LOGINตอนที่ 31
ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน ห้วงฝันของหลิวซีจิน… เสียงไอดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วยความทรมาน....สถานที่แห่งนี้...คล้ายกับเป็นโรงหมอขนาดใหญ่แต่ไม่มีหมอเลยแม้แต่คนเดียว...หลิวซีจินมองเห็นผู้คนไม่ต่ำกว่าร้อยชีวิตนอนร้องขอความช่วยเหลือ....คล้ายกับนอนรอความตายอยู่ พวกเขาติดโรคระบาดเช่นนั้นหรือ? หลิวซีจินคิดก่อนจะหมุนตัวมองดูรอบ ๆ “ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน “ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสาร อาการไอเช่นนี้….…หายใจไม่ออกเช่นนี้… โรคระบาด....ที่พรากน้องสาวและแม่ของนางไปไม่มีผิด! เหตุใดชีวิตคนพวกนี้จึงถูกปล่อยทิ้งเช่นนี้? หลิวซีจินหันไปมองผู้ป่วยที่ร้องขอความช่วยเหลือ… ทุกคนต่างมีสภาพคล้ายคนใกล้ตาย…. "ท่านแม่...ได้โปรดอย่าจากข้าไป..." เด็กคนหนึ่งร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสารในขณะกอดร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นมารดา ...นางจะช่วยคนเหล่านี้ได้อย่างไร...หมอสาวคิด หลิวซีจินมองดูภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่งเสียงที่คุ้นเคยหนึ่งก็ ดังขึ้น... "ซีจิน...." หลิวเยว่หลัน มารดาของนางนั่นเอง.... "ท่านแม่!" หลิวซีจินเอ่ยเรียกผู้เป็นมารดา น้ำตาแห่งความห่วงหาผู้เป็นมารดาไหลลงอาบใบหน้างาม นางวิ่งฝ่าวงล้อมผู้คน...หมายจะเข้าไปสวมกอดมารดาแต่ทว่า...ร่างของ หลิวเยว่หลันกลับถอยหลังไปเรื่อย ๆ นางวิ่งตามจนเหนื่อยก็ไม่สามารถที่จะวิ่งตามผู้เป็นมารดาได้ทัน... "ท่านแม่!" หลิวซีจินวิ่งจนหมดแรงร่างบางทรุดลงกับพื้นก่อนจะหันไปมองกลุ่มคนที่ร้องขอความช่วยเหลือ... "ช่วยด้วย...." "ช่วยพวกเราด้วย...." "ฮือ ๆ...." หลิวซีจินมองภาพตรงหน้าทั้งน้ำตา...คนเหล่านี้อยู่ที่ใดกัน....แล้วนางจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร?....หลิวซีจินคิด....จากนั้นภาพตรงหน้านางก็เปลี่ยนไป…. ภายในโรงหมอหลิวจิน …. สตรีที่มีใบหน้าคล้ายหลิวซีจินอยู่หลายส่วนกำลังนอนหายใจรวยรินด้วยโรคระบาดที่ลุกลามไปถึงระบบทางเดินหายใจ “หลิวเหลียงฟาง เจ้าต้องรอดนะ...ฮือ... ปล่อยข้า! ข้าจะไปหานาง” หลิวซีจินวัยยี่สิบสองหนาวใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา นาง ที่พยายามเข้าไปหาผู้เป็นน้องสาวที่ขณะนี้ลมหายใจรวยริน “ท่านหมอใหญ่! ท่านเข้าไปหานางไม่ได้ นางเป็น โรคระบาดเช่นนี้ หากท่านติดไปอีกคนจะทำเช่นไร” หมอผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะพยายามดึงหลิวซีจินไว้ “ข้าจะไปหานางปล่อยข้า!” หลิวซีจินกำลังพยายามดิ้น “ซีจิน ลูกเข้าไปไม่ได้….” หลิวหยาง...บิดาของนางเอ่ยขึ้นพร้อมกับสวมกอดปลอบนางไว้ในขณะที่ตนมีน้ำตาไหลอาบใบหน้าเช่นกัน…บุตรสาวคนเล็กของเขา….กำลังจะจากไปด้วยโรคระบาดเช่นเดียวกับมารดาของนางเมื่อแปดปีก่อน “พี่ใหญ่ ข้าภูมิใจยิ่งนักที่ได้เกิดเป็นน้องสาวท่าน และภูมิใจที่ได้เกิดเป็นบุตรของท่านพ่อและท่านแม่ ข้าดีใจที่ได้ร่วมสร้างความดีกับพวกท่านในชาติภพนี้....” หลิวเหลียงฟาง ผู้เป็นน้องสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับไอออกมาครั้งหนึ่ง…ก่อนจะจากไปอย่างสงบ "เหลียงฟาง!" หลิวซีจิน กรีดเสียงร้องคล้ายคนเสียสติ เฮือก! หลิวซีจินลืมตาขึ้นใบหน้างามอาบไปด้วยน้ำตา ฝันร้ายตามมาหลอกหลอนนางอีกครั้ง ....เหตุการณ์น่าเศร้านั้นตามมาหลอกหลอนนางถึงในฝันครั้งแล้วครั้งเล่า...หลิวซีจินอดนึกถึง คำทำนายที่ไต้ซือบิดานางได้เคยบอกไว้ไม่ได้...ในทุกหนึ่งร้อยปีจะมีโรคระบาดเกิดขึ้น...ในบางคราเมื่อเกิดครั้งหนึ่งก็อาจจะเกิดหลายระลอก เช่นเดียวกับสิบปีก่อนมารดานางมาจากไปเพราะโรคระบาดนั้น....และแปดปีต่อมาซึ่งก็คือสองปีก่อน หลิวเหลียงฟางน้องสาวนาง ก็มาจากไปด้วยโรคระบาดเช่นเดียวกันนี้....แม้พวกนางจะเป็นหมอทั้งครอบครัวแต่ทว่า...เพราะพวกนางมัวแต่ช่วยรักษาแต่ผู้อื่นจนแทบไม่มีเวลาสนใจตนเองเท่าใดนัก กว่าจะทราบว่าน้องสาวของนางติดโรคนี้จน เชื้อรุนแรง..ก็สายไปเสียแล้ว.... กว่าหลิวซีจินจะค้นพบสมุนไพรรักษาโรคระบาดนี้... ก็สูญเสียมารดาและน้องสาวไป บทเรียนนี้ราคาแพงยิ่งนัก... หลิวซีจินมิอาจลืมการสูญเสียในครั้งนั้นได้...ก่อนหน้านั้นที่มารดาของนางจากไปนางก็เจ็บปวดเจียนตาย.....ต่อมา...น้องสาวที่นางรักกลับต้องมาจากไปอีก...อีกทั้งบิดานาง...ก็ออกบวชเป็นไต้ซือตลอดชีวิตหลังจากพิธีฝังศพหลิวเหลียงฟาง ฝันร้ายนั้นยังคงตามหลอกหลอนนางอยู่บ่อยครั้ง.. กำลังใจที่จะทำให้นางขับเคลื่อนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ในตอนนี้คือการเป็นหมอ การรักษาคน...การถ่ายทอดวิชาความรู้...ชีวิตมนุษย์นั้นจะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าใดกัน....เพื่อไม่ให้เวลาล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์...นางจึงคิดค้นสูตรยาต่าง ๆ และจดบันทึกการทดลองใช้สมุนไพรเพื่อให้ความรู้เหล่านี้เป็นประโยชน์กับคนรุ่นหลัง...เพื่อพัฒนาการแพทย์ต่อไป... หลิวซีจินดูแลโรงหมอต่อจากบิดาจนบัดนี้นางอายุ ยี่สิบห้าหนาวแล้ว ความจริง...นางมีสหายสองคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โม่ชิงหนาน สหายหนุ่มที่บัดนี้เปิดโรงหมอและสำนักศึกษาอยู่จุดเชื่อมระหว่างแคว้นเฉิงและแคว้นหนิงหลง และ หลี่ซูซู สหายสาวที่ทำงานดูแลสำนักแพทย์ในจวนลับของ องค์ชายสี่ เวลานี้ นอกจากโรงหมอแห่งนี้ และสหาย…นางก็ไม่มีครอบครัวที่อื่นอีก...โรงหมอแห่งนี้...หากนางนับหมอ รวมถึงผู้ช่วยหมอยังไม่นับคนงานดูแลผักและสมุนไพรรวมแล้วก็ราวยี่สิบคน...หมอและผู้ช่วยหมอส่วนใหญ่แล้วจะกำพร้าไม่มีครอบครัว ถูกทิ้งไว้บ้าง เป็นเด็กไร้ญาติบ้าง บิดานางได้รับเลี้ยงเด็กเหล่านี้ไว้อีกทั้งยังสั่งสอนวิชาหมอให้เด็กเหล่านั้นจนกลายเป็นหมอที่สามารถรักษาคนได้อีกด้วย หลิวหยางบิดาของนางมักจะสอนนางเรื่องการทำประโยชน์แก่คนหมู่มาก...หลังจากที่หลิวหยางออกบวชเป็น ไต้ซือ....หลิวซีจินจึงคิดดำเนินรอยตามบิดา... นางคิดว่าจะสร้างหมอให้มากหน่อย ไม่รู้อนาคตจะมีโรคแปลก ๆเกิดขึ้นอีก เมื่อใด... เมื่อหลิวซีจินตื่นนางก็เข้ามาในแปลงสมุนไพรทันทีเพื่อมาเก็บเกี่ยวพืชที่ต้องการนำมาศึกษาเพิ่มเติม ในขณะที่นางกำลังเก็บสมุนไพรใส่กระบุงนั่นเอง "หมอใหญ่ น้องสาวบุญธรรมของท่านตอบจดหมายมาแล้วขอรับ" ฉงอี้ ผู้ช่วยหมอวัยสิบเก้าหนาวเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้นาง ในมืออีกข้างของเขาถือกระบุงใบหนึ่งที่มีผล อู๋ยกานจึ(มะขามป้อม) และผลไม้อีกสองชนิดอยู่ในนั้น "ขอบใจเจ้ามาก เจ้าเอาของพวกนี้ไปล้างแล้วเช็ดให้ แห้งเถอะ" หญิงสาวบอกผู้ช่วยหมอหนุ่ม "ขอรับหมอใหญ่" ฉงอี้เอ่ยก่อนจะหิ้วกระบุงไปยังที่ท่าน้ำทันที ด้านหลิวซีจินที่มองจดหมายในมือนางจึงเปิดอ่านจดหมายน้องสาวบุญธรรมในเวลาต่อมาตอนที่ 42 ข้าคือฮองเฮายามอิ๋น(03:00-04:59)...หลิวซีจินลืมตาขึ้นก็พบเพดานห้องที่หรูหรา นางยกแขนและมือขึ้น อาภรณ์ที่นางสวม ล้วนไม่ใช่อาภรณ์ของนางเหตุการณ์ก่อนหน้ามิใช่ความฝัน...นางมาอยู่ในร่างหลิวซีจินฮองเฮาจริงๆ หญิงสาวคิดก่อนลุกเดิน สำรวจรอบห้อง....นางเดินเข้าไปใกล้คันฉ่องอย่างช้าๆ หญิงสาวมองดูคันฉ่องที่ปรากฏใบหน้างามหยดย้อยของฮองเฮาหลิวซีจิน...เวลานี้นางไม่ใช่หลิวซีจินหมอหญิงคนเดิม.....นี่นาง...เกิดใหม่ในร่างคนตายเช่นนั้นหรือ?หรือสวรรค์จะให้โอกาสนางได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้...หลิวซีจินคิดในขณะที่ใช้มือจับที่ใบหน้างามที่ไม่ใช่ของตนเองก่อนจะมองในคันฉ่องหรูหราก่อนสลบไป...นางได้เห็นความทรงจำของหลิวซีจินฮองเฮาที่ผุดขึ้นมาหลิวซีจินฮองเฮาผู้นี้เป็นบุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีนามว่าหลิวโซว่ เพราะหลิวโซว่เคยรับคมดาบให้ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้ในเวลานี้ เพื่อตอบแทนความดีของเสนาบดีหลิวโซว่ ประจวบกับความดีเรื่องการช่วยฮ่องเต้องค์ก่อนทำงานเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอดหลิวซีจินซึ่งเป็นบุตรสาวจึงถูกยกให้แต่งกับชุนหลุนซีในเวลาต่อมา....ในตอนนั้นหลิวซีจินอายุเพียงสิบหกหนาวเท่านั้นก็ถูกแต่งเข้าตำ
ตอนที่ 41 การฟื้นคืนชีพ"สวรรค์! เหตุใดท่านไม่ให้ข้าช่วยพวกเขาก่อน! ไยต้องให้ข้าตายก่อนจะมาช่วยคนพวกนี้ด้วย! ใจร้ายเกินไปแล้ว!"สิ้นเสียงของนาง...ทันใดนั้นเอง... ก็มีเสียงฟ้าผ่าตรงหน้าหลิวซีจินครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!พรึ่บ!หลิวซีจินมองสายฟ้านั้นนางรู้สึกราวกับร่างโปร่งแสงนี้ถูกบางอย่างดึงดูดไปอีกครั้ง....ก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป....ณ ตำหนักฮองเฮาแคว้นหนิงหลง....หลังจากที่หลิวซีจินฮองเฮาหมดลมหายใจวันนี้นับเป็นวันที่สามแล้ว..... แต่ทว่า...ร่างกายฮองเฮานั้นยังคงอุ่นคล้ายคนมีชีวิตอยู่ สร้างความประหลาดใจให้หมอหลวงและทุกคนเป็นอย่างมาก“วันนี้ฮองเฮาหมดลมครบสามวันแล้ว ฝ่าบาทบอกไว้ว่าหากนางไม่ฟื้นภายในสามวันให้จัดการนางตามพิธีขอรับ” หมอหลวงและผู้ที่รับหน้าที่ประกอบพิธีศพเอ่ยขึ้นกับเสนาบดีหลิวโซว่ผู้เป็นบิดาด้านเสนาบดีหลิวโซว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นบุตรสาวมาตายจากไปโดยไร้สาเหตุเช่นนี้..เขาไม่เชื่อว่านางจะเป็นลมหมดสติและตายไปเสียดื้อ ๆ....แม้นางจะร้ายกาจแต่นางก็คือบุตรสาวคนเดียวของเขา......หลิวซีจิน…'เจ้าจะต้องไม่ตายเปล่า พ่อจะหาความยุติธรรมให้เจ้า....' เสนาบดีหลิวโซ
ตอนที่ 40 ไร้ผลพรึ่บ!ผลั่ก!"ฝ่าบาท! เหตุใด! เหตุใดมนต์ของข้าถึงทำอะไรท่านไม่ได้!" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่านอกจากสิ่งที่นางทำจะไม่ได้ผลแล้วอีกฝ่ายยังชักกระบี่ใส่ตนอีก"เพราะเจ้ามันโง่เขลาอย่างไรเล่า น่าเสียดายยิ่งนักเสนาบดีหลิวโซว่ไม่ควรมีบุตรีเช่นเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นในขณะที่สาวเท้าเข้ามาหาหลิวซีจินฮองเฮาที่ก้าวถอยหลังทันใดนั้นเองจู่ ๆ ก็มีแสงสีเขียวประหลาดออกมาจากป้ายแคว้นหนิงหลงที่ผู้เป็นฮ่องเต้แขวนอยู่ก่อนจะพุ่งไปยังร่างของผู้เป็นฮองเฮาในเวลานี้"เจ้าตายเสียเถิดหลิวซีจิน!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะจ้วงกระบี่ใส่ผู้เป็นฮองเฮาแต่ทว่า...ปลายคมกระบี่ยังไม่ถึงตัวนาง จู่ ๆ ร่างบางของผู้เป็นฮองเฮาก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น...กรี๊ด!ตุบ!ด้านหลิวซีจินที่เป็นร่างโปร่งแสงที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง....ด้านชุนหลุนซีที่บัดนี้เพิ่งสังเกตว่าคล้ายกับว่าป้ายหนิงหลงที่เขาแขวนอยู่เป็นประจำนั้น มีแสงสีเขียวกระจายพุ่งไปยังร่างของฮองเฮาที่หมดสติอยู่....นี่มันเรื่องใดกัน?เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสติก่อนจะหันไปตะโกนไปยังทิศทางประตู"ใครอยู่ด้านนอก! มาดูแลฮองเฮา
ตอนที่ 39จิตสุดท้าย...พรึ่บ! คล้ายกับความฝันหลิวซีจินหมอหญิงลืมตาขึ้นในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา นางตายแล้วใช่หรือไม่? หลิวซีจินหมอหญิงสังเกตร่างของตนก็พบว่าโปร่งแสง...เวลานี้นางคงจะเป็นวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย...หญิงสาวคิดก่อนสังเกตไปรอบห้องที่แห่งนี้คือที่ใด?และเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?ที่แห่งนี้ดูแล้ว เป็นห้องของคนชั้นสูงมองจากความกว้างของห้องและเครื่องของใช้นั้นดูมีราคามากทีเดียว ในขณะที่ร่างบางโปร่งแสงของหลิวซีจินหมอหญิงกำลังมองดูโดยรอบ ทันใดนั้นนางก็เห็นสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง...อารมณ์ของผู้มาใหม่นั้นคล้ายว่ากำลังโกรธเคืองบางอย่าง ดูจากการแต่งกายของอีกฝ่ายอาภรณ์สีแดงหรูหราและเครื่องประดับบนศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดา และดูเหมือนทั้งคู่คงจะมองไม่เห็นนาง...เพล้ง!สตรีอาภรณ์สีแดงหรูหราคว้าแจกันมาปาลงพื้นจนแตกกระจายราวกับต้องการระบายโทสะ พอดีกันกับที่สตรีอีกคนก็วิ่งเข้ามาตามหลังผู้เป็นนาย"เหตุใดฝ่าบาทไม่เคยคิดแลข้า! ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร ฝ่าบาทกลับไม่คิดสนใจข้าเลย!" หลิวซีจินผู้เป็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น น้ำตาไหลอาบใบหน้างาม"ฮองเฮา โปรดระงับโท
ตอนที่ 38 ด่านเคราะห์ที่ต้องเจอหลังจากหลิวซีจินอ่านจดหมายนั้น ภาพที่ตามหลอกหลอนในความฝันก็ปรากฎขึ้น"ช่วยพวกเราด้วย…” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนจะไอเป็นระยะ สร้างความหดหู่เหลือเกิน“ทรมานเหลือเกิน …ข้าหายใจไม่ออกแล้ว…” เสียงอีกคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างน่าสงสารนางอดนึกถึงความฝันวันนั้นไม่ได้หากนางปฏิเสธ การเดินทางไปช่วยแคว้นหนิงหลง คนอีกจำนวนมากอาจจะติดโรคแล้วล้มตายไป…อาจจะเพราะนี่คือครั้งแรกที่แคว้นหนิงหลงพบเจอกับโรคระบาดเช่นนี้ จึงยังไม่สามารถรับมือกับโรคระบาดได้แน่นอนว่ากว่าหลิวซีจินจะค้นพบการรักษาและป้องกันโรคระบาดนี้นางต้องสูญเสียมารดาและน้องสาวอันเป็นที่รัก...และเห็นคนตายไปหลายร้อยชีวิตในเมื่อนางตั้งใจจะอุทิศชีวิตให้กับการเป็นหมอแล้ว ไยต้องลังเลสิ่งใดอีก...ความรู้ที่นางมีจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับคนในใต้หล้า...หลิวซีจินตัดสินใจกับตนเองแล้วจึงเอ่ยกับองครักษ์ที่ยืนรอคำตอบอยู่"ท่านรอข้าเก็บของสักครู่" หลิวซีจินเอ่ยก่อนจะเข้าห้องไปทันทีหลิวซีจินเก็บของที่จำเป็น หลักฐานกบฏที่ได้จากซ่งเอวี่ย และสมุนไพรรวมถึงอุปกรณ์ฝังเข็มตลอดจนตำราใส่ห่อผ้าของตน นางไม่ลืมที่จะหยิบป้ายที่มี
ตอนที่ 37 ขอความช่วยเหลือณ ห้องตำราส่วนพระองค์“ถวายบังคมฝ่าบาท” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเดินทางมาจากการตามล่ากบฏ“พี่ใหญ่ อยู่กันสองคน ท่านไม่ต้องมากพิธี ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง” ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับผู้เป็นพี่ชาย“ข้าคิดว่า ซ่งเอวี่ย หนีหายเข้าไปในแคว้นเฉิง ข้าส่งเรื่องนี้เข้าทูลฮ่องเต้แคว้นเฉิงแล้ว ทางนั้นจะช่วยตามหาอีกแรง” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม กับผู้เป็นฮ่องเต้“ข้าไปค้นหาตามแถบชายแดนในแคว้นเฉิงและโรงหมอที่หนึ่ง ไม่พบเช่นกัน ช่างเถิด ...เวลานี้ข้าเป็นห่วงประชากรที่ติดโรคระบาด.... ข้าต้องการหมอฝีมือดีที่สามารถถ่ายทอดให้คนในแคว้นเรา” ผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น“ท่านไม่ไว้ใจสำนักหมอหลวงของเราหรือ?” ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“มิใช่มิไว้ใจ แต่การแพทย์เราต้องยอมรับว่าไม่สามารถรับมือโรคระบาดนี้ได้ พวกเขาต่างก็กลัวตายล่าสุดมีผู้ติดโรคระบาดตายไปไม่น้อย หมอของเราก็เอาไม่อยู่อีกทั้ง ชุนชวนหยูเองก็สงสัยเช่นกัน...ว่าคนในสำนักหมอหลวงมีความผิดปกติ” ชุนหลุนซีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ข้าว่าลองขอสูตรยาจากโรงหมอต่างแคว้นที่เคยประสบโรคระบาดนี







