Partager

ตอนที่6บังคับ

last update Date de publication: 2025-08-26 16:01:39

บังคับ

ดวงตาสีดำขลับคู่นั้น …จ้องตรงมาที่นางไม่มีแม้แต่จะกะพริบ

งูเห่าตัวใหญ่ นอนขดตัวอยู่บนกองใบไม้ ลำตัวของมันดำมันวาว นัยน์ตาดุร้ายจับจ้องมายังผู้บุกรุกที่บุ่มบ่ามเข้ามาในอาณาเขตของมัน

ลมหายใจของเซี่ยเหมยลี่เริ่มติดขัด นางรู้ดีว่าหากแม้แต่นางขยับเพียงปลายนิ้ว เจ้าอสรพิษตรงหน้าคงไม่รีรอที่จะฉกกัดนางในทันที

แต่เสี้ยวนาทีต่อมา…

ฉึก!

มีดสั้นปักเข้าที่ลำคอของงูเห่าอย่างแม่นยำ ร่างของงูเห่าล่วงลงก่อนจะกระตุกเกร็งและแน่นิ่งไป

เซี่ยเหมยลี่เบิกตากว้าง มองซากงูเห่าที่บัดนี้แน่นิ่งไปแล้ว ก่อนจะเหลือบมองมีดสั้นเล่มนั้นที่ยังคงปักคาอยู่บนร่างของมัน

ผู้ใดกัน…

นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันไปยังทิศทางที่มีดถูกขว้างมา ท่ามกลางเงาไม้ที่พลิ้วไหวจากสายลม เงาร่างของบุรุษในชุดสีดำทั้งชุดราวนักฆ่าใบหน้าถูกปิดไว้ครึ่งหนึ่ง

เซี่ยเหมยลี่จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสังเกตเห็นร่องรอยบาดแผลที่มีเลือดซึมผ่านอาภรณ์สีดำนั้น แม้จะไม่แน่ใจว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรู แต่ในยามนี้เขาดูบอบช้ำเกินกว่าจะเป็นภัยต่อนาง

นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินไปหาเขาอย่างระมัดระวัง

บุรุษชุดดำปรายตามองร่างบางที่ค่อย ๆ เข้ามาใกล้ดวงตาล้ำลึกของเขาทอดมองนางนิ่ง แต่เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างสูงสง่าก็ค่อย ๆ ทรุดลงนั่งกับพื้น หอบหายใจแผ่ว เบื้องหลังความแข็งแกร่งคือร่างกายที่กำลังฝืนทนต่อความเจ็บปวด

เซี่ยเหมยลี่เร่งฝีเท้าเข้าไปหาเขามากขึ้น ทว่าเมื่อก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ มือแกร่งพลันตวัดออกมาเร็วดุจสายลม

ฉึก!

ความเย็นฉียบของใบมีดสัมผัสลำคอขาวเนียนโดยไม่ทันตั้งตัว

ดวงตาของนางเบิกกว้าง ขณะที่มือหยาบกร้านของบุรุษตรงหน้าจับแขนนางไว้แน่น ประหนึ่งกลัวว่านางจะหนีไป

“เจ้าชื่ออะไร”

เสียงแหบต่ำเปล่งถาม ดวงตาคมดุดันสั่นไหวเล็กน้อย เพราะความอ่อนล้า แต่กระนั้น แรงกดของคมมีดที่แนบติดผิวกายก็มิได้ลดลง

“ข้า…ข้าชื่อเซี่ยเหมยลี่”

นางตอบเสียงแผ่ว พลางข่มกลั้นความกลัว

บุรุษชุดดำมองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน

“เจ้าต้องช่วยข้า…มิฉะนั้นเจ้าจะเป็นศพก่อนข้า”

เซี่ยเหมยลี่สูดลมหายใจลึก นางมิมีทางเลือกอื่นใด จึงพยักหน้าตอบรับ

บุรุษชุดดำจ้องมองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายมือออกจากแขนนางเล็กน้อย แต่กระนั้นมืออีกข้างที่จับมีดสั้นยังคงแนบอยู่ข้างกายราวกับมิยอมวางใจ

“พยุงข้าไป”

เสียงของเขาแหบต่ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่มิอาจขัดขืน

“เบื้องหน้ามีถ้ำอยู่…พาข้าไปที่นั่น”

เซี่ยเหมยลี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือไปประคองเขา มือเรียวแตะลงบนท่อนแขนแข็งแกร่ง แม้บุรุษตรงหน้าจะอ่อนแอเพียงใด ทว่าความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขา กลับทำให้นางรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง

สายลมยามเย็นพัดต้องร่าง เสียงแมลงเริ่มดังแว่วขึ้นมา

ยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่า เสียงฝีเท้าของทั้งสองก็ยิ่งแผ่วเบา ไม่นานนักสายตาของเซี่ยเหมยลี่ก็เหลือบไปเห็นเงาราง ๆ ของปากถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเงาไม้หนาทึบ

“ถึงแล้ว”

นางเอ่ยขึ้นเบา ๆ

บุรุษในชุดดำพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะออกแรงเฮือกสุดท้ายประคองร่างของตนเองเข้าไปยังถ้ำอันเย็นเยียบ

เซี่ยเหมยลี่พยุงร่างสูงของบุรุษชุดดำเข้าไปภายในถ้ำ พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ภายในมีเพียงหินเย็นชืดและความเงียบสงัด กลิ่นอับชื้นของไอดินลอยคลุ้ง แต่ยังดีกว่าต้องนอนตากลมหนาวอยู่ด้านนอก

นางค่อย ๆ ประคองเขานั่งลงพิงผนังถ้ำ ทันทีที่ร่างสูงหย่อนกายลงนั่ง เขาควักเอาขวดยาสีขาวหย็กเล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งให้

“ใส่ยานี้”

เสียงของเขาแม้แผ่วเบา แต่ยังคงหนักแน่น

เซี่ยเหมยลี่รับขวดยามาถือไว้ มือเรียวเปิดจุกออก กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นลอยแตะจมูก นางเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง เห็นเพียงดวงตาคมลึกที่ทอดมองมาอย่างแน่วแน่

“เร็วเข้า”

เขากล่าวเสียงต่ำ ราวกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง

เซี่ยเหมยลี่สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนค่อย ๆ ฉีกชายอาภรณ์ที่เปียกชุ่มด้วยเลือดออก เผยให้เห็นบาดแผลลึกบนลาดไหล่ ใต้แสงสลัวของถ้ำ นางเห็นรอยเลือดแหงเกาะติดกับอาภรณ์ บ่งบอกว่าเขาคงบาดเจ็บมานานแล้ว

เซี่ยเหมยลี่รีบแตะปลายนิ้วลงบนยาในขวด ก่อนทาลงบนแผลเขาอย่างเบามือ ยามสัมผัสถูกผิวกาย นางรู้สึกถึงไอร้อนจากตัวเขา เห็นได้ชัดว่าเสีเลือดไปมาก

หลังจากทายาเรียบร้อยแล้ว บุรุษชุดดำจึงขยับกายเอนหลังพิงกับผนังถ้ำ ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะปิดเปลือกตาลง

เซี่ยเหมยลี่ทอดมองบุรุษชุดดำที่เอนกายพิงผนังถ้ำ ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ดวงหน้าที่เคยเคร่งขรึมใต้เงามืด บัดนี้ดูอ่อนลงเล็กน้อยในยามหลับใหล

นางเม้มริมฝีปากแน่น ลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าแผ่วเบาราวขนนก มิส่งเสียงใด ๆ แม้แต่น้อย นางได้แต่คิดในใจว่าหากนางอยู่กับ บุรุษที่ไม่รู้ที่มาเช่นนี้ เกิดเขาฟื้นขึ้นมาแล้วคิดร้าย นางมิกลายเป็นหมูในอวยหรอกหรือ

เซี่ยเหมยลี่ก้าวออกจากถ้ำโดยมิรีรอ ทว่าทันทีที่ย่างเท้าออกไป กลับพบเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมทั่วทั้งป่า เสียงลมพัดหวีดหวิวแผ่วผ่านราวต้นไม้ เงากิ่งไม้ไหววูบไหวใต้แสงจันทร์เสี้ยว ราวกับเหล่าปีศาจที่ซ่อนกายอยู่ในรัตติกาล

นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ความเงียบงันรอบกายทำให้หัวใจของนางเต้นระรัว นัยน์ตาคู่งามกวาดมองไปโดยรอบ ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้น ‘ยามวิกาลเช่นนี้ มิรู้ว่ามีอันใดซ่อนเร้นอยู่บ้าง’

นางกัดริมฝีปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหมุนกายกลับเข้าไปในถ้ำเช่นเดิม แม้ไม่รู้ว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรู ทว่าอย่างน้อยในค่ำคืนนี้ อยู่ใกล้บุรุษผู้หนึ่งยังดีกว่าเผชิญสัตว์ร้ายตามลำพัง

เซี่ยเหมยลี่ก้าวกลับเข้ามาในถ้ำ บรรยากาศภายในเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดแผ่วผ่านปากถ้ำ และเสียงลมหายใจ ของบุรุษชุดดำที่นอนพิงผนังถ้ำอยู่

นางเดินมานั่งอยู่ไกล ๆ จากเขาดวงตาคู่งามทอดมองบุรุษตรงหน้าด้วยความครุ่นคิด

แต่ไม่นานนักร่างใหญ่พลันสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด เซี่ยเหมยลี่มองเห็นถึงความผิดปกตินั้น นางลุกขึ้นก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหาร่างของบุรุษผู้นั้น ก่อนจะเอื้อมมือแตะลงบนหน้าผากของเขา ความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาทำให้นางชะงัก นางถอนหายใจแผ่วเบา ‘ไข้ขึ้นถึงเพียงนี้ เกรงว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ มีหวังอาการทรุดเป็นแน่’

นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปแกะผ้าคลุมหน้าของเขาออก หวังให้เขาได้หายใจได้สะดวกขึ้น

แต่ทันทีที่เห็นใบหน้านั้นชัดเจน ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง

….

sds

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   31 จบ

    จวนตระกูลไป๋ จวนตระกูลไป๋ ภายในห้องหนังสือ แสงโคมส่องกระทบชายสูงวัยที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทร์หอม มือจับพู่กันลากลายอักษรบนกระดาษ เงาร่างบางของไป๋ซินอวี้ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู นางก้าวเข้ามาเงียบ ๆ ในมือถือตะกร้าบรรจุถ้วยน้ำแกงไก่ “ท่านพ่อ ลูกต้มน้ำแกงมาให้ ท่านดื่มเถิดเจ้าค่ะ” แม่ทัพไป๋เหวินหลงละสายตาจากงานในมือ หันไปมองบุตรสาว แววตาฉายความอ่อนโยน ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ “ขอบใจเจ้ามากนะ” ไป๋ซินอวี้ก้มศีรษะรับ ก่อนจะวางถ้วยน้ำแกงไก่ลงบนโต๊ะ นางค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งข้างบิดา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “ท่านพ่อ หากลูกอยากเข้าร่วมกองทัพด้วย ท่านจะยินยอมหรือไม่” แม่ทัพไป๋เหวินหลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนหัวเราะในลำคอ “เจ้าคือสตรี แม้จะใจกล้าหาญ แต่มิอาจอยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์ได้หรอก” ไป๋ซินอวี้จ้องมองผู้เป็นบิดา แววตาแน่วแน่ “แต่ลูกอยากองอาจสง่างามกลางสนามรบเช่นเดียวท่าน!” แม่ทัพไป๋เหวินหลงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มจาง ๆ ดึงตราแม่ทัพออกมาวางบนโต๊ะ “หากเจ้าปรารถนาจะควบคุมกองทัพ ก็มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่ทำให้เจ้าอยู่เหนือทหารทั้งปวง” ไป๋ซินอวี้มองตราแม่ทัพที่สะท้อนแสงตะเกียง น

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   30 เกิดอะไรขึ้น

    เกิดอะไรขึ้นจวนตระกูลเซี่ยภายในห้องที่เงียบสงบ มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่ที่ไหวไปตามสายลม เซี่ยเหมยลี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางรู้สึกถึงกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ในอากาศ นางกระพริบตาเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงไม้หอมอันคุ้นเคย“คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ!”เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างยินดี ลี่จิ่นถือถ้วยยาเดินเข้ามา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโล่งใจเซี่ยเหมยลี่หันไปมองลี่จิ่น ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว“ลี่จิ่น…ข้ากลับมาได้อย่างไร?”ลี่จิ่นนั่งลงข้างเตียง ยื่นถ้วยยาให้ก่อนจะตอบ“คุณชายใหญ่เป็นผู้พาท่านกลับมาเจ้าค่ะ”เซี่ยเหมยลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงใบหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน“แล้วองค์รัชทายาทเล่า? เขาอยู่ที่ใด”ลี่จิ่นอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“องค์รัชทายาทเสด็จเข้าวังหลวงไปปราบกบฏแล้วเจ้าค่ะ”ดวงตาของเซี่ยเหมยลี่เบิกกว้าง นางตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบผลักประตูห้อง วิ่งพรวดออกไป“คุณหนู! คุณหนูเจ้าค่ะ!”ลี่จิ่นร้องเรียกไล่หลัง แต่ไม่อาจหยุดยั้งร่างของนางได้ จึงทำได้เพียงเร่งฝีเท้าวิ่งตามไป…ณ วังหลวงกลิ่นคาวเลือดอวลคลุ้งไปทั่ว ท่ามกลางกอ

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   29 กบฏ2

    ตอนที่32 หลินกุ้ยเฟยก่อกบฏ2ณ วังหลวงตำหนักพระสนมหลินกุ้ยเฟยภายในห้องบรรทมที่ตกแต่งอย่างวิจิตร หลินกุ้ยเฟยยืนอยู่กลางห้องในอาภรณ์แพรไหมล้ำค่า เส้นผมดำขลับถูกรวบเกล้าอย่างประณีต แววตาของนางเปล่งประกายเจิดจ้าเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้น แม่นมคนสนิทรีบก้าวเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นเล็กในมือ หลินกุ้ยเฟยรับมาเปิดอ่าน สายตาของนาง พลันริมฝีปากเผยรอยยิ้มแห่งความหวังออกมานางหันไปเหลือบสายตามองไปยังร่างขององค์ชายรองหลี่จิ้งอวิ๋นบุตรชายของตนที่ยังคงนอนหมดสติอยู่บนเตียง ก่อนจะพยักหน้าให้แม่นมคนสนิทเป็นสัญญาณโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยวาจาใดหลินกุ้ยเฟยก้าวเดินออกจากห้องอย่างสง่างาม ผ้าคลุมสะบัดไหวไปตามสายลม….ณ ตำหนักของฮ่องเต้หลินกุ้ยเฟยก้าวเดินเข้ามาอย่างสง่างามพร้อมกับเหล่าทหารที่ตนเองฝึกมาเป็นอย่างดีเพื่อใช้ในการนี้ประกายคมดาบสะท้อนแสงวูบวาบ สังหารผู้คนที่ขว้างทางนางโดยไร้ความปรานี เสียงร่ำให้กรีดร้องดังระงมทั่วบริเวณ ร่างขององค์รักที่ยืนเฝ้าหน้าตำหนักล้มลงราวใบไม้ล่วงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวจากการก่อกบฏในครั้งนี้ท่ามกลางกลิ่นคาวโลหิต หลินกุ้ยเฟยก้าวเดินเข้ามาอย่างองอาจ นางยกมือขึ้นเบา ๆ เหล่าทหารที่ต

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   28 ก่อกบฏ

    ตอนที่ 28 สนมหลินกุ้ยเฟยก่อกบฏ1 ณ วังหลวง ตำหนักพระสนมหลินกุ้ยเฟย แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดเงาจาง ๆ ลงบนผืนพรมลายวิจิตรงดงาม ภายในตำหนักอบอวลด้วยกลิ่นกำยานอ่อนจาง พระสนมหลินกุ้ยเฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ มือเรียวจับเข็มปักลวดลายลงบนผ้าเช็ดหน้าเนื้อดี เส้นไหมสีทองร้อยเรียงกันเป็นลวดลายหงส์ทอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากเบื้องหลัง ไม่นานนัก แม่นมคนสนิทก็ก้าวเข้ามา ค้อมกายลงพลางเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงเคารพ “องค์ชายรองยังคงคุกเข่าอยู่หน้าตำหนัก บัดนี้ล่วงเลยไปสองชั่วยามแล้วเพคะ” มือที่กำลังปักเข็มชะงักไปครู่หนึ่ง พระสนมหลินกุ้ยเฟยปรายตามองด้ายทองที่พันปลายนิ้ว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ให้เขารอต่อไป” นางวางผ้าปักลงบนโต๊ะหินอ่อนเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “จัดการเรียบร้อยหรือยัง” แม่นมพยักหน้ารับ ก่อนจะก้าวไปเบื้องหน้ายื่นกระดาษแผ่นเล็กออกมา หลินกุ้ยเฟยรับมา คลี่ออกอ่านเนื้อความบนกระดาษก่อนจะเผยรอยยิ้มแห่งความหวังออกมา …. จวนตระกูลไป๋ภายในของไป๋ซินอวี้สายลมเย็นพัดโชยกระทบผ้าม่านสีอ่อนพลิ้วไหวตามแรงลม ภายในห้องเงียบสงบ จนได้ยินเสียงลมพัดแผ่วเบา ไป๋ซินอวี้นั่งตัวตรงอยู่ข้างโต๊ะไม้

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   27 วางยา

    ฮ่องเต้ถูกวางยาณ วังหลวงภายในตำหนักบรรทมบรรยากาศเยียบเย็นราวลมวสันต์ที่ไร้ไออุ่น ฮ่องเต้ทรงบรรทมอยู่บนเตียง ร่างกายนิ่งสนิทราวไร้ลมหายใจ มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่บ่งบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ม่านบางไหวกระเพื่อมเมื่อร่างหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ หลินกุ้ยเฟยประดับอาภรณ์งามสง่า ดวงตาคู่งามนั้นแฝงไปด้วยประกายเย้ยหยันนางเดินมาหยุดที่ข้างเตียง จ้องมองใบหน้าบุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยรักสุดหัวใจ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงร่างไร้สติใต้ฤทธิ์ยาที่นางมอบให้หลินกุ้ยเฟยแค่นหัวเราะเบา ๆ ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มเยียบเย็น ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเต็มไปแฝงไปด้วยความโกรธแค้นในครั้งอดีตอันแสนขมขื่น“ฝ่าบาท…ทรงหลับใหลเช่นนี้ต่อไปเถิดเพคะ อีกเพียงไม่นานพระองค์ก็ทรงจะได้ลงไปพบกับนางในนรกแล้วเพคะ”หลินกุ้ยเฟยหลับตาลง หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นบนหลังฝ่ามือขาวผ่อง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยความขมขื่น พลันคิดย้อนไปในครั้งอดีต เมื่อยังคงเป็นเพียงหญิงสาวที่ใสซื่อไร้เดียงสานางกับเขาเคยเป็นดั่งเงาแห่งกันและกัน ครั้งหนึ่งเคยร่วมผ่านความเป็นความตาย นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ทั้งสองรักมั่นในกันและกัน

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   26 ใต้น้ำตก

    ใต้น้ำตกก่อนจะแทรกมือใหญ่เข้าไปยังจุดอ่อนไหวกลางกาย นิ้วยาวแตะสัมผัสกับกลีบเกสรที่เริ่มเยิ้มด้วยหยาดน้ำรัก ปลายนิ้วลูบไล้ขึ้นลงอย่างแผ่วเบา นางสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วเรียวบดคลึงติ่งเกสรที่เต้นระริกจากอารมณ์อันเร่าร้อนเสียงครางหวานแว่วกังวาน มือเล็กเกาะเกี่ยวแผ่นหลังของเขาแน่น หลี่หานเซียนบดขยี่ติ่งเกสรจนหยาดน้ำรักเอ่อล้นออกมาจากร่างบาง เซี่ยเหมยลี่แอ่นสะโพกขึ้นลงรับสัมผัสนั้นอย่างหลงใหล สะโพกมนกระตุกเบา ๆ ขณะที่เสียงครวญครางยังดังไม่ขาดสายหลี่หานเซียนเลื่อนมือใหญ่ไปจับเรียวขางาม ก่อนจะยกขึ้น แล้วค่อย ๆ ใช้แก่นกายแข็งแกร่งที่ขยายใหญ่เต็มที่แล้วถูกไถไปมากับร่องกลีบเกสรที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำรัก สร้างความเสียวซ่านให้นางจนเผลอครางออกมา“อา…องค์รัชทายาท”เสียงครางหวานเรียกกระเส่า ร่างบางบิดเร้าอย่างต้องการ การเติมเต็มจนแทบไม่อาจรั้งรอได้อีกต่อไป หลี่หานเซียนขบกรามแน่น ก่อนจะค่อยกดสะโพกสอดแทรกแก่นกายเข้าไปอย่างช้า ๆ จนสุดลำร่างของทั้งสองแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางหวานของนางดังประสานกับเสียงครางต่ำของเขาร่างบางกอดรัดเขาแน่นขึ้น ขณะที่หลี่หานเซียนเริ่มขยับสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้า

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   25 คนตายต้องเห็นศพ

    คนตายต้องเห็นศพณ วังหลวงตำหนักพระสนมหลินกุ้ยเฟยพระสนมหลินกุ้ยเฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก มือเรียวขยับเข็มปักลงบนผืนผ้าอย่างใจเย็น ลวดลายในผ้าเช็ดหน้าค่อย ๆ ปรากฏเป็นรูปดอกบัว ทว่าแววตากลับเย็นชาไร้ความเมตตาเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น แม่นมคนสนิทเดินเข้ามาอย่างสำรวม ก่อนจะโน้มกายลงกระซิบรายงานเ

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   ตอนที่10 ปลอดภัย

    ปลอดภัยเสียงลมหายใจแผ่วเบาดังประสานไปกับเสียงลมที่พัดต้องใบไม้ เซี่ยเหมยลี่ก้าวเท้าเบา ๆ ไปตามเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดยาวออกจากถ้ำ นางจดจำเส้นทางนี้ได้ตั้งแต่เมื่อคืนยามที่ออกไปตักน้ำให้องค์รัชทายาท และบัดนี้นางต้องรีบเร่งออกจากถ้ำเพราะไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นมิตรหรือศัตรู แม้จะเป็นพระเอกในนิยายของนาง แต

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   ตอนที่9 ไป๋ชินเยว่

    ตอนที่12ไป๋ซินเยว่ดวงตาคมกริบฉายแว่นครุ่นคิด ก่อนจะสะบัดชายอาภรณ์ ก้าวออกจากถ้ำ สายลมยามเช้าพัดผ่านเส้นผมดำขลับสะบัดไหว ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้า ขององค์รักษ์ทั้งสอง“เฉิงอวิ๋น”เสียงทุ้มเยียบเย็นดังขึ้น“ขอรับ”องค์รักษ์หนุ่มเงยหน้าขึ้น คารวะรับคำสั่ง“เจ้าออกไปตามหาเซี่ยเหมยลี่ ส่งนางกลับจวนอ

  • ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง   ตอนที่7 ข้าผิดคิว

    ข้าผิดคิว‘องค์รัชทายาท!…’ภาพใบหน้านี้ ตรงกับคำบรรยายในนิยายของนางทุกประการ ตั้งแต่โครงหน้าคมเข้ม ดวงตาเฉียบคมดุจพยัคฆ์ ไปจนถึงรอยแผลเป็นจาง ๆ บริเวณไหล่ซซ้าย ‘ใช่หากเป็นเขาจริง ย่อมต้องมีป้ายหยก!’เซี่ยเหมยลี่รีบกวาดสายตามอง ก่อนจะพบว่าบริเวณเอวของบุรุษนั้นมีป้ายหยกชิ้นหนึ่งห้อยอยู่นี่มัน…ผิดไปจ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status