Share

บทที่ 1.6

last update publish date: 2026-03-31 17:03:52

สายตากลิ้งกลอกของพ่อบ้านทำให้หญิงสาวพยายามควบคุมอารมณ์โกรธกรุ่น นางไม่สงสัยเลยว่าทำไมทุกอย่างเป็นเช่นนี้

ซูหนิงหย่าใช้ชีวิตท่ามกลางความเกลียดชัง นางเสียมารดาตั้งแต่เด็ก จากนั้นกลัวว่าบิดาจะไม่รัก เมื่อบิดาแต่งอนุเข้ามาทั้งยังคลอดน้องชายน้องสาว นางก็กังวลว่านางจะถูกละเลย หารู้ไม่ว่าซูป๋อกลับยังคงให้ความสำคัญกับนางจนบ่าวไพร่เองก็ตระหนัก

พ่อบ้านเป็นคนเก่าแก่ของมารดา บิดาของนางเองก็ให้ความสำคัญ ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสให้จิ้งจอกสามารถแอบอ้างบารมีเสือ[1] พ่อบ้านเห็นชัดว่านางไม่ใคร่จะชอบอี๋เหนียงและลูกๆ ดังนั้นหากสบโอกาสก็มักจะหาเรื่องรังแกอีกฝ่ายอยู่เสมอ ซูหนิงหย่าเองก็ตระหนักมาโดยตลอด เพียงแต่คงไม่คาดว่าจะถึงขั้นนี้

หญิงสาวมองไปรอบๆ จากนั้นกล่าวเสียงเรียบ “ข้าเพียงมาเดินเล่นจึงผ่านมา ตอนนี้จะกลับแล้ว” นางไม่ได้ตำหนิเขาแต่เดินออกมาจากนั้น กระทั่งเดินตรงไปยังเรือนของอี๋เหนียง

หวังหลินนั่งปักผ้าขณะที่ซูหนิงหย่ากำลังเดินเข้าไปในห้องโถงของเรือนชิวสุ่ย เรือนขนาดกลางที่รอบๆ เต็มไปด้วยความเรียบง่าย ไม่หรูหราและเทียบไม่ได้กับเรือนตงกวงของซูหนิงหย่า และแทบจะเทียบไม่ได้ถึงครึ่งของเรือนจื่อจิงที่หญิงสาวนั่งเรียนกับอาจารย์สวีด้วยซ้ำ

ข้างกายหวังหลินคือแม่นมหวังซึ่งเข้ามาในจวนตอนที่อีกฝ่ายคลอดซูจินซาน

“คุณหนูใหญ่ ไม่รู้ว่าท่านจะมามีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” หวังหลินรีบวางทุกอย่างในมือจากนั้นยืนขึ้น แม่นมหวังดูกังวลใจมากที่เห็นหญิงสาวเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องโถง

“ข้าเพียงมาเดินเล่น” นางมองผ้าที่หวังหลินกำลังปัก ดูเหมือนจะเป็นชุดของซูเสวี่ยที่มีรอยขาด รอยปักที่ยังไม่เสร็จดีทำให้เห็นว่านางพยายามซ่อมชุดของบุตรสาว “ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ”

“ขะ...ข้ากำลังปักผ้าเจ้าค่ะ” หวังหลินรีบเก็บอุปกรณ์ตัดเย็บตรงหน้าจากนั้นบอกแม่นมหวังรินชาให้นาง

หญิงสาวตัดสินใจนั่งลง “เสี่ยวเสวี่ยอายุเท่าไหร่แล้วนะ”

ทั้งหวังหลินและแม่นมหวังสะดุ้งดูร้อนใจขึ้นมาทันที หญิงสาวได้แต่ลอบถอนใจ ทั้งสองคงคิดว่าตนกำลังจะหาเรื่องเล่นงานซูเสวี่ยกระมัง...

“จะ...เจ็ดขวบปีเจ้าค่ะ”

ซูหนิงหย่าพยักหน้า “ข้าให้ท่านพ่อเชิญท่านอาจารย์สวีมาสอนเขียนอ่านที่จวน นั่งเรียนคนเดียวมาเดือนครึ่งรู้สึกเหงาอยู่บ้าง ท่านลองถามเสี่ยวเสวี่ยเผื่อว่านางอยากเข้าเรียนเขียนอ่านกับข้า”

สตรีทั้งสองอ้าปากค้าง “เอ่อ...”

“เริ่มจากเดือนหน้าช่วงเช้าเรียนกับท่านอาจารย์สวี หลังจากนั้นสองสามเดือนช่วงบ่ายคนของท่านป้าจะมาช่วยสอนเรื่องมารยาทและธรรมเนียมการปฏิบัติของสตรีชั้นสูง”

นางรู้ว่าเรื่องเหล่านี้อี๋เหนียงไม่รู้เพราะอีกฝ่ายมาจากตระกูลพ่อค้า ต่างจากมารดาของนางที่แม้เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ แต่บิดากลับเป็นขุนดังนั้นฐานะและชาติกำเนิดจึงนับว่าเหนือกว่ามาก

อีกไม่ถึงสองปีซูหนิงหย่าจะผ่านเข้าสู่วัยปักปิ่น ได้ยินบิดากล่าวว่าญาติฝ่ายมารดาจากเมืองหลวงจะเป็นคนจัดการงานพิธีให้โดยเฉพาะ แม้นางอยากปฏิเสธก็ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

อีกอย่าง...รู้ไว้ก็ดีนางจะได้ไม่เผลอทำอะไรขายหน้าตัวเอง

เห็นท่าทีลังเลเป็นกังวลของทั้งสอง หญิงสาวลุกขึ้นหลังจิบชาไปเพียงคำหนึ่ง ชานี้รสชาติแย่กว่าที่คาดทั้งยังมีกลิ่นแปลกๆ จนถึงตอนนี้จึงรู้ว่าชาที่ตนดื่มทุกวันคงเป็นชาชั้นดี และคงเป็นชาแบบเดียวกับที่พ่อบ้านดื่ม...

“ท่านจะใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนก็ได้ ข้ายังมีเรื่องอื่นต้องไปทำ” นางจากมาโดยไม่รู้สึกรำคาญกับสายตากังขาของหวังหลิน

ตรงกันข้ามนางเข้าใจดีเพราะทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เวลา ตลอดมาซูหนิงหย่าตั้งแง่กับทุกคนเพราะเกรงบิดาจะไม่ใส่ใจตน หวังหลินและลูกๆ มักจะถูกนางหาเรื่องให้ถูกตำหนิบ่อยครั้ง ดังนั้นการที่นางยื่นข้อเสนอย่อมถูกระแวงเป็นธรรมดา

[1] สุนัขจิ้งจอกอ้างบารมีเสือ 狐假虎威 เป็นสุภาษิตจีน เปรียบความเจ้าเล่ห์ของสุนัขจิ้งจอกในการแอบอ้างความยิ่งใหญ่ ความน่ากลัวของเสือ เพื่อให้ตนรอดจากการถูกเสือกิน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.7 จบ

    “งั้นพ่อก็ให้คุณอาหมอปั้นเขาให้เป็นหมอมือหนึ่งของโรงพยาบาลได้เลยค่ะ เพราะนี่ละเขยตระกูลซูละ”ซูป๋อหัวเราะ “ให้มันแน่เถอะ ไม่ใช่คบสองสามเดือนแล้วมาบ่นว่ามีแฟนหมอแล้วเขาไม่มีเวลาให้”“หนูไม่ใช่ผู้หญิงไร้สาระแถมไม่รู้จักแยกแยะพวกนั้นเสียหน่อย อีกอย่างทำงานที่เดียวกันแอบไปเจอตอนไหนก็ได้ สะดวกจะตาย”เลิกงานแล้ว...ซูหนิงหย่าเดินออกมาที่ลานจอดรถ ชายหนุ่มหล่อเหลายืนรออยู่ที่ข้างรถยนต์ของเธอ หญิงสาวยิ้มกว้างวิ่งเข้าไปหาเขาทั้งที่สวมรองเท้าส้นสูงปรี๊ด“คิดถึงจังเลยค่ะ!”เสวียนหลางยื่นสองแขนออกไปรับเธอ หญิงสาวกอดเขาแน่น สูดกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยอย่างแสนคิดถึง เขาเข้าเวรส่วนเธอก็ทำงานจนแทบไม่ได้เจอกันทั้งที่อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน"ผมมีเวลาสามชั่วโมง ทำอะไรให้คุณกินดีมั้ย ผมเตรียมของเอาไว้แล้ว”“ได้ค่ะ เหนื่อย...วันนี้ค้างที่อพาร์ทเม้นของคุณดีกว่า”เขาออกมาทำงานช่วงกลางคืน บางครั้งเธอก็จะไปค้างที่อพาร์ทเม้นของเขา ดังนั้นข้าวของบางอย่างก็เลยทิ้งเอาไว้ที่ห้องของเขาเสียเลย“เอาสิ เหนื่อยเหรอ ตัวคุณอุ่นๆ เมื่อวานฝนตกตากฝนหรือเปล่า”“นิดหน่อยค่ะแต่กินยาแล้วนอนพักน่าจะดีขึ้น”“งั้นรีบกลับกันเถอะ ผมขับเอง”

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.6

    “ตอนนี้รู้แล้วจะถอยเหรอคะ แต่บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ถอยแน่นอน ฉันจะจีบคุณหมอเสวียนดังนั้นเตรียมใจเอาไว้ให้ดีนะคะ”เขาเบิกตาอ้าปากค้าง “หยาหย่า คุณ...” เขามองไปรอบๆ เห็นพยาบาลสองคนที่อยู่แถวนั้นปิดปากแอบหัวเราะ“กลัวถูกมองเป็นหนูตกถังข้าวสารเหรอคะ ไม่ลองดูหน่อยเหรอ เป็นหนูตกถังข้าวสารอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ อีกอย่าง...ข้าวสารบ้านฉันอร่อยนะ”เขากลอกตาอย่างยอมแพ้ คว้าข้อมือของเธอเดินออกไปด้านนอก สวนนี้เองที่เขากับเธอเจอกันครั้งแรก “ผมขอโทษครับ กะทันหันผมเลยทำอะไรไม่ถูก แต่...”“ฉันอยากมีแฟนเป็นหมอค่ะ แล้วก็ต้องเป็นหมอแซ่เสวียนด้วย คุณละคะอยากลองมีแฟนเป็นลูกสาวท่านประธานโรงพยาบาลมั้ย สวยด้วยนะ”เธอจริงจังมากจนเขาหลุดหัวเราะออกมา “อย่าเที่ยวประกาศว่าจะจีบใครต่อหน้าคนอื่นสิครับ อีกอย่างผมต่างหากที่จีบคุณ”“ฉันเป็นคนขอแลกวีแชต”“แต่คืนนั้นผมจะให้นามบัตรคุณอยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่ใจง่ายพาใครไปที่อพาร์ทเม้นตั้งแต่พบกันวันแรก กลัวจะแย่ว่าจะถูกหาว่าล่อลวง”“ฉันไม่กลัวถูกล่อลวงค่ะ เพราะฉันจะเป็นฝ่ายล่อลวงคุณหมอเอง”เขาได้แต่จนใจ เห็นดวงตาคู่สวยนั่นแล้วบอกตามตรงว่าเขาไม่อยากขัดใจเธอ ไม่อยากทำให้

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.5

    ซูหนิงหย่าหัวใจเต้นแรงมาก แน่นอนว่าเธอต้องไปอยู่แล้ว “ไปค่ะ”“งั้นก็ขึ้นรถเมล์เถอะครับมาแล้ว”โชคร้าย...ร้านโจ๊กดันมาปิดวันนี้พอดี“เอ่อ...” เสวียนหลางดูอึดอัด “ไม่งั้น...ผมหมายถึงผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี อพาร์ทเม้นของผมพอจะมีวัตถุดิบ ผม...ทำอะไรให้คุณกินเป็นมื้อเช้าได้นะครับ ผมไม่ได้คิดไม่ดีนะครับ จริงๆ!”เธอต่างหากที่กำลังคิดไม่ดีกับเขา “ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย ไปสิคะ มาแล้วต้องไม่เสียเที่ยวสิ ยังไงต่อไปก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ว”เขาดูโล่งใจมากจนซูหนิงหย่ากลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ สองข้างแก้มรู้สึกเจ็บๆ เพราะเอาแต่แอบยิ้ม ยิ่งตอนเห็นอพาร์ทเม้นว่างๆ ของเขาไม่มีข้าวของของผู้หญิง ไม่มีร่องรอยของคนอื่น เหมือนเขาเพิ่งเริ่มผ่อนที่นี่จริงๆ และยังไม่เคยพาใครมา หญิงสาวก็ยิ่ง...ดีใจมาก“ผมมีหนังสือ ถ้ายังไงคุณนั่งอ่านหนังสือไปก่อนผมจะรีบเข้าครัว”“ได้ค่ะ”เห็นผู้ชายเข้าครัวอย่างคล่องแคล่ว ซูหนิงหย่าอ่านนิยายสืบสวนที่ถืออยู่แทบไม่รู้เรื่อง ในใจก็กำลังกังวลว่าจะทำให้เขาดูถูกหรือเปล่า เพิ่งรู้จักกันเขาชวนมาก็มากับเขา แถมยังขึ้นห้องมาโดยไม่มีใครรู้อีกด้วย!เห็นเสวียนหลางสับไข่เยี่ยวมา มือไม้ขยับคล่องแคล่ว

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.4

    “ทำไมละคะ”“เพราะพยาบาลที่ผมรู้จักส่วนใหญ่...ไม่มีใครชอบกดโคล่าจากตู้กดน่ะครับ”“จริงเหรอคะ” โดนจับได้แล้วหรือยังนะ!! “ก็...เห็นคุณจากตรงนั้น” หญิงสาวชี้ไปที่หน้าต่างกระจก “นอนไม่หลับน่ะค่ะก็เลยหาเพื่อนคุย แล้วถ้าไม่ชอบโคล่าคุณหมอชอบดื่มอะไรคะ”“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลครับ”“อ่อ แต่ฉันชอบชามากกว่า”“ชาผมก็ชอบนะครับ ยี่ห้อXXX กลิ่นหอมรสชาติดี”“ไว้จะลองหามาดื่มนะคะ แต่ฉันคงแนะนำกาแฟให้คุณหมอตอบแทนไม่ได้”“กาแฟที่นี่ก็อร่อยนะครับ”“ที่นี่?”“ครับ ที่ร้านอาหารสวัสดิการของโรงพยาบาล”“งั้นไว้มีโอกาสจะลองนะคะ แต่คงไม่ใช่กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล” เธอหัวเราะเขาเองก็ยิ้ม พระเจ้า...คิดถึงรอยยิ้มของเขาชะมัดเสียงมือถือของเขาดังขึ้นขัดจังหวะ เขากดรับสายจากนั้นรีบร้อนลุกขึ้น “ผมต้องไปแล้วครับ”“อ้อ...เอ่อค่ะ” เธอลุกขึ้นยืนกำลังลังเล “คือคุณหมอคะ!” ปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด!! “ขอแลกวีแชตได้มั้ยคะ”“เอ่อ” เขาเลิกคิ้วตอนหันกลับมา มือของเขายังลูบไปมาที่กระเป๋าเสื้อ “ดะได้ครับ” เขากดมือถือสแกนแลกวีแชต[1]กับเธอ“ไว้ค่อยเจอกันนะครับ”แล้วเขาก็ต้องวิ่งแบบวิ่งสู้ฟัดไปจากสวน ตอนผ่านหน้าต่างกระจกเขาหันมามองเธอแล้วโบ

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.3

    “อ้อ...เอ่อ ฉันแค่ตกใจเข้ามาแล้วเธอไม่อยู่ โทรไปมือถือก็วางอยู่ในห้อง”ประตูถูกเคาะเบาๆ และเปิดออก ซูป๋อเดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้าอาหารเช้า “หยาหย่า อ้าวเสี่ยวเซี่ยก็อยู่ด้วยเหรอ”“ค่ะคุณลุง”“พ่อเอาอาหารเช้ามาให้ หิวแล้วหรือยัง ข้าวของโรงพยาบาลไม่อร่อยพ่อเลยให้ป้าสวีทำมาให้”“รู้ว่าไม่อร่อยก็น่าจะให้ปรับปรุงนะคะ”“พ่อรู้แล้ว เอาไว้จะเอาเข้าที่ประชุม แล้วนี่เสี่ยวเซี่ยมานานแล้วหรือยัง วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ”“ไปค่ะ แต่นึกว่าหยาหย่าออกจากโรงพยาบาลวันนี้ก็เลยลาช่วงเช้า”“อ้าวงั้นก็รีบไปทำงานเถอะ หยาหย่าอยู่ต่ออีกวันน่ะ”“เอ่อ งั้นหนูไปก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะมาใหม่ หยาหย่าฉันไปทำงานก่อนนะ”“อืม” เธอพยักหน้ามองส่งฟางเล่อเซี่ยออกไปทำงาน “พ่อละคะไม่กลับไปทำงานเหรอ หนูอยู่เองได้ค่ะ สบายดีแค่ขี้เกียจอยู่บ้านเลยขออยู่ต่อสักวัน”“ลูกนี่นะ แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ”“ค่ะ สบายดีมาก” ตอนซูป๋อกำลังจะออกไปอยู่ๆ ซูหนิงหย่าก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “พ่อคะ”“หืม”“หนู...จะเข้ามาดูแลโรงพยาบาลค่ะ”“อะไรนะ!!!”พ่อของเธอดูตกใจมากจริงๆ ตั้งแต่ส่งลูกสาวเรียนจนจบปริญญาตรีเอกบริหาร แม้ลูกสาวสุดรักไม่อยากเรียนแต่ก็เรียนจนจบ

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 10.2

    ซูหนิงหย่าที่กำลังส่งห่อข้าวเนื้อตุ๋นให้เขาชะงัก นางเลิกคิ้วมองเสวียนหลางที่ยืนยิ้มกว้าง ใบหน้าหล่อเหลายังคงล้ำเลิศเช่นเคย รอยยิ้มของเขาให้ความรู้สึกราวแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิ ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน...นางหัวเราะ “ขอบคุณเจ้าค่ะ”ที่ศาลาริมแม่น้ำสั่วเหอชายหนุ่มและหญิงสาวเดินเคียงข้างกัน บทสนทนาทั่วไปที่ไม่มีอะไรพิเศษ แต่รอยยิ้มและบรรยากาศรอบตัวของคนทั้งสอง ก็ทำให้ผู้ที่พบเห็นล้วนรู้สึกเช่นเดียวกันหมดนั่นก็คือ...คู่สวรรค์สรรสร้างชายหนุ่มหล่อเหลาอ่อนโยน...หญิงสาวงดงามเฉลียวฉลาด...เสี่ยวอวี๋เพิ่งยกน้ำชาและของว่างเข้ามาวาง คนของโรงหมอก็มาตามเสวียนหลางกลับไปยังลานรักษาคนไข้“ข้าไปครู่เดียวจะกลับมานั่งเป็นเพื่อนเจ้า” เขายังคงออกไปแม้เป็นเวลาพัก“ข้ารอท่าน” นางพยักหน้าลุกขึ้นมองส่งเขาเดินไปยังสะพานเชื่อมศาลา ทว่า...อยู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด ซูหนิงหย่ามองแผ่นหลังของเสวียนหลางเดินไกลออกไปช้าๆ เสี่ยวอวี๋เองก็ยืนอยู่ข้างหน้านาง หันหลังมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นยังโรงหมอ ดูเหมือนมีคนไข้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งมากะทันหันนางสะบัดหน้าไปมาเพราะดวงตาทั้งสองข้างพร่ามัว ศีรษะเต้นตุบ หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนน่าตกใจ ขณะที

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 2.3

    “หมายความว่าอย่างไรที่ว่า...เป็นอย่างไร”“ก็...นางมีนิสัยเกรี้ยวกราดโมโหร้ายหรือไม่”เสวียนหรงเลิกคิ้วมองบุตรชาย “ดูเหมือน...จะไม่ นั่นสินะชื่อเสียงของนางในเรื่องอารมณ์เกรี้ยวกราดเลื่องลือไปทั่ว ทว่าตอนรู้สึกตัวนางก็ดูสงบดี หากที่ชาวบ้านลือกันเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นสิ่งแรกที่นางต้องทำทันทีที่ลืมตาค

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 2.2

    ...บุรุษหล่อเหลาล่มเมืองเองก็มีเช่นกัน เขานี่อย่างไรเล่า! เสวียนหลาง ท่านหมอหนุ่มรูปงามที่ไม่แน่ว่าสตรีเช่นนางเองก็คงดูหม่นหมองหากยืนเคียงข้างเขา!จมูกโด่งคมสัน สันกรามคมกริบ ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรงทว่ามุมปากกลับยกขึ้นราวยิ้มในที ดวงตาคมรับเรียวคิ้วยาวจรดหางตา รูปหน้ากับองคาพยพทั้งห้าที่ลงตัวกั

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 2.1

    ท่านอาจารย์สวีอนุญาตให้มีวันหยุดวันหนึ่ง ซูป๋อบิดาของนางอยู่ๆ ก็ชวนไปที่วัดเพื่อไหว้พระ ทั้งสองลงจากรถม้าเดินขึ้นบันไดไปยังโถงพระประธาน วันนี้คนพลุกพล่านอาจเพราะเป็นวันพระ หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เมื่อตามบิดาเข้าไปไหว้พระสายตาก็มองทุกอย่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น“นายท่านซู”“ท่านหมอเส

  • ข้าจะเกี้ยวคุณชายเสวียนผู้นั้น!   บทที่ 1.5

    เงาของผู้เป็นอาจารย์เดินเข้ามาใกล้ทำให้หญิงสาวละสายตามาจากสองพี่น้อง นางหัดคัดลายมือไปพร้อมๆ กับการท่องบทกวี มองลายมือที่นางบรรจงคัดสุดฝีมือ หญิงสาวอมยิ้มมองใบหน้าพึงพอใจของอาจารย์สวี“นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะหัวไวถึงเพียงนี้ เจ้า...นับว่าก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว”แน่ละ...สำหรับคนที่เรียนรู้ไวอย่างนาง การ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status