้ำเตือนเธอว่า "อันตราย"
"ท่านพี่ ไปเชิญแขกท่านนี้เข้ามาในบ้านก่อนเจ้าค่ะ" ซีเมยหันไปบอกหลี่เทียนที่ยืนทำหน้ามึนงงอยู่ข้างๆ หลี่เทียนแม้จะดูซื่อแต่สัญชาตญาณการปกป้องภรรยาก็สูงส่ง เขาเดินไปยืนขวางหน้าซีเมยไว้เล็กน้อย "เมยเมย... คนผู้นี้ดูน่ากลัวนัก"
20 ปีต่อมา...แสงตะวันยามเช้าทาบทอลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบสีทองของพระราชวังฤดูร้อนแห่งใหม่ ณ เมืองหลวงลี่เหอ ทว่าทัศนียภาพรอบเมืองกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ถนนหนทางถูกปูด้วยคอนกรีตเรียบกริบ มีรถลากที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำและฟันเฟืองวิ่งขวักไขว่ สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกแถวทรงยุโรปผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันออกอย่างลงตัว มีโรงเรียนสถานพยาบาล และหอสมุดประชาชนตั้งอยู่ทุกหัวระแหงบนยอดหอคอยสูงกลางเมือง ชายหนุ่มรูปงามในชุดบัณฑิตสีขาวขลิบทองยืนทอดสะพานมองดูความรุ่งโรจน์เบื้องล่าง ดวงตาของเขาเป็นประกายสีรุ้งจางๆ ยามต้องแสงแดด—เขาคือ หลี่จวิน ทายาทเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่และสตรีคลังทองหลวง"ท่านแม่บอกไว้ไม่ผิดจริงๆ... ความรู้คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด" หลี่จวินพึมพำพลางปิด 'แท็บเล็ตหินหยก' ที่ถูกพัฒนามาจากเทคโนโลยีระบบของแม่เขาที่จวนแม่ทัพพยัคฆ์คำรามซึ่งบัดนี้ขยายกว้างขวางและร่มรื่นราวกับอุทยานสวรรค์ หลี่เทียน ในวัยกลางคนที่ยังคงความสง่างามและน่าเกรงขาม กำลังนั่งจิบชาอยู่ใต้ต้นเหมยข้างกายสตรีที่เขารักสุดหัวใจ เฉียวซีเมย ในวันนี้แม้จะมีริ้วรอยแห่งกาลเวลา ประดับที่หางตา แต่นางยังคงดูอ่อนเยาว์แ
แสงไฟนีออนหลากสีสันบนถนนสุขุมวิทสะท้อนกับกระจกรถตู้คันหรูที่กำลังมุ่งหน้าสู่ย่านบันเทิงที่ทันสมัยที่สุด ภายในรถฮ่องเต้หยวนหมิง ทรงฉลองพระองค์ในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ตัดเย็บประณีตจนดูเหมือนมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ส่วน หลี่เทียน สวมเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบน เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่ทำให้สาวๆ ในโลกปัจจุบันต้องเหลียวมอง"เมยเมย... เจ้าบอกว่าสถานที่ที่เรากำลังจะไป เรียกว่า 'บาร์' งั้นหรือ? มันเหมือนโรงเตี๊ยมที่มีเหล้านารีแดงขายหรือไม่?" ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยความสนพระทัยพระเนตรเป็นประกายระยิบระยับเฉียวซีเมย หัวเราะเบาๆ คืนนี้เธอแต่งตัวเรียบหรูแต่เซ็กซี่ เพราะไม่ได้พาลูกชายมาด้วย(โดยมีท่านแม่หลี่คอยเลี้ยงดูอยู่ที่เพนท์เฮาส์) "มันคล้ายกันเพคะฝ่าบาท แต่มันมี 'ดนตรี' ที่เร้าใจกว่า และมีน้ำเปลี่ยนนิสัยที่รสชาติแปลกใหม่ที่เรียกว่า 'ค็อกเทล' ค่ะ"เมื่อรถจอดสนิทหน้า Rooftop Bar ชื่อดังบนตึกสูง 60 ชั้น ทั้งคู่ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างาม พนักงานต้อนรับต่างพากันโค้งคำนับเพราะรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาของทั้งสองคน แม้จะอยู่ในชุดสากลแต่กลิ่นอายของจอมคนก็ไม่อาจซ่อนได้ แต่หน้าเสียดายที่ระบบไม่ได้พาไปเมืองจีนฮ่องกงหรือไต
เช้าวันแรกในกรุงเทพมหานครปี 2026 แสงแดดสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์ของเพนท์เฮาส์สุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฮ่องเต้หยวนหมิง ทรงตื่นบรรทมด้วยเสียงประหลาดที่ไม่ใช่เสียงนกหรือเสียงระฆังวังหลวง แต่เป็นเสียง "เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ" ที่ซีเมยสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนพระองค์ทรงก้าวลงจากเตียงนุ่มหลังใหญ่ด้วยความงุนงง ทรงทอดพระเนตรเห็นหลี่เทียน ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำรัดรูปและกางเกงยีนส์ (ที่ซีเมยบังคับให้ใส่) กำลังยืนจ้องมอง "โทรทัศน์" ที่ฉายข่าวพยากรณ์อากาศด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังวิเคราะห์แผนที่ศึก"หลี่เทียน... เจ้าดูนั่นสิ สตรีในกระจกนั่นนางพูดกับเราได้จริงๆ ด้วย นางบอกว่าวันนี้ฝนจะตกในเขตบางนา... บางนาคือที่ใดกัน?" ฮ่องเต้ทรงถามด้วยความฉงน"กระหม่อมก็ไม่ทราบพะย่ะค่ะฝ่าบาท แต่เมยเมยบอกว่ามันคือ 'กล่องวิเศษ' ที่รวมความรู้ทั่วโลกไว้" หลี่เทียนตอบพลางพยายามจะหยิบรีโมทขึ้นมาดู แต่กลับไปกดโดนปุ่มเปลี่ยนช่องกลายเป็นรายการ 'มวยไทย' จนพระองค์และแม่ทัพใหญ่ถึงกับสะดุ้งโหยง เฉียวซีเมย เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับทารกน้อย หลี่จวิน ที่อยู่ในรถเข็นเด็กไฮเทค นางสวมชุดเดรสสีครีมดูเรียบหรู "อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกท่
หลังจากผ่านพ้นคืนพระจันทร์สีเลือดและการถือกำเนิดของ หลี่จวิน น้อย จวนแม่ทัพพยัคฆ์คำรามก็กลายเป็นสถานที่ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ทารกน้อยหลี่จวินเติบโตเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ เพียงแค่หนึ่งเดือนเขาก็เริ่มจำหน้าผู้คนและส่งยิ้มที่ดูราวกับเข้าใจทุกอย่างที่ผู้ใหญ่พูด ซึ่งซีเมยรู้ดีว่าเป็นผลมาจากระบบที่ถ่ายโอนฐานข้อมูลเข้าสู่จิตใต้สำนึกของลูกชายแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือรางวัลพิเศษที่ระบบมอบให้... 'ประตูผ่านทางสองโลก' เฉียวซีเมย นั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนา เบื้องหน้าของเธอคือหน้าต่างระบบที่เปล่งประกายสีทองเจิดจ้ากว่าครั้งไหน ๆ[ ติ๊ง! ระบบเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายมิติครั้งแรก ][ เงื่อนไขการเดินทาง: สามารถนำบุคคลย้อนยุคไปได้ไม่เกิน 5 ท่าน ][ รายชื่อผู้มีสิทธิ์ (แนะนำโดยระบบ): 1. หลี่เทียน (สามี/แม่ทัพใหญ่), 2. ฮ่องเต้หยวนหมิง (พันธมิตรสูงสุด), 3. ท่านแม่หลี่ (ผู้อาวุโส), 4. เสี่ยวหลง (ผู้ช่วยมือขวา), 5. ทารกน้อยหลี่จวิน (สายเลือดระบบ) ]ซีเมยยิ้มกว้างเมื่อเห็นรายชื่อ "นอกจากลูกและสามีแล้ว ถ้าพาฝ่าบาทไปด้วยได้ แผ่นดินนี้จะยิ่งก้าวกระโดดไปไกลแน่ ๆ"เย็น
บรรยากาศในจวนแม่ทัพพยัคฆ์คำรามคืนนี้ดูเงียบสงัดจนน่าประหลาด ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชกพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนอยู่ในอากาศ ท้องฟ้าเบื้องบนไร้แสงดาวมีเพียงดวงจันทร์กลมโตที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากเหลืองนวลเป็นสีแดงอิฐจาง ๆ ราวกับจะเตือนถึงเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น เฉียวซีเมย ในวัยครรภ์แก่จัดนั่งพิงหมอนใบใหญ่หนานุ่มอยู่บนเตียงไม้แกะสลัก นางรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวที่รุนแรงภายในท้อง ราวกับเจ้าตัวน้อยกำลังตื่นเต้นกับพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านอยู่รอบตัว[ ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบสภาวะ 'รอยแยกมิติชั่วคราว' เหนือน่านฟ้าจวนแม่ทัพ ][ คำเตือน: พลังงานจากการคลอดของทายาทผู้สืบทอดระบบ กำลังดึงดูดคลื่นความถี่จากโลกอนาคตเข้าหาตัวโฮสต์ ]"อึก... ท่านพี่..." ซีเมยครางออกมาด้วยความเจ็บปวดที่เริ่มทวีคูณ มือเรียวเล็กจิกขอบเตียงไว้แน่น เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นตามไรผม หลี่เทียน ที่คอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างรีบถลาเข้าไปประคองภรรยาไว้ แววตาของแม่ทัพผู้เกรียงไกรสั่นระริกด้วยความกังวล "เมยเมย! เจ้าเจ็บท้องแล้วหรือ? ท่านแม่! หมอตำแย! เร็วเข้า! เมยเมยจะคลอดแล้ว!"ภายในเวลาไม่กี่อึดใจ จวนที่เคยเงียบสงบก็วุ่นวาย
ภายหลังจากชัยชนะเหนือจักรวรรดิโพ้นทะเล เมืองไห่หนานและเมืองหลวงกลายเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งที่หาใครเปรียบไม่ได้ แต่ท่ามกลางความรุ่งโรจน์นั้น เงามืดแห่งความอิจฉาริษยาก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของกลุ่มขุนนางเก่าและเหล่าบัณฑิตหัวโบราณที่ยึดถือคติ"บุรุษเป็นฟ้า สตรีเป็นดิน" พวกเขาไม่อาจยอมรับได้ที่แผ่นดินนี้ต้องเดินตามการชักนำของสตรีตั้งครรภ์เพียงคนเดียวอย่าง เฉียวซีเมยในห้องโถงลับใต้ดินของจวนอดีตเสนาบดีกรมพิธีการ กลุ่มชายในชุดบัณฑิตสีหม่นกว่ายี่สิบคนนั่งล้อมวงกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บนโต๊ะมีม้วนฎีกาที่เตรียมจะยื่นต่อฮ่องเต้เพื่อบีบให้ซีเมยสละอำนาจคลังทอง"พวกท่านดูสิ! ตอนนี้นางผู้นั้นเปิดโรงเรียนให้สตรีหัดอ่านเขียนและทำมาค้าขายอีกไม่นานบ้านเมืองจะไร้ระเบียบ สตรีจะกระด้างกระเดื่องต่อสามี!" บัณฑิตเฒ่าคนหนึ่งตบโต๊ะดังปังเราต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่นางจะคลอด 'ปีศาจ' ที่จะมาสืบทอดอำนาจมืดนี้!"พวกเขาไม่ได้เรียกตัวเองว่ากบฏ แต่เรียกตัวเองว่า 'สมาคมพิทักษ์ธรรมเนียม' และแผนการของพวกเขาก็เยือกเย็นกว่าที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้ใช้ดาบ แต่ใช้'ข่าวลือ' และ 'ยาพิษทางปัญญา' ทางด้านจวนแม่ทัพพยัคฆ์คำราม
หลังจากผ่านพ้นน้ำผึ้งพระจันทร์ที่แสนหวานในจวนแม่ทัพได้ไม่นาน เฉียวซีเมย ก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาแห่งความสุขทำให้เธอลืมจิตวิญญาณของนักธุรกิจ มือเรียวเล็กของเธอขยับพู่กันวาดเส้นทางบนแผนที่กางออกเต็มโต๊ะทำงาน แผนที่นี้ไม่ใช่แผนที่ทางทหารของกองทัพเพียงอย่างเดียว แต่เป็น "แผนที่ขุมทรัพย์ทางการค้า" ที่เธอก
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านไหมสีนวลเบาๆ ภายในจวนแม่ทัพพยัคฆ์คำราม บรรยากาศวันนี้ดูจะรื่นรมย์กว่าทุกวัน กลิ่นหอมของดอกพิกุลและกุหลาบ ที่ เฉียวซีเมย สั่งปลูกไว้รอบเรือนส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่ว หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่หุบเขาพันหมอกมาได้หนึ่งสัปดาห์ ร่างกายของ ซีเมยก็ฟื้นฟูจนเกือบสมบูรณ์ด้วยการบำร
ลมพัดกรรโชกแรงอยู่ที่ยอดเขาของ 'หุบเขาพันหมอก' ทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความลึกลับและอันตราย หมอกหนาทึบปกคลุมตลอดทั้งปีจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน ทว่าสำหรับเฉียวซีเมย หมอกเหล่านี้เป็นเพียงม่านพรางตาที่เธอต้องฝ่าไปให้ได้ หลังจากเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังระงมในหัวของเธอตลอดการเ
บรรยากาศภายในวังหลวงยามนี้ดูอึมครึมยิ่งกว่าช่วงที่ข้าศึกประชิดเมืองเสียอีก เสียงฝีเท้าของนางกำนัลและมหาดเล็กที่เดินซอยถี่ขวักไขว่เต็มไปด้วยความลนลาน กลิ่นยาสมุนไพรที่ถูกต้มจนเข้มข้นลอยอบอวลไปทั่วตำหนักบรรทมของ ฮ่องเต้หยวนหมิง ทว่าไม่มีหมอหลวงคนใดสามารถให้คำตอบได้ว่าเหตุใดโอรสสวรรค์ผู้เคยแข็งแกร่งจ







