Masukตอนที่ 2
โทษตาย "ท่านจะทำอะไร!?" จ้าวซินร้องขึ้นเมื่อเห็นว่าเฉิงเจิงอวี้ กระชากขวดยาในมือของนางไปก่อนดันนางจนหลังติดเสาขนาดใหญ่ของศาลาติดแม่น้ำแห่งนี้ก่อนดึงจุกฝาปิดออก แล้วบังคับบีบคางของนางอย่างแรง มือหนาเทยากรอกปากอีกฝ่ายจนสำลัก แต่ทว่าเฉิงเจิอวี้ไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น มือหนาเอามือปิดปากของนางไว้ส่งผลให้จ้าวซินต้องกลืนยาทั้งหมดลงไปทั้งน้ำตา อึก! "สารเลว!" จ้าวซินเอ่ยออกมาเสียงดังเมื่อปากเป็นอิสระ ไม่มีผู้ใดกล้าทำกับนางเช่นนี้มาก่อน เขากล้าดีอย่างไร! "จ้าวซิน สตรีแพศยาเช่นเจ้าทำสิ่งใดไว้ก็สมควรได้รับสิ่งนั้น หากข้าสารเลว เจ้าก็สารเลว เราเหมาะสมกันยิ่งนักเจ้าว่าหรือไม่?" เฉิงเจิงอวี้ที่เมากับสุรามาแล้วยิ่งมาเจอต้นตอที่ทำให้เขาต้องมาเมาเช่นนี้ก็ยิ่งฮึกเหิม...สติสัมปชัญญะของเขาขาดสะบันลงทันที "ข้าจะทูลฝ่าบาทว่าเจ้าบังอาจทำเช่นนี้กับข้า!" จ้าวซิน ร้องขึ้นเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ หญิงสาวยกมือง้างเตรียมฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง แต่ทว่ามือหนาออกมารับได้ทันก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาประกบริมฝีปากแทน "อื้อ! อื้อ!" จ้าวซินร้องออกมา กำปั้นเล็กที่ทั้งทุบและดันแผงอกกว้างออกอยู่ครู่หนึ่งก็เปลี่ยนเป็นลูบไล้แทนเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่ถูกกรอกปากเมื่อครู่เริ่มออกฤทธิ์ ด้านเฉิงเจิงอวี้ที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุราเช่นกัน เขาจุมพิตนางอยู่เนิ่นนาน...ก่อนจะถอนริมฝีปากออก แล้วจึงช้อนอุ้มหญิงสาวเดินเข้าตำหนักของอีกฝ่ายอย่างสนไม่สายตาผู้ใด "ปล่อยข้า..."จ้าวซินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกระซิบ จ้าวซินคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ก่อนที่นางจะถูกจับมาขังที่แห่งนี้...นางได้วางแผนส่งบุรุษฉกรรจ์หมายจะทำให้หลินหลง ผู้นั้นเสียหาย...แต่ไม่สำเร็จเพราะถูกเฉิงหวังเยว่จับได้เสียก่อน....จากนั้นนางก็ถูกนำตัวมาขังไว้เพื่อรอการตัดสินโทษจากท่านพ่อของนางจากแคว้นจ้าว...นางกระทำผิดมากมายเช่นนี้...คงไม่พ้นโทษประหารเป็นแน่... ทั้งหมดที่นางทำมา... เพื่ออะไรกัน? นางลงมือกระทำทั้งหมดเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่ในคุกอันมืดมิด และต้องเผชิญกับฝันร้ายทุกค่ำคืน....เช่นนั้นหรือ? กฏแห่งกรรมส่งผลแล้ว...แต่ทว่ามีทางใดบ้างหรือไม่ที่จำให้นางแก้ไขในสิ่งที่ผ่านมา...นางยังไม่อยากตายในตอนนี้ ในขณะที่จ้าวซินกำลังครุ่นคิดและร้องไห้ออกมาโดยไร้เสียงสะอื้น... ก็มีคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้องคุมขัง เฉิงเจิงอวี้ อดีตสามีของนางนั่นเอง.... "จ้าวซิน...บัดนี้เจ้าสำนึกได้แล้วหรือไม่?" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบเฉยไร้ความรู้สึก "เฉิงเจิงอวี้ อย่างไรข้าก็เคยเป็นภรรยาท่าน ท่านช่วยปล่อยข้าไปได้หรือไม่? ข้าสาบานว่าข้าจะเปลี่ยนตนเอง ข้าจะไม่ร้ายกาจอีกแล้ว" จ้าวซินเอ่ยขึ้นในขณะที่น้ำตายังคงไหลอย่างต่อเนื่อง...สองมือเรียวกอบกุมกรงขังไว้...นางเพียงอยากมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อสร้างความดีบ้างเท่านั้น "จ้าวซิน...ความผิดของเจ้าหนักหนา...วางแผนทำร้ายฮองเฮา....นี่ยังไม่รวมกับที่เจ้าวางยาปลุกกำหนัดคนอื่นๆ...แม้แต่บิดาของเจ้าไม่คิดเข้ามาช่วยเหลือ....ทั้งยังให้ฝ่าบาทตัดสินโทษตามสมควร" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะมองใบหน้างามของเจ้าซินที่บัดนี้เลอะเทอะไปด้วยน้ำตา ...แม้ก่อนหน้านี้นางจะขึ้นชื่อว่าภรรยาเขา แต่อย่างไรผู้กระทำความผิดก็ต้องได้รับโทษ...เขาช่วยอันใดนางไม่ได้อย่างไรผู้คุมและองค์รักษ์เสื้อแพรนั้นก็เฝ้าดูการดื่มยาพิษของนางอยู่.... "ข้าเพียงอยากมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อทำความดีดังเช่นผู้อื่นบ้าง เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดให้โอกาสข้า" จ้าวซินเอ่ยขึ้นก่อนจะร้องไห้อย่างต่อเนื่อง.... พลางคิดว่าเขาคงโกรธแค้นที่นางวางยาหยวนลู่จิ่นกับเฉิงหวังเฟยหลงจนได้เสียกัน....ทั้งที่นางก็รู้ดีว่าเฉิงเจิงอวี้มีใจให้หยวนลู่จิ่น.... "คิดได้เมื่อสายไป....เจ้าไม่มีโอกาสนั้นแล้ว" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ จ้าวซินที่ได้ฟังเช่นนั้นก็อดน้อยใจขึ้นมาไม่ได้ แม้นางกับเขาจะไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก แต่ทว่าหลายวันที่นางอยู่ในที่แห่งนี้ นางสำนึกได้แล้ว และเพียงอยากเริ่มต้นใหม่เป็นภรรยาที่ดีของเขา...ในเมื่อเขาไม่คิดช่วยนาง...คงไม่มีประโยชน์อันใดที่จะกล่าวต่อไป "ในเมื่อท่านไม่ช่วยข้า ก็รีบนำยาพิษมาให้ข้าเถิด มิต้องเอ่ยสิ่งใดให้มากความ"จ้าวซินเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเบือนหน้าหนี... แม้แต่เฉิงเจิงอวี้ที่เคยเป็นสามีนางก็ไม่ช่วยนาง....บิดามารดาที่อยู่ต่างแคว้นของนาง....ก็ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือนาง....ในเมื่อเป็นเช่นนี้...ทำได้เพียงร้องขอกับสวรรค์แล้ว...ตายแล้วก็ดีเช่นกันนางจะได้ไม่ต้องทรมานในคุกแห่งนี้....หญิงสาวคิดให้กำลังใจตนเอง "ผู้คุม เจ้าไปเอายาพิษมาให้นาง" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะมองใบหน้างามของจ้าวซินที่บัดนี้ซีดเซียวและกำลังเบือนหน้าหนีเขา "พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย"ผู้คุมรับคำก่อนจะนำถ้วยยาพิษมายื่นให้เฉิงเจิงอวี้ "ดื่มมันเสีย" เฉิงเจิวอวี้เอ่ยขึ้นก่อนยื่นถ้วยชาผ่านกรงขังให้หญิงสาว ด้านจ้าวซินที่เห็นถ้วยยาพิษนั้นก็รับมาไว้ในมือก่อนจะพิจารณาครู่หนึ่ง นางเคยได้ยินว่าการเกิดเป็นมนุษย์นี้มีร่างกายในการสร้างความดี ชาตินี้นางพลาดไว้ชาติหน้าเริ่มต้นใหม่ก็แล้วกัน นางคิดก็จะพึมพำร้องขอ 'สวรรค์...ข้าผู้นี้ทำความผิดไว้มากมายเพราะความหลงผิด...เกิดชาติหน้าฉันใดข้าขอเกิดเป็นมนุษย์อีกคราได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นด้วยเถิด' หญิงสาวอธิษฐานในใจครู่หนึ่งก่อนยกขึ้นดื่มทันที จ้าวซินสัมผัสได้ถึงยาขมที่ไหลลงสู่ลำคอตนก่อนจะสติทุกอย่างจะดับไป…ตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







